ยุทธศาสตร์เชียงราย ยุทธศาสตร์ MBA แม่ฟ้าหลวง The ways to the TOP


 
alt
 
 

ปี 2553 นี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีอายุครบ 12 ปี หากเทียบกับชีวิตของคนคนหนึ่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็ยังเยาว์นัก แต่หากเทียบเคียงกับองค์กรธุรกิจแล้วล่ะก็ ถือว่าอยู่ในช่วงของการก่อร่างสร้างสมความเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพครบถ้วน รอบด้าน

 
 
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นเวลาของการวางรากฐาน บุกเบิก และพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแกร่ง ก่อนที่จะรุกก้าวเพื่อแผ่ขยายการเติบโตในรอบต่อไป ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างรากฐาน ก็คือ “ชื่อเสียง” ที่ถูกกล่าวขานมากขึ้นเรื่อยๆ และ “คุณภาพ” ของบรรดาบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่ทยอยออกมารับใช้สังคมและประเทศเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 
 
 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กระแสโลกาภิวัตน์ สังคมเศรษฐกิจ ประชาคมอาเซียน รวมไปถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงรายเอง บริบทเหล่านี้ ทำให้การพัฒนาในวงรอบต่อไปไม่ใช่เพียงการสานต่อนโยบายในยุคที่ผ่านมาเท่านั้น หากยังต้องวางแผนรับมือความเปลี่ยนแปลงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตร MBA ที่ทั้งรองรับความต้องการของชาวภาคเหนือและอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง  
 
 
ดังนั้น เบื้องหน้าทัศนียภาพที่สวยงามของมหาวิทยาลัยมแม่ฟ้าหลวง ภูเขาที่โอบล้อม และอุดมไปด้วยพื้นที่เขียวชะอุ่ม อากาศอันบริสุทธิ์ ซึ่งเมื่อได้มาเยือนแล้วล้วนไม่ผิดหวังกับความเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย หากเบื้องหลังภูมิทัศน์ที่งดงามแห่งนี้ ยังมีความแข็งแกร่งทางวิชาการ องค์ความรู้ การเรียนการสอน และความพร้อมในด้านต่างๆ ที่ไม่อ่อนด้อยไปกว่าสถาบันการศึกษาอื่น และพร้อมที่จะสร้าง “คน” สู่สังคมโลก
 
 
สร้างพลเมืองอาซียน-พลเมืองโลก
 
 
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 5 ปี ประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อันได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนม่า จะรวมตัวกันเป็น 1 ประเทศ
 
 
การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของไทย ย่อมก่อให้เกิดผลดีในแง่การสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มอาเซียน แต่แน่นอนว่า ภายใต้ความเข้มแข็งนี้ จำเป็นยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วย 
 
 
สถาบันการศึกษา หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเร็ว ทั้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนสู่สากล ให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อสร้างคนรองรับตลาดแรงงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังประเทศต่างๆ 
 
 
สำหรับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้นถือว่ามีความได้เปรียบจากความตั้งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติตั้งแต่แรกเริ่ม ที่นี่จึงมีการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักอยู่แล้ว ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญร่วม 12 ปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นการปูพื้นฐานที่ล้ำหน้าไปก่อนใครต่อใคร 
 
 
ขณะที่ความพร้อมในด้านวิชาการและอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า เพราะเป้าหมายประการหนึ่งของที่นี่ คือ การสร้างบัณฑิตที่มีคุณสมบัติเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) รวมไปถึง พลเมืองของโลก (World Citizen) ที่สามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมของโลก
 
 
alt
 

พันธกิจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้สะท้อน จากความมุ่งมั่นของหัวเรือใหญ่ รศ.ดร.เทอด เทศประทีป อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้า-หลวง ที่เล่าให้ MBA ฟังว่า “เป้าหมายของเราคือการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นพลเมืองของอาเซียนและพลเมืองของโลก แนวคิดนี้ต้องพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษให้พอเพียง นอกเหนือจากวิชาการ และยังต้องรู้ภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมมาก เพราะเรามีศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรและสถาบันขงจื่อ เป็นจุดแข็งอยู่แล้ว”
 
 
ข้างต้นคือเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่วางไว้ในปี 2555-2559 เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน นั่นคือ การพัฒนานักศึกษาให้ไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลก ผ่านการพัฒนาด้านภาษา และการเรียนการสอนที่เป็นสากล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนได้ อันเป็นการช่วยขยายโอกาสในการทำงานของบัณฑิตให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 
 
 
ในแง่หลักสูตร ที่นี่จึงออกแบบหลักสูตรใหม่ให้มีรายวิชาที่เกี่ยวกับอาเซียน เช่น กรอบการค้า และข้อตกลงต่างๆ รวม ไปถึงสังคมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก 
 
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา (ACSC) เพื่อเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนในเชิงวิชาการอีกด้วย
 
 
หนทางพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพในการแข่งขัน ในมุมมองของอธิการบดี นอกจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 แล้ว ยังเล็งไกลไปถึงอนาคตของโลกการค้า ประกอบกับทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเองเป็นจุดร่วมของเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ภาษาจีน จึงเป็นภาษาที่จำเป็นและทำให้อธิการบดี สนับสนุนภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 โดยมี 2 แรงหนุนที่สำคัญ คือ ศูนย์ภาษาและวัฒน-ธรรมจีนสิรินธร แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในไทย และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีนและไทย
 
 
ขณะที่อีกแรงหนุน คือ สถาบันขงจื่อ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ประเทศจีน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน อบรมครูสอนภาษาจีน รวมถึงการทดสอบภาษาจีน 
 
 
ที่สำคัญ รศ.ดร.เทอด บอกว่า ในปี 2554 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเปิด สำนักจีนศึกษา ขึ้น ซึ่งนับเป็นการเปิดหลักสูตรที่ว่าด้วยเรื่องจีนโดยเฉพาะ เช่น Business Chinese, Chinese Language เป็นต้น และนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนยกระดับขึ้นเป็นคณะเลยทีเดียว
 
 
alt
 
 
นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปลูกฝังให้นักศึกษา “ใฝ่รู้ใฝ่เรียน” เพื่อสร้างให้เป็นคนเรียนรู้ตลอดชีวิต มากกว่าการหยิบฉวยความรู้จากอาจารย์ในห้องเรียนเท่านั้น ย่อมเป็นการผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพ ให้พร้อมออกไปเผชิญหน้า และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รศ.ดร.เทอด จึงมีแนวคิดที่จะนำการเรียนการสอนแบบ PBL (Problem-based Learning) มาใช้ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีมหาวิทยาลัย Aalborg ประเทศเดนมาร์ก ร่วมสนับสนุนทางวิชาการในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
 
 
“เป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรามีพี่เลี้ยงจาก Aalborg ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนแบบ PBL เชื่อว่าการเรียนแบบ Learning to Learn Concept นี้จะทำให้นักศึกษาไม่อับจน เพราะความรู้ใหม่มีตลอดเวลา และการเรียนแบบนี้จะทำให้ได้รับความรู้ตลอดชีวิต”
 
 
ทั้งหมดนี้ คือการหลอมรวมไปสู่การพัฒนาสร้างพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่ง รศ.ดร.เทอด เชื่อว่า จะทำให้นักศึกษาสามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมโลก
 
 
MBA รองรับยุทธศาสตร์เชียงราย 
 
 
หากจะว่ากันถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม ท่องเที่ยว และอยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region) ซึ่งประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน โดยมีข้อตกลงที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การเกษตร ท่องเที่ยว คมนาคมขนส่ง การค้าการลงทุน ก็ทำให้แม่น้ำโขงไม่เพียงแต่จะหล่อเลี้ยงชาวบ้านริมแม่น้ำเท่านั้น หากยังนำพาความเติบโตทางเศรษฐกิจหลั่งไหลตามมาด้วย 
 
 
“คน” ที่จะรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแห่งนี้ จึงต้องมีความพร้อมที่จะมีทั้งเกราะป้องกันตนเองและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วย 
 
 
MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นศาสตร์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องนี้ ดังนั้น หากจะบอกว่า หลักสูตร MBA ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยึดกรอบยุทธศาสตร์เชียงราย เป็นด้านหลักในการพัฒนาหลักสูตรก็ไม่ผิดนัก 
 
 
ยุทธศาสตร์จริงๆ ต้องมองขอบชายแดนว่ามีความสำคัญมาก ถ้าคนเราไม่เก่ง เราจะเสียเปรียบ อย่างจีนซึ่งอยู่ใกล้มาก แล้วมีอำนาจ ถ้าเราไม่เก่งเราจะโดนกลืน ดังนั้นคนของเราต้องเก่งกว่า รู้ทัน ถ้าสู้ไม่ได้ก็เป็นพันธมิตร ดังนั้น เชียงรายต้องพัฒนาคน และแม่ฟ้าหลวงมีบทบาทสำคัญในการสร้างคน” รศ.ดร.จุฑา มนัสไพบูลย์ คณบดีสำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว และนี่จึงเป็นที่มาของหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อรองรับการเติบโตของจังหวัดเชียงรายและสอดรับกับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของที่นี่
 
 
ดังนั้น หากมองเผินๆ หลักสูตร MBA ของที่นี่ ก็คล้ายๆ กับหลักสูตร MBA ทั่วไป แต่หากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว MBA ที่นี่จะแตกต่างออกไป และเป็นดังที่ รศ.ดร.จุฑา กล่าวข้างต้น นั่นคือ รองรับยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายจริงๆ ดังจะเห็นได้จากหลายวิชาที่เปิดสอน เช่น วิชา Modern Trade วิชาการค้าชายแดน การค้าต่างประเทศ เป็นต้น
 
 
แม้ในระยะแรก กลุ่มเป้าหมายผู้เรียนจะเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านการบริหารจัดการให้กับตนเอง ตามวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผู้ประกอบการที่มีความรู้ชายแดน แต่แน่ละว่า เมื่อชื่อเสียงและความเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น ผู้มาเรียนจึงขยายออกสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ และในระยะถัดจากนี้ รศ.ดร.จุฑา ยังจะมองผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายจากลาว พม่า จีน เวียดนามอีกด้วย
 
 
..........................................................
 

(ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร MBA เล่ม 140 ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2553)

 



 

MAGAZINE

 

 

 



Biz Move

  • Jun 29 , 2016

    สถาบันไทยพัฒน์ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมมือกับกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมมือกับภาคเอกชน 14 ราย ขับเคลื่อนธุรกิจที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุ (Age-Friendly Business) ภายใต้รูปแบบ CSR-in-process และ Social Enterprise 

  • Jun 29 , 2016

     

          โฮมโปร ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ด้วยการผลิตรายการ “HOME MAKEOVER ปรับบ้าน เปลี่ยนชีวิต” รายการเรียลลิตี้ปรับโฉมบ้านรายการแรกของเมืองไทย ที่จะเปลี่ยนโฉมบ้านให้ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิตของคุณ เพื่อทำให้บ้านเป็นที่รวมความสุขของทุกคนในครอบครัว หวังเพิ่มยอดขายกระตุ้นให้กลุ่มลูกค้าปรับปรุงที่อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้นเริ่มตอนแรก 10 ก.ค. 2559 เวลา 18.30 น. ทางช่อง 21Voice TV.

         นายณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปัจจุบันประชากรไทยอาศัยอยู่ในที่อยู่อาศัยที่เป็นบ้านใหม่เพียงแค่ 20% ที่เหลือเป็นบ้านเก่าถึง 80%โดยบ้านที่อยู่อาศัยนั้นอาจไม่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนในบ้านที่เปลี่ยนไป โฮมโปร จึงเห็นโอกาส ที่จะทำให้เราเปลี่ยนชีวิตได้ และนี่ก็คือที่มาของโฮมโปรในการนำเสนอ “Reality Show” ครั้งแรกในประเทศไทย “HOME MAKEOVER ปรับบ้าน เปลี่ยนชีวิต” กับปรากฏการณ์ที่จะได้ชมการปรับปรุงบ้านในฝันให้เป็นจริง จากมัณฑนากรชั้นนำของเมืองไทย พร้อมทีมงานมืออาชีพ และการบริการที่ดีเยี่ยมจากโฮมโปร

        ติดตามชมเรียลลิตี้เรื่องบ้านจาก 10 ครอบครัวตัวอย่าง ครอบคลุมทุกปัญหา ที่จะทำให้คุณเกิดไอเดียใหม่ เพื่อปรับปรุงบ้านให้ตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้นได้ใน รายการ HOME MAKEOVER ปรับบ้าน เปลี่ยนชีวิต ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ 18.30 น. ช่อง 21 เริ่มตอนแรก 10 กรกฏาคม 2559 แล้วคุณจะว๊าว 

  • Jun 28 , 2016

     

           บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อนคู่ชีวิต...ตลอดไป โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมให้การต้อนรับคุณสมชาย     สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และคุณวราวรรณ  เวชชสัสถ์  รองเลขาธิการ คปภ. ที่ให้เกียรติร่วมแสดงความยินดีกับตัวแทนไทยสมุทรประกันชีวิตที่ได้รับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ (TNQA) ครั้งที่ 33 ประจำปี 2559 โดยมีตัวแทนไทยสมุทรจำนวน 29 คนที่ได้รับโล่กิตติคุณ มากเป็นอันดับ 1 และตัวแทนได้รับรางวัลเกียรติบัตรจำนวนทั้งสิ้น 695 คน พิธีมอบรางวัลดังกล่าว จัดโดยสมาคมประกันชีวิตไทย ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อาคารชาเลนเจอร์  เมืองทองธานี

     

 

School Move

  • Jun 28 , 2016

     

    คณะกรรมการอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาศิลปวัฒนธรรม ร่วมกับชมรมดนตรีไทยและนาฏศิลป์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรมการแสดง สืบสานงานศิลป์ ครั้งที่ 4 ฉลอง 30 ปี MUIC”ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 3 วิทยาลัยนานาชาติ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบปีที่ 30 ของการก่อตั้งวิทยาลัยฯและอนุรักษ์สืบสานประเพณีและวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงชุด “เพลงของเรา เดอะมิวสิคัล” บทเพลงในความทรงจำ โดยนักศึกษาชมรมดนตรีไทยและนาฎศิลป์ของวิทยาลัยฯ ก่อนจะสนุกครื้นเครงกับการแสดง “บทเพลงพื้นบ้าน” โดยคณะจำอวดหน้าม่าน น้าโย่ง,น้าพวง,น้านงค์ ภายในงานมีบุคลากรวิทยาลัยนานาชาติ นักศึกษา ตลอดจนบุคคลภายนอกให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน

  • Jun 28 , 2016

     

    มหาวิทยาลัยนครพนม ได้จัดกิจกรรม "อธิการบดีพบบุคลากรมหาวิทยาลัยนครพนม" ณ ห้องประชุมพนมศิลป์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม โดย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ได้นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ 4 ปี มหาวิทยาลัยนครพนม (พ.ศ. 2560 - 2563) แก่บุคลากรมหาวิทยาลัยนครพนม โดยมีแผนยุทธศาสตร์สำคัญ  5 ยุทธศาสตร์  ดังนี้

    ยุทธศาสตร์ที่ 1 :  SMART LEARNER มีการพัฒนาผู้เรียนในทุกระดับชั้น เพื่อให้บัณฑิตของมหาวิทยาลัยนครพนมเป็นผู้ที่มีความตื่นรู้ สามารถที่จะพัฒนาตนเอง ออกสู่สังคมอย่างมีคุณภาพ มีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  และเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม  โดยมีเป้าหมายผลิตบัณฑิตที่ทำงานเป็น สู้งาน มีคุณภาพ มีคุณธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคม  รวมถึงเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการ โดยมีสิ่งที่ มหาวิทยาลัยนครพนมจะดำเนินการดังนี้ พัฒนาหลักสูตรต่อเนื่อง จากอาชีวศึกษาสู่อุดมศึกษาพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่มีคุณภาพ ปรับโครงสร้างการเรียนการสอนรายวิชาการศึกษาทั่วไป (Gen.Ed.) เสริมสร้างทักษะและผลการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เสริมทักษะการประกอบอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ

    ยุทธศาสตร์ที่ 2 :  SMART PEOPLE  การพัฒนาไปสู่มหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพของบุคลากรอยู่ในระดับสูงและชั้นนำ เป็นที่พึ่งของสังคมได้ โดยการพัฒนาคุณภาพอาจารย์ทั้งระบบ รวมทั้งการพัฒนาความก้าวหน้าของบุคลากรแต่ละสายงาน จัดตั้งศูนย์พัฒนาการเรียนการสอน รวมทั้งเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณภาพ

    ยุทธศาสตร์ที่ 3 :  SMART CAMPUS คือ ปรับปรุงแผนแม่บทและภูมิทัศน์ของมหาวิทยาลัย ปรับปรุงอาคารและระบบห้องสมุดที่ทันสมัย ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปรับปรุงคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นในมหาวิทยาลัย และบริหารจัดการทรัพย์สินด้วยความโปร่งใส

    ยุทธศาสตร์ที่ 4 :  SMART MISSION คือ การเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม (University-Social Responsibility) ส่งเสริมการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการวิจัย มีการส่งเสริมความเป็นมหาวิทยาลัยที่เด่นสง่าในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและจัดตั้งสถาบันวิจัยศรีโคตรบูร พร้อมทั้ง จัดตั้งคณะใหม่เพื่อการพัฒนาและบริการในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง  1.คณะวิศวกรรมศาสตร์ 2.คณะวิทยาศาสตร์สุขภาพ 3.คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ 4.คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ 5.คณะทรัพยากรศาสตร์สิ่งแวดล้อม 6.วิทยาลัยนวัตกรรม

    ยุทธศาสตร์ที่ 5 : SMART  ORGANIZATION คือ ให้มหาวิทยาลัยนครพนมเป็นองค์กรที่มีคุณภาพ มีความโปร่งใส และเป็นองค์กรที่มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เป็นที่พึ่งของสังคม และสามารถเป็นต้นแบบขององค์กรต่างๆ ได้ โดยครอบคลุมการทำงานด้านต่างๆต่อไปนี้ พัฒนาระบบการสื่อสารภายในองค์กร ระบบศิษย์เก่าสัมพันธ์เสริมสร้างระบบธรรมาภิบาล พัฒนาระบบประกันคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเสริมสร้างเป็นองค์กรสุขภาพดีและมีความสุข

    ทั้งนี้การมีแผนยุทธศาสตร์สำคัญ 5 ยุทธศาสตร์นั้น เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยนครพนมใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ2560 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งหวังให้มหาวิทยาลัยนครพนมเป็นมหาวิทยาลัยที่เด่นสง่าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งต้องการพัฒนามหาวิทยาลัยนครพนมให้เป็น SMART University นั่นก็คือ มหาวิทยาลัยที่มีความเด่นสง่า เป็นที่ ภาคภูมิใจ และเป็นที่พึงของสังคม...

  • Jun 22 , 2016

    สถาบัน ลีด บิซิเนส เปิดตัวหลักสูตรผู้นำธุรกิจระดับโลก (Global Business Leaders) หรือ GBL อย่างเป็นทางการ โดยมี 50 ผู้บริหารไทยเข้าร่วมในครั้งนี้ เพื่อสร้างเครือข่ายนักธุรกิจชั้นแนวหน้ารับมือการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคโลกสากล ตามเจตนารมณ์ผู้ร่างหลักสูตร ดร. สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกิตติคุณของสถาบันฯ  ซึ่งหลักสูตร Global Business Leaders (GBL) มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารไทยให้มีความเป็นผู้นำและความแข็งแกร่งทัดเทียมกับระดับสากล โดยความร่วมมือกับวิทยาลัยอุตสาหกรรมและแรงงานสัมพันธ์ (The Industrial Labor Relations School – ILR) ของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University)  จากสหรัฐอเมริกา ในการส่งวิทยากรระดับโลกมาบรรยาย ควบคู่กับวิทยากรชั้นนำทางธุรกิจ โดยเน้นองค์ความรู้ในหลักสูตรที่ครอบคลุมแนวความคิด และทฤษฎีทางธุรกิจใหม่ๆ รวมไปถึงเกร็ดความรู้และประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับสูง ทั้งภาครัฐและเอกชน                   

Management

  • Apr 19 , 2016

    1. สถานการณ์...แห่งสายลมโลกใบนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะของสิ่งที่เรียกว่า “กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แปรปรวน” (The wind of change) และพยายามที่จะแสวงหาการเติมเต็มด้วย “ภูมิปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (The Wisdoms for change)

  • Feb 29 , 2016

    ชีวิตคือการเดินทาง...และทุกครั้งของการเดินทางคือการเรียนรู้...ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าชีวิตคนเรานั้นเป็นการเรียนรู้อยู่เสมอ

    เมื่อต้นปีนี้...เป็นการเดินทางที่ไปเป็นแขกรับเชิญงานรับปริญญาของนักศึกษาปริญญาโท-เอกของ Kingston University ที่กรุงลอนดอน

  • Feb 26 , 2016

    ช่วงกว่าสองทศวรรษมานี้ คณะบริหารธุรกิจทั่วโลกถูกตั้งคำถามจากประชาสังคมอย่างหนักว่า จัดการศึกษากันอย่างไร โลกจึงเต็มไปด้วยนักธุรกิจทุนนิยมสุดโต่งที่นำพาให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคอันเป็นผลจากธุรกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ หรือการฉกฉวยประโยชน์ระยะสั้นโดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืนบนพื้นฐานอันดีงาม

 
 

Cool Case

  • Jun 23 , 2016

           

            จากแนวคิดที่ อยากให้อาคารสำนักงาน  มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายและครบวงจร เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆ วันของผู้เช่าภายในอาคาร และใกล้เคียง วิคเตอร์คลับเดินหน้าทุ่มงบ 40 ล้านบาท เปิดตัว ‘วิคเตอร์คลับ สาทรสแควร์’ (Victor Club - Sathorn Square) สาขาที่ 2 ซึ่งทำให้ดีมานต์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปีนี้ โดยการเน้นย้ำจุดขายด้านราคา และการบริการ ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางศูนย์กลางธุรกิจ ตกแต่งด้วยดีไซน์ที่สวยงาม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย

            หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดดำเนินการ วิคเตอร์คลับ ที่ ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ ไป เมื่อปี 2555 วิคตอเรีย คลับ จึงเริ่มพัฒนาจากอาคารสำนักงานหันมาปรับทำธุรกิจแนวใหม่ปัจจุบันเป็นสาขาที่ 2  เพื่อต่อยอดบริการระดับพรีเมี่ยมในด้านดังกล่าว และสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ด้วยธุรกิจบริการให้เช่าสถานที่เพื่อการจัดงานขนาดเล็ก เป็นการประหยัดเวลา การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ จัดประชุม สัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์ ถ้ามองในแง่ธุรกิจปัจจุบัน ห้องแบบจัดเลี้ยง จัดสัมมนาส่วนใหญ่มีการเปิดให้เช่าตามโรงแรมหรูระดับ 3 ดาวขึ้นไปเท่านั้น การปรับเปลี่ยนอาคารสำนักงานให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งในแง่ธุรกิจเป็นการเจาะกลุ่มตลาดผู้เช่าภายในอาคาร จึงสามารถตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้ได้มากขึ้นและรวดเร็ว อีกทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจด้วย

            ด้านมุมมองต่อเกี่ยวกับอนาคตของธุรกิจบริการให้เช่าสถานที่ ปิยะวัลย์ สร้อยน้อย กล่าวแสดงความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า “ปัจจุบันรูปแบบการจัดงานของประเทศไทย  เริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม มีการทำในลักษณะปรับตามความต้องการของลูกค้าเฉพาะราย (Customization) เพื่อเหมาะสมกับแต่ละกลุ่มมากขึ้น อาทิ การจัดขายสินค้าเฉพาะกับลูกค้า VIP, การจัดเวิร์คช็อปที่มีการแบ่งตามระดับ (Level) ของผู้เข้าร่วม จึงมีแนวโน้มที่จะใช้พื้นที่ในการจัดงานที่เล็กลงกว่าในอดีต ขณะเดียวกันภาพลักษณ์ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องทันสมัย โดยเฉพาะเรื่องระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่ง ‘วิคเตอร์คลับ’ ได้ใส่ใจและพัฒนาส่วนนี้ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค”

           “และในปีนี้ถือเป็นปีที่ธุรกิจบริการเช่าสถานที่มีสัญญาณเป็นบวกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจแรกเริ่ม (Startup Business) และกลุ่มอาชีพอิสระ (Freelance) เช่น นักลงทุน ที่มีอัตราการเช่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากสตาร์ทอัพจะเป็นกระแสที่คนรุ่นใหม่หันมานิยมมากขึ้นด้วยวัฒนธรรมการเป็นเจ้าของธุรกิจ บวกกับกระแสนักลงทุนที่หันมาลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพ จะยิ่งสร้างความคึกคักให้แก่ธุรกิจบริการเช่าสถานที่เพิ่มขึ้น เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 70% ต่อปี”

     

            สิ่งที่เห็นในปี 2559 การพัฒนาธุรกิจในเช่าสถานที่มีการเติบโตขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเปิดธุรกิจแบบ Co-working Space มีการบริการให้เช่าสถานที่ห้องทำงานหรือแม้แต่ห้องประชุมและห้องสัมมนาแบบขนาดไม่ใหญ่มาก หรือแม้แต่การปรับอาคารสำนักงานให้ครบวงจร อย่างวิคเตอร์ คลับ เพราะด้วยความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยนี้ ความสะดวกสบายมีอุปกรณ์ที่ครบครัน จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้คนได้มากขึ้น

     

  • Jun 06 , 2016

    หนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดของไทยจากการจัดอันดับของฟอร์บส์ ปี 2008 คุณวิกรม กรมดิษฐ์  มีชีวิตวัยเด็กที่ลำบากและต้องดิ้นรน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนจนประสบความสำเร็จ

     

    ด้วยความมุมานะ คุณวิกรมได้สร้างแผนลงทุนที่เป็นธุรกิจแรกของตัวเองขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะงานของเขาทำให้เขาต้องพบกับอุปสรรคอีกอย่าง นั่นก็คือภาษาอังกฤษ เพราะในขณะที่เขาได้ร่วมงานกับชาวต่างชาตินั้น เขาพบว่าเขาไม่สามารถพูดคุยกับผู้ร่วมงานได้อย่างเข้าใจ

    การที่เขาพบกับปัญหานี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่าการสื่อสารที่ไม่เข้าใจอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเขาได้ เขาจึงตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเรียนภาษาอังกฤษให้เชี่ยวชาญให้ได้ จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่เคยหยุดที่จะฝึกฝนและเรียนภาษาอังกฤษเลยเป็นระยะเวลา 3 เดือนจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาสามารถติดต่อธุรกิจกับต่างชาติและได้รับใบอนุญาตการส่งออกจากคณะกรรมการอาหารและยาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทุกวันนี้คุณวิกรมสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและคล่องแคล่ว

    ทรัพย์สินของคุณวิกรมมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมกว่า 900 แห่ง และบริษัทที่มีมูลค่าที่สามารถคิดเป็น GDP ต่อปีของไทยได้ถึง10%  ความลับสู่ความสำเร็จของเขาคือการลงทุนไปกับการเรียนรู้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ความอดทน และความซื่อสัตย์ ที่นำไปใช้กับการปรับตัวในสภาพแวดล้อมและองค์กรใหม่ๆ ในการทำงาน

     

    คนหนุ่มสาวในเอเชียต้องเก่งภาษาอังกฤษเพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการทำงาน              

    จากการวิจัยของ International Herald Tribune ปี 2007 พบว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มากกว่า 400 ล้านคน ในขณะที่อีก 300 ถึง 500  ล้านคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง  นั่นเท่ากับว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษในปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 1.5 พันล้านคนบนโลก

    ภาษาอังกฤษคือกุญแจสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาว เพราะภาษาอังกฤษถือว่าเป็นอาวุธที่มีประโยชน์มากในสนามแข่งขันของการหางาน และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

    นอกจากนั้น ตลาดเอเชียกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในเศรษฐกิจโลก มีความต้องการบุคลากรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทำการติดต่อกับบริษัทต่างชาติ การไม่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษที่เป็นอุปสรรคในการติดต่อกับต่างชาติ จึงอาจเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จของธุรกิจได้ แม้คุณจะยุ่งจากงานหรือการดูแลครอบครัวมากแค่ไหน แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องหาเวลาในการฝึกภาษาอังกฤษให้เพียงพอ ซึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถช่วยคุณให้สามารถเรียนภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพได้

     เพียงใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คหรือสมาร์ทโฟนเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็ทำให้คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ ด้วยเวลาเรียน โมงเช้าถึงเที่ยงคืนทุกวัน สอนโดยอาจารย์เจ้าของภาษาจากยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา ผ่านห้องเรียนออนไลน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อช่วยในกระบวนการเรียนรู้ให้รู้สึกเสมือนจริง นอกจากนั้น คุณไม่จำเป็นต้องรอเวลาเข้าเรียน คุณสามารถเริ่มเรียนได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นการสมัครและการทดสอบ

    นวัตกรรมการเรียนการสอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และ TOPICA ถือเป็นผู้นำด้านการให้บริการการศึกษาออนไลน์ในภูมิภาค โดย TOPICA Edtech Group ให้บริการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ผ่านโปรแกรมที่มีชื่อว่า TOPICA Native ที่ทำให้คุณสามารถร่วมประสบการณ์ครั้งแรกของโลกด้วยการเรียนผ่าน Google Glass โดยมีนักเรียนจำนวนมากที่สามารถพัฒนาทักษะด้านการพูดและทำคะแนนได้มากถึง 300 ถึง 1000 คะแนน หลังจากเรียนเพียงหนึ่งคอร์ส และส่วนมากมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

     

    คลิก: http://english.topicanative.asia/ เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์

     

     

  • May 16 , 2016

    “พ่อเป็นช่างตัดสูท ไม่ชอบให้ลูกใส่ยีนส์ ดูไม่ดี แล้วบอกว่าอยากใส่ก็ทำเอง ตั้งแต่นั้นก็เริ่มตัดยีนส์มาเรื่อยๆ จนถึงระดับที่เพื่อนอยากจะซื้อ”

     

    เบน เวียเพียนา (Ben Viapiana) ช่างตัดยีนส์ที่เกิดในแคนาดา แต่มาอยู่เมืองไทยจนพูดไทยชัดถ้อยชัดคำเล่าอดีตให้เราฟังสั้นๆ

     

    ร้านรับตัดยีนส์ตามออร์เดอร์ของเบนชื่อเหมือนนามสกุลของเขาคือ Viapiana ตอนแรกเปิดร้านแถวปุณณวิถี ต่อมาย้ายมาอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 โดยสาเหตุที่เขามาเปิดร้านในไทยเพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจ เห็นความพร้อมในด้านวัสดุ เครื่องจักร ช่างซ่อมจักร และไม่ต้องลงทุนทำร้านแพงแบบเมืองนอก

     

     

    “จริงๆ ประเทศไทยมีทุกอย่าง แต่คนไทยอาจจะหาไม่เจอ มองไม่เห็น เพราะคุณเกิดที่นี่ แต่ผมอยู่ที่นี่ ผมเห็นโอกาส แล้วสังคมยีนส์ที่นี่ใหญ่ มันมีโอกาสเยอะ”

     

    เบนเป็น Custom jeans tailor ที่ตัดกางเกงยีนส์ใส่เองมาตั้งแต่วัยรุ่น และถ้าใครจะเป็นลูกค้าของเขา อย่าสั่งคราวละมากๆ แบบยีนส์เหมาโหล

     

    “เอางี้ ถ้าผมอยากขายเยอะๆ ไปสยามแล้ว แต่ผมไม่อยากขายเยอะๆ ผมตรงข้ามกับ mass แต่อยู่ตรงนี้ อยู่ในที่ที่คนมาหาได้ และถ้าคุณมาแล้วสั่ง 30 ตัว ผมไม่ขายหรอก แต่ถ้าคุณมาสั่งตัวนึงแล้วอยากใส่จริงๆ ผมทำให้ ผมเป็น tailor-made รับสั่งตัด คุณมา คุณอยากได้ของ คุณเลือก ผมทำ ใช้เวลาตัวนึง ตัวครึ่งต่อวัน ตอนนี้ก็มีคิวอยู่ ถ้าสั่งต้องรอ 2 อาทิตย์ แต่ถ้าสั่งออนไลน์ก็ต้องใจกล้า ต้องมั่นใจในการวัด

    ตัวเองให้เป็น” เบนกล่าว

     

     

    Uniqueness of Viapiana

     

    กางเกงยีนส์ของเบนจะมีความพิเศษตรงที่ลูกค้าสามารถเลือกวัสดุที่ชอบมามิกซ์ในยีนส์ตัวเดียวกันได้ เช่น ต้องการผ้ายีนส์แบบใด สีใด อยากติดกระดุมแบบไหน ต้องการตะเข็บแบบใด โดยวัสดุต่างๆ ที่มีให้เลือกในร้านและบนเว็บนั้น มีทั้งที่ซื้อในไทย สั่งซื้อและฝากเพื่อนซื้อจากเมืองนอก เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี อิตาลี ซึ่งเมื่อลูกค้าเลือกวัสดุแล้ว วัดตัวแล้ว เบนก็จะตัดกางเกงยีนส์เอง 

     

     

    “ผ้ายีนส์ ปกติคนมองเห็นแต่สีน้ำเงิน ไม่รู้ว่าต่างกันยังไง แต่ยีนส์มีการแยกตามน้ำหนักและความแน่นของผ้า และผมมีผ้า 50 กว่าแบบ มีหลายสี หลายเฉด ไม่ใช่แค่สี indigo เท่านั้น แต่ยังมีสีเขียว สีเทา และมาจากหลายที่ในโลก ถามว่ายีนส์ที่ไหนดีสุด ที่ญี่ปุ่น ผมจึงมีผ้ายีนส์ญี่ปุ่นเยอะ ส่วนกระดุมกับ rivets สามารถใช้ปนกันหลายประเทศ แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ของไทยและญี่ปุ่น เพราะของไทยซื้อจำนวนน้อยได้ ส่วนของญี่ปุ่นมีสีสวยงาม เส้นด้ายก็ใช้ของบริษัทอังกฤษที่ผลิตในไทย ข้อดีของการเลือกของที่ผลิตในไทยคือ ยอดไม่ต้องสูงมากก็ซื้อได้ 

    ต่างจากอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น ที่ต้องซื้อทีละหลายโหล”

     

    เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ เป็นชุดประจำตัวที่เรียบง่ายและสร้างเอกลักษณ์ให้เบน เพราะเขาใส่ทุกวันด้วยความชอบและความภาคภูมิใจ เพราะถ้าไม่รักไม่ชอบ คงอยู่กับยีนส์ทุกวันไม่ได้

     

    “คนที่เบื่อง่ายทำงานแบบนี้ไม่ได้ บางคนทำธุรกิจเพื่อเงิน เขาคิดว่าสิ่งที่จะซ่อมปัญหาคือ เงิน จึงทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้เงิน แต่ผมมองว่าเงินมันมีทุกที่ เดี๋ยวก็มา ไม่ต้องรีบหา ให้ทำในสิ่งที่คุณรัก แล้วเงินก็จะมาหาเอง” 

     

     

    Passion ของการได้ทำงานที่รักนั้น ทำให้เบนมีความสุข แต่ในเรื่องความสนุก เขาบอกว่าสนุกที่ได้เจอโจทย์ใหม่ๆ ที่ลูกค้าต้องการให้คัสตอมเมดอยู่เสมอ เป็นสีสันของการทำงานพร้อมๆ กับความท้าทายว่าจะทำได้ถูกใจลูกค้าหรือไม่ เช่นที่เคยมีคนนำลีวายส์ ปี 1933 มาที่ร้าน บอกว่าเอาดีเทลแบบนี้เป๊ะ ซึ่งการที่เขาชอบทำงาน accurate หรือเป๊ะตามรายละเอียดที่สั่ง จึงรับทำ และลูกค้าก็ชื่นชอบ

     

    “ถ้าทำให้เขาได้ เขาเป็นลูกค้าเรานิจนิรันดร์แล้ว”

     

    เมื่อถามถึงกลุ่มเป้าหมายของ Viapiana เบนบอกว่ามี 3 กลุ่ม 

     

    กลุ่มแรก คนรักยีนส์ คนที่อยากได้ยีนส์ที่มีดีเทลต่างๆ

    กลุ่มที่สอง ลูกค้าที่มีร่างกายพิเศษ เช่น คนอ้วนมาก คนที่ตัวเล็กมากๆ

    กลุ่มที่สาม คนที่รักงานสั่งตัด เป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยสนเรื่องแบรนด์ อยากได้อะไรเป็นของตัวเอง 

     

     

    ลูกค้า Viapiana กระจายอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก เมื่อสอบถามราคาขั้นต่ำของสินค้า เบนบอกว่าขึ้นอยู่กับการเลือกวัสดุและความต้องการ ซึ่งหลังจากที่เขาตัดกางเกงยีนส์ให้ลูกค้าแล้ว ยังรับซ่อมยีนส์ตามอายุ ตามเหตุผลของการใช้งาน และยีนส์บางตัวที่ลูกค้าใส่แล้วแต่สวยถูกใจ เบนก็จะขอซื้อคืน

     

    ถามถึงความชอบของลูกค้าคนไทย เบนตอบว่า คนไทยติดแบรนด์ แม้ว่าจะมีคนสนใจงานแฮนด์เมดบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยซื้อ เพราะมักจะเจอคำถามจากเพื่อนว่า แบรนด์อะไร ดูไม่รู้ว่าของอะไร คนไทยจึงไม่นิยมใช้สินค้าแฮนด์เมด

     

     

    "ยีนส์" ที่ทำให้ยิ้มได้

     

    ออร์เดอร์ที่เข้ามาส่วนใหญ่ของเบนมาจากการบอกต่อ (Word of mouth) จากคนที่เขียนลงเว็บไซต์ เว็บบล็อก และถ้าใครได้ไปเยือนที่ร้านของเขา ก็จะเห็นห้องที่ทอดตัวตามแนวยาว เต็มไปด้วยด้ายสารพัดสี ผ้ายีนส์สารพัดแบบ และจักรเย็บผ้าที่เรียงรายเป็นแถว

     

    “ผมทำแบบคลาสสิก ก่อนที่ผมทำเนี่ย ผมก็ขัดส้วมเป็นอาชีพอยู่ที่เมืองนอก เก็บเงินซื้อจักรแล้วก็ทำเลย ผมเห็นจักรแล้วชอบ ก็ซื้อเต็มที่ เห็นของละไม่ซื้อไม่ได้ เป็นของสะสมด้วย Singer, Dürkopp Adler ทุกตัวใช้ได้หมดนะ ปกติยีนส์ตัวนึงจะใช้จักร 14 คัน แต่ตอนนี้ ในร้านนี้มีเครื่องมือทั้งหมด 33 ชิ้น ซึ่งผมก็ไม่ได้ใช้ทั้งหมด แต่มีไว้มันสนุก ฝีเข็มที่ออกมาจากจักรเก่าก็ไม่เหมือนกับจักรใหม่ มันเป็นศิลปะ”

     

    ในวันที่ MBA ไปสัมภาษณ์ เบนบอกเราว่ากำลังจะทำยีนส์ลำดับที่ 1,200 

     

    “ผมชอบที่ผมนั่งทำ และจะดีใจมากที่ได้ยินลูกค้าบอก ‘โอ้ว ใช่เลย’ อารมณ์ดีแล้ว พอแล้ววันนั้น รู้สึกดี” เบนพูดจบแล้วยิ้มกว้าง