ยุทธศาสตร์เชียงราย ยุทธศาสตร์ MBA แม่ฟ้าหลวง The ways to the TOP


 
alt
 
 

ปี 2553 นี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีอายุครบ 12 ปี หากเทียบกับชีวิตของคนคนหนึ่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็ยังเยาว์นัก แต่หากเทียบเคียงกับองค์กรธุรกิจแล้วล่ะก็ ถือว่าอยู่ในช่วงของการก่อร่างสร้างสมความเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพครบถ้วน รอบด้าน

 
 
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นเวลาของการวางรากฐาน บุกเบิก และพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแกร่ง ก่อนที่จะรุกก้าวเพื่อแผ่ขยายการเติบโตในรอบต่อไป ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างรากฐาน ก็คือ “ชื่อเสียง” ที่ถูกกล่าวขานมากขึ้นเรื่อยๆ และ “คุณภาพ” ของบรรดาบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่ทยอยออกมารับใช้สังคมและประเทศเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 
 
 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กระแสโลกาภิวัตน์ สังคมเศรษฐกิจ ประชาคมอาเซียน รวมไปถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงรายเอง บริบทเหล่านี้ ทำให้การพัฒนาในวงรอบต่อไปไม่ใช่เพียงการสานต่อนโยบายในยุคที่ผ่านมาเท่านั้น หากยังต้องวางแผนรับมือความเปลี่ยนแปลงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตร MBA ที่ทั้งรองรับความต้องการของชาวภาคเหนือและอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง  
 
 
ดังนั้น เบื้องหน้าทัศนียภาพที่สวยงามของมหาวิทยาลัยมแม่ฟ้าหลวง ภูเขาที่โอบล้อม และอุดมไปด้วยพื้นที่เขียวชะอุ่ม อากาศอันบริสุทธิ์ ซึ่งเมื่อได้มาเยือนแล้วล้วนไม่ผิดหวังกับความเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย หากเบื้องหลังภูมิทัศน์ที่งดงามแห่งนี้ ยังมีความแข็งแกร่งทางวิชาการ องค์ความรู้ การเรียนการสอน และความพร้อมในด้านต่างๆ ที่ไม่อ่อนด้อยไปกว่าสถาบันการศึกษาอื่น และพร้อมที่จะสร้าง “คน” สู่สังคมโลก
 
 
สร้างพลเมืองอาซียน-พลเมืองโลก
 
 
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 5 ปี ประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อันได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนม่า จะรวมตัวกันเป็น 1 ประเทศ
 
 
การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของไทย ย่อมก่อให้เกิดผลดีในแง่การสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มอาเซียน แต่แน่นอนว่า ภายใต้ความเข้มแข็งนี้ จำเป็นยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วย 
 
 
สถาบันการศึกษา หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเร็ว ทั้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนสู่สากล ให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อสร้างคนรองรับตลาดแรงงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังประเทศต่างๆ 
 
 
สำหรับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้นถือว่ามีความได้เปรียบจากความตั้งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติตั้งแต่แรกเริ่ม ที่นี่จึงมีการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักอยู่แล้ว ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญร่วม 12 ปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นการปูพื้นฐานที่ล้ำหน้าไปก่อนใครต่อใคร 
 
 
ขณะที่ความพร้อมในด้านวิชาการและอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า เพราะเป้าหมายประการหนึ่งของที่นี่ คือ การสร้างบัณฑิตที่มีคุณสมบัติเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) รวมไปถึง พลเมืองของโลก (World Citizen) ที่สามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมของโลก
 
 
alt
 

พันธกิจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้สะท้อน จากความมุ่งมั่นของหัวเรือใหญ่ รศ.ดร.เทอด เทศประทีป อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้า-หลวง ที่เล่าให้ MBA ฟังว่า “เป้าหมายของเราคือการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นพลเมืองของอาเซียนและพลเมืองของโลก แนวคิดนี้ต้องพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษให้พอเพียง นอกเหนือจากวิชาการ และยังต้องรู้ภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมมาก เพราะเรามีศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรและสถาบันขงจื่อ เป็นจุดแข็งอยู่แล้ว”
 
 
ข้างต้นคือเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่วางไว้ในปี 2555-2559 เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน นั่นคือ การพัฒนานักศึกษาให้ไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลก ผ่านการพัฒนาด้านภาษา และการเรียนการสอนที่เป็นสากล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนได้ อันเป็นการช่วยขยายโอกาสในการทำงานของบัณฑิตให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 
 
 
ในแง่หลักสูตร ที่นี่จึงออกแบบหลักสูตรใหม่ให้มีรายวิชาที่เกี่ยวกับอาเซียน เช่น กรอบการค้า และข้อตกลงต่างๆ รวม ไปถึงสังคมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก 
 
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา (ACSC) เพื่อเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนในเชิงวิชาการอีกด้วย
 
 
หนทางพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพในการแข่งขัน ในมุมมองของอธิการบดี นอกจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 แล้ว ยังเล็งไกลไปถึงอนาคตของโลกการค้า ประกอบกับทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเองเป็นจุดร่วมของเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ภาษาจีน จึงเป็นภาษาที่จำเป็นและทำให้อธิการบดี สนับสนุนภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 โดยมี 2 แรงหนุนที่สำคัญ คือ ศูนย์ภาษาและวัฒน-ธรรมจีนสิรินธร แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในไทย และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีนและไทย
 
 
ขณะที่อีกแรงหนุน คือ สถาบันขงจื่อ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ประเทศจีน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน อบรมครูสอนภาษาจีน รวมถึงการทดสอบภาษาจีน 
 
 
ที่สำคัญ รศ.ดร.เทอด บอกว่า ในปี 2554 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเปิด สำนักจีนศึกษา ขึ้น ซึ่งนับเป็นการเปิดหลักสูตรที่ว่าด้วยเรื่องจีนโดยเฉพาะ เช่น Business Chinese, Chinese Language เป็นต้น และนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนยกระดับขึ้นเป็นคณะเลยทีเดียว
 
 
alt
 
 
นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปลูกฝังให้นักศึกษา “ใฝ่รู้ใฝ่เรียน” เพื่อสร้างให้เป็นคนเรียนรู้ตลอดชีวิต มากกว่าการหยิบฉวยความรู้จากอาจารย์ในห้องเรียนเท่านั้น ย่อมเป็นการผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพ ให้พร้อมออกไปเผชิญหน้า และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รศ.ดร.เทอด จึงมีแนวคิดที่จะนำการเรียนการสอนแบบ PBL (Problem-based Learning) มาใช้ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีมหาวิทยาลัย Aalborg ประเทศเดนมาร์ก ร่วมสนับสนุนทางวิชาการในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
 
 
“เป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรามีพี่เลี้ยงจาก Aalborg ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนแบบ PBL เชื่อว่าการเรียนแบบ Learning to Learn Concept นี้จะทำให้นักศึกษาไม่อับจน เพราะความรู้ใหม่มีตลอดเวลา และการเรียนแบบนี้จะทำให้ได้รับความรู้ตลอดชีวิต”
 
 
ทั้งหมดนี้ คือการหลอมรวมไปสู่การพัฒนาสร้างพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่ง รศ.ดร.เทอด เชื่อว่า จะทำให้นักศึกษาสามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมโลก
 
 
MBA รองรับยุทธศาสตร์เชียงราย 
 
 
หากจะว่ากันถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม ท่องเที่ยว และอยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region) ซึ่งประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน โดยมีข้อตกลงที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การเกษตร ท่องเที่ยว คมนาคมขนส่ง การค้าการลงทุน ก็ทำให้แม่น้ำโขงไม่เพียงแต่จะหล่อเลี้ยงชาวบ้านริมแม่น้ำเท่านั้น หากยังนำพาความเติบโตทางเศรษฐกิจหลั่งไหลตามมาด้วย 
 
 
“คน” ที่จะรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแห่งนี้ จึงต้องมีความพร้อมที่จะมีทั้งเกราะป้องกันตนเองและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วย 
 
 
MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นศาสตร์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องนี้ ดังนั้น หากจะบอกว่า หลักสูตร MBA ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยึดกรอบยุทธศาสตร์เชียงราย เป็นด้านหลักในการพัฒนาหลักสูตรก็ไม่ผิดนัก 
 
 
ยุทธศาสตร์จริงๆ ต้องมองขอบชายแดนว่ามีความสำคัญมาก ถ้าคนเราไม่เก่ง เราจะเสียเปรียบ อย่างจีนซึ่งอยู่ใกล้มาก แล้วมีอำนาจ ถ้าเราไม่เก่งเราจะโดนกลืน ดังนั้นคนของเราต้องเก่งกว่า รู้ทัน ถ้าสู้ไม่ได้ก็เป็นพันธมิตร ดังนั้น เชียงรายต้องพัฒนาคน และแม่ฟ้าหลวงมีบทบาทสำคัญในการสร้างคน” รศ.ดร.จุฑา มนัสไพบูลย์ คณบดีสำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว และนี่จึงเป็นที่มาของหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อรองรับการเติบโตของจังหวัดเชียงรายและสอดรับกับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของที่นี่
 
 
ดังนั้น หากมองเผินๆ หลักสูตร MBA ของที่นี่ ก็คล้ายๆ กับหลักสูตร MBA ทั่วไป แต่หากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว MBA ที่นี่จะแตกต่างออกไป และเป็นดังที่ รศ.ดร.จุฑา กล่าวข้างต้น นั่นคือ รองรับยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายจริงๆ ดังจะเห็นได้จากหลายวิชาที่เปิดสอน เช่น วิชา Modern Trade วิชาการค้าชายแดน การค้าต่างประเทศ เป็นต้น
 
 
แม้ในระยะแรก กลุ่มเป้าหมายผู้เรียนจะเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านการบริหารจัดการให้กับตนเอง ตามวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผู้ประกอบการที่มีความรู้ชายแดน แต่แน่ละว่า เมื่อชื่อเสียงและความเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น ผู้มาเรียนจึงขยายออกสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ และในระยะถัดจากนี้ รศ.ดร.จุฑา ยังจะมองผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายจากลาว พม่า จีน เวียดนามอีกด้วย
 
 
..........................................................
 

(ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร MBA เล่ม 140 ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2553)

 



 

 

MAGAZINE

 

 



New News

  • Apr 20 , 2015

     

     

    ครบรอบ 25 ปีทั้งที เอปสัน ผู้นำตลาดพรินเตอร์และโปรเจ็คเตอร์ของเมืองไทยเลยออกแคมเปญใหญ่ “25 Years of Trust” ส่วนพรีเซนเตอร์ที่หมายปองก็ต้องเป็นคนที่อบอุ่น น่าเชื่อถือ มีเสน่ห์ งานนี้เลยต้องเป็น "ก้อง สหรัถ สังคปรีชา" เท่านั้น แถมแหล่งข่าววงในแอบกระซิบอีกว่าพรีเซนเตอร์สุดหล่อรายนี้ยังเป็นซี้เก่า บิ๊กบอสของเอปสัน ยรรยง มุนีมงคลทร อีกด้วย

  • Apr 02 , 2015

     

    บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ “ผลิตภัณฑ์ CP Balance” เมนูอาหารพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพและต้องการควบคุมปริมาณแคลอรี่ในมื้ออาหาร ด้วย 4 ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ซีพี ได้แก่ ข้าวกล้องแกงส้ม ปลาแพนกาเซียส ดอร์รี่, ข้าวกล้องปลาแพนกาเซียส ดอร์รี่ ผัดพริกทรงเครื่อง, สปาเก็ตตี้โฮลวีตผัดขี้เมา และข้าวกล้องต้มทรงเครื่อง เพียงทาน CP Balance เป็นจานหลัก คุณก็ยังมีแคลอรี่เหลือไปเอ็นจอยกับอาหารจานโปรดได้อีก โดยสินค้ามีจำหน่ายแล้วที่ร้านซีพี เฟรชมาร์ท และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป 

     

     

  • Mar 26 , 2015

    LPN พร้อมเดินหน้าโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 กำหนดเปิดขาย เฟส 2 เสาร์ที่ 4 เม.ย.นี้หลังผ่าน EIA เรียบร้อยแล้วเร่งเครื่องงานขายและก่อสร้างเต็มสูบเสริมทัพด้วยคอมมูนิตี้มอลล์หน้าโครงการจาก SFมืออาชีพด้านรีเทลเชื่อชาวทาวน์ชิปจะได้รับความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันสามารถเป็นเจ้าของบ้านหลังแรกได้ในราคาเพียง 5 แสนเศษ จากแนวคิดในการพัฒนา “ชุมชนเมืองน่าอยู่” ที่ต่อยอดจาก “ชุมชนน่าอยู่” ที่เป็นทั้งจุดแข็งและได้รับการยอมรับในวงกว้าง เสริมความสะดวกด้วยการขยายสะพานข้ามคลองด้านหน้า มั่นใจศักยภาพเมืองรังสิตและความตั้งใจที่ LPN ส่งมอบจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่…วัยเริ่มต้นชีวิตได้ง่ายๆ ด้วยราคาสบายกระเป๋า

School Move

  • Mar 05 , 2015

    กลุ่มบริษัท เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และมีประสบการณ์ด้านการโรงแรมมากว่า 30 ปี จัดพิธีเปิดโรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ โดยมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรียนฯ ดำเนินการโดย ปิยะมาน เตชะไพบูลย์  กรรมการบริหารโรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ และมีบุคคลในวงการท่องเที่ยวมาร่วม แสดงความยินดี อาทิ สันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย และมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ณ โรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

    โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการโรงแรมมากว่า 30 ปี เป็นผู้บุกเบิก ด้านธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี และยังเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในชะอำ มีจิตสำนึกที่อยากจะช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรระดับปฏิบัติการของธุรกิจโรงแรม ในระยะยาว ซึ่งในแต่ละปีจะขาดแคลนกว่า 100,000 คน จึงได้จัดตั้งโรงเรียนสอนด้านการโรงแรม โดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของโรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท เน้นการผลิตบุคลากรคุณภาพระดับปฏิบัติการใน 4 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรบริการส่วนหน้า, หลักสูตรแม่บ้านโรงแรม, หลักสูตรการบริการอาหารและเครื่องดื่ม และหลักสูตรการประกอบอาหาร เป็นหลักสูตร 9 เดือน แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 6 เดือน และภาคปฏิบัติ 3 เดือน เรียนจบสามารถทำงานได้ทันที เมื่อเรียนจบจะได้รับวุฒิบัตร และสามารถสอบวัดแบบสมรรถนะ (Competency Base) ตามมาตรฐานของอาเซียน ทำให้สามารถย้ายไปทำงานในประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้ โดยในหนึ่งปีจะเปิดเรียน 2 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม และกันยายน ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเรียนได้ทั้งปี

    สำหรับผู้ที่สนใจต้องมีอายุระหว่าง 17 - 28 ปี จบการศึกษาขั้นต่ำระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 6) หรือปวช. / ปวส. หรือเทียบเท่า และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงานเข้าสู่อาชีพการโรงแรม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 8.30 - 17.00 น. ที่โทร. 0-2255-2821-4 หรือ 032-508-136-9 และเว็บไซต์ www.rhsschool.com / www.facebook.com/pages/RHS-School

     

  • Feb 03 , 2015

    แคปแลนหนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในประเทศสิงคโปร์พร้อมด้วยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA) เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาต่อต่างประเทศระดับอุดมศึกษาและทุนการศึกษาภาษาอังกฤษจำนวน 11 ทุน เพื่อสนับสนุนของโครงการฯ ทุนการศึกษาในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารชัยพัฒนา พระราชวังสวนจิตรลดา

    แคปแลน ได้จัดหาโครงการการศึกษาให้กับนักเรียนไทยระดับอุดมศึกษาในประเทศสิงคโปร์ เป็นระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมาและได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของความสัมพันธ์ที่มีต่อประเทศไทย ด้วยหนึ่งในเป้าหมายของแคปแลน คือ ไม่เพียงส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยแต่ยังสนับสนุนโอกาสในการศึกษาระดับอุดมศึกษาและโอกาสในการประสบความสำเร็จด้านอาชีพด้วย จากเป้าหมายดังกล่าว แคปแลน จึงได้มอบทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 6 ทุน และทุนการศึกษาภาษาอังกฤษจำนวน 5 ทุน

    ลีออง ชุง รองประธานกรรมการบริหารแคปแลน สิงคโปร์ เปิดเผยว่า “ในฐานะตัวแทนของแคปแลน สิงคโปร์ ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งในการเข้าเฝ้าฯ ถวายทุนการศึกษาของเรา  แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แคปแลนเป็นสถาบันฯ จากต่างประเทศแห่งแรกที่มอบทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาซึ่งจะช่วยให้นักเรียนไทยที่มีความสนใจได้รับโอกาสในการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสิงคโปร์ เราได้ทำงานร่วมกับสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA) อย่างใกล้ชิด และจะยังคงร่วมงานกับพวกเขาเช่นนี้ต่อไปเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในประเทศไทย”

    แคปแลนได้จัดให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่หลากหลายได้แก่หลักสูตรประกาศนียบัตรขั้นสูงหลักสูตร อุดมศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมมืออาชีพและโครงการภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนในสิงคโปร์ทั้งระดับเด็กและผู้ใหญ่ โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินการ แคปแลนได้มอบโอกาสให้กับเด็กนักเรียนมาแล้วราว 24,000 คนจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย แล้วจากทั่วทวีปเอเชีย

  • Dec 17 , 2014

    โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต โรงเรียนที่ใช้หลักสูตรทวิภาษาแบบองค์รวม  (Unified Bilingual Curriculum) โดยนำหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ มาบูรณาการเข้ากับหลักสูตรนานาชาติ เตรียมความพร้อมการศึกษาสู่อนาคต จัดงาน "นวัตกรรมการเรียนรู้ สู่อาชีพผู้นำแห่งอนาคต” พร้อมเปิดตัว หลักสูตรการศึกษาใหม่ “สายศิลปะการประกอบอาหาร (เชฟ)” ในระดับชั้นมัธยมปลาย ครั้งแรกในประเทศไทยกับหลักสูตร 2 ภาษา เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักเรียนที่สนใจก้าวสู่การจะเป็นเชฟมืออาชีพในอนาคต โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยรังสิต

Management

  • Mar 12 , 2015

    องค์กรทุกองค์กรล้วนขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่อยู่ภายในองค์กร การจะทำให้องค์กรเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญคือการสร้างความผูกพันต่อองค์กรให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน ซึ่งในธุรกิจครอบครัวมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว สมาชิกในครอบครัวรู้จักนิสัยใจคอกันและกันมาตั้งแต่เกิด ความผูกพันจึงเกิดมาพร้อมกับการเป็นสมาชิกของครอบครัว พร้อมกับความรู้สึกเป็นเจ้าของ

  • Dec 29 , 2014

    ทุกวันนี้การบริหารจัดการบุคลากรในหลายๆ องค์กร มักจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยการแบ่งงาน HR ให้เป็น 2 ลักษณะงาน คือ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือ HRM (Human Resources Management) และด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล หรือ HRD (Human Resources Development)

  • Dec 02 , 2014

     

    เพราะเชื่อมั่นมาตลอดว่าความสุขของคนทำงานทุกคน อยู่ที่การได้ทำงานในองค์กรซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ไม่เฉพาะการได้คิดสร้างสรรค์ แต่ยังสามารถนำสิ่งที่คิดไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตัดสินใจที่ยุ่งยาก

     

Green

  • Jul 17 , 2014

    การที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีราคาแพงและค่อนข้างผันผวน และประเทศไทยต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กลุ่มมิตรผล ซึ่งมีแนวคิดในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลคือชานอ้อย มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ล่าสุดผุดโปรเจ็กต์ใหม่ ใช้ “พลังงานจากแสงอาทิตย์” แหล่งพลังงานสะอาดที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย โดยเปิดตัว โครงการโซลาร์รูฟท็อป แห่งแรก ณ โรงไฟฟ้ามิตรผล ภูเขียว

  • Jan 15 , 2014

    “พลังงาน” เป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งภายใต้กรอบแนวคิดการบริหารเรื่อง “การพัฒนาสู่ความยั่งยืน” (sustainable development)

Cool Life Style

  • Mar 12 , 2015

    “คุณอยากอ่านอะไร อยู่จังหวัดไหน แล้วที่นั่นมีอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า”

    ในยุคดิจิทัล ไม่ว่า ‘นักอ่าน’ จะอยู่ที่ กรุงเทพฯ เชียงราย สงขลา กาฬสินธุ์ เหนือสุดใต้สุดของไทย หากไม่ได้เดินร้านหนังสือก็สามารถสั่งซื้อผ่านเว็บได้ และหลังจากคลิก ‘สั่งซื้อ’ แล้วมีหนังสือลอยมาถึงหน้าประตูบ้านในเวลาไม่กี่วัน ก็อาจจะมีความรู้สึกว่า ‘ชีวิตดี๊ดี’

  • Feb 18 , 2015

    งานอดิเรกสนุกๆ กลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรหลายสิบล้านบาท ให้ชายผู้มีปริญญา 6 ใบ ดร.สมรัช เรียงเครือ จากธุรกิจ “มินิคาร์ ไทยแลนด์” ซึ่งเกิดจากความต้องการที่จะทำอะไร “สนอง Need” และกลายเป็นการผลิตมินิคาร์ในเชิงอุตสาหกรรมรายแรกของโลก

  • Feb 17 , 2015

    การพบรักในที่ทำงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในทุกออฟฟิศ เพราะในเมื่อคนทำงานใช้เวลาอยู่ในออฟฟิศถึง 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จึงมีโอกาสพบรักในที่ทำงานมากกว่าพบรักกับคนภายนอก จากการทำงานร่วมกัน อยู่ดึกเหมือนกัน สปาร์คกันในงานปาร์ตี้ของบริษัท หรือจากทริปของบริษัท เป็นต้น

    การคบกับคนในออฟฟิศมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร รักครั้งนี้จะเป็นน้ำผึ้ง หรือยาพิษ ขึ้นอยู่กับคนสองคน สำหรับวาเลนไทน์นี้ jobsDB.com มีสถิติและคำแนะนำหากคุณเลือกที่จะมีรักในที่ทำงานมาฝาก

     

     

     

     

    น้ำผึ้ง

    ยาพิษ

    41% เห็นด้วยกับการมีความรักในที่ทำงาน

    30% ต้องปกปิดความสัมพันธ์เมื่อมีความรักที่ทำงาน

    37% ของคนที่ถูกจีบในออฟฟิศ ตกลงเป็นแฟนกัน

    32% มีความสัมพันธ์ระยะสั้น ๆ เท่านั้น

    27% ลงเอยด้วยการแต่งงานกัน

    21% มองว่าการมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานมักจบไม่สวย

    37% อาจจะมีรักในที่ทำงานในอนาคต

    10% มองว่าการมีรักในที่ทำงานมีผลกระทบต่อชีวิตการทำงาน

                         ผลสำรวจโดย the Institute of Leadership & Management (ILM) ผู้ตอบแบบสำรวจ 1,005 คน

     

    ข้อดีของการมีรักในที่ทำงาน

    1. รู้นิสัยใจคอกันดีกว่าคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน - การเป็นคนคุ้นเคยกันมาก่อนมีข้อดีหลายประการ คุณไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ไม่ต้องเสี่ยงกับคนที่คุณไม่รู้แบ็กกราวนด์เขามาก่อน

    2. ทำให้กระตือรือร้น อยากมาทำงานทุกวัน – เมื่อคบกับคนในที่ทำงานเดียวกัน จะทำให้คุณมีความกระตือรือร้น อยากมาทำงานทุกวัน รอคอยที่จะได้เจอคู่รักของคุณ

    3. มีกำลังใจในการทำงาน ผลงานดีขึ้น – คนรักของคุณเปรียบเสมือนกำลังใจอย่างดี ที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของคุณ เมื่อมีกำลังใจดี ผลงานก็ดีตามไปด้วย

    4. ชีวิตมีสีสัน ตื่นเต้นที่ได้แอบคบกัน – สำหรับคู่ที่ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ ยังได้ตื่นเต้นกับการแอบนัดพบกัน ส่งโน้ตให้กันโดยไม่ให้คนอื่นรู้ ถือเป็นการเติมสีสันให้ชีวิตไปอีกแบบ

    5. มีกองเชียร์สนับสนุน หากคบกันแบบเปิดเผย –บางคู่ที่คบกันอย่างเปิดเผยจะมีกองเชียร์คอยสนับสนุน ทำให้ออฟฟิศมีชีวิตชีวามากขึ้น

    6. เคมีตรงกันยิ่งคบยิ่งใช่ สุดท้ายลงเอยด้วยการแต่งงาน – มีหลายคู่ที่คบหาดูใจกัน และพบว่าเคมีตรงกัน เข้ากันได้ดี มีโอกาสจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้ในที่สุด

    ข้อเสียของการมีรักในที่ทำงาน 

    เมื่อคบกัน

    1. ความใกล้ชิดที่มากเกินไป ทะเลาะกันง่ายขึ้น – ความใกล้ชิดทำให้ยิ่งเห็นข้อเสียของกันและกัน หลายสิ่งไม่เป็นไปตามที่ความคาดหวัง จึงมีโอกาสทะเลาะกันง่ายขึ้น

    2. วางตัวลำบากทั้งเรื่องงานและความสัมพันธ์ – จะจัดการอย่างไรให้สมดุล ไม่เอาเรื่องงานมาปนกับความรัก และไม่เอาความรักมาทำให้งานเสีย

    3. เรื่องของเรา กลายเป็นเรื่องเม้าท์ของชาวบ้าน - เมื่อเรื่องของคนสองคน กลายเป็นเรื่องเม้าท์ของคนอื่น ความอึดอัดใจก็จะตามมา ยิ่งไปกว่านั้น หากความรักไม่ราบรื่นดังหวัง จากรักที่หวานชื่นกลายเป็นการเลิกราที่ขมขื่น

    เมื่อเลิกกัน

    1. วางตัวลำบาก มองหน้ากันไม่ติด – เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก จากคนเคยรัก กลายเป็นคนอื่น เมื่อยังต้องเจอหน้ากันทุกวัน จะวางตัวอย่างไร

    2. เกิดดราม่าในออฟฟิศ ทำลายสภาพแวดล้อมที่ดี – เมื่อคุณสองคนมีปัญหากันในที่ทำงาน บรรยากาศในการทำงานที่ดีก็จะหายไป และยังทำลายบรรยากาศการทำงานของคนอื่นด้วย

    3. ไม่อยากมาทำงาน ผลงานแย่ลง – เมื่อไม่อยากเจอหน้ากัน คุณจึงไม่อยากมาทำงาน หรือมาทำงานแบบคนอกหัก ผลงานจะออกมาดีได้อย่างไร

    4. เกิดการซุบซิบนินทา กลายเป็น Talk of the Town – เรื่องของคุณจะกลายเป็นประเด็นฮอตในออฟฟิศให้ขาเม้าท์ได้วิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปากไปเลย

    ข้อควรระวัง

    หากคิดจะมีรักในที่ทำงานแล้ว มีข้อควรระวังดังนี้ หากคบกับเพื่อนร่วมงาน ควรรักษาระยะห่าง อย่าสวีทกันมากเกินไป และไม่ควรใช้ความสัมพันธ์ที่มีในการปกปิดความผิดให้กัน หากคบกับหัวหน้างาน คุณอาจถูกมองว่าพยายามไต่เต้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากความสัมพันธ์จบลง ให้ระวังว่าอาจจะถูกไล่ออกในไม่ช้า หากคบกับลูกน้อง ความสัมพันธ์อาจทำให้ลำเอียง ใช้หน้าที่การงานเอื้อประโยชน์ให้กับคู่รักของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ลูกน้องคนอื่นของคุณอาจขาดความเขื่อถือในตัวคุณ แม้ว่าคุณจะไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างคู่รักของคุณเป็นพิเศษก็ตาม

     

    โดย : 

    บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด