ยุทธศาสตร์เชียงราย ยุทธศาสตร์ MBA แม่ฟ้าหลวง The ways to the TOP


 
alt
 
 

ปี 2553 นี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีอายุครบ 12 ปี หากเทียบกับชีวิตของคนคนหนึ่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็ยังเยาว์นัก แต่หากเทียบเคียงกับองค์กรธุรกิจแล้วล่ะก็ ถือว่าอยู่ในช่วงของการก่อร่างสร้างสมความเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพครบถ้วน รอบด้าน

 
 
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นเวลาของการวางรากฐาน บุกเบิก และพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแกร่ง ก่อนที่จะรุกก้าวเพื่อแผ่ขยายการเติบโตในรอบต่อไป ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างรากฐาน ก็คือ “ชื่อเสียง” ที่ถูกกล่าวขานมากขึ้นเรื่อยๆ และ “คุณภาพ” ของบรรดาบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่ทยอยออกมารับใช้สังคมและประเทศเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 
 
 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กระแสโลกาภิวัตน์ สังคมเศรษฐกิจ ประชาคมอาเซียน รวมไปถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงรายเอง บริบทเหล่านี้ ทำให้การพัฒนาในวงรอบต่อไปไม่ใช่เพียงการสานต่อนโยบายในยุคที่ผ่านมาเท่านั้น หากยังต้องวางแผนรับมือความเปลี่ยนแปลงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตร MBA ที่ทั้งรองรับความต้องการของชาวภาคเหนือและอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง  
 
 
ดังนั้น เบื้องหน้าทัศนียภาพที่สวยงามของมหาวิทยาลัยมแม่ฟ้าหลวง ภูเขาที่โอบล้อม และอุดมไปด้วยพื้นที่เขียวชะอุ่ม อากาศอันบริสุทธิ์ ซึ่งเมื่อได้มาเยือนแล้วล้วนไม่ผิดหวังกับความเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย หากเบื้องหลังภูมิทัศน์ที่งดงามแห่งนี้ ยังมีความแข็งแกร่งทางวิชาการ องค์ความรู้ การเรียนการสอน และความพร้อมในด้านต่างๆ ที่ไม่อ่อนด้อยไปกว่าสถาบันการศึกษาอื่น และพร้อมที่จะสร้าง “คน” สู่สังคมโลก
 
 
สร้างพลเมืองอาซียน-พลเมืองโลก
 
 
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 5 ปี ประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อันได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนม่า จะรวมตัวกันเป็น 1 ประเทศ
 
 
การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของไทย ย่อมก่อให้เกิดผลดีในแง่การสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มอาเซียน แต่แน่นอนว่า ภายใต้ความเข้มแข็งนี้ จำเป็นยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วย 
 
 
สถาบันการศึกษา หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเร็ว ทั้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนสู่สากล ให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อสร้างคนรองรับตลาดแรงงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังประเทศต่างๆ 
 
 
สำหรับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้นถือว่ามีความได้เปรียบจากความตั้งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติตั้งแต่แรกเริ่ม ที่นี่จึงมีการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักอยู่แล้ว ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญร่วม 12 ปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นการปูพื้นฐานที่ล้ำหน้าไปก่อนใครต่อใคร 
 
 
ขณะที่ความพร้อมในด้านวิชาการและอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า เพราะเป้าหมายประการหนึ่งของที่นี่ คือ การสร้างบัณฑิตที่มีคุณสมบัติเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) รวมไปถึง พลเมืองของโลก (World Citizen) ที่สามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมของโลก
 
 
alt
 

พันธกิจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้สะท้อน จากความมุ่งมั่นของหัวเรือใหญ่ รศ.ดร.เทอด เทศประทีป อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้า-หลวง ที่เล่าให้ MBA ฟังว่า “เป้าหมายของเราคือการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นพลเมืองของอาเซียนและพลเมืองของโลก แนวคิดนี้ต้องพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษให้พอเพียง นอกเหนือจากวิชาการ และยังต้องรู้ภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมมาก เพราะเรามีศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรและสถาบันขงจื่อ เป็นจุดแข็งอยู่แล้ว”
 
 
ข้างต้นคือเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่วางไว้ในปี 2555-2559 เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน นั่นคือ การพัฒนานักศึกษาให้ไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลก ผ่านการพัฒนาด้านภาษา และการเรียนการสอนที่เป็นสากล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนได้ อันเป็นการช่วยขยายโอกาสในการทำงานของบัณฑิตให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 
 
 
ในแง่หลักสูตร ที่นี่จึงออกแบบหลักสูตรใหม่ให้มีรายวิชาที่เกี่ยวกับอาเซียน เช่น กรอบการค้า และข้อตกลงต่างๆ รวม ไปถึงสังคมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก 
 
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา (ACSC) เพื่อเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนในเชิงวิชาการอีกด้วย
 
 
หนทางพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพในการแข่งขัน ในมุมมองของอธิการบดี นอกจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 แล้ว ยังเล็งไกลไปถึงอนาคตของโลกการค้า ประกอบกับทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเองเป็นจุดร่วมของเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ภาษาจีน จึงเป็นภาษาที่จำเป็นและทำให้อธิการบดี สนับสนุนภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 โดยมี 2 แรงหนุนที่สำคัญ คือ ศูนย์ภาษาและวัฒน-ธรรมจีนสิรินธร แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในไทย และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีนและไทย
 
 
ขณะที่อีกแรงหนุน คือ สถาบันขงจื่อ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ประเทศจีน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน อบรมครูสอนภาษาจีน รวมถึงการทดสอบภาษาจีน 
 
 
ที่สำคัญ รศ.ดร.เทอด บอกว่า ในปี 2554 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเปิด สำนักจีนศึกษา ขึ้น ซึ่งนับเป็นการเปิดหลักสูตรที่ว่าด้วยเรื่องจีนโดยเฉพาะ เช่น Business Chinese, Chinese Language เป็นต้น และนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนยกระดับขึ้นเป็นคณะเลยทีเดียว
 
 
alt
 
 
นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปลูกฝังให้นักศึกษา “ใฝ่รู้ใฝ่เรียน” เพื่อสร้างให้เป็นคนเรียนรู้ตลอดชีวิต มากกว่าการหยิบฉวยความรู้จากอาจารย์ในห้องเรียนเท่านั้น ย่อมเป็นการผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพ ให้พร้อมออกไปเผชิญหน้า และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รศ.ดร.เทอด จึงมีแนวคิดที่จะนำการเรียนการสอนแบบ PBL (Problem-based Learning) มาใช้ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีมหาวิทยาลัย Aalborg ประเทศเดนมาร์ก ร่วมสนับสนุนทางวิชาการในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
 
 
“เป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรามีพี่เลี้ยงจาก Aalborg ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนแบบ PBL เชื่อว่าการเรียนแบบ Learning to Learn Concept นี้จะทำให้นักศึกษาไม่อับจน เพราะความรู้ใหม่มีตลอดเวลา และการเรียนแบบนี้จะทำให้ได้รับความรู้ตลอดชีวิต”
 
 
ทั้งหมดนี้ คือการหลอมรวมไปสู่การพัฒนาสร้างพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่ง รศ.ดร.เทอด เชื่อว่า จะทำให้นักศึกษาสามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมโลก
 
 
MBA รองรับยุทธศาสตร์เชียงราย 
 
 
หากจะว่ากันถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม ท่องเที่ยว และอยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region) ซึ่งประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน โดยมีข้อตกลงที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การเกษตร ท่องเที่ยว คมนาคมขนส่ง การค้าการลงทุน ก็ทำให้แม่น้ำโขงไม่เพียงแต่จะหล่อเลี้ยงชาวบ้านริมแม่น้ำเท่านั้น หากยังนำพาความเติบโตทางเศรษฐกิจหลั่งไหลตามมาด้วย 
 
 
“คน” ที่จะรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแห่งนี้ จึงต้องมีความพร้อมที่จะมีทั้งเกราะป้องกันตนเองและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วย 
 
 
MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นศาสตร์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องนี้ ดังนั้น หากจะบอกว่า หลักสูตร MBA ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยึดกรอบยุทธศาสตร์เชียงราย เป็นด้านหลักในการพัฒนาหลักสูตรก็ไม่ผิดนัก 
 
 
ยุทธศาสตร์จริงๆ ต้องมองขอบชายแดนว่ามีความสำคัญมาก ถ้าคนเราไม่เก่ง เราจะเสียเปรียบ อย่างจีนซึ่งอยู่ใกล้มาก แล้วมีอำนาจ ถ้าเราไม่เก่งเราจะโดนกลืน ดังนั้นคนของเราต้องเก่งกว่า รู้ทัน ถ้าสู้ไม่ได้ก็เป็นพันธมิตร ดังนั้น เชียงรายต้องพัฒนาคน และแม่ฟ้าหลวงมีบทบาทสำคัญในการสร้างคน” รศ.ดร.จุฑา มนัสไพบูลย์ คณบดีสำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว และนี่จึงเป็นที่มาของหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อรองรับการเติบโตของจังหวัดเชียงรายและสอดรับกับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของที่นี่
 
 
ดังนั้น หากมองเผินๆ หลักสูตร MBA ของที่นี่ ก็คล้ายๆ กับหลักสูตร MBA ทั่วไป แต่หากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว MBA ที่นี่จะแตกต่างออกไป และเป็นดังที่ รศ.ดร.จุฑา กล่าวข้างต้น นั่นคือ รองรับยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายจริงๆ ดังจะเห็นได้จากหลายวิชาที่เปิดสอน เช่น วิชา Modern Trade วิชาการค้าชายแดน การค้าต่างประเทศ เป็นต้น
 
 
แม้ในระยะแรก กลุ่มเป้าหมายผู้เรียนจะเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านการบริหารจัดการให้กับตนเอง ตามวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผู้ประกอบการที่มีความรู้ชายแดน แต่แน่ละว่า เมื่อชื่อเสียงและความเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น ผู้มาเรียนจึงขยายออกสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ และในระยะถัดจากนี้ รศ.ดร.จุฑา ยังจะมองผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายจากลาว พม่า จีน เวียดนามอีกด้วย
 
 
..........................................................
 

(ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร MBA เล่ม 140 ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2553)

 



 

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • Feb 09 , 2016

     

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ คุณหญิงขวัญตาเทวกุล ณ อยุธยา (กลาง) ภริยาองคมนตรี ฯพณฯ ม. ร. ว. เทพกมลเทวกุล  ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดหลักสูตรการศึกษาของมหาวิทยาลัยลอนดอนในประเทศไทย โดยสถาบันการศึกษานานาชาติรีเจ้นท์ พร้อมด้วย มร. มาร์คเคนท์เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย (ที่สองจากขวา) และ ดร. วีระชัยเตชะวิจิตร์ (ซ้ายสุด) ประธานกรรมการสถาบันการศึกษานานาชาติรีเจ้นท์ ซึ่งจะเปิดสอนในหลักสูตรของคณะเศรษฐศาสตร์ การบริหารจัดการ การเงิน การบัญชี และสังคมศาสตร์ ที่ได้รับการออกแบบและควบคุมคุณภาพโดยโรงเรียนเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (London School of Economics and Political Science – LSE)  ในเดือนกันยายนเป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมี           มร. คริส เจนนี่ย์ (ที่สองจากซ้าย) ประธานฝ่ายการสื่อสารสถาบันการศึกษาสากล มหาวิทยาลัยนานาชาติลอนดอนและ   มร. นิธิน ดุตตา (ขวาสุด) ผู้อำนวยการบริหารโครงการสถาบันการศึกษานานาชาติรีเจ้นท์ ร่วมเป็นเป็นเกียรติภายในงาน                      ณ สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย        

  • Feb 09 , 2016

     

    นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาและคณะ ได้เข้าพบรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา นพ.ธีรเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 เพื่อนำเสนอรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐาน ตัวบ่งชี้และเกณฑ์ การประเมินคุณภาพการศึกษาภายในของการศึกษาทุกระดับ ต่อกระทรวงศึกษาธิการให้พิจารณาดำเนินการต่อไป โดยมีประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องการลดภาระงานเอกสารของคณาจารย์ที่เกิดจากการประเมิน โดยเสนอให้ยกเลิกการกรอกเอกสาร มคอ.๓ มคอ.๔ มคอ. ๕ มคอ.๖ และมคอ.๗ หรือ TQF3-TQF7 นอกจากนี้คณะกรรมาธิการฯยังได้เสนอให้เปลี่ยนเกณฑ์จากการประเมินแบบเดิมคือ การดำเนินงานให้ครบวงจรคุณภาพ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน หรือ PDCA เป็นเกณฑ์การประเมินเป็นแบบ check list ว่ามีระบบในการดำเนินงานแต่ละข้อหรือไม่มีเท่านั้น

    ถึงแม้ว่าในภายหลังคณะกรรมการการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษาได้ให้สถานศึกษามีอิสระในการเลือกพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน แต่ในทางปฏิบัติทางสถานศึกษาส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมในการที่จะเลือกใช้ระบบที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงทำให้ทางสถานศึกษายังคงต้องใช้ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาโดยกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา (Thailand Qualification Framework หรือ TQF)

    การใช้ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา TQF ที่ยังเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ มีความซ้ำซ้อน และมีภาระงานที่ไม่เหมาะสมอยู่มาก สำหรับสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่ง ดังนั้นคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาจึงได้เสนอให้มีการแก้ไข กฎกระทรวงและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถาบันอุดมศึกษาเป็นไปโดยยึดหลักเสรีภาพทางวิชาการและความมีอิสระในการดำเนินการของสถาบันอุดมศึกษาตามเจตนารมณ์ของกฎกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย ระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓


    ดร. ปิยะธิดา ประดิษฐบาทุกา
    โฆษกกรรมาธิการ

  • Feb 09 , 2016

     

    บริษัท เทพผดุงพรมะพร้าว จำกัด นำโดย นางจรีพร เทพผดุงพร ประธานกรรมการบริหาร (คนที่ 5 จากซ้าย) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง มอบเงินบริจาคสมทบทุนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์ที่ให้บริการทางการแพทย์เฉพาะทางอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการผู้ป่วยทุกระดับชั้น และเงินอีกส่วนหนึ่งมอบเป็นทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาคณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จำนวน 10,000,000 บาท นอกจากนี้ยังมอบทุนให้กับศิริราชมูลนิธิ จำนวน 4,500,000 บาท เพื่อสนับสนุนในการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยใช้ในการรักษาผู้ป่วย อาทิ กล้องผ่าตัดแบบสามมิติ ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาในการผ่าตัดและการพักฟื้นให้เร็วขึ้น สรุปยอดเงินบริจาคทั้งสิ้น 14,500,000 บาท โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล (คนที่ 4 จากซ้ายมือ) พร้อมคณะแพทย์ ให้เกียรติเป็นผู้แทนรับมอบ ณ ห้องประชุมคณะแพทย์ศาสตร์ ตึกอำนวยการชั้น 2 โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเร็ว ๆ นี้

 

School Move

  • Jan 21 , 2016

    นิด้ายืนยัน อนาคตประเทศอยู่ในกำมือนักบริหารยุคใหม่ พร้อมเดินหน้าเป็นกำลังสำคัญ สร้างมหาบัณฑิตด้วยหลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต (MPA) ให้มีความพร้อมสำหรับงานบริหารในโลกความเป็นจริง คาดตอบโจทย์การสร้างอนาคตของประเทศได้ตรงจุด

  • Jan 06 , 2016

     

     

    ตามที่เกิดความวุ่นวายในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จนเป็นข่าวครึกโครมทางสื่อต่าง ๆช่วงวันที่ 28-31 ธันวาคม 2558 ได้ทำลายภาพลักษณ์ที่ดี นำมาซึ่งความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่มหาวิทยาลัยนั้น

    พวกเรากลุ่มคณบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ เดือนเมษายน 2558 ที่สภามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มีมติด้วยเสียงข้างมากตั้งกรรมการสอบสวนอธิการบดี สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี และแต่งตั้งรักษาการอธิการบดี ซึ่งพวกเราไม่คัดค้านมติ ให้สอบสวนอธิการบดี แต่มีข้อสังเกตเรื่องคณะกรรมการสอบสวนที่สภาแต่งตั้งว่าไม่มีบุคคลที่เป็นกลางร่วมในคณะกรรมการ และความจำเป็นที่จะต้องพักการปฏิบัติหน้าที่อธิการบดี ซึ่งสองเรื่องดังกล่าวพวกเราเพียงตั้งเป็นข้อสังเกตเพื่อ ติดตามพฤติกรรม แต่สิ่งที่พวกเราคัดค้านมาโดยตลอดและไม่ยินยอมคือการตั้งนายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล เป็นรักษาการอธิการบดี เนื่องจากเห็นว่าเป็นการแต่งตั้งที่มีนัยผิดปกติกล่าวคือ การแต่งตั้งสภามหาวิทยาลัย ใช้อำนาจตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ทั้งๆ ที่วรรคหนึ่ง ในมาตราเดียวกันกำหนดไว้ชัดเจนว่า ให้รองอธิการบดีคนใดคนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทน และที่สำคัญคือแต่งตั้งนายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล ซึ่งเป็นคู่กรณีหรือมีส่วนได้เสียในเรื่องที่สอบสวนอธิการบดี และควรจะเป็นหนึ่งในผู้ถูกสอบสวนกรณีจัดตั้งบริษัท/ซื้อเครืองฝึกบินจำลองร่วมกับอธิการบดีด้วย นี่คือเหตุผลที่พวกเราร่วมกันต่อต้าน และไม่ยอมให้นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นผลให้นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล ไม่สามารถเข้าไปปฎิบัติหน้าที่ได้ จนปัจจุบัน ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวข้างต้น กระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีว่าการ พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้เรียกทั้งสองฝ่ายประชุมเมื่อ 13 ตุลาคม 2558 ได้ข้อตกลงร่วมกันว่าให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการกลางเพื่อสอบข้อเท็จจริง ซึ่งรัฐมนตรีท่านได้มีคำสั่งที่ สป.1512/2558 ลงวันที่ 20 ตุลาคม 2558 แต่งตั้งคณะกรรมการตามที่ตกลงกัน ซึ่งพวกเราได้ทราบทางสื่อว่ารัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าการสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว จะนัดทั้งสองฝ่ายแจ้งผลราวต้นเดือนมกราคม 2559

    แต่ในวันที่ 28 ธันวาคม 2558 นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล ได้นำกำลังซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ กว่า 20 คน อ้างคำสั่งสภามหาวิทยาลัย ว่าแต่งตั้งตนให้เป็นอธิการบดี บุกไปที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญวิทยาเขตหัวหมาก แต่ถูกต่อต้านไม่ให้เข้า จึงนำกำลังชายฉกรรจ์กว่า 100 คน บุกไปที่วิทยาเขตสุวรรณภูมิ วางกำลังตามจุดต่างๆ เป็นที่หวาดวิตกแก่พวกเรา บุคลากรและนักศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เป็นผลให้มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องประกาศปิดทำการในวันที่ 29-30 ธันวาคม 2558 จนในวันที่ 30 ธันวาคม 2558 นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล ได้ไปที่วิทยาเขตหัวหมากอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ได้นำกำลังซึ่งเป็นชายฉกรรจ์กว่า 30 คน พยายามพังประตูเพื่อเข้าไป แต่ได้รับการต่อต้านจากพนักงานรักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย พวกเราบางคนทราบข่าวจึงรีบไป และพยายามเจรจาต่อรองให้รอฟังผลการตรวจสอบของคณะกรรมการจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ซึ่งจะนัดราวต้นเดือนมกราคม 2559 ตามที่ท่านให้ข่าว แต่นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล ไม่ยอม และพยายามจะพังประตูเข้ามาให้ได้ จนต้องให้พนักงานรักษาความปลอดภัยใช้เครื่องดับเพลิงฉีดสกัด เกิดความวุ่นวายต่อหน้าสื่อมวลชนที่มาสังเกตการณ์ ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าหากปล่อยไว้จะเกิดการปะทะกันจนเป็นเหตุรุนแรง จึงผลักดันให้นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล และพรรคพวกออกจากพื้นที่ในที่สุด

    พวกเราได้ประชุม ตรวจสอบ ทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ แล้วพบว่าหลังการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2558 ได้ข้อตกลงร่วมกันว่าให้ตั้งคณะกรรมการกลางสอบสวนข้อเท็จจริง และทั้งสามฝ่ายคือ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเสียงข้างมาก อธิการบดี/นายกสภามหาวิทยาลัย และกระทรวงศึกษาธิการ เห็นด้วยกับรายชื่อของคณะกรรมการ จนรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ทุกฝ่ายควรยุติบทบาทเพื่อรอฟังผลการตรวจสอบ แต่กรรมการสภามหาวิทยาลัยกลับไม่เคารพในข้อตกลงที่ประชุมร่วมกับรัฐมนตรี ในขณะที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงปฏิบัติหน้าที่ กรรมการสภามหาวิทยาลัยเสียงข้างมากกลับเรียกประชุมสภามหาวิทยาลัย อ้างเสียงข้างมากพักการปฎิบัติหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัย แต่งตั้งรักษาการนายกสภามหาวิทยาลัย และมีมติสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยที่ไม่เห็นด้วย 2 ท่าน ซึ่งมติดังกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับ/ให้อำนาจ จากนั้นมีการจัดประชุมต่อเนื่องเพื่อลงมติ แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนอธิการบดี มีมติสั่งปลดอธิการบดี และมีมติแต่งตั้งนายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล เป็นอธิการบดีแทน

    พวกเราในนามของคณบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เห็นว่ามูลเหตุของปัญหาเกิดจากพฤติกรรมของกรรมการสภามหาวิทยาลัยบางคน ที่ลุแก่อำนาจ ไม่เคารพต่อข้อตกลงในการไกล่เกลี่ยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อทราบว่าจะเพลี่ยงพลํ้าเพราะรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ ว่าผลการตรวจสอบบางประเด็นไม่ตรงกับผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่สภามหาวิทยาลัยตั้ง ก็พยายามบิดเบือนข้อกฎหมาย อ้างเสียงข้างมากลงมติเพื่อประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง โดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ของมหาวิทยาลัย จนทำให้นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล ซึ่งพวกเราเห็นว่าเป็นคู่กรณีของอธิการบดี ลุแก่อำนาจ นำมติที่ไม่ถูกกฎหมายมาเป็นข้ออ้าง เมื่อไม่ได้รับการยอมรับกลับใช้กำลังเข้าข่มขู่ และทำลายทรัพย์สิน แทนการใช้กระบวนการตามกฎหมาย ดังเช่นผู้มีการศึกษา โดยเฉพาะ ผู้ที่เป็นอาจารย์พึงกระทำ พวกเราจึงออกแถลงการณ์ฉบับนี้เพื่อเรียกร้องต่อสังคม สาธารณชน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ได้พิจาณาพฤติกรรมดังกล่าวและร่วมกันช่วยกดดัน ประณาม หรือลงโทษ เพื่อไม่ให้เป็นกรณีตัวอย่างแก่นักศึกษาและเยาชนของชาติต่อไป

    6 มกราคม 2559 

  • Dec 09 , 2015

    จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 8 แล้ว สำหรับโครงการค้นหาสุดยอดนายจ้างดีเด่นครั้งที่ 8 ประจำปี 2559 หรือ Best Employers Thailand 2016 ที่เอออน ฮิววิท บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารงานบุคคลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ร่วมมือกับ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี 

 

Management

  • Dec 15 , 2015

    ประเทศไทยต้องการการปรับเปลี่ยนกระบวนความคิด หรือ mindset ใหม่เพื่อที่จะก้าวข้ามไปสู่ยุคการสร้าง Innovation อย่างจริงจัง ซึ่ง Innovation หมายความรวมได้ทั้งกระบวนการคิด กระบวนการสร้าง และกระบวนการบริหารแบบใหม่ที่จะก่อเกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น มูลค่าเพิ่มขึ้น สิ่งต่างๆ ดีขึ้น และที่สำคัญช่วยลดทอนหรือขจัดอุปสรรคและปัญหาที่เรามีอยู่ให้น้อยลงหรือหมดไปได้

  • Nov 05 , 2015

    เพื่อนเก่าผมคนหนึ่ง เธอเป็นคนน่ารักและมองโลกในแง่ดีเธอทำงานอยู่ที่สำนักงาน FAO ของสหประชาชาติประจำประเทศไทย วันหนึ่งเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องของเธอเกิดนึกคำศัพท์ภาษาอังกฤษของคำว่า “สายชำระ” ไม่ออก จึงลองใช้บริการของ Google Translation Service ดูบ้าง

    ทันทีที่เธอพิมพ์คำภาษาไทยลงไป แล้วคลิกไอคอน “Translate” บนหน้าจอก็ปรากฏคำว่า “Late Payments” หรา

    เรื่องนี้จึงได้กลายเป็น “โจ๊กประจำออฟฟิศ” นับแต่บัดนั้น

  • Nov 03 , 2015

    เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ชัยวุฒิ ตั้งสมชัย และผศ.ปิยพรรณ กลั่นกลิ่น ศูนย์เตือนภัยธุรกิจภาคเหนือ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้ดำเนินการจัดสัมมนา “ก้าวข้ามปัญหา การค้าข้ามแดน” ณ ห้องประชุมไชยช้างคำ โรงแรมราชภัฏอินน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย จังหวัดเชียงราย

 

Cool Case

  • Jan 14 , 2016

    Inspiration เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนเราลุกมาทำอะไรได้มากมาย โดยเฉพาะในวัยหนุ่มสาว... ภูวดล ทองถาวร เป็นคนหนุ่มแห่งวงการสตาร์ตอัพที่มี Inspiration จากการเห็น www.etsy.com เว็บไซต์ e-commerce สัญชาติอเมริกันที่จำหน่ายงานศิลปะ สินค้าแฮนด์เมด และสินค้าวินเทจของคนทั่วโลก ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ด้วยการสร้างคอมมูนิตีให้ผู้ผลิตสินค้าและผู้ซื้อมาเลือกช็อปสินค้าบนโลกออนไลน์ได้จากทุกมุมโลก เขาจึงเรียนรู้การทำคอมมูนิตีนี้แบบ etsy ว่าทำอย่างไร มีโมเดลธุรกิจแบบไหน ใช้เทคโนโลยีอะไร แล้วสร้างคอมมูนิตีออนไลน์ขายสินค้าแฮนด์เมดและงานศิลปะฝีมือคนไทย ภายใต้ชื่อ Blisby 

  • Dec 07 , 2015

    อัพเดตสำคัญสำหรับ เดสก์ท็อปแอพ Creative Cloud ของอะโดบี ซึ่งได้รับการประกาศเมื่อเดือนตุลาคมที่งาน MAX 2015 ตอนนี้พร้อมใช้งานแล้วสำหรับสมาชิก Creative Cloud หลายล้านรายทั่วโลก

  • Dec 02 , 2015

    3 คน 3 อาชีพ ธนพัฒน์ สุขวิสุทธิ์ - สัตวแพทย์, กันยพรรษ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา - ดีไซเนอร์สาว และชัชวาลย์ สาระ - โปรแกรมเมอร์ เป็นทีม Tech Start-up หน้าใหม่ที่เดินเครื่องสนับสนุนวงการสัตวแพทย์ โดย น.สพ.ธนพัฒน์เป็นผู้คิด “www.vetside.net” โซเชียล เน็ตเวิร์กที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับสัตวแพทย์ขึ้นเมื่อปี 2556