เสวนาระดมความคิด : การศึกษากับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ตอน การเรียนสายอาชีพกับอนาคตของภาคอุตสาหกรรมไทย

 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ จัดงานสัมมนาและเสวนาระดมความคิด ในหัวข้อ  วาระประเทศไทย : การศึกษากับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ  ตอน การเรียนสายอาชีพกับอนาคตของภาคอุตสาหกรรมไทย   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมความคิด  เกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาความไม่สมดุลของระบบการศึกษาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันกับภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ  ที่มาร่วมนำเสนอข้อมูลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ต่อกรณีปัญหาความต้องการแรงงานทักษะในภาคอุตสาหกรรม  พร้อมให้ข้อเสนอแนะและทางออกของปัญหาที่จะทำให้เกิดสมดุลทางการศึกษา สามารถผลิตบุคลากรได้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม  รวมถึงเส้นทางความก้าวหน้าของนักศึกษาที่เลือกเรียนในสายอาชีพ  ซึ่งจะสร้างมุมมองและทัศนคติใหม่ ให้เกิดขึ้นกับนักศึกษาสายวิชาชีพในทุกมิติอย่างรอบด้าน โดยงานจัดขึ้น  ณ หอประชุมสำนักงานอธิการบดี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เวลา 08.30 - 13.30 น. ของวันที่ 11 มิถุนายน  2558 ที่ผ่านมา 

 

เปิดตัว ‘เอ็นแล็บ’ เครือข่ายโปรดักชั่นเฮาส์อินเตอร์ พร้อมเป็นตัวกลางนำคอนเทนท์ไทย สู่ตลาดโลก

 

 

บริษัท เอ็นเตอร์เทนเมนท์ แล็บ จำกัด หรือ   ‘เอ็นแล็บ’   โปรดักชั่นเฮ้าส์ระดับสากลโดยมันสมองของ “นักยุทธศาสตร์ทางคอนเทนท์” ได้ฤกษ์เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจน มุ่งมั่นสู่ธุรกิจนักสร้างสรรค์และจัดจำหน่ายคอนเทนท์สู่ตลาดโลก ด้วยการสร้างแบรนด์เพื่อเป็นผู้เล่นระดับสากล  เน้นสร้างโอกาสให้ content partner ผู้ประกอบการรายกลางและผู้ประกอบการรายเล็กที่ขาดโอกาส ไม่สามารถแข่งขันหรืออยู่รอดได้ในตลาดไทย  แต่สามารถสร้างรายได้และเติบโตจากตลาดต่างประเทศ   พร้อมทั้งเป็นการต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มให้กับสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลรายใหม่ เผยกลยุทธ์ และเป้าหมายที่ชัดเจน  ขยายธุรกิจโดยเฉพาะธุรกรรมกับต่างประเทศ ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1. กำหนด Positioning ใหม่เป็น ‘Strategic Content Business Partner’ มุ่งเน้นพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์  2. ‘Strategic IP creation & production’ มุ่งเน้นการสร้างสรรค์และผลิตงานคุณภาพที่มีลิขสิทธิ์สู่ตลาดโลก  3. ‘Strategic business territoty’ มุ่งเน้นตลาดที่มีมูลค่าและผลประโยชน์สูง และผู้บริหาร “เอ็นแล็บ” มีความเชื่อมั่นว่าการกำหนดตำแหน่งทางธุรกิจ (positioning) ให้เป็น ‘Strategic Content Business Partner’ โดยมุ่งเน้น 3 ด้าน คือ รายการและ content ที่เป็นมาตรฐานสากล  สร้างรายได้หลักจากตลาดนอกประเทศไทยและสร้างสรรค์โอกาสทางธุรกิจให้กับ content partner ทุกราย  จะประสบความสำเร็จและสร้างชื่อในฐานะผู้ประกอบการ ในธุรกิจระดับสากลได้ภายใน 3 ปี  

CAT เตรียมพร้อมซีเกมส์ 2015 เปิดมิติใหม่การถ่ายทอดสดระหว่างประเทศผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำครั้งแรกของเมืองไทย

 

CAT เตรียมความพร้อมเชื่อมโยงสัญญาณถ่ายทอดสดการแข่งชันกีฬาซีเกมส์ 2015 ส่งตรงจากสิงคโปร์ผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศครั้งแรกของเมืองไทย โดยปีนี้ CAT ได้สร้างมิติใหม่สำหรับการถ่ายทอดสัญญาณสดระหว่างประเทศ ด้วยการรับ-ส่งสัญญาณภาพและเสียงผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศด้วยแบนด์วิธกว่า 100 Mbps รวม 3 ระบบ ได้แก่ TIS, SMW3 และ SMW4 ที่จุดขึ้นบกสถานีเคเบิลใต้น้ำ CAT จ.สงขลา และ จ.สตูล  ซึ่งสามารถรับ-ส่งสัญญาณความละเอียดสูงระดับ Full HD ให้ผู้ชมได้เพลิดเพลินกับภาพและเสียงที่มีความคมชัด   ในระหว่างวันที่ 5–16 มิถุนายน 2558 นี้

LA MONDE SKINCARE PERFECT FACIAL

 

ลา มอน สกินแคร์ เพอร์เฟกต์ เฟเชียล ผลิตภัณฑ์ยกกระชับใบหน้าให้เต่งตึงได้รูปทรงที่สมบูรณ์แบบและกระชับรูขุมขนให้ผิวหน้าเรียบเนียนน่าสัมผัส บำรุงและฟื้นฟูทุกชั้นผิวให้แลดูอ่อนกว่าวัยอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มความนุ่มชุ่มชื้นและกระจ่างใส ให้คุณมั่นใจกับใบหน้าที่เพอร์เฟกต์ตลอดทั้งวัน เพียงหยด PERFECT FACIAL SERUM 1-2 หยดลงบนนิ้วที่ถนัด ลูบไล้ให้ทั่วใบหน้า สามารถทาเพิ่มเติมเพื่อเน้นบริเวณที่ต้องการได้ รอจนกว่าซีรั่มจะซึม จากนั้นตามด้วยหยด PERFECT FACIAL EMULSION 1-2 หยดลงบนนิ้วที่ถนัดทาให้ทั่วใบหน้าเช่นกัน ใช้เป็นประจำทุกวันในเวลาเช้าและก่อนนอน

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดตัวรายการใหม่ “ชุมชน ช่างคิด”

นางสาวนันทิยา  สว่างวุฒิธรรม อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ให้เกียรติเป็นประธาน เปิดตัว รายการ “ชุมชน ช่างคิด” จะเริ่มออกอากาศในวันที่ 31 พฤษภาคม – 9 สิงหาคม ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เวลา 16.00 -17.00 น. โดยเป็นโครงการชุมชนต้นแบบสืบสานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยคัดเลือก 10 ชุมชน จากทั่วประเทศ เพื่อนำเสนอโครงการของแต่ละชุมชนในการนำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ การบริการ หรือการแสดงออกทางวัฒนธรรมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเพื่อสร้างรายได้และความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ณ ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพระราม 9

MAGAZINE

 

 

 



Biz Move

  • Jun 27 , 2016

     

    เอไอเอส เปิดตัวนวัตกรรมแอปพลิเคชั่นใหม่ “Safe & Care” ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัว ให้ลูกค้าสามารถดูแลการใช้งานมือถือของสมาชิกในครอบครัวได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งดูแลเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชีวิตได้ตลอดเวลาแม้อยู่ห่างไกล จัดเต็มฟังก์ชั่นการใช้งานครบทุกอย่างในแอปฯ เดียว เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งมี Key Function หลักๆ คือ Family Location รู้ตำแหน่งแบบ Real Time , Geo-Fencing แจ้งเตือนเมื่อเข้า-ออก พื้นที่ ที่กำหนด , Check-Ins แชร์ตำแหน่งปัจจุบันให้คนที่ห่วงใยคุณ , Family Alert ขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อต้องการ , Parental Controls ตั้งค่าการใช้งานแอปพลิเคชั่นและการโทรเข้า-ออก , Phone Security แสดงตำแหน่งล่าสุดของเครื่อง ลบ หรือบล็อกข้อมูล กรณีเครื่องสูญหาย ซึ่งประโยชน์ในการใช้แอปพลิเคชั่น “Safe & Care” จะเน้นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาระยะยาวกับคนที่เรารักและห่วงใยใน 2 ด้านหลักๆ ได้แก่ ดูแลสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กๆ ให้ใช้งานมือถืออย่างเหมาะสม ดูแลความปลอดภัยในการใช้ชีวิตของสมาชิกในครอบครัวทั้งเด็กและผู้สูงอายุ โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก 2ผู้บริหารเอไอเอส นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล และนายสุวิทย์ อารยะวิไลพงศ์ ร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้แอพพลิเคชั่น และที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานนี้ คือ การมาแชร์ประสบการณ์การใช้แอปพลิเคชั่นใหม่ “Safe & Care” ในการดูแลสมาชิกในตรอบครัว จาก เปิ้ล นาคร ศิลาชัย

    ลูกค้าเอไอเอสสามารถดาวน์โหลดแอป “Safe & Care” มาไว้บนมือถือได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยมีโปรโมชั่นสุดคุ้ม สมัครแพ็กเกจวันนี้ในราคาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 49 บาท รับสิทธิ์ใช้งานฟรีเดือนที่ 2 และเดือนที่ 3 เพียงกด *629*1#แล้วกดโทรออก พิเศษสำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด ใช้งานฟรี 2 เดือนแรกทันที เพียงกด *629*41# แล้วกดโทรออก หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th

     

  • Jun 27 , 2016

     

              EXIM BANK เปิดบริการใหม่ “ประกันส่งออกทันใจ SMEs” ตอบโจทย์ผู้ประกอบการระดับกลางและย่อย(SMEs) อนุมัติรวดเร็วทันใจภายใน 1 วัน รองรับวงเงินประกันสูงถึง 1 ล้านบาทกรณีไม่ได้รับชำระค่าสินค้าจากผู้ซื้อต่างประเทศ คาดการณ์ปีนี้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น 20 % พร้อมรับประกันการส่งออกกว่า 135 ประเทศทั่วโลก

              พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย(EXIM BANK) กล่าวว่า ในสภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกยังซบเซา แต่โอกาสทางการค้ายังมีอยู่มาก ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ SMEs มักจะมีเงินทุนที่จำกัด เครื่องมือที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ส่งออกไทยชนิดหนึ่งคือ การทำประกันการส่งออกทุกครั้งที่ส่งสินค้าออก เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ

             EXIM BANK จึงพัฒนาบริการใหม่ ภายใต้ชื่อ“ประกันส่งออกทันใจ SMEs” (Instant SMEs Export Insurance) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ส่งออก SMEs ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการสมัคร อนุมัติ และความคุ้มครองผู้ซื้อโดยเฉพาะรายที่อาจเพิ่งรู้จักและยังไม่คุ้นเคย

     

     

             ประกันส่งออกรูปแบบใหม่นี้สมัครง่าย อนุมัติภายใน 1 วัน และคุ้มครองทันที่ที่ได้รับอนุมัติในอัตรา 85% ของความเสียหายกรณีผู้ซื้อต่างประเทศไม่ชำระค่าสินค้า และความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศของผู้ซื้อ ทั้งนี้ EXIM BANK จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนทันทีจากกรณีผู้ซื้อล้มละลาย และจ่ายภายใน 120 วันกรณีผู้ซื้อปฏิเสธการชำระเงิน พร้อมทั้งยังรับประกันการส่งออกกว่า 135 ประเทศทั่วโลก บริการนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่มีแผนจะส่งออกโดยมีมูลค่าการส่งออกในแต่ละครั้งไม่สูงมาก หรือไม่ได้รับคำสั่งซื้อเป็นประจำ

             พร้อมกันนี้ EXIM BANK  จัดโปรโมชั่นลดค่าเบี้ยประกันสำหรับผู้ซื้อ 2 รายแรกในกรมธรรม์ จากราคาเต็ม 3,000 บาทต่อผู้ซื้อ 1 รายลดเหลือ 1,500 บาท ณ บูธ EXIM BANK ในงานออกบูธของธนาคารตลอดปี 2559

            ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนของ EXIM BANK ตั้งแต่ปี 2538 ถึงเดือนพฤษภาคม 2559 ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า (78%) รองลงมาคือ ผู้ซื้อล้มละลาย (20%) และผู้ซื้อปฏิเสธการรับมอบสินค้า (2%) หากแบ่งตามประเภทอุตสาหกรรม 49% เป็นสินค้าประเภทอัญมณีและเครื่องประดับ รองลงมาได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง (10%) อาหารกระป๋อง (8%) เฟอร์นิเจอร์ (6%) แผงระบายความร้อนรถยนต์ (4%) และอุตสาหกรรมอื่นๆ (23%) ส่วนประเทศผู้ซื้อที่ EXIM BANK มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนส่วนใหญ่ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และมาเลเซีย

  • Jun 24 , 2016

     

             เอสซีจี เคมิคอลส์ นำเสนอการทำงานของ “หุ่นยนต์ตรวจสอบความหนาของถังขนาดใหญ่สำหรับเก็บปิโตรเลียมและปิโตรเคมี” (Storage Tank Inspection Robot) จาก เอสซีจี เคมิคอลส์ ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพการทำงานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ให้แก่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ รับฟังพร้อมทดสอบประสิทธิภาพ ณ ทำเนียบรัฐบาล

           สำหรับนวัตกรรมหุ่นยนต์ตรวจสอบอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยนี้ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมซึ่งเอสซีจี เคมิคอลส์ คิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสอดคล้องกับแนวทาง Industrial 4.0 และแผนงาน S-Curve ที่ภาครัฐให้การส่งเสริม

 

School Move

  • Jun 22 , 2016

    สถาบัน ลีด บิซิเนส เปิดตัวหลักสูตรผู้นำธุรกิจระดับโลก (Global Business Leaders) หรือ GBL อย่างเป็นทางการ โดยมี 50 ผู้บริหารไทยเข้าร่วมในครั้งนี้ เพื่อสร้างเครือข่ายนักธุรกิจชั้นแนวหน้ารับมือการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคโลกสากล ตามเจตนารมณ์ผู้ร่างหลักสูตร ดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกิตติคุณของสถาบันฯ  ซึ่งหลักสูตร Global Business Leaders (GBL) มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารไทยให้มีความเป็นผู้นำและความแข็งแกร่งทัดเทียมกับระดับสากล โดยความร่วมมือกับวิทยาลัยอุตสาหกรรมและแรงงานสัมพันธ์ (The Industrial Labor Relations School – ILR) ของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University)  จากสหรัฐอเมริกา ในการส่งวิทยากรระดับโลกมาบรรยาย ควบคู่กับวิทยากรชั้นนำทางธุรกิจ โดยเน้นองค์ความรู้ในหลักสูตรที่ครอบคลุมแนวความคิด และทฤษฎีทางธุรกิจใหม่ๆ รวมไปถึงเกร็ดความรู้และประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูง ทั้งภาครัฐและเอกชน                   

  • Jun 15 , 2016

    นักศึกษาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คว้าสองรางวัล ได้แก่ รางวัลความสวยงาม และรางวัล presentation จากงาน ASIA BRICOM 2016 หรือ การแข่งขันสะพานเหล็กจำลอง ครั้งที่ 9 ณ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีโตเกียว (Tokyo institute of Technology) ประเทศญี่ปุ่น เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติสืบเนื่องมาจากสถาบัน Tokyo institute of Technology ได้มีการริเริ่มจัดการแข่งขันสร้างสะพานจำลองแห่งประเทศญี่ปุ่น (BRICOM JAPAN) ขึ้น  และต้องการเผยแพร่กิจกรรมการแข่งขันให้เป็นสากลในระดับภูมิภาคทวีปเอเซีย จึงทำความร่วมมือกับประเทศไทย และไต้หวัน ในการจัดการแข่งขันสะพานเหล็กจำลองแห่งเอเชียขึ้นในระดับนานาชาติ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยให้มีตัวแทนจากสถาบันการศึกษาในระดับปริญญาตรีทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียที่มีการเรียนการสอนในสาขาวิศวกรรมโยธาเข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมทั้งให้แต่ละสถาบันการศึกษาเวียนกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 

  • May 31 , 2016

     

    สถาบันบุนกะแฟชั่น (Bunka Fashion Academy) โรงเรียนเครือข่ายของ Bunka Fashion College ประเทศญี่ปุ่น โรงเรียนสอนออกแบบและตัดเย็บแฟชั่น อันดับ 2 ของโลก ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับระดับโลก ที่ก่อตั้งมายาวนาน กว่า 93 ปี และเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการผลักดันให้กรุงโตเกียว ก้าวเป็น 1 ใน 5 มหานครแฟชั่นของโลกในปัจจุบัน

    งาน “BUNKA 9th Graduation Fashion Show”  เป็นงานพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้สำเร็จการศึกษา และ Fashion Show ในปีนี้คือนักเรียนที่จบการศึกษาของสถาบันฯ นับเป็นรุ่นที่ 9  ซึ่งทุกคนได้ใช้ความรู้ความสามารถ ตลอดระยะเวลา 2 ปี ในการรังสรรค์ผลงาน จากจินตนาการและแรงบันดาลใจด้วยตนเอง ในทุกรายละเอียด ทุกฝีเข็ม สู่ผลงานจบการศึกษาที่น่าภาคภูมิใจ กว่า 100 ผลงาน

     

     

Management

  • Apr 19 , 2016

    1. สถานการณ์...แห่งสายลมโลกใบนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะของสิ่งที่เรียกว่า “กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แปรปรวน” (The wind of change) และพยายามที่จะแสวงหาการเติมเต็มด้วย “ภูมิปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (The Wisdoms for change)

  • Feb 29 , 2016

    ชีวิตคือการเดินทาง...และทุกครั้งของการเดินทางคือการเรียนรู้...ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าชีวิตคนเรานั้นเป็นการเรียนรู้อยู่เสมอ

    เมื่อต้นปีนี้...เป็นการเดินทางที่ไปเป็นแขกรับเชิญงานรับปริญญาของนักศึกษาปริญญาโท-เอกของ Kingston University ที่กรุงลอนดอน

  • Feb 26 , 2016

    ช่วงกว่าสองทศวรรษมานี้ คณะบริหารธุรกิจทั่วโลกถูกตั้งคำถามจากประชาสังคมอย่างหนักว่า จัดการศึกษากันอย่างไร โลกจึงเต็มไปด้วยนักธุรกิจทุนนิยมสุดโต่งที่นำพาให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคอันเป็นผลจากธุรกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ หรือการฉกฉวยประโยชน์ระยะสั้นโดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืนบนพื้นฐานอันดีงาม

 
 

Cool Case

  • Jun 23 , 2016

           

            จากแนวคิดที่ อยากให้อาคารสำนักงาน  มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายและครบวงจร เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆ วันของผู้เช่าภายในอาคาร และใกล้เคียง วิคเตอร์คลับเดินหน้าทุ่มงบ 40 ล้านบาท เปิดตัว ‘วิคเตอร์คลับ สาทรสแควร์’ (Victor Club - Sathorn Square) สาขาที่ 2 ซึ่งทำให้ดีมานต์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปีนี้ โดยการเน้นย้ำจุดขายด้านราคา และการบริการ ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางศูนย์กลางธุรกิจ ตกแต่งด้วยดีไซน์ที่สวยงาม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย

            หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดดำเนินการ วิคเตอร์คลับ ที่ ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ไป เมื่อปี 2555 วิคตอเรีย คลับ จึงเริ่มพัฒนาจากอาคารสำนักงานหันมาปรับทำธุรกิจแนวใหม่ปัจจุบันเป็นสาขาที่ 2  เพื่อต่อยอดบริการระดับพรีเมี่ยมในด้านดังกล่าว และสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ด้วยธุรกิจบริการให้เช่าสถานที่เพื่อการจัดงานขนาดเล็ก เป็นการประหยัดเวลา การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ จัดประชุม สัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์ ถ้ามองในแง่ธุรกิจปัจจุบัน ห้องแบบจัดเลี้ยง จัดสัมมนาส่วนใหญ่มีการเปิดให้เช่าตามโรงแรมหรูระดับ 3 ดาวขึ้นไปเท่านั้น การปรับเปลี่ยนอาคารสำนักงานให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งในแง่ธุรกิจเป็นการเจาะกลุ่มตลาดผู้เช่าภายในอาคาร จึงสามารถตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้ได้มากขึ้นและรวดเร็ว อีกทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจด้วย

            ด้านมุมมองต่อเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจบริการให้เช่าสถานที่ ปิยะวัลย์ สร้อยน้อย กล่าวแสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า “ปัจจุบันรูปแบบการจัดงานของประเทศไทย  เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม มีการทำในลักษณะปรับตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะราย (Customization) เพื่อเหมาะสมกับแต่ละกลุ่มมากขึ้น อาทิ การจัดขายสินค้าเฉพาะกับลูกค้า VIP, การจัดเวิร์คช็อปที่มีการแบ่งตามระดับ (Level) ของผู้เข้าร่วม จึงมีแนวโน้มที่จะใช้พื้นที่ในการจัดงานที่เล็กลงกว่าในอดีต ขณะเดียวกันภาพลักษณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องทันสมัย โดยเฉพาะเรื่องระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่ง ‘วิคเตอร์คลับ’ ได้ใส่ใจและพัฒนาส่วนนี้ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค”

           “และในปีนี้ถือเป็นปีที่ธุรกิจบริการเช่าสถานที่มีสัญญาณเป็นบวกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจแรกเริ่ม (Startup Business) และกลุ่มอาชีพอิสระ (Freelance) เช่น นักลงทุน ที่มีอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากสตาร์ทอัพจะเป็นกระแสที่คนรุ่นใหม่หันมานิยมมากขึ้นด้วยวัฒนธรรมการเป็นเจ้าของธุรกิจ บวกกับกระแสนักลงทุนที่หันมาลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ จะยิ่งสร้างความคึกคักให้แก่ธุรกิจบริการเช่าสถานที่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 70% ต่อปี”

     

            สิ่งที่เห็นในปี 2559 การพัฒนาธุรกิจในเช่าสถานที่มีการเติบโตขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดธุรกิจแบบ Co-working Space มีการบริการให้เช่าสถานที่ห้องทำงานหรือแม้แต่ห้องประชุมและห้องสัมมนาแบบขนาดไม่ใหญ่มาก หรือแม้แต่การปรับอาคารสำนักงานให้ครบวงจร อย่างวิคเตอร์ คลับ เพราะด้วยความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยนี้ ความสะดวกสบายมีอุปกรณ์ที่ครบครัน จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนได้มากขึ้น

     

  • Jun 06 , 2016

    หนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดของไทยจากการจัดอันดับของฟอร์บส์ ปี 2008 คุณวิกรม กรมดิษฐ์  มีชีวิตวัยเด็กที่ลำบากและต้องดิ้นรน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนจนประสบความสำเร็จ

     

    ด้วยความมุมานะ คุณวิกรมได้สร้างแผนลงทุนที่เป็นธุรกิจแรกของตัวเองขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะงานของเขาทำให้เขาต้องพบกับอุปสรรคอีกอย่าง นั่นก็คือภาษาอังกฤษ เพราะในขณะที่เขาได้ร่วมงานกับชาวต่างชาตินั้น เขาพบว่าเขาไม่สามารถพูดคุยกับผู้ร่วมงานได้อย่างเข้าใจ

    การที่เขาพบกับปัญหานี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่าการสื่อสารที่ไม่เข้าใจอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเขาได้ เขาจึงตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเรียนภาษาอังกฤษให้เชี่ยวชาญให้ได้ จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่เคยหยุดที่จะฝึกฝนและเรียนภาษาอังกฤษเลยเป็นระยะเวลา 3 เดือนจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาสามารถติดต่อธุรกิจกับต่างชาติและได้รับใบอนุญาตการส่งออกจากคณะกรรมการอาหารและยาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทุกวันนี้คุณวิกรมสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและคล่องแคล่ว

    ทรัพย์สินของคุณวิกรมมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมกว่า 900 แห่ง และบริษัทที่มีมูลค่าที่สามารถคิดเป็น GDP ต่อปีของไทยได้ถึง10%  ความลับสู่ความสำเร็จของเขาคือการลงทุนไปกับการเรียนรู้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ความอดทน และความซื่อสัตย์ ที่นำไปใช้กับการปรับตัวในสภาพแวดล้อมและองค์กรใหม่ๆ ในการทำงาน

     

    คนหนุ่มสาวในเอเชียต้องเก่งภาษาอังกฤษเพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการทำงาน              

    จากการวิจัยของ International Herald Tribune ปี 2007 พบว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มากกว่า 400 ล้านคน ในขณะที่อีก 300 ถึง 500  ล้านคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง  นั่นเท่ากับว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษในปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 1.5 พันล้านคนบนโลก

    ภาษาอังกฤษคือกุญแจสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาว เพราะภาษาอังกฤษถือว่าเป็นอาวุธที่มีประโยชน์มากในสนามแข่งขันของการหางาน และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

    นอกจากนั้น ตลาดเอเชียกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในเศรษฐกิจโลก มีความต้องการบุคลากรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทำการติดต่อกับบริษัทต่างชาติ การไม่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษที่เป็นอุปสรรคในการติดต่อกับต่างชาติ จึงอาจเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จของธุรกิจได้ แม้คุณจะยุ่งจากงานหรือการดูแลครอบครัวมากแค่ไหน แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องหาเวลาในการฝึกภาษาอังกฤษให้เพียงพอ ซึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถช่วยคุณให้สามารถเรียนภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพได้

     เพียงใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คหรือสมาร์ทโฟนเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็ทำให้คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ ด้วยเวลาเรียน โมงเช้าถึงเที่ยงคืนทุกวัน สอนโดยอาจารย์เจ้าของภาษาจากยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา ผ่านห้องเรียนออนไลน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อช่วยในกระบวนการเรียนรู้ให้รู้สึกเสมือนจริง นอกจากนั้น คุณไม่จำเป็นต้องรอเวลาเข้าเรียน คุณสามารถเริ่มเรียนได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นการสมัครและการทดสอบ

    นวัตกรรมการเรียนการสอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และ TOPICA ถือเป็นผู้นำด้านการให้บริการการศึกษาออนไลน์ในภูมิภาค โดย TOPICA Edtech Group ให้บริการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ผ่านโปรแกรมที่มีชื่อว่า TOPICA Native ที่ทำให้คุณสามารถร่วมประสบการณ์ครั้งแรกของโลกด้วยการเรียนผ่าน Google Glass โดยมีนักเรียนจำนวนมากที่สามารถพัฒนาทักษะด้านการพูดและทำคะแนนได้มากถึง 300 ถึง 1000 คะแนน หลังจากเรียนเพียงหนึ่งคอร์ส และส่วนมากมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

     

    คลิก: http://english.topicanative.asia/ เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

     

     

  • May 16 , 2016

    “พ่อเป็นช่างตัดสูท ไม่ชอบให้ลูกใส่ยีนส์ ดูไม่ดี แล้วบอกว่าอยากใส่ก็ทำเอง ตั้งแต่นั้นก็เริ่มตัดยีนส์มาเรื่อยๆ จนถึงระดับที่เพื่อนอยากจะซื้อ”

     

    เบน เวียเพียนา (Ben Viapiana) ช่างตัดยีนส์ที่เกิดในแคนาดา แต่มาอยู่เมืองไทยจนพูดไทยชัดถ้อยชัดคำเล่าอดีตให้เราฟังสั้นๆ

     

    ร้านรับตัดยีนส์ตามออร์เดอร์ของเบนชื่อเหมือนนามสกุลของเขาคือ Viapiana ตอนแรกเปิดร้านแถวปุณณวิถี ต่อมาย้ายมาอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 โดยสาเหตุที่เขามาเปิดร้านในไทยเพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจ เห็นความพร้อมในด้านวัสดุ เครื่องจักร ช่างซ่อมจักร และไม่ต้องลงทุนทำร้านแพงแบบเมืองนอก

     

     

    “จริงๆ ประเทศไทยมีทุกอย่าง แต่คนไทยอาจจะหาไม่เจอ มองไม่เห็น เพราะคุณเกิดที่นี่ แต่ผมอยู่ที่นี่ ผมเห็นโอกาส แล้วสังคมยีนส์ที่นี่ใหญ่ มันมีโอกาสเยอะ”

     

    เบนเป็น Custom jeans tailor ที่ตัดกางเกงยีนส์ใส่เองมาตั้งแต่วัยรุ่น และถ้าใครจะเป็นลูกค้าของเขา อย่าสั่งคราวละมากๆ แบบยีนส์เหมาโหล

     

    “เอางี้ ถ้าผมอยากขายเยอะๆ ไปสยามแล้ว แต่ผมไม่อยากขายเยอะๆ ผมตรงข้ามกับ mass แต่อยู่ตรงนี้ อยู่ในที่ที่คนมาหาได้ และถ้าคุณมาแล้วสั่ง 30 ตัว ผมไม่ขายหรอก แต่ถ้าคุณมาสั่งตัวนึงแล้วอยากใส่จริงๆ ผมทำให้ ผมเป็น tailor-made รับสั่งตัด คุณมา คุณอยากได้ของ คุณเลือก ผมทำ ใช้เวลาตัวนึง ตัวครึ่งต่อวัน ตอนนี้ก็มีคิวอยู่ ถ้าสั่งต้องรอ 2 อาทิตย์ แต่ถ้าสั่งออนไลน์ก็ต้องใจกล้า ต้องมั่นใจในการวัด

    ตัวเองให้เป็น” เบนกล่าว

     

     

    Uniqueness of Viapiana

     

    กางเกงยีนส์ของเบนจะมีความพิเศษตรงที่ลูกค้าสามารถเลือกวัสดุที่ชอบมามิกซ์ในยีนส์ตัวเดียวกันได้ เช่น ต้องการผ้ายีนส์แบบใด สีใด อยากติดกระดุมแบบไหน ต้องการตะเข็บแบบใด โดยวัสดุต่างๆ ที่มีให้เลือกในร้านและบนเว็บนั้น มีทั้งที่ซื้อในไทย สั่งซื้อและฝากเพื่อนซื้อจากเมืองนอก เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ซึ่งเมื่อลูกค้าเลือกวัสดุแล้ว วัดตัวแล้ว เบนก็จะตัดกางเกงยีนส์เอง 

     

     

    “ผ้ายีนส์ ปกติคนมองเห็นแต่สีน้ำเงิน ไม่รู้ว่าต่างกันยังไง แต่ยีนส์มีการแยกตามน้ำหนักและความแน่นของผ้า และผมมีผ้า 50 กว่าแบบ มีหลายสี หลายเฉด ไม่ใช่แค่สี indigo เท่านั้น แต่ยังมีสีเขียว สีเทา และมาจากหลายที่ในโลก ถามว่ายีนส์ที่ไหนดีสุด ที่ญี่ปุ่น ผมจึงมีผ้ายีนส์ญี่ปุ่นเยอะ ส่วนกระดุมกับ rivets สามารถใช้ปนกันหลายประเทศ แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ของไทยและญี่ปุ่น เพราะของไทยซื้อจำนวนน้อยได้ ส่วนของญี่ปุ่นมีสีสวยงาม เส้นด้ายก็ใช้ของบริษัทอังกฤษที่ผลิตในไทย ข้อดีของการเลือกของที่ผลิตในไทยคือ ยอดไม่ต้องสูงมากก็ซื้อได้ 

    ต่างจากอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น ที่ต้องซื้อทีละหลายโหล”

     

    เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ เป็นชุดประจำตัวที่เรียบง่ายและสร้างเอกลักษณ์ให้เบน เพราะเขาใส่ทุกวันด้วยความชอบและความภาคภูมิใจ เพราะถ้าไม่รักไม่ชอบ คงอยู่กับยีนส์ทุกวันไม่ได้

     

    “คนที่เบื่อง่ายทำงานแบบนี้ไม่ได้ บางคนทำธุรกิจเพื่อเงิน เขาคิดว่าสิ่งที่จะซ่อมปัญหาคือ เงิน จึงทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้เงิน แต่ผมมองว่าเงินมันมีทุกที่ เดี๋ยวก็มา ไม่ต้องรีบหา ให้ทำในสิ่งที่คุณรัก แล้วเงินก็จะมาหาเอง” 

     

     

    Passion ของการได้ทำงานที่รักนั้น ทำให้เบนมีความสุข แต่ในเรื่องความสนุก เขาบอกว่าสนุกที่ได้เจอโจทย์ใหม่ๆ ที่ลูกค้าต้องการให้คัสตอมเมดอยู่เสมอ เป็นสีสันของการทำงานพร้อมๆ กับความท้าทายว่าจะทำได้ถูกใจลูกค้าหรือไม่ เช่นที่เคยมีคนนำลีวายส์ ปี 1933 มาที่ร้าน บอกว่าเอาดีเทลแบบนี้เป๊ะ ซึ่งการที่เขาชอบทำงาน accurate หรือเป๊ะตามรายละเอียดที่สั่ง จึงรับทำ และลูกค้าก็ชื่นชอบ

     

    “ถ้าทำให้เขาได้ เขาเป็นลูกค้าเรานิจนิรันดร์แล้ว”

     

    เมื่อถามถึงกลุ่มเป้าหมายของ Viapiana เบนบอกว่ามี 3 กลุ่ม 

     

    กลุ่มแรก คนรักยีนส์ คนที่อยากได้ยีนส์ที่มีดีเทลต่างๆ

    กลุ่มที่สอง ลูกค้าที่มีร่างกายพิเศษ เช่น คนอ้วนมาก คนที่ตัวเล็กมากๆ

    กลุ่มที่สาม คนที่รักงานสั่งตัด เป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยสนเรื่องแบรนด์ อยากได้อะไรเป็นของตัวเอง 

     

     

    ลูกค้า Viapiana กระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เมื่อสอบถามราคาขั้นต่ำของสินค้า เบนบอกว่าขึ้นอยู่กับการเลือกวัสดุและความต้องการ ซึ่งหลังจากที่เขาตัดกางเกงยีนส์ให้ลูกค้าแล้ว ยังรับซ่อมยีนส์ตามอายุ ตามเหตุผลของการใช้งาน และยีนส์บางตัวที่ลูกค้าใส่แล้วแต่สวยถูกใจ เบนก็จะขอซื้อคืน

     

    ถามถึงความชอบของลูกค้าคนไทย เบนตอบว่า คนไทยติดแบรนด์ แม้ว่าจะมีคนสนใจงานแฮนด์เมดบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยซื้อ เพราะมักจะเจอคำถามจากเพื่อนว่า แบรนด์อะไร ดูไม่รู้ว่าของอะไร คนไทยจึงไม่นิยมใช้สินค้าแฮนด์เมด

     

     

    "ยีนส์" ที่ทำให้ยิ้มได้

     

    ออร์เดอร์ที่เข้ามาส่วนใหญ่ของเบนมาจากการบอกต่อ (Word of mouth) จากคนที่เขียนลงเว็บไซต์ เว็บบล็อก และถ้าใครได้ไปเยือนที่ร้านของเขา ก็จะเห็นห้องที่ทอดตัวตามแนวยาว เต็มไปด้วยด้ายสารพัดสี ผ้ายีนส์สารพัดแบบ และจักรเย็บผ้าที่เรียงรายเป็นแถว

     

    “ผมทำแบบคลาสสิก ก่อนที่ผมทำเนี่ย ผมก็ขัดส้วมเป็นอาชีพอยู่ที่เมืองนอก เก็บเงินซื้อจักรแล้วก็ทำเลย ผมเห็นจักรแล้วชอบ ก็ซื้อเต็มที่ เห็นของละไม่ซื้อไม่ได้ เป็นของสะสมด้วย Singer, Dürkopp Adler ทุกตัวใช้ได้หมดนะ ปกติยีนส์ตัวนึงจะใช้จักร 14 คัน แต่ตอนนี้ ในร้านนี้มีเครื่องมือทั้งหมด 33 ชิ้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ใช้ทั้งหมด แต่มีไว้มันสนุก ฝีเข็มที่ออกมาจากจักรเก่าก็ไม่เหมือนกับจักรใหม่ มันเป็นศิลปะ”

     

    ในวันที่ MBA ไปสัมภาษณ์ เบนบอกเราว่ากำลังจะทำยีนส์ลำดับที่ 1,200 

     

    “ผมชอบที่ผมนั่งทำ และจะดีใจมากที่ได้ยินลูกค้าบอก ‘โอ้ว ใช่เลย’ อารมณ์ดีแล้ว พอแล้ววันนั้น รู้สึกดี” เบนพูดจบแล้วยิ้มกว้าง