ซีพีพี มอบห้องสมุด “คลังความรู้ของน้อง”

 

บริษัท ซีพีพี จำกัด ในเครือ บริษัท ชุมพร อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน)  ทำพิธีมอบ อาคารห้องสมุด  “ คลังความรู้ของน้อง  ให้กับ โรงเรียนบ้านทุ่งสีเสียด อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์  เพื่อส่งเสริม และพัฒนาโรงเรียน ให้มีแหล่งข้อมูลที่สามารถต่อยอดการเรียนรู้เพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ได้รับในห้องเรียน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของบริษัท ด้านการสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน 

เครือเบทาโกรจัดกิจกรรม ขอบคุณแฟนเพจ Betagro Society

        เครือเบทาโกร จัดกิจกรรม We love Betagro ตอน Choux Crème Triple Style หรือ ชูครีม 3 แบบ 3 สไตล์ เปิดโอกาสให้แฟนเพจผู้โชคดีจากการร่วมกิจกรรมใน เฟซบุ๊ก Betagro Society เข้าร่วมคอร์สเรียนทำขนมชูครีม โดยใช้ไข่ไก่สด BETAGRO เป็นวัตถุดิบหลัก โดยมีมาสเตอร์เชฟระดับโลก เชฟรวีกานต์ ทักขิญเสถียร จาก Thailand Culinary Academy และ วรุณี ทองลงยา ผู้อำนวยการสื่อสารการตลาดองค์กร เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชน    อคาเดมี่) เมื่อเร็ว ๆ นี้

ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็นเอาใจคนชอบปลาแซลมอน จัดแคมเปญ “Salmon Hunter” ยกขบวนความอร่อยมาเสิร์ฟในสไตล์ญี่ปุ่นแท้

 

บริษัทเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์เซ็น และเซ็น ซูชิ แอนด์ สาเก                                           ได้จัดงานเปิดแคมเปญ Salmon Hunter”  ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็น สาขาสยามเซ็นเตอร์  เพื่อคนที่ชื่นชอบการรับประทานปลาแซลมอนและรักสุขภาพ โดยทางร้านได้นำเข้าปลาแซลมอนจากต่างประเทศ ผ่านขบวนการคัดสรร พิถีพิถันเพื่อให้ได้ปลาสดๆ คุณภาพเยี่ยม มารังสรรค์เมนูที่หลากหลายไว้ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็น และร้านเซ็น ซูชิ แอนด์ สาเก เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองกันอย่างจุใจถึง 5 เมนู ซึ่งแต่ละเมนูมีความพิเศษและแปลกใหม่ที่อยากให้สัมผัสกับความอร่อย

ทั้งนี้ แคมเปญ Salmon Hunter ราคาเริ่มต้นเพียง 250 บาท พิเศษสำหรับสมาชิก ZEN Member Card รับส่วนลด 10% นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุก ด้วยการชวนล่าเมนูแซลมอน กับกิจกรรม Salmon Hunter ลุ้นรับตุ๊กตา Little Salmon รุ่น Limited Edition ทุกสัปดาห์ รวมกว่า 2,000 ตัว เพียงแค่ถ่ายภาพเมนูในแคมเปญ Salmon Hunter ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็น และร้านเซ็นซูชิ แอนด์ สาเก ทุกสาขา แล้วโพสต์ภาพไปที่หน้าเพจเฟสบุ้ค Zen Japanese Restaurant หรืออินสตาแกรม พร้อมใส่แฮทแท็ก ‪#‎ZenSalmonHunter เท่านี้ก็ได้รับของรางวัลไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม www.facebook.com/Zenjapaneserestaurant และ www.zenrestaurant.co.th

ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2559 

กสิกรไทยลุยทุกช่องทางชำระเงินรับคนไทยช้อปออนไลน์กระฉูด 2.4 แสนล้าน

 

กสิกรไทยย้ำเบอร์หนึ่งในธุรกิจดิจิทัล แบงกิ้ง พร้อมลุยระบบชำระเงินออนไลน์เอาใจทั้งคนขายและคนซื้อ รับเทรนด์ช้อปออนไลน์ที่มูลค่าปีนี้พุ่งสูง 240,000 ล้านบาท โต 20% ล่าสุดจับมือพันธมิตรปั้นโปรโมชั่นเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยให้ลูกค้ามั่นใจซื้อขายบนโลกออนไลน์

นางนพวรรณ เจิมหรรษา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึง การพัฒนาช่องทางการชำระเงินและช่องทางการรับส่งสินค้าที่สะดวกมากขึ้น ประกอบกับกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่มเทสโก้โลตัส บิ๊กซี ทรู ฯลฯได้ก้าวเข้ามาทำธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์ และโครงการ National e-payment ของรัฐบาลจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสู่สังคมการเงินแบบดิจิทัลที่ลดการใช้เงินสด ส่งผลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มการใช้จ่ายออนไลน์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2559 การซื้อขายสินค้าออนไลน์ของประเทศไทยน่าจะมีมูลค่าสูงถึง 240,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 200,000 ล้านบาท ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจึงมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว “โมบายคอมเมิร์ซ” (Mobile Commerce) จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถซื้อขายสินค้าบนโซเชียลมีเดียได้และทำให้โอกาสในการซื้อขายสินค้าผ่านสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ด้วยเหตุนี้ธนาคารกสิกรไทยจึงพัฒนากลยุทธ์การตลาดและส่งเสริมการขายบนโลกออนไลน์สำหรับ 4 ผลิตภัณฑ์ที่เป็นช่องทางการชำระเงิน ได้แก่ บัตรเครดิต บัตรเดบิต ดิจิทัลแบงกิ้ง (โทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต) และระบบการรับชำระเงินออนไลน์ K-Payment Gateway รวมทั้งร่วมกับพันธมิตรจัดโปรโมชั่นตามไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เช่น เดินทาง ท่องเที่ยว อาหาร ช้อปปิ้ง นอกจากนี้ธนาคารยังให้ความสำคัญกับระบบรักษาความปลอดภัยในการชำระเงิน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจที่ชำระเงินผ่านธนาคารกสิกรไทยในทุกช่องทาง

โดยล่าสุดบัตรเครดิตกสิกรไทยได้ร่วมมือกับร้านค้าพันธมิตรออนไลน์มากกว่า 20 เว็บไซต์ชั้นนำ มอบสิทธิพิเศษ 2 ต่อ ต่อที่ 1 รับส่วนลดจากร้านค้าทันทีสูงสุด 15% เมื่อช้อปและกรอกรหัสส่วนลด และต่อที่ 2 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 500 บาทเมื่อช้อปครบตามที่กำหนด วันนี้ – 31 ก.ค. นี้

ดีแทค จับมือ ยูนิเซฟ จัดทำ “dtac Parent Guide คู่มือพ่อแม่ยุคดิจิทัล เข้าใจลูก เข้าใจโลกไซเบอร์”

     

 

ดีแทค ร่วมกับ เทเลอนอร์ กรุ๊ป และองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมสร้างสังคมพ่อแม่ยุคดิจิทัลให้เข้มแข็ง ด้วยการเปิดตัวหนังสือ “dtac Parent Guide คู่มือพ่อแม่ยุคดิจิทัล เข้าใจลูก เข้าใจโลกไซเบอร์” ภายใต้โครงการ Safe Internet อินเทอร์เน็ตปลอดภัยและสร้างสรรค์ หลังพบสถิติร้อยละ 59 เด็กหันหลังให้พ่อแม่และเลือกที่จะปรึกษาเพื่อน หรือคนไม่รู้จักบนโลกอินเทอร์เน็ตแทน ดีแทคจึงมั่นใจคู่มือนี้เสมือนยาสามัญประจำบ้านที่พ่อแม่ทุกคนควรอ่าน

ด้านนายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า“พันธกิจในการทำธุรกิจของดีแทค คือการมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทที่ส่งเสริมสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ (Child-Friendly Business) ซึ่งกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตสูงถึงร้อยละ 75 และมีการใช้งาน เกือบ 8 ชั่วโมงต่อวัน ดังนั้น เราจึงปลูกฝังและสร้างการรับรู้ให้พวกเขาตระหนักถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัยและสร้างสรรค์ พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสใช้ดิจิทัลเพื่อการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศได้”

นางวาเลรี ตาตอน รองผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลสำรวจครัวเรือนที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติของประเทศไทย แสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงของอินเทอร์เน็ตของเด็กอายุระหว่าง 6-14 ปี เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 38.3 ในปี พ.ศ. 2554  เป็นร้อยละ 58 ใน พ.ศ. 2558 และอัตรานี้กำลังเพิ่มขึ้นทุกปี จึงมีความเสี่ยงอย่างมากต่อเด็กและเยาวชน ยูนิเซฟจึงสร้างความปลอดภัยโดยเน้นการทำงานเพื่อป้องกันเด็กจากความเสี่ยงและอันตรายจากการใช้โลกออนไลน์”

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เผยว่า "คู่มือนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้พ่อแม่เป็น ‘Digitally Savvy’ ผู้ที่รู้จักและเข้าใจในการใช้อินเทอร์เน็ต และแนะนำต่ออย่างเป็นผล ทั้งนี้ดีแทค ยังมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง อาทิ กิจกรรม Parent Workshop, กิจกรรม School Visit เพิ่มเติมความรู้ต่อเนื่องให้กับนักเรียน 50 โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งมั่นใจว่ากิจกรรมทั้งหมดนี้จะสามารถทำให้เกิดประโยชน์ของการสร้างสังคมดิจิทัลที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง"

พ่อแม่ผู้ปกครองที่สนใจสามารถติดต่อรับหนังสือคู่มือนี้ได้ฟรี !! ที่ ดีแทค ฮอลล์ ทุกสาขา และหน่วยงานพันธมิตรต่าง ๆ รวมทั้งสามารถดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ของดีแทคและยูนิเซฟและแอปพลิเคชันอุ๊คบี ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ ios

 

 

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • Jan 20 , 2017

    บริษัท ภาเพ็ญ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็กแบรนด์ในเครือ Safety 1st , Nuna,MIYIM, DWINGULER, COMFLOR, Oribel, PETITEN, WALLABOO

  • Jan 20 , 2017

    หลังจากที่เวทีการประกวดคลิปวิดีโอของ ธนชาตประกันภัย หัวข้อ IT’S COOL TO BE CALM ขับอย่างเท่ ดูดี มีสติ ในโครงการ Drive DD United Season 2 ซึ่งเปิดให้นักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศที่มีอายุไม่เกิน 25 ปีส่งผลงาน เปิดฉากขึ้นเมื่อเดือนต.ค. ปีก่อน และมีผู้ให้ความสนใจส่งผลงานกันคึกคัก คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งด้านส่งเสริมรณรงค์ความปลอดภัยทางถนน ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญในวงการผลิตคลิปวิดีโอ หนังสั้น หนังโฆษณาได้ระดมสมองคัดเลือกทีมที่มีผลงานสอดคล้องตามโจทย์ และตรงใจที่สุด 17 ทีมไปเมื่อเดือนธ.ค. เพื่อส่งเข้าสู่รอบเวิร์คช็อปกับผู้กำกับและครีเอทีฟโฆษณาชั้นนำของเมืองไทย 4 คน ได้แก่ 

  • Jan 20 , 2017

    นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนากรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พลเอกวิชิต ยาทิพย์ นายกสมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา และนายสมานพงษ์ เกลี้ยงลำยอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ “ความร่วมมือในการส่งเสริมศักยภาพของผู้ประกอบการไทย”

 

Editor Observation

  • Dec 28 , 2016

    แม้ขณะนี้ นโยบาย "อัตราดอกเบี้ยติดลบ" ยังมาไม่ถึงเมืองไทย ก็ใช่ว่าผู้ฝากเงินอย่างพวกเราจะนิ่งนอนใจได้

  • Dec 28 , 2016

    วันนี้เป็นวันที่เกิดโศกนาฏกรรมโดยฝีมือผู้ก่อการร้ายครั้งที่โหดเหี้ยมและรุนแรงมากในฝรั่งเศส

    เราขอประนามการกระทำอันโหดร้ายนี้ และขอแสดงความเสียใจกับญาตผู้บาดเจ็บล้มตาย อีกทั้งขออธิษฐานให้ดวงวิญญาญของผู้บริสุทธิ์ที่ต้องเสียชีวิต ไปสู่สุขติ ด้วยเทอญ

  • Dec 28 , 2016

    ผมทราบข่าวการเสด็จสวรรคตจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อกำลังจะขึ้นเครื่องออกนอกประเทศ เพื่อมุ่งหน้าสู่มหานครนิวยอร์ก

 

School Move

  • Jan 08 , 2017

    จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี สำหรับงาน QS World MBA Tour งานที่รวบรวมเอา Business School ที่มีชื่อเสียงในระดับ Top ทั่วโลก มารวมไว้ในงานนี้งานเดียวเพื่อให้ว่าที่นักศึกษา MBA ได้มีโอกาสพบปะ พูดคุย กับที่ปรึกษาหลักสูตร MBA หรือคณาจารย์ผู้สอนในหลักสูตร MBA ที่จะบินลัดฟ้ามาให้ได้พูดคุยและรับสมัครโดยตรงกับสถาบันนั้นได้ทันที

     

  • Dec 06 , 2016

     

    หากจะกล่าวถึง Business School ชั้นนำระดับโลก Stanford Graduate School of Business (GSB) ได้รับการจัดอันดับจาก Financial Time ให้เป็นอันดับ 5 ของ Global MBA Ranking 2016 ผมจึงขอเล่ากรณีศึกษาของ World Class Business School เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับบุคลากรทางการศึกษาที่เปิดสอนด้านบริหารธุรกิจและการจัดการ ได้เป็นแนวทางในการพัฒนา Business School ของไทย ให้เทียบเคียงกับสถาบันชั้นนำระดับโลก

    จากประสบการณ์ใน Executive Education หลักสูตร Leadership and Strategies in Supply Chains ผมได้มีมุมมองเกี่ยวกับองค์ประกอบของ World Class Business School ดังนี้

    • World Class Faculty คณาจารย์ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานจากภาคธุรกิจ ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าศาสตร์การจัดการเป็นศาสตร์ที่ dynamic ไม่สามารถที่จะใช้เปิดตำราสอนแต่เพียงอย่างเดียว เพราะการทำธุรกิจนั้นไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว อีกทั้งอาจารย์หลายท่านได้รับความไว้วางใจจากภาคอุตสาหกรรมให้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาจารย์สามารถบูรณาการปัญหาหรือความรู้ที่ได้จากภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนา case study สำหรับสอนนักศึกษาต่อไป 

    • World Class Teaching การวางแผนการสอนด้วยความเป็นมืออาชีพ ผสานกับการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างลงตัว ก่อนเริ่มเรียนในแต่ละวิชา เจ้าหน้าที่จะจัดส่งเอกสารประกอบการเรียน เช่น case study มาให้นักศึกษาล่วงหน้าเพื่อให้อ่าน ทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับ discussion ในชั้นเรียน ทำให้การเรียนการสอนเป็นแบบ two-way communication และนักศึกษาได้ประโยชน์มากกว่าการนั่งฟังอาจารย์บรรยายในรูปแบบ talk show เหมือนที่นักศึกษาไทยนิยมชมชอบ สำหรับ case study ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจริงที่มีจากธุรกิจที่เป็นที่รู้จัก โดยอาจารย์ต้องการให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้จากทฤษฎีเพื่อแก้ปัญหาธุรกิจจาก case ต่างๆ การเรียนจึงเป็นมากกว่าการท่องจำ เพราะต้องใช้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบของนักศึกษา

    • World Class Environment เริ่มจากสภาพแวดล้อมในระดับมหาวิทยาลัยที่มีอายุ 125 ปี แต่ความเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยไม่ใช่ปัญหาของการผสานเอาความทันสมัยเข้าไปเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Sport Center ห้องสมุด หรือมุมสงบสำหรับอ่านหนังสือ ทำการบ้าน หรือเตรียมตัวสอบ ในระดับคณะ เมื่อปี 2008 GSB ได้รับเงินบริจาคจำนวน 105 ล้านดอลลาร์ จาก Philip H. Knight ผู้ก่อตั้ง Nike ซึ่งเป็นศิษย์เก่า MBA ’62 เป็นเงินทุนส่วนหนึ่งของการสร้าง Knight Management Center ขนาด 340,000 ตร.ม. ที่ประกอบด้วยห้องเรียน ห้องสมุด Auditorium ขนาด 450 ที่นั่ง ห้องพักอาจารย์และเจ้าหน้าที่ career management center และห้องอาหาร ห้องเรียนแต่ละห้องเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัย มีแผงควบคุมระบบสัมผัสที่โพเดียม เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนสามารถควบคุมห้องเรียนระหว่างการสอนโดยไม่ต้องเดินไปมาเพื่อเปิด-ปิดให้เสียเวลา ไม่ว่าจะเป็น จอ projector กระดาน ม่าน แสงสว่าง เสียง ทั้งห้องติดตั้งระบบไมค์ที่ห้อยจากฝ้าเพดาน เพื่อให้สะดวกต่อการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักศึกษา

    ห้องสมุดของ GSB มี 4 ชั้น มีห้องอ่านหนังสือประมาณ 20 ห้องที่ติดตั้งจอทีวี สามารถจองผ่านระบบออนไลน์ มีมุมสำหรับ stock market ให้ดูข้อมูลแบบ real-time ปัจจุบันมีหนังสือไม่เยอะ เนื่องจากนักศึกษาอ่าน e-book เป็นหลัก จึงเน้นสถานที่นั่งทำงานกลุ่ม ทำการบ้าน เตรียมตัวสำหรับการเรียน เป็นหลัก

     

    • World Class Research คณาจารย์มีงานวิจัยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริหารธุรกิจภายใต้ภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก นับได้ว่าเป็นงานวิจัยที่มีผลกระทบต่อโลก จนบางครั้งเป็นทฤษฎีที่รู้จักกันทั่วโลกอย่างเช่น Bullwhip Effect in Supply Chain ของ Prof.Hua Lee ศาสตราจารย์ประจำ GSB การที่คณาจารย์สามารถผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพเหล่านี้ได้ส่วนหนึ่งมาจากภารกิจของคณาจารย์มุ่งเน้นไปที่การเรียนการสอน การทำวิจัย และการบริการวิชาการ โดยไม่มี admin work ต่างๆ ที่จะทำให้คณาจารย์เสียเวลาจากภารกิจหลักข้างต้น

    จากกรณีศึกษานี้ Business School ในประเทศไทยน่าจะลองทบทวนบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของตัวเองว่าจะพัฒนานักศึกษาให้มีคุณภาพออกสู่สังคมได้อย่างไร โดยใช้แนวทางปฏิบัติของ World Class Business School นำทาง ทว่า ต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทของไทย และต้องตระหนักว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็น World Class Business School ประการหนึ่ง คือ “ทรัพยากรทางการเงิน” แต่เราต้องไม่มุ่งเน้นการหารายได้จากค่าเล่าเรียน จนกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตบัณฑิตในรูปแบบ “จ่ายครบ จบแน่” โดยละเลยเรื่องคุณภาพบัณฑิต แหล่งที่มาของรายได้ใน World Class Business School จึงเป็นการผลิต World Class Graduate ให้เป็นนักธุรกิจมืออาชีพเพื่อไปประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จแล้วกลับมาตอบแทนสถาบันอย่าง Philip H. Knight มากกว่า

     

     "เราต้องไม่มุ่งเน้นการหารายได้จากค่าเล่าเรียน จนกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตบัณฑิตในรูปแบบ จ่ายครบ จบแน่"

     


     

    โดย : ดร.วัชรพจน์  ทรัพย์สงวนบุญ

    รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

     

  • Dec 01 , 2016

    ลอรีอัล ประเทศไทย ร่วมกับ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Khon Kaen Business School :KKBS) ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อยกระดับการพัฒนาการเรียนการสอนในสาขาบริหารธุรกิจ ในสามด้านที่สำคัญ ได้แก่ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพและอาชีพ ความรู้ทางวิชาการ และโครงการงานวิจัย มุ่งเป้าพัฒนาทักษะเพื่อความเป็นเลิศทางด้านการขาย หรือ Commercial Excellence แก่นักศึกษา

    บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง ลอรีอัล ประเทศไทย กับ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ ที่สำคัญด้านต่างๆของนักศึกษา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การดำเนินธุรกิจจริง ตอบรับการแปลี่ยนแปลงของสภาวะทิศทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมของตลาด และความต้องการในหลักสูตรการศึกษาในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม

    ลอรีอัลจะให้การสนับสนุนในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและการเรียนการสอนที่ผสมผสานการปฏิบัติงานจริงในลักษณะสหกิจศึกษาเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะการขายเป็นสำคัญ ผู้จบการศึกษาในสาขาวิชาดังกล่าวที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะได้รับโอกาสเข้าทำงานในบริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลก ในภูมิลำเนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    “สำหรับลอรีอัลแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้เราไม่เพียงมุ่งสนับสนุนด้านการศึกษาในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมพัฒนาบุคลากรที่พร้อมด้วยทักษะสำคัญในด้านต่างๆ สู่ตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมให้บุคลากรของชาติประสบความสำเร็จในหน้าที่การทำงานในท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันอีกด้วย เรามุ่งหวังว่าจะร่วมพัฒนาข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นครั้งนี้ให้สามารถเกิดประโยชน์สูงสุด และเชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญของเราในฐานะบริษัทผู้นำด้านความงามระดับโลกจะสามารถสร้างคุณประโยชน์ในแง่องค์ความรู้ให้แก่คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีได้อย่างมีนัยสำคัญ” มนัสฤดี สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

    ด้าน รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า

    “การร่วมมือกับลอรีอัลในครั้งนี้ ถือเป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี กับการดำเนินการตามภารกิจสร้างและพัฒนานักบริหารธุรกิจให้มีความรู้ความสามารถในการแข่งขันทั้งในยุคปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ เราเชื่อมั่นว่าสัมพันธภาพที่ดีกับลอรีอัลนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่คณะทั้งด้านวิชาการและการวิจัย และพัฒนาขีดความสามารถของทั้งนักศึกษาและคณาจารย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

     

Management

  • Jan 18 , 2017

    การใช้ความเชี่ยวชาญของคนหมู่มากย่อมได้ไอเดียและแนวทางการแก้ปัญหาที่หลากหลายกว่ากลุ่มคนใดกลุ่มคนเหนึ่ง การใช้สาธารณชนหรือบุคคลทั่วไปในการแก้ไขปัญหาหรือร่วมกันพัฒนาสินค้าร่วมกับองค์กรเรียกว่า Crowdsourcing

  • Jan 11 , 2017

    ผู้ที่ชื่นชอบและมีความตั้งใจจะเป็นนักประชาสัมพันธ์หรือที่เรียกแบบสั้นว่า PR การเรียนจบระดับปริญญาตรีในคณะหรือสาขาที่มีความเกี่ยวข้องกับนิเทศศาสตร์ วารสาร สังคมศาสตร์ หรือ ศิลปะศาสตร์ จะเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการเริ่มต้นชีวิตนักประชาสัมพันธ์ แต่ถ้าไม่มีพื้นในเชิงวิชาการดังกล่าว การศึกษาจบปริญญาตรีสาขาที่ไม่เกี่ยวข้อง จะสามารถเปิดประตูทำให้คนรุ่นใหม่ไฟแรงเป็นพีอาร์ที่ดีได้เช่นกันด้วยการอ่านหลักการและประสบการณ์ ที่ถูกถ่ายทอดสู่สังคมเป็นจำนวนมากจาก website หลักวิชาพร้อมกรณีศึกษาจะมีครบถ้วนจากการซื้อหนังสือชื่อเรื่องเกี่ยวกับ ทฤษฎีการสื่อสาร การจัดการหรือวิธีบริหารภาพพจน์ในปัจจุบัน จากตำราหลักสูตรของมหาวิทยาลัย หรือค้นหาได้ตามร้านหนังสือทั่วไป ที่ผู้ทรงคุณวุฒิเขียน pocket book และเรื่องสั้นทางการตลาดไว้จำหน่าย เพราะมีเรื่องให้คิด ให้ทำ ให้เปลี่ยน ให้พัฒนาต่อได้เสมอ

  • Sep 19 , 2016

    ในยุคที่มีคนเมืองตัดสินใจผันตัวเองไปใช้ชีวิตเป็น “ชาวนามือใหม่” ทั้งแบบเต็มตัวและแบบ “ชาวนาวันหยุด” โดยในจำนวนนี้มีไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในการปลูกข้าวและได้ดอกผลของการลงมือลงแรงสมใจ

 

Cool Case

  • Jan 09 , 2017

    The Internship ใน MBA บทความนี้เป็นคนละเรื่องกับ The Internship (2013) ภาพยนตร์ดังของฮอลลีวูดที่นำแสดงโดย วินซ์ วอห์น (Vince Vaughn) และ จาเร็ด สเติร์น (Jared Stern) ที่มีพล็อตเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีโลก คือ บริษัท Google

  • Dec 22 , 2016

     

    โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการตายของคนไทยเป็นอันดับหนึ่งติดต่อกันมากกว่า 10 ปี โดยมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 53,434 ราย ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งทุกชนิดอยู่ที่ 70,075 ราย (ตามข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ)

    องค์การอนามัยโลกรายงานพบผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ทั่วโลกปีละประมาณ 14 ล้านคน เสียชีวิตด้วยสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องจากมะเร็ง โดยคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 2 ทศวรรษต่อไป หรือจะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 22 ล้านราย


    วิธีรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันที่นิยมกันประกอบด้วย การผ่าตัดก้อนมะเร็งออก การฉายรังสี โดยโฟกัสตรงจุดที่เป็นก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อรอบๆ เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง หรืออาจจะเพื่อการรักษาหรือบรรเทาอาการ เคมีบำบัด หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่าการทำคีโม เป็นวิธีการรักษาหรือบรรเทาอาการโดยการใช้ยาต้านมะเร็ง ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นอยู่กับประเภทและระยะของมะเร็ง รวมถึงความแข็งแรงและวิธีการรักษาที่ผู้ป่วยเคยได้รับมาก่อนหน้า

    จากจำนวนผู้ป่วยมะเร็งที่เพิ่มอย่างต่อเนื่องทำให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจที่ทำหน้าที่สนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ให้สามารถทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือและดูแลบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง

    หนึ่งในผู้ให้บริการรายใหญ่ในประเทศไทยคือ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIZ ผู้ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จำหน่ายและติดตั้งชุดเครื่องมือทางการแพทย์สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยวิธีรังสีรักษา (Radio-therapy) และให้บริการซ่อมบำรุงรักษาชุดเครื่องมือทางการแพทย์ดังกล่าว (Maintenance Service)

    สมพงษ์ ชื่นกิติญานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BIZ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจนี้ว่า ตนเรียนจบทางด้านรังสีเทคนิค และเข้าทำงานในโรงพยาบาลไประยะหนึ่ง จากนั้นก็ลาออกมาทำงานด้านการขายให้บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ และมีโอกาสดูแลสินค้าตัวหนึ่งคือ การใช้รังสีรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเพิ่งเริ่มเข้ามาแนะนำในประเทศไทย

    “เราก็เห็นแนวโน้มว่า โรคมะเร็งมีแต่พัฒนาการมากขึ้น และเทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อถึงจุดหนึ่งที่บริษัทเดิมมองแนวทางไม่เหมือนกับเรา เราก็เลยออกมาทำธุรกิจเอง ประกอบกับหุ้นส่วนของผมที่เคยอยู่บริษัทเดียวกันเขาดูแลด้านวิศวกรรม เราก็เลยออกมาตั้ง Business Alignment เมื่อปี 2543”

    สมพงษ์เล่าต่อว่าเหตุที่ตั้งชื่อบริษัทโดยไม่มีคำที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์เลยนั้นเพราะมองว่าการทำธุรกิจไม่จำเป็นต้องอยู่เพียงแค่อุปกรณ์ทางการแพทย์ หากยังสามารถทำอย่างอื่นได้พร้อมกัน จึงตั้งเป็นชื่อกลางๆ รวมกับในช่วงที่เรียน MBA ก็ชอบคำว่า Business Alignment เพราะเป็นการวางแนวทางให้ธุรกิจต่างๆ กลมกลืนเข้าด้วยกัน ตามเป้าหมายขององค์กร ดังนั้นชื่อของบริษัทจึงหมายความว่าในอนาคตบริษัท BIZ ก็สามารถขยายไลน์ธุรกิจและผันตัวเองเป็น Holding Company ได้

    แม้ว่าช่วงที่ก่อตั้งบริษัทเป็นช่วงหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังตึงตัว มีหลายคนเตือนว่าการออกจากงานในช่วงเวลานั้นเพื่อมาสร้างธุรกิจอาจจะลำบาก แต่ด้วยการมองเห็นโอกาสเช่นเดียวกับซัพพลายเออร์ในต่างประเทศที่มองแนวโน้มการรักษามะเร็งด้วยเครื่องมือชนิดนี้จะเติบโต เพราะเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงปี 2537 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาดีขึ้น ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง

     

    ธุรกิจเงินทุนสูง
    การจำหน่ายเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์มีราคาสูง การลงทุนจึงต้องสูงตามไปด้วย เพราะต้องซื้อเครื่องมาก่อน เพื่อมาติดตั้งให้ลูกค้าแล้วจึงเก็บเงินได้ เงินทุนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

    เมื่อเริ่มตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท สมพงษ์ และ วรวิทย์ สีลภูสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและทรัพยากรมนุษย์ บริษัท บิสซิเนสอะไลเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (BIZ) 2 หุ้นส่วนใหญ่ ลงเงินคนละครึ่ง ดังนั้นการจะขายเครื่องมือราคา 40-50 ล้านบาท จึงต้องไปเจรจากับธนาคาร เพื่อขอกู้เงินมาใช้ทำธุรกิจ

    “เราก็ไปคุยกับแบงก์เอาสัญญาไปให้เขาดู เพราะสัญญานี้เป็นสัญญากับภาครัฐ เราก็ให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับเงินก็เอาสิทธิในการรับเงินไปให้เขา แล้วไปกู้ เอาบ้านไปจำนอง เอาตัวเราไปค้ำประกัน แต่เราเพิ่งก่อตั้งเขาก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ เขาคงดูเราส่งมอบงานได้ไหม เก็บเงินได้หรือไม่ เรามีสัญญาไม่พอต้องเอาบ้านที่อยู่มาจำนอง ไปหาเงินกู้จากพวกญาติบางส่วน

    “ผมอาจจะโชคดี ปีแรกอาจจะเหนื่อยหน่อยต้องไปขอกู้เงินญาติบ้าง ธนาคารบ้าง และลูกค้าบางรายก็ช่วยผ่อนคลายเรื่องการชำระเงินให้เงินเราเร็วขึ้น อาจจะเป็นโชคดีที่เจอลูกค้าดีๆ ด้วย และโชคดีอีกอย่างที่ตั้งแต่ตั้งมาหนี้สูญเราไม่มี เพราะคู่ค้าเรามีแต่โรงพยาบาลใหญ่ๆ” สมพงษ์ กล่าว


    การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จึงเป็นการลดปัญหาด้านเงินลงทุน เนื่องจาก BIZ เป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเป็นช่วงเวลาสูง

    “สมมติมีโครงการสัก 400 ล้านต้องใช้เงินทุนเท่าไร และพวกนี้ไม่ใช่ว่าขายวันนี้อีก 30 วันเก็บเงินได้ เราขายวันนี้แล้วก็ยังต้องมีช่วงเวลาติดตั้ง ทำโน่นทำนี่ เร็วสุดเก็บเงินได้ประมาณ 6 เดือน นั่นหมายถึงว่าเงินจะต้องจมไปประมาณ 7 เดือน มีบางปีเราไปดูบันทึก จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยเกือบ 20 ล้านเพราะกว่าจะเก็บเงินได้ และดอกเบี้ยก็ค่อนข้างสูง ถ้าเราลดภาระนี้ได้ การระดมทุนทำให้เรามีเงินก้อนหนึ่งมาเป็นเงินทุนหมุนเวียน นั่นทำให้ลดต้นทุนทางการเงินได้ ทำให้เพิ่มกำไรได้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่ตลาด การเจรจากับแบงก์เรื่องดอกเบี้ยก็พูดคุยได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับตอนยังไม่ได้จดทะเบียน และอาจทำให้ความฝันของบริษัทเป็นจริงเร็วขึ้น”

     

    ผู้เชี่ยวชาญ
    หลายคนอาจจะมอง BIZ เป็นบริษัทเทรดดิงบริษัทหนึ่ง แต่สิ่งที่ BIZ ขายเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ซึ่งมีความซับซ้อน ต้องใช้ห้องที่ออกแบบพิเศษและติดตั้งเครื่องเพื่อป้องกันรังสีไม่ให้เกิดอันตรายกับผู้อื่นในขณะที่ทำประโยชน์ให้ผู้ป่วย

    สมพงษ์เล่าว่า “สิ่งที่เราทำก็คือทำเป็น Service Provider ทางด้านนี้ สิ่งที่เราให้ลูกค้าคือ ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการออกแบบห้องให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด และเราก็ให้ความช่วยเหลือจัดหาอุปกรณ์ทุกสิ่งทุกอย่าง เป็น one stop service เพราะเรามองเห็นว่าลูกค้าบางรายเขามีปัญหาตั้งแต่ห้อง เขาต้องทำห้องก่อสร้างก็บริษัทหนึ่ง เครื่องก็บริษัทหนึ่ง ก็อาจจะเกิดปัญหาว่าไม่เข้ากัน คือเดี๋ยวจะโทษกันไปกันมา เราก็มองดูแม้แต่การก่อสร้างปรับปรุงห้องเราก็รับผิดชอบ นั่นคือสิ่งที่เราเริ่มปรับกลยุทธ์เป็น Solution Provider ทางด้านรังสีรักษา เราปรับกลยุทธ์ให้แตกต่าง ใครจะทำด้านนี้ต้องคิดถึงเรา เข้ามาปรึกษา เครื่องต้องสามารถใช้งานได้จริง นั่นคือสิ่งที่เราวางกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ ปัจจุบันเราก็วางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ดังนั้นไม่ว่าเขาจะมีห้องอยู่เดิมหรือไม่มี เราก็สามารถให้คำปรึกษารวมถึงเรื่องการก่อสร้าง เราไม่มีบริษัทก่อสร้างเองแต่เรามีผู้รับเหมาที่สามารถไว้ใจได้และสามารถร่วมมือ เราทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเขาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งที่ส่งมอบถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน”

    เขาให้ข้อมูลต่อว่า ในประเทศไทยลักษณะการซื้อแบบ Solution Provider เป็นที่นิยม เนื่องจากบริษัทสามารถสรรหาอุปกรณ์ที่สามารถทำงานได้ทันที กลายเป็นจุดเด่นที่ BIZ นำเสนอให้แก่ลูกค้า

    สินค้าไฮเทค
    สมพงษ์เพิ่มเติมข้อมูลเรื่องเครื่องมือที่ BIZ จำหน่ายโดยย้อนอดีตวิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยรังสีที่มีมานานแล้ว คือการใช้แร่ธรรมชาติในการรักษา หรือที่รู้จักกันคือแร่โคบอลต์ แต่โคบอลต์มีปัญหาคือเมื่อพลังงานในก้อนแร่ลดลงจนถึงจุดหนึ่งจะใช้ไม่ได้ ต้องนำก้อนแร่ไปเก็บฝังเป็นกากกัมมันตรังสี ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความใส่ใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมีเหตุการณ์คนไปขโมยแร่และเกิดการรั่วไหลส่งผลให้เสียชีวิต

    จุดเด่นของเครื่องรุ่นใหม่คือ หากไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าไปในเครื่องก็จะไม่มีรังสีออกมา เป็นการทำงานคล้ายกันกับหลอดเอกซ์เรย์ที่ยิงด้วยพลังงานรังสีสูง และไม่มีกากกัมมันตรังสีให้ต้องกำจัด เมื่อเลิกใช้งานสามารถทิ้งได้เช่นเดียวกับเครื่องจักรอื่นๆ

    และการพัฒนาของเครื่องรุ่นใหม่ๆ ทำให้รังสีที่ได้มีอำนาจทะลุทะลวงได้ดีกว่า เมื่อรวมกับเครื่องมือที่ใช้ประกอบทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

    “เราใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมวางแผน ต่างๆ ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา เพราะการรักษามีองค์ประกอบมากมาย คอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา คือเอาภาพที่เราซีทีสแกนมาวาง ว่าเราควรจะให้รังสีตรงไหนอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลดีที่สุด และไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเรามีหมด ไม่ใช่แค่มีเครื่องแล้วรักษาได้ การรักษาที่จะมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคุณจะต้องมีอุปกรณ์ประกอบ” สมพงษ์อธิบาย

     

    ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับรังสี
    สมพงษ์ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตหลายคนอาจจะเคยได้ยินกันมาว่าผู้ป่วยมะเร็งไปฉายรังสีหมายความว่าคนป่วยกำลังจะเสียชีวิต ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด “ในอดีตที่เป็นอย่างนั้นเพราะคนที่มาพบก้อนมะเร็งมักจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 คือเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ในอดีตทางการแพทย์การวินิจฉัยโรคมะเร็งยังไม่พัฒนา รู้อีกทีคือมีอาการแล้ว เป็นระดับ 4 แล้ว เกินเยียวยาเกือบทั้งหมด พอมาฉายแสงก็ช่วยทำให้ก้อนยุบ เพราะก้อนถูกทำลาย เราเคยทำงานด้านนี้ ผู้ป่วยก็ดีใจแต่เราก็รู้อยู่แล้วว่าอีกไม่นานเพราะโรคอยู่ในระยะที่เกินไปแล้ว คนก็บอกว่ามาฉายแสงแล้วตาย จะไม่ตายได้อย่างไร เพราะระยะโรคไปถึงขั้นนั้นแล้ว เราฉายแสงให้เขาเพื่อให้เขามีคุณภาพชีวิตที่เหลืออยู่ดีขึ้น ดังนั้นการรักษาโรคทุกโรคมีสองอย่าง คือหนึ่งทำให้หาย สองทำแค่บรรเทาอาการ”

    “ปัจจุบันเนื่องจากการแพทย์ในการวินิจฉัยพบได้เร็วขึ้น อยู่ขั้น 1-2 หรือ 3 ก็ตาม การรักษามีโอกาสหายเพิ่มมากขึ้น ทุกโรคเหมือนกันหมด ไม่จำกัดแค่โรคมะเร็ง เพียงแต่โรคมะเร็งพัฒนาการของโรค การเป็นโรคเร็วกว่าโรคอื่น อย่างวินิจฉัยวันนี้เป็นระดับ 1 ภายในเดือนเดียวอาจจะเป็น 2 หรือ 3 เลยก็ได้ ดังนั้นเมื่อวินิจฉัยว่าเป็นแล้วการรักษาจึงต้องเป็นไปอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ปล่อยไว้ได้ ยิ่งปล่อยไว้นานมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นสเตจหลังๆ ก็มีมากขึ้น” สมพงษ์อธิบาย

    ปัจจุบันในประเทศไทยมีการใช้รังสีรักษาประมาณ 50-60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยมะเร็ง เนื่องจากเครื่องมือมีประ-สิทธิภาพดีขึ้น รองลงมาคือการใช้คีโมและผ่าตัด ขึ้นกับอวัยวะที่เป็น เพราะมะเร็งบางอย่างไม่ไวต่อแสงทำให้การฉายรังสีไม่เกิดประโยชน์

     

    ความท้าทายของ BIZ
    สำหรับความท้าทายในการดำเนินงานของ BIZ ต่อไป สมพงษ์ บอกว่า สิ่งที่ยังคงต้องทำต่อเนื่องคือการเพิ่มยอดขายและสร้างความยั่งยืนทางรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งหมายถึงการมองหาธุรกิจเพิ่มเติมที่กำลังศึกษาแนวทางอยู่ ว่าจะมีอะไรที่เหมาะสมกับอนาคต โดยยังคงให้ความสนใจกับธุรกิจด้านการแพทย์ และสิ่งที่มองคือแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรเรื่องสุขภาพก็เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความใส่ใจดูแล

    สมพงษ์ปิดท้ายด้วยการตอกย้ำเรื่องการสื่อสารว่าเป็นความท้าทายที่ยังต้องดำเนินการ “การให้คนรู้ ก็เป็นการสร้างตลาดทางอ้อม เมื่อเขารู้ก็ไปถามโรง-พยาบาล ทำให้เขารู้ว่ามีทางเลือก ว่าสามารถมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำให้เป็นที่รู้จักของโรงพยาบาลใหม่ๆ ผมเชื่อว่าหมอทุกคนมีจรรยาบรรณ ถ้ารู้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีและดีต่อชีวิตคนเขาก็อยากให้ ถ้าผู้ป่วยเรียกร้องหมอเรียกร้องก็จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี และเหนือสิ่งอื่นใด ผู้ป่วยควรได้สิ่งที่เขาควรได้ ก็เป็นความท้าทาย ในการสื่อสารที่ต้องวางแผนให้รัดกุม ไม่ให้ถูกโจมตี ว่ากำลังไปชี้นำหรือทำให้คนเข้าใจผิด”

  • Dec 14 , 2016

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เพื่อผนึกกำลังกันศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบการใช้ยานพาหนะร่วมกัน (Car Sharing) ในประเทศไทย ภายใต้โครงการ “Electric Vehicle Charging and Car Sharing Zones” หรือ Charge & Share ที่มหาวิทยาลัยฯ จัดขึ้น โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้นำรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i3 ซึ่งขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าโดยสมบูรณ์และปราศจากการปล่อยไอเสีย พร้อมด้วยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู 330e และบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e มาให้ทางมหาวิทยาลัยนำไปทดลองใช้ในโครงการดังกล่าว เพื่อศึกษาลักษณะการใช้งานซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในมหาวิทยาลัย และระบบ Car Sharing ของประเทศไทยในอนาคต

    มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “หนึ่งในพันธกิจที่สำคัญของบีเอ็มดับเบิลยูคือ ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ความสำเร็จของเราจึงสะท้อนอยู่ในนวัตกรรมการขับเคลื่อน ทั้งในระบบไฟฟ้าโดยสมบูรณ์และในระบบปลั๊กอินไฮบริด พร้อมกันนี้ เราได้ร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับทั้งภาครัฐและพันธมิตรภาคเอกชน ในการต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ผ่านการสนับสนุนการพัฒนาระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับยนตรกรรมไฟฟ้า และการติดตั้งสถานีชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า เรายินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ มจธ. ดำเนินโครงการนำร่อง Charge & Share และเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะนำประเทศไทยนำไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน”

    ผศ.ดร. ยศพงษ์ ลออนวล ประธานคลัสเตอร์วิจัยยานยนต์ มจธ. กล่าวว่า “Charge & Share เป็นโครงการนำร่องที่มีระยะเวลา 2 ปี ภายใต้ศูนย์ Lo-Ve หรือ Center of Low Carbon Vehicle ในคลัสเตอร์วิจัยยานยนต์ของ มจธ. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในรั้ว มจธ. ให้เป็นรูปธรรม และเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางมาเป็น Car Sharing เพื่อศึกษาพฤติกรรมของคนไทยในการใช้งานระบบดังกล่าวด้วย”

    ดร. วศิน เกียรติโกมล หัวหน้าโครงการ Charge & Share กล่าวว่า “ในโครงการ Charge & Share นั้น มจธ. ได้เปิดสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขึ้น โดยมีรถยนต์ให้บริการในรูปแบบ Car Sharing ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นรถยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู i3 จากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ซึ่งบุคลากรของมหาวิทยาลัยจะนำไปใช้ในงานราชการ พร้อมเก็บข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อศึกษาลักษณะการใช้งาน รวมถึงข้อจำกัดต่างๆ ของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ควบคู่กับการศึกษาพฤติกรรมของคนไทยในการใช้บริการระบบ Car Sharing และ EV Car Sharing เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และระบบ Car Sharing ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด* ในการช่วยบริหารจัดการระบบ Car Sharing ในการจองและคืนรถอีกด้วย”

    บีเอ็มดับเบิลยู i3 เป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ และถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคแห่งยนตรกรรมระบบไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแท้จริง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระบบส่งกำลัง บีเอ็มดับเบิลยู eDrive พร้อมด้วยการออกแบบภายใต้เทคโนโลยี บีเอ็มดับเบิลยู EfficientDynamics จึงไม่เพียงปราศจากการปล่อยไอเสีย แต่ยังมอบประสบการณ์ความเงียบขณะขับขี่ที่แทบเรียกได้ว่าไร้เสียง ซึ่งทำให้ บีเอ็มดับเบิลยู i3 จึงได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมและด้านการดีไซน์แห่งปี พ.ศ. 2557 หรือ 2014 World Green Car of the Year และ 2014 World Car Design of the Year

    สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดในรุ่น BMW X5 xDrive40e และ BMW 330e นั้น ได้นำพลังของมอเตอร์ไฟฟ้ามาใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และสามารถเลือกนำมาขับขี่ในตัวเมืองได้โดยไม่ปล่อยมลภาวะออกจากท่อไอเสีย แบตเตอรี่ของรถสามารถชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดย BMW X5 xDrive40e จะใช้เวลาชาร์จด้วยไฟบ้านราว 3 ชั่วโมง 50 นาที มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 31.3 กิโลเมตรต่อลิตรและลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 76 กรัมต่อกิโลเมตรขณะที่ BMW 330e จะชาร์จไฟได้เต็มในเวลาราว 3 ชั่วโมง มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 41.7 กิโลเมตรต่อลิตรและลดระดับมลภาวะในการขับขี่กับอัตราการปล่อย CO2 ที่ 57 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น