ยุทธศาสตร์เชียงราย ยุทธศาสตร์ MBA แม่ฟ้าหลวง The ways to the TOP


 
alt
 
 

ปี 2553 นี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีอายุครบ 12 ปี หากเทียบกับชีวิตของคนคนหนึ่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็ยังเยาว์นัก แต่หากเทียบเคียงกับองค์กรธุรกิจแล้วล่ะก็ ถือว่าอยู่ในช่วงของการก่อร่างสร้างสมความเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพครบถ้วน รอบด้าน

 
 
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นเวลาของการวางรากฐาน บุกเบิก และพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแกร่ง ก่อนที่จะรุกก้าวเพื่อแผ่ขยายการเติบโตในรอบต่อไป ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างรากฐาน ก็คือ “ชื่อเสียง” ที่ถูกกล่าวขานมากขึ้นเรื่อยๆ และ “คุณภาพ” ของบรรดาบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่ทยอยออกมารับใช้สังคมและประเทศเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 
 
 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กระแสโลกาภิวัตน์ สังคมเศรษฐกิจ ประชาคมอาเซียน รวมไปถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงรายเอง บริบทเหล่านี้ ทำให้การพัฒนาในวงรอบต่อไปไม่ใช่เพียงการสานต่อนโยบายในยุคที่ผ่านมาเท่านั้น หากยังต้องวางแผนรับมือความเปลี่ยนแปลงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตร MBA ที่ทั้งรองรับความต้องการของชาวภาคเหนือและอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง  
 
 
ดังนั้น เบื้องหน้าทัศนียภาพที่สวยงามของมหาวิทยาลัยมแม่ฟ้าหลวง ภูเขาที่โอบล้อม และอุดมไปด้วยพื้นที่เขียวชะอุ่ม อากาศอันบริสุทธิ์ ซึ่งเมื่อได้มาเยือนแล้วล้วนไม่ผิดหวังกับความเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย หากเบื้องหลังภูมิทัศน์ที่งดงามแห่งนี้ ยังมีความแข็งแกร่งทางวิชาการ องค์ความรู้ การเรียนการสอน และความพร้อมในด้านต่างๆ ที่ไม่อ่อนด้อยไปกว่าสถาบันการศึกษาอื่น และพร้อมที่จะสร้าง “คน” สู่สังคมโลก
 
 
สร้างพลเมืองอาซียน-พลเมืองโลก
 
 
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 5 ปี ประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อันได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนม่า จะรวมตัวกันเป็น 1 ประเทศ
 
 
การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของไทย ย่อมก่อให้เกิดผลดีในแง่การสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มอาเซียน แต่แน่นอนว่า ภายใต้ความเข้มแข็งนี้ จำเป็นยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วย 
 
 
สถาบันการศึกษา หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเร็ว ทั้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนสู่สากล ให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อสร้างคนรองรับตลาดแรงงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังประเทศต่างๆ 
 
 
สำหรับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้นถือว่ามีความได้เปรียบจากความตั้งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติตั้งแต่แรกเริ่ม ที่นี่จึงมีการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักอยู่แล้ว ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญร่วม 12 ปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นการปูพื้นฐานที่ล้ำหน้าไปก่อนใครต่อใคร 
 
 
ขณะที่ความพร้อมในด้านวิชาการและอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า เพราะเป้าหมายประการหนึ่งของที่นี่ คือ การสร้างบัณฑิตที่มีคุณสมบัติเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) รวมไปถึง พลเมืองของโลก (World Citizen) ที่สามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมของโลก
 
 
alt
 

พันธกิจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้สะท้อน จากความมุ่งมั่นของหัวเรือใหญ่ รศ.ดร.เทอด เทศประทีป อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้า-หลวง ที่เล่าให้ MBA ฟังว่า “เป้าหมายของเราคือการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นพลเมืองของอาเซียนและพลเมืองของโลก แนวคิดนี้ต้องพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษให้พอเพียง นอกเหนือจากวิชาการ และยังต้องรู้ภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมมาก เพราะเรามีศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรและสถาบันขงจื่อ เป็นจุดแข็งอยู่แล้ว”
 
 
ข้างต้นคือเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่วางไว้ในปี 2555-2559 เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน นั่นคือ การพัฒนานักศึกษาให้ไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลก ผ่านการพัฒนาด้านภาษา และการเรียนการสอนที่เป็นสากล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนได้ อันเป็นการช่วยขยายโอกาสในการทำงานของบัณฑิตให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 
 
 
ในแง่หลักสูตร ที่นี่จึงออกแบบหลักสูตรใหม่ให้มีรายวิชาที่เกี่ยวกับอาเซียน เช่น กรอบการค้า และข้อตกลงต่างๆ รวม ไปถึงสังคมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก 
 
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา (ACSC) เพื่อเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนในเชิงวิชาการอีกด้วย
 
 
หนทางพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพในการแข่งขัน ในมุมมองของอธิการบดี นอกจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 แล้ว ยังเล็งไกลไปถึงอนาคตของโลกการค้า ประกอบกับทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเองเป็นจุดร่วมของเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ภาษาจีน จึงเป็นภาษาที่จำเป็นและทำให้อธิการบดี สนับสนุนภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 โดยมี 2 แรงหนุนที่สำคัญ คือ ศูนย์ภาษาและวัฒน-ธรรมจีนสิรินธร แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในไทย และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีนและไทย
 
 
ขณะที่อีกแรงหนุน คือ สถาบันขงจื่อ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ประเทศจีน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน อบรมครูสอนภาษาจีน รวมถึงการทดสอบภาษาจีน 
 
 
ที่สำคัญ รศ.ดร.เทอด บอกว่า ในปี 2554 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเปิด สำนักจีนศึกษา ขึ้น ซึ่งนับเป็นการเปิดหลักสูตรที่ว่าด้วยเรื่องจีนโดยเฉพาะ เช่น Business Chinese, Chinese Language เป็นต้น และนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนยกระดับขึ้นเป็นคณะเลยทีเดียว
 
 
alt
 
 
นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปลูกฝังให้นักศึกษา “ใฝ่รู้ใฝ่เรียน” เพื่อสร้างให้เป็นคนเรียนรู้ตลอดชีวิต มากกว่าการหยิบฉวยความรู้จากอาจารย์ในห้องเรียนเท่านั้น ย่อมเป็นการผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพ ให้พร้อมออกไปเผชิญหน้า และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รศ.ดร.เทอด จึงมีแนวคิดที่จะนำการเรียนการสอนแบบ PBL (Problem-based Learning) มาใช้ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีมหาวิทยาลัย Aalborg ประเทศเดนมาร์ก ร่วมสนับสนุนทางวิชาการในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
 
 
“เป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรามีพี่เลี้ยงจาก Aalborg ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนแบบ PBL เชื่อว่าการเรียนแบบ Learning to Learn Concept นี้จะทำให้นักศึกษาไม่อับจน เพราะความรู้ใหม่มีตลอดเวลา และการเรียนแบบนี้จะทำให้ได้รับความรู้ตลอดชีวิต”
 
 
ทั้งหมดนี้ คือการหลอมรวมไปสู่การพัฒนาสร้างพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่ง รศ.ดร.เทอด เชื่อว่า จะทำให้นักศึกษาสามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมโลก
 
 
MBA รองรับยุทธศาสตร์เชียงราย 
 
 
หากจะว่ากันถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม ท่องเที่ยว และอยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region) ซึ่งประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน โดยมีข้อตกลงที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การเกษตร ท่องเที่ยว คมนาคมขนส่ง การค้าการลงทุน ก็ทำให้แม่น้ำโขงไม่เพียงแต่จะหล่อเลี้ยงชาวบ้านริมแม่น้ำเท่านั้น หากยังนำพาความเติบโตทางเศรษฐกิจหลั่งไหลตามมาด้วย 
 
 
“คน” ที่จะรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแห่งนี้ จึงต้องมีความพร้อมที่จะมีทั้งเกราะป้องกันตนเองและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วย 
 
 
MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นศาสตร์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องนี้ ดังนั้น หากจะบอกว่า หลักสูตร MBA ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยึดกรอบยุทธศาสตร์เชียงราย เป็นด้านหลักในการพัฒนาหลักสูตรก็ไม่ผิดนัก 
 
 
ยุทธศาสตร์จริงๆ ต้องมองขอบชายแดนว่ามีความสำคัญมาก ถ้าคนเราไม่เก่ง เราจะเสียเปรียบ อย่างจีนซึ่งอยู่ใกล้มาก แล้วมีอำนาจ ถ้าเราไม่เก่งเราจะโดนกลืน ดังนั้นคนของเราต้องเก่งกว่า รู้ทัน ถ้าสู้ไม่ได้ก็เป็นพันธมิตร ดังนั้น เชียงรายต้องพัฒนาคน และแม่ฟ้าหลวงมีบทบาทสำคัญในการสร้างคน” รศ.ดร.จุฑา มนัสไพบูลย์ คณบดีสำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว และนี่จึงเป็นที่มาของหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อรองรับการเติบโตของจังหวัดเชียงรายและสอดรับกับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของที่นี่
 
 
ดังนั้น หากมองเผินๆ หลักสูตร MBA ของที่นี่ ก็คล้ายๆ กับหลักสูตร MBA ทั่วไป แต่หากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว MBA ที่นี่จะแตกต่างออกไป และเป็นดังที่ รศ.ดร.จุฑา กล่าวข้างต้น นั่นคือ รองรับยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายจริงๆ ดังจะเห็นได้จากหลายวิชาที่เปิดสอน เช่น วิชา Modern Trade วิชาการค้าชายแดน การค้าต่างประเทศ เป็นต้น
 
 
แม้ในระยะแรก กลุ่มเป้าหมายผู้เรียนจะเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านการบริหารจัดการให้กับตนเอง ตามวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผู้ประกอบการที่มีความรู้ชายแดน แต่แน่ละว่า เมื่อชื่อเสียงและความเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น ผู้มาเรียนจึงขยายออกสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ และในระยะถัดจากนี้ รศ.ดร.จุฑา ยังจะมองผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายจากลาว พม่า จีน เวียดนามอีกด้วย
 
 
..........................................................
 

(ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร MBA เล่ม 140 ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2553)

 



 

MAGAZINE

 

 

 



Biz Move

  • May 25 , 2016

    ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับผู้บริหารค่ายมือถือ 5 เครือข่าย อมรรัตน์ ชาญปรีชญา ผู้อำนวยการส่วนงานประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์องค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) สงบ สังขจินดา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มปฏิบัติการสื่อสารไร้สาย บริษัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) อรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด รังสรรค์  จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ธีรศักดิ์  อรุณเริ่มวัฒนะ ผู้อำนวยการกลุ่มด้านการสื่อสารเพื่อสร้างแบรนด์และบริหารสื่อโฆษณา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) พร้อมด้วย มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส สายส่งเสริมการตลาด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดตัวโครงการ “ทำดีได้ด้วยปลายนิ้ว”  เพื่อระดมทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา รพ. ศิริราช โดยได้รับเกียรติจาก ประชา  เหตระกูล บรรณาธิการบริหาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์  พร้อมด้วยศิลปินจากช่อง 3, ช่อง 7, กลุ่ม บมจ.ทรูคอร์เปอเรชั่น, Music Move entertainment,  KPN Award,  GMM, RS, โพลีพลัส, โมเดิร์นไนน์ และนักแสดงอิสระมากมาย มารวมพลังเป็นหนึ่งเดียว เพื่อการให้ที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้  ณ พาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอนเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา

  • May 25 , 2016

     

     
    หลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบสื่อสารดิจิทัล
    หลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการตลาดการจัดงานและกิจกรรมสันทนาการ
    หลักสูตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว
    หลักสุตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ
    หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาชาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ
     
    กำหนดการรับสมัคร รุ่นที่ 3/2559
    สมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันนี้ - 8 กรกฎาคม 2559
    สมัครด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันนี้ - 6 กรกฎาคม 2559
     
    วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตตลิ่งชัน
     
    โทรศัพท์: 02 880 8361-3, 02 849 7522
  • May 18 , 2016

    ธนาคารไทยพาณิชย์คว้ารางวัลสุดยอดแบรนด์ในกลุ่มการเงินการธนาคารบน Social Media ที่มี Engagement สูงสุดต่อเนื่องติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ในงาน Zocial Award 2016 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ Social Media ให้เป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้าในยุคดิจิทัลในชื่อ SCB Thailand สามารถตอบโจทย์ความยอดเยี่ยมทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ อีกทั้งยังมีผู้ติดตามมากที่สุดในทุกช่องทางทั้ง Facebook, Twitter, Youtube, LINE และ Instagram โดยมีนางจันทร์เพ็ญ จันทนา ผู้อำนวยการผู้บริหารสาย Integrated Digital Marketing Management เป็นตัวแทนธนาคารเข้ารับรางวัล ณ โรงละครอักษราเธียเตอร์ คิงเพาเวอร์

    ก่อนหน้านี้ Social Media SCB Thailand ของไทยพาณิชย์ได้รับรางวัลมากมายทั้งในและต่างประเทศ เช่น รางวัล Best Use of Social Media in Asia จากงาน Customer Experience in Financial Service (CXFS) Summit and Awards Asia โดย Timetricสิงคโปร์ รวมถึงรางวัลBest Social in AsiaจากนิตยสารGlobal Financeสหรัฐอเมริกา

 

School Move

  • May 09 , 2016

    อย่างที่ทราบกันดีว่า ในประเทศไทยมีแรงงานต่างชาติเดินทางเข้ามาทำงานและอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างชาวเมียนมา ที่มีแนวโน้มการเติบโตและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในธุรกิจอุตสาหกรรม กิจกรรมการก่อสร้าง ธุรกิจบริการ และอื่นๆ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เล็งเห็นความสำคัญในจุดนี้ จึงจัดสัมนา เผยกลยุทธ์สร้างโอกาสทำการตลาดในกลุ่มแรงงานชาวเมียนมา ในหัวข้อ “Mingalaba Myanmar Marketing – เจาะตลาดอย่างไร ให้ตรงใจแรงงานเมียนมาในไทย” ที่อาคารมิว วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา

  • Apr 12 , 2016

    คุณรู้หรือไม่ว่า
    ☆ แบรนด์นั้นคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
    ☆ แบรนด์นั้นไม่ใช่แค่สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ หรือผลิตภัณฑ์ที่หรูหรา
    ☆ แบรนด์นั้นอาจหมายถึงความแตกต่างระหว่างธุรกิจของคุณที่จะประสบความสำเร็จ หรือความล้มเหลวที่จะหาลูกค้า
    เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณไม่อยากเป็นคนที่จะต้องพ่ายแพ้ในสงครามธุรกิจ คุณจะต้องมีแบรนด์ที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นเพื่อที่จะทำให้ธุรกิจคุณก้าวขึ้นสู่ความได้เปรียบในการแข่งขัน
    พบกับหลักสูตรการสร้างแบรนด์ Effective Branding in Action ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จะทำให้คุณเข้าใจกับวิธีการสร้างแบรนด์และการตลาดเชิงปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายและทำให้แบรนด์ของคุณนั้นชนะใจผู้บริโภค ความรู้เหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่เป็นทฤษฏีตามตำรา แต่เป็นความรู้การสร้างกลยุทธ์การสร้างแบรนด์จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของคุณได้ทันที
    ________________________________
    รายวิชา
    1) Brand building and marketing strategy from customer insight
    -Branding - the vital mechanisms of today's success
    -Secret recipe for successful brand building from customer insight
    -Effective marketing strategy to boost brand revenue from customer insight
    2) Branding Strategy in New Era
    -Branding in the new era
    -Unlocking successful branding strategy and management in new era
    -Decoding branding success and cracking the future trend
    ________________________________
    ภาษา
    -หลักสูตรภาษาไทย
    วิทยากร
    -อ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร (หัวหน้าภาควิชาการตลาดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
    -ดร. สรณ์ จงศรีจันทร์ (ที่ปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์) ผู้มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ด้านแบรนด์ดิ้ง
    รุ่นที่เปิดรับสมัครในปีนี้
    -EBA รุ่นที่ 1: 11 - 12 มิถุนายน
    -EBA รุ่นที่ 2: 2 - 3 กรกฏาคม
    ใบประกาศนียบัตร
    -วุฒิบัตรจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    สถานที่อบรม
    -คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    _________________________________
    สมัครเลยที่
    -application: http://goo.gl/forms/dScxxi9wkO
    หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    -Website: www.cbac-chula.com
    -Facebook: https://www.facebook.com/micromba.cbac/
    -Tel: 084-342-8887, 062-542-4989

  • Apr 07 , 2016

    ในวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 13.00-16.30 น. อาคารหอประชุมใหญ่ (ถ.พหลโยธิน) ม.เกษตรศาสตร์ งานนี้ฟรีตลอดงาน!

    สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 081-846-5332

    Facebook : YMBAKU24.Seminar2016

Management

  • Apr 19 , 2016

    1. สถานการณ์...แห่งสายลมโลกใบนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะของสิ่งที่เรียกว่า “กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แปรปรวน” (The wind of change) และพยายามที่จะแสวงหาการเติมเต็มด้วย “ภูมิปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (The Wisdoms for change)

  • Feb 29 , 2016

    ชีวิตคือการเดินทาง...และทุกครั้งของการเดินทางคือการเรียนรู้...ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าชีวิตคนเรานั้นเป็นการเรียนรู้อยู่เสมอ

    เมื่อต้นปีนี้...เป็นการเดินทางที่ไปเป็นแขกรับเชิญงานรับปริญญาของนักศึกษาปริญญาโท-เอกของ Kingston University ที่กรุงลอนดอน

  • Feb 26 , 2016

    ช่วงกว่าสองทศวรรษมานี้ คณะบริหารธุรกิจทั่วโลกถูกตั้งคำถามจากประชาสังคมอย่างหนักว่า จัดการศึกษากันอย่างไร โลกจึงเต็มไปด้วยนักธุรกิจทุนนิยมสุดโต่งที่นำพาให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคอันเป็นผลจากธุรกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ หรือการฉกฉวยประโยชน์ระยะสั้นโดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืนบนพื้นฐานอันดีงาม

 
 

Cool Case

  • May 16 , 2016

    “พ่อเป็นช่างตัดสูท ไม่ชอบให้ลูกใส่ยีนส์ ดูไม่ดี แล้วบอกว่าอยากใส่ก็ทำเอง ตั้งแต่นั้นก็เริ่มตัดยีนส์มาเรื่อยๆ จนถึงระดับที่เพื่อนอยากจะซื้อ”

     

    เบน เวียเพียนา (Ben Viapiana) ช่างตัดยีนส์ที่เกิดในแคนาดา แต่มาอยู่เมืองไทยจนพูดไทยชัดถ้อยชัดคำเล่าอดีตให้เราฟังสั้นๆ

     

    ร้านรับตัดยีนส์ตามออร์เดอร์ของเบนชื่อเหมือนนามสกุลของเขาคือ Viapiana ตอนแรกเปิดร้านแถวปุณณวิถี ต่อมาย้ายมาอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 โดยสาเหตุที่เขามาเปิดร้านในไทยเพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจ เห็นความพร้อมในด้านวัสดุ เครื่องจักร ช่างซ่อมจักร และไม่ต้องลงทุนทำร้านแพงแบบเมืองนอก

     

     

    “จริงๆ ประเทศไทยมีทุกอย่าง แต่คนไทยอาจจะหาไม่เจอ มองไม่เห็น เพราะคุณเกิดที่นี่ แต่ผมอยู่ที่นี่ ผมเห็นโอกาส แล้วสังคมยีนส์ที่นี่ใหญ่ มันมีโอกาสเยอะ”

     

    เบนเป็น Custom jeans tailor ที่ตัดกางเกงยีนส์ใส่เองมาตั้งแต่วัยรุ่น และถ้าใครจะเป็นลูกค้าของเขา อย่าสั่งคราวละมากๆ แบบยีนส์เหมาโหล

     

    “เอางี้ ถ้าผมอยากขายเยอะๆ ไปสยามแล้ว แต่ผมไม่อยากขายเยอะๆ ผมตรงข้ามกับ mass แต่อยู่ตรงนี้ อยู่ในที่ที่คนมาหาได้ และถ้าคุณมาแล้วสั่ง 30 ตัว ผมไม่ขายหรอก แต่ถ้าคุณมาสั่งตัวนึงแล้วอยากใส่จริงๆ ผมทำให้ ผมเป็น tailor-made รับสั่งตัด คุณมา คุณอยากได้ของ คุณเลือก ผมทำ ใช้เวลาตัวนึง ตัวครึ่งต่อวัน ตอนนี้ก็มีคิวอยู่ ถ้าสั่งต้องรอ 2 อาทิตย์ แต่ถ้าสั่งออนไลน์ก็ต้องใจกล้า ต้องมั่นใจในการวัด

    ตัวเองให้เป็น” เบนกล่าว

     

     

    Uniqueness of Viapiana

     

    กางเกงยีนส์ของเบนจะมีความพิเศษตรงที่ลูกค้าสามารถเลือกวัสดุที่ชอบมามิกซ์ในยีนส์ตัวเดียวกันได้ เช่น ต้องการผ้ายีนส์แบบใด สีใด อยากติดกระดุมแบบไหน ต้องการตะเข็บแบบใด โดยวัสดุต่างๆ ที่มีให้เลือกในร้านและบนเว็บนั้น มีทั้งที่ซื้อในไทย สั่งซื้อและฝากเพื่อนซื้อจากเมืองนอก เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ซึ่งเมื่อลูกค้าเลือกวัสดุแล้ว วัดตัวแล้ว เบนก็จะตัดกางเกงยีนส์เอง 

     

     

    “ผ้ายีนส์ ปกติคนมองเห็นแต่สีน้ำเงิน ไม่รู้ว่าต่างกันยังไง แต่ยีนส์มีการแยกตามน้ำหนักและความแน่นของผ้า และผมมีผ้า 50 กว่าแบบ มีหลายสี หลายเฉด ไม่ใช่แค่สี indigo เท่านั้น แต่ยังมีสีเขียว สีเทา และมาจากหลายที่ในโลก ถามว่ายีนส์ที่ไหนดีสุด ที่ญี่ปุ่น ผมจึงมีผ้ายีนส์ญี่ปุ่นเยอะ ส่วนกระดุมกับ rivets สามารถใช้ปนกันหลายประเทศ แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ของไทยและญี่ปุ่น เพราะของไทยซื้อจำนวนน้อยได้ ส่วนของญี่ปุ่นมีสีสวยงาม เส้นด้ายก็ใช้ของบริษัทอังกฤษที่ผลิตในไทย ข้อดีของการเลือกของที่ผลิตในไทยคือ ยอดไม่ต้องสูงมากก็ซื้อได้ 

    ต่างจากอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น ที่ต้องซื้อทีละหลายโหล”

     

    เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ เป็นชุดประจำตัวที่เรียบง่ายและสร้างเอกลักษณ์ให้เบน เพราะเขาใส่ทุกวันด้วยความชอบและความภาคภูมิใจ เพราะถ้าไม่รักไม่ชอบ คงอยู่กับยีนส์ทุกวันไม่ได้

     

    “คนที่เบื่อง่ายทำงานแบบนี้ไม่ได้ บางคนทำธุรกิจเพื่อเงิน เขาคิดว่าสิ่งที่จะซ่อมปัญหาคือ เงิน จึงทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้เงิน แต่ผมมองว่าเงินมันมีทุกที่ เดี๋ยวก็มา ไม่ต้องรีบหา ให้ทำในสิ่งที่คุณรัก แล้วเงินก็จะมาหาเอง” 

     

     

    Passion ของการได้ทำงานที่รักนั้น ทำให้เบนมีความสุข แต่ในเรื่องความสนุก เขาบอกว่าสนุกที่ได้เจอโจทย์ใหม่ๆ ที่ลูกค้าต้องการให้คัสตอมเมดอยู่เสมอ เป็นสีสันของการทำงานพร้อมๆ กับความท้าทายว่าจะทำได้ถูกใจลูกค้าหรือไม่ เช่นที่เคยมีคนนำลีวายส์ ปี 1933 มาที่ร้าน บอกว่าเอาดีเทลแบบนี้เป๊ะ ซึ่งการที่เขาชอบทำงาน accurate หรือเป๊ะตามรายละเอียดที่สั่ง จึงรับทำ และลูกค้าก็ชื่นชอบ

     

    “ถ้าทำให้เขาได้ เขาเป็นลูกค้าเรานิจนิรันดร์แล้ว”

     

    เมื่อถามถึงกลุ่มเป้าหมายของ Viapiana เบนบอกว่ามี 3 กลุ่ม 

     

    กลุ่มแรก คนรักยีนส์ คนที่อยากได้ยีนส์ที่มีดีเทลต่างๆ

    กลุ่มที่สอง ลูกค้าที่มีร่างกายพิเศษ เช่น คนอ้วนมาก คนที่ตัวเล็กมากๆ

    กลุ่มที่สาม คนที่รักงานสั่งตัด เป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยสนเรื่องแบรนด์ อยากได้อะไรเป็นของตัวเอง 

     

     

    ลูกค้า Viapiana กระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เมื่อสอบถามราคาขั้นต่ำของสินค้า เบนบอกว่าขึ้นอยู่กับการเลือกวัสดุและความต้องการ ซึ่งหลังจากที่เขาตัดกางเกงยีนส์ให้ลูกค้าแล้ว ยังรับซ่อมยีนส์ตามอายุ ตามเหตุผลของการใช้งาน และยีนส์บางตัวที่ลูกค้าใส่แล้วแต่สวยถูกใจ เบนก็จะขอซื้อคืน

     

    ถามถึงความชอบของลูกค้าคนไทย เบนตอบว่า คนไทยติดแบรนด์ แม้ว่าจะมีคนสนใจงานแฮนด์เมดบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยซื้อ เพราะมักจะเจอคำถามจากเพื่อนว่า แบรนด์อะไร ดูไม่รู้ว่าของอะไร คนไทยจึงไม่นิยมใช้สินค้าแฮนด์เมด

     

     

    "ยีนส์" ที่ทำให้ยิ้มได้

     

    ออร์เดอร์ที่เข้ามาส่วนใหญ่ของเบนมาจากการบอกต่อ (Word of mouth) จากคนที่เขียนลงเว็บไซต์ เว็บบล็อก และถ้าใครได้ไปเยือนที่ร้านของเขา ก็จะเห็นห้องที่ทอดตัวตามแนวยาว เต็มไปด้วยด้ายสารพัดสี ผ้ายีนส์สารพัดแบบ และจักรเย็บผ้าที่เรียงรายเป็นแถว

     

    “ผมทำแบบคลาสสิก ก่อนที่ผมทำเนี่ย ผมก็ขัดส้วมเป็นอาชีพอยู่ที่เมืองนอก เก็บเงินซื้อจักรแล้วก็ทำเลย ผมเห็นจักรแล้วชอบ ก็ซื้อเต็มที่ เห็นของละไม่ซื้อไม่ได้ เป็นของสะสมด้วย Singer, Dürkopp Adler ทุกตัวใช้ได้หมดนะ ปกติยีนส์ตัวนึงจะใช้จักร 14 คัน แต่ตอนนี้ ในร้านนี้มีเครื่องมือทั้งหมด 33 ชิ้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ใช้ทั้งหมด แต่มีไว้มันสนุก ฝีเข็มที่ออกมาจากจักรเก่าก็ไม่เหมือนกับจักรใหม่ มันเป็นศิลปะ”

     

    ในวันที่ MBA ไปสัมภาษณ์ เบนบอกเราว่ากำลังจะทำยีนส์ลำดับที่ 1,200 

     

    “ผมชอบที่ผมนั่งทำ และจะดีใจมากที่ได้ยินลูกค้าบอก ‘โอ้ว ใช่เลย’ อารมณ์ดีแล้ว พอแล้ววันนั้น รู้สึกดี” เบนพูดจบแล้วยิ้มกว้าง

  • Apr 19 , 2016

    “คิดเงินให้ครบนะฮิ” เสียงของคนเมืองจันท์คุยกันในร้านก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง 

    เพราะคนจันท์บางส่วนยังใช้คำว่า “ฮิ” เป็นคำสร้อยท้ายประโยค 

    ถ้าไปเยือนจันทบุรีแล้วได้ยินก็ไม่ต้องแปลกใจ ลองคุยดูนะฮิ!

  • Feb 25 , 2016

    นิตยสาร MBA ร่วมกับ ข้าว A-Rice  จัดกิจกรรมทางออนไลน์ เพื่อสำรวจพฤติกรรมเรื่อง การตัดสินใจเลือกซื้อและเลือกบริโภคอาหารของผู้หญิงในยุคนี้ โดย มีผู้หญิง 237 คนร่วมให้ความเห็นในการสำรวจระหว่างวันที่ 5 ธันวาคม 58 -5 กุมภาพันธ์ 59  ได้ผลสำรวจว่า