ยุทธศาสตร์เชียงราย ยุทธศาสตร์ MBA แม่ฟ้าหลวง The ways to the TOP


 
alt
 
 

ปี 2553 นี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีอายุครบ 12 ปี หากเทียบกับชีวิตของคนคนหนึ่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็ยังเยาว์นัก แต่หากเทียบเคียงกับองค์กรธุรกิจแล้วล่ะก็ ถือว่าอยู่ในช่วงของการก่อร่างสร้างสมความเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพครบถ้วน รอบด้าน

 
 
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นเวลาของการวางรากฐาน บุกเบิก และพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแกร่ง ก่อนที่จะรุกก้าวเพื่อแผ่ขยายการเติบโตในรอบต่อไป ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างรากฐาน ก็คือ “ชื่อเสียง” ที่ถูกกล่าวขานมากขึ้นเรื่อยๆ และ “คุณภาพ” ของบรรดาบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่ทยอยออกมารับใช้สังคมและประเทศเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 
 
 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กระแสโลกาภิวัตน์ สังคมเศรษฐกิจ ประชาคมอาเซียน รวมไปถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงรายเอง บริบทเหล่านี้ ทำให้การพัฒนาในวงรอบต่อไปไม่ใช่เพียงการสานต่อนโยบายในยุคที่ผ่านมาเท่านั้น หากยังต้องวางแผนรับมือความเปลี่ยนแปลงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตร MBA ที่ทั้งรองรับความต้องการของชาวภาคเหนือและอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง  
 
 
ดังนั้น เบื้องหน้าทัศนียภาพที่สวยงามของมหาวิทยาลัยมแม่ฟ้าหลวง ภูเขาที่โอบล้อม และอุดมไปด้วยพื้นที่เขียวชะอุ่ม อากาศอันบริสุทธิ์ ซึ่งเมื่อได้มาเยือนแล้วล้วนไม่ผิดหวังกับความเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย หากเบื้องหลังภูมิทัศน์ที่งดงามแห่งนี้ ยังมีความแข็งแกร่งทางวิชาการ องค์ความรู้ การเรียนการสอน และความพร้อมในด้านต่างๆ ที่ไม่อ่อนด้อยไปกว่าสถาบันการศึกษาอื่น และพร้อมที่จะสร้าง “คน” สู่สังคมโลก
 
 
สร้างพลเมืองอาซียน-พลเมืองโลก
 
 
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 5 ปี ประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อันได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนม่า จะรวมตัวกันเป็น 1 ประเทศ
 
 
การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของไทย ย่อมก่อให้เกิดผลดีในแง่การสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มอาเซียน แต่แน่นอนว่า ภายใต้ความเข้มแข็งนี้ จำเป็นยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วย 
 
 
สถาบันการศึกษา หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเร็ว ทั้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนสู่สากล ให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อสร้างคนรองรับตลาดแรงงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังประเทศต่างๆ 
 
 
สำหรับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้นถือว่ามีความได้เปรียบจากความตั้งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติตั้งแต่แรกเริ่ม ที่นี่จึงมีการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักอยู่แล้ว ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญร่วม 12 ปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นการปูพื้นฐานที่ล้ำหน้าไปก่อนใครต่อใคร 
 
 
ขณะที่ความพร้อมในด้านวิชาการและอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า เพราะเป้าหมายประการหนึ่งของที่นี่ คือ การสร้างบัณฑิตที่มีคุณสมบัติเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) รวมไปถึง พลเมืองของโลก (World Citizen) ที่สามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมของโลก
 
 
alt
 

พันธกิจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้สะท้อน จากความมุ่งมั่นของหัวเรือใหญ่ รศ.ดร.เทอด เทศประทีป อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้า-หลวง ที่เล่าให้ MBA ฟังว่า “เป้าหมายของเราคือการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นพลเมืองของอาเซียนและพลเมืองของโลก แนวคิดนี้ต้องพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษให้พอเพียง นอกเหนือจากวิชาการ และยังต้องรู้ภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมมาก เพราะเรามีศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรและสถาบันขงจื่อ เป็นจุดแข็งอยู่แล้ว”
 
 
ข้างต้นคือเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่วางไว้ในปี 2555-2559 เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน นั่นคือ การพัฒนานักศึกษาให้ไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลก ผ่านการพัฒนาด้านภาษา และการเรียนการสอนที่เป็นสากล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนได้ อันเป็นการช่วยขยายโอกาสในการทำงานของบัณฑิตให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 
 
 
ในแง่หลักสูตร ที่นี่จึงออกแบบหลักสูตรใหม่ให้มีรายวิชาที่เกี่ยวกับอาเซียน เช่น กรอบการค้า และข้อตกลงต่างๆ รวม ไปถึงสังคมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก 
 
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา (ACSC) เพื่อเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนในเชิงวิชาการอีกด้วย
 
 
หนทางพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพในการแข่งขัน ในมุมมองของอธิการบดี นอกจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 แล้ว ยังเล็งไกลไปถึงอนาคตของโลกการค้า ประกอบกับทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเองเป็นจุดร่วมของเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ภาษาจีน จึงเป็นภาษาที่จำเป็นและทำให้อธิการบดี สนับสนุนภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 โดยมี 2 แรงหนุนที่สำคัญ คือ ศูนย์ภาษาและวัฒน-ธรรมจีนสิรินธร แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในไทย และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีนและไทย
 
 
ขณะที่อีกแรงหนุน คือ สถาบันขงจื่อ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ประเทศจีน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน อบรมครูสอนภาษาจีน รวมถึงการทดสอบภาษาจีน 
 
 
ที่สำคัญ รศ.ดร.เทอด บอกว่า ในปี 2554 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเปิด สำนักจีนศึกษา ขึ้น ซึ่งนับเป็นการเปิดหลักสูตรที่ว่าด้วยเรื่องจีนโดยเฉพาะ เช่น Business Chinese, Chinese Language เป็นต้น และนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนยกระดับขึ้นเป็นคณะเลยทีเดียว
 
 
alt
 
 
นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปลูกฝังให้นักศึกษา “ใฝ่รู้ใฝ่เรียน” เพื่อสร้างให้เป็นคนเรียนรู้ตลอดชีวิต มากกว่าการหยิบฉวยความรู้จากอาจารย์ในห้องเรียนเท่านั้น ย่อมเป็นการผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพ ให้พร้อมออกไปเผชิญหน้า และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รศ.ดร.เทอด จึงมีแนวคิดที่จะนำการเรียนการสอนแบบ PBL (Problem-based Learning) มาใช้ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีมหาวิทยาลัย Aalborg ประเทศเดนมาร์ก ร่วมสนับสนุนทางวิชาการในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
 
 
“เป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรามีพี่เลี้ยงจาก Aalborg ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนแบบ PBL เชื่อว่าการเรียนแบบ Learning to Learn Concept นี้จะทำให้นักศึกษาไม่อับจน เพราะความรู้ใหม่มีตลอดเวลา และการเรียนแบบนี้จะทำให้ได้รับความรู้ตลอดชีวิต”
 
 
ทั้งหมดนี้ คือการหลอมรวมไปสู่การพัฒนาสร้างพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่ง รศ.ดร.เทอด เชื่อว่า จะทำให้นักศึกษาสามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมโลก
 
 
MBA รองรับยุทธศาสตร์เชียงราย 
 
 
หากจะว่ากันถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม ท่องเที่ยว และอยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region) ซึ่งประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน โดยมีข้อตกลงที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การเกษตร ท่องเที่ยว คมนาคมขนส่ง การค้าการลงทุน ก็ทำให้แม่น้ำโขงไม่เพียงแต่จะหล่อเลี้ยงชาวบ้านริมแม่น้ำเท่านั้น หากยังนำพาความเติบโตทางเศรษฐกิจหลั่งไหลตามมาด้วย 
 
 
“คน” ที่จะรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแห่งนี้ จึงต้องมีความพร้อมที่จะมีทั้งเกราะป้องกันตนเองและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วย 
 
 
MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นศาสตร์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องนี้ ดังนั้น หากจะบอกว่า หลักสูตร MBA ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยึดกรอบยุทธศาสตร์เชียงราย เป็นด้านหลักในการพัฒนาหลักสูตรก็ไม่ผิดนัก 
 
 
ยุทธศาสตร์จริงๆ ต้องมองขอบชายแดนว่ามีความสำคัญมาก ถ้าคนเราไม่เก่ง เราจะเสียเปรียบ อย่างจีนซึ่งอยู่ใกล้มาก แล้วมีอำนาจ ถ้าเราไม่เก่งเราจะโดนกลืน ดังนั้นคนของเราต้องเก่งกว่า รู้ทัน ถ้าสู้ไม่ได้ก็เป็นพันธมิตร ดังนั้น เชียงรายต้องพัฒนาคน และแม่ฟ้าหลวงมีบทบาทสำคัญในการสร้างคน” รศ.ดร.จุฑา มนัสไพบูลย์ คณบดีสำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว และนี่จึงเป็นที่มาของหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อรองรับการเติบโตของจังหวัดเชียงรายและสอดรับกับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของที่นี่
 
 
ดังนั้น หากมองเผินๆ หลักสูตร MBA ของที่นี่ ก็คล้ายๆ กับหลักสูตร MBA ทั่วไป แต่หากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว MBA ที่นี่จะแตกต่างออกไป และเป็นดังที่ รศ.ดร.จุฑา กล่าวข้างต้น นั่นคือ รองรับยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายจริงๆ ดังจะเห็นได้จากหลายวิชาที่เปิดสอน เช่น วิชา Modern Trade วิชาการค้าชายแดน การค้าต่างประเทศ เป็นต้น
 
 
แม้ในระยะแรก กลุ่มเป้าหมายผู้เรียนจะเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านการบริหารจัดการให้กับตนเอง ตามวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผู้ประกอบการที่มีความรู้ชายแดน แต่แน่ละว่า เมื่อชื่อเสียงและความเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น ผู้มาเรียนจึงขยายออกสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ และในระยะถัดจากนี้ รศ.ดร.จุฑา ยังจะมองผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายจากลาว พม่า จีน เวียดนามอีกด้วย
 
 
..........................................................
 

(ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร MBA เล่ม 140 ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2553)

 



 

 

MAGAZINE

 

 



New News

  • Mar 26 , 2015

    LPN พร้อมเดินหน้าโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 กำหนดเปิดขาย เฟส 2 เสาร์ที่ 4 เม.ย.นี้หลังผ่าน EIA เรียบร้อยแล้วเร่งเครื่องงานขายและก่อสร้างเต็มสูบเสริมทัพด้วยคอมมูนิตี้มอลล์หน้าโครงการจาก SFมืออาชีพด้านรีเทลเชื่อชาวทาวน์ชิปจะได้รับความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันสามารถเป็นเจ้าของบ้านหลังแรกได้ในราคาเพียง 5 แสนเศษ จากแนวคิดในการพัฒนา “ชุมชนเมืองน่าอยู่” ที่ต่อยอดจาก “ชุมชนน่าอยู่” ที่เป็นทั้งจุดแข็งและได้รับการยอมรับในวงกว้าง เสริมความสะดวกด้วยการขยายสะพานข้ามคลองด้านหน้า มั่นใจศักยภาพเมืองรังสิตและความตั้งใจที่ LPN ส่งมอบจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่…วัยเริ่มต้นชีวิตได้ง่ายๆ ด้วยราคาสบายกระเป๋า

  • Mar 24 , 2015

     

    วิทยาลัยนานาชาติ ม. ศิลปากร รับสมัครนักศึกษา ปีการศึกษา 2558

    1. หลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขา Digital Communication Design (B.F.A.)
    - หลักสูตร 2 ปริญญา ร่วมกับสถาบันศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮมซิตี้ ประเทศอังกฤษ

    2. หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต

    สาขา Hotel and Tourism Management (M.B.A.)
    สาขา International Business (M.B.A.)
    - หลักสูตรนอกเวลาราชการที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเข้าศึกษาในระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์
    - ศึกษาดูงานต่างประเทศสำหรับทั้ง 2 หลักสูตร (ไม่บังคับ) อาทิ สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เป็นต้น
    - มีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างเทศ ทุกภาคการศึกษา

    กำหนดการรับสมัคร 16 มีนาคม – 27 พฤษภาคม 2558

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    โทร: 02 880 8361–3 หรือ
    Email : suicbangkok@yahoo.com
    เว็ปไซต์: www.suic.org
    เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/suicbkk

  • Mar 20 , 2015

     

    คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาหลักทรัพย์ จัดงานเสวนา CONC Thammasat Forum "การบริหารกิจการเพื่อสังคม Social Enterprise" เพื่อรับและแบ่งปันความรู้ในการบริหารกิจการเพื่อสังคมให้ประสบความสำเร็จ โดยภายในงานมีวิทยากรผู้มีชื่อเสียงมาร่วมบรรยาย คือ คุณธิป ศรีสกุลไชยรัก สถาบันอาศรมศิลป์, คุณณัฐพงษ์ เตชะวัฒนานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคพีบี อินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เก็ตติ้ง, ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการ C ASEAN งานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2558 เวลา 18:00 - 20:00 น. ณ ห้อง 301 ชั้น 3 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

    สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel. 02 224 9734, 02 613 2247 Fax 02 224 9735

    ลงทะเบียนออนไลน์ได้ที่นี่

School Move

  • Mar 05 , 2015

    กลุ่มบริษัท เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และมีประสบการณ์ด้านการโรงแรมมากว่า 30 ปี จัดพิธีเปิดโรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ โดยมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรียนฯ ดำเนินการโดย ปิยะมาน เตชะไพบูลย์  กรรมการบริหารโรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ และมีบุคคลในวงการท่องเที่ยวมาร่วม แสดงความยินดี อาทิ สันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย และมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ณ โรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

    โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการโรงแรมมากว่า 30 ปี เป็นผู้บุกเบิก ด้านธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี และยังเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในชะอำ มีจิตสำนึกที่อยากจะช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรระดับปฏิบัติการของธุรกิจโรงแรม ในระยะยาว ซึ่งในแต่ละปีจะขาดแคลนกว่า 100,000 คน จึงได้จัดตั้งโรงเรียนสอนด้านการโรงแรม โดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของโรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท เน้นการผลิตบุคลากรคุณภาพระดับปฏิบัติการใน 4 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรบริการส่วนหน้า, หลักสูตรแม่บ้านโรงแรม, หลักสูตรการบริการอาหารและเครื่องดื่ม และหลักสูตรการประกอบอาหาร เป็นหลักสูตร 9 เดือน แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 6 เดือน และภาคปฏิบัติ 3 เดือน เรียนจบสามารถทำงานได้ทันที เมื่อเรียนจบจะได้รับวุฒิบัตร และสามารถสอบวัดแบบสมรรถนะ (Competency Base) ตามมาตรฐานของอาเซียน ทำให้สามารถย้ายไปทำงานในประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้ โดยในหนึ่งปีจะเปิดเรียน 2 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม และกันยายน ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเรียนได้ทั้งปี

    สำหรับผู้ที่สนใจต้องมีอายุระหว่าง 17 - 28 ปี จบการศึกษาขั้นต่ำระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 6) หรือปวช. / ปวส. หรือเทียบเท่า และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงานเข้าสู่อาชีพการโรงแรม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 8.30 - 17.00 น. ที่โทร. 0-2255-2821-4 หรือ 032-508-136-9 และเว็บไซต์ www.rhsschool.com / www.facebook.com/pages/RHS-School

     

  • Feb 03 , 2015

    แคปแลนหนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในประเทศสิงคโปร์พร้อมด้วยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA) เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาต่อต่างประเทศระดับอุดมศึกษาและทุนการศึกษาภาษาอังกฤษจำนวน 11 ทุน เพื่อสนับสนุนของโครงการฯ ทุนการศึกษาในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารชัยพัฒนา พระราชวังสวนจิตรลดา

    แคปแลน ได้จัดหาโครงการการศึกษาให้กับนักเรียนไทยระดับอุดมศึกษาในประเทศสิงคโปร์ เป็นระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมาและได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของความสัมพันธ์ที่มีต่อประเทศไทย ด้วยหนึ่งในเป้าหมายของแคปแลน คือ ไม่เพียงส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยแต่ยังสนับสนุนโอกาสในการศึกษาระดับอุดมศึกษาและโอกาสในการประสบความสำเร็จด้านอาชีพด้วย จากเป้าหมายดังกล่าว แคปแลน จึงได้มอบทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 6 ทุน และทุนการศึกษาภาษาอังกฤษจำนวน 5 ทุน

    ลีออง ชุง รองประธานกรรมการบริหารแคปแลน สิงคโปร์ เปิดเผยว่า “ในฐานะตัวแทนของแคปแลน สิงคโปร์ ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งในการเข้าเฝ้าฯ ถวายทุนการศึกษาของเรา  แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แคปแลนเป็นสถาบันฯ จากต่างประเทศแห่งแรกที่มอบทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาซึ่งจะช่วยให้นักเรียนไทยที่มีความสนใจได้รับโอกาสในการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสิงคโปร์ เราได้ทำงานร่วมกับสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA) อย่างใกล้ชิด และจะยังคงร่วมงานกับพวกเขาเช่นนี้ต่อไปเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในประเทศไทย”

    แคปแลนได้จัดให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่หลากหลายได้แก่หลักสูตรประกาศนียบัตรขั้นสูงหลักสูตร อุดมศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมมืออาชีพและโครงการภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนในสิงคโปร์ทั้งระดับเด็กและผู้ใหญ่ โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินการ แคปแลนได้มอบโอกาสให้กับเด็กนักเรียนมาแล้วราว 24,000 คนจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย แล้วจากทั่วทวีปเอเชีย

  • Dec 17 , 2014

    โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต โรงเรียนที่ใช้หลักสูตรทวิภาษาแบบองค์รวม  (Unified Bilingual Curriculum) โดยนำหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ มาบูรณาการเข้ากับหลักสูตรนานาชาติ เตรียมความพร้อมการศึกษาสู่อนาคต จัดงาน "นวัตกรรมการเรียนรู้ สู่อาชีพผู้นำแห่งอนาคต” พร้อมเปิดตัว หลักสูตรการศึกษาใหม่ “สายศิลปะการประกอบอาหาร (เชฟ)” ในระดับชั้นมัธยมปลาย ครั้งแรกในประเทศไทยกับหลักสูตร 2 ภาษา เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักเรียนที่สนใจก้าวสู่การจะเป็นเชฟมืออาชีพในอนาคต โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยรังสิต

  • Oct 21 , 2014

    จากการที่ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เป็นหนึ่งในสิบองค์กรที่ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ หรือ Thailand Quality Class (TQC) ประจำปี 2556 สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ สถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรม จึงจัดกิจกรรมศึกษาดูงานที่สถาบันฯ ให้แก่องค์กรอื่นเพื่อเป็นแบบอย่างด้านการบริหารจัดการ ภายใต้กิจกรรม “Learning & Sharing with Winner Organization”

    ด้วยวิสัยทัศน์ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีที่ถูกเปลี่ยนในปี 2552 จาก “ศูนย์กลางโรคเด็กแห่งประเทศไทย” เป็น “ศูนย์กลางการดูแลรักษาสุขภาพเด็กระดับสากลภายในปี 2559” การบริหารจัดการส่วนต่างๆ จึงต้องมีการปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในหลากหลายด้าน รวมถึงกำหนดการส่งรายงาน TQC ทั้งนี้คาดหวังไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะได้รับรางวัลในปี 2556 (mid goal vision) และยังคาดหวังต่อไปว่าจะได้รับรางวัล TQC หรือ TQA (Thailand Quality Award) รางวัลคุณภาพแห่งชาติ ในปี 2559 

    ด้านการนำองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์ ผู้บริหารระดับสูงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างบรรยากาศ (Focus on actions) ในการพัฒนาคุณภาพและผลิตภาพในการทำงาน ที่มาผ่าน จุดเน้นของสถาบันฯ อยู่ที่ผลลัพธ์ด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การบริหารจัดการพื้นฐาน แต่ภายหลังเปลี่ยนไปจากเดิม

    “เราจะให้คนไข้เป็นหลัก เข้ามารักษาแล้วต้องหาย ไม่เป็นซ้ำ ต้องไม่กลัวโรงพยาบาล บุคลากรในองค์กรก็ต้องมีทักษะทางสังคม เป็นคนที่รับผิดชอบ เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และเป็นที่รัก ที่พึ่งของสังคม ขณะเดียวกันเรามีวิชาการที่เป็นรูปธรรม มีความเป็นเลิศทางคลินิก เมื่อมีการบริการและบริหารที่ดีก็จะก้าวสู่ Excellence ไปด้วยกัน” แพทย์หญิงศิราภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวถึงเข็มมุ่ง พร้อมทั้งยกนโยบาย 5+4 ที่ใช้ในการสนับสนุนเกณฑ์รางวัลคุณภาพมาเผยแพร่ให้ทราบโดยทั่วกัน

     

    นโยบายหลัก 5 ข้อ

    1. สถาบันฯ ต้องเป็นที่พึ่งของเด็กเจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคที่หายยาก ต้องการความชำนาญซับซ้อน (High Standard Excellent Center)

    2. เด็กป่วยของเราต้องได้รับการดูแล การเอาใจใส่เป็นอย่างดี (HA HPH Humanized Care)

    3. สถาบันฯ ต้องมีบทบาทในการชี้นำเชิงนโยบายด้านสุขภาพเด็กระดับชาติ (National Pediatric Health Policy/Advocacy)

    4. ระบบการเรียนการสอนให้ความสำคัญทั้งเชิงวิชาการ สังคม และจริยธรรม (Training System Focus on Academic, Social and Ethic)

    5. บุคลากรของเราต้องมีความสุข สนุกกับการทำงาน และอยากมาทำงาน (Happy People And Healthy Work Place)

     

    นโยบายเร่งรัดพัฒนา +4 คือการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสนับสนุน 4 เรื่อง

    1. ด้านบุคลากร (HRD)

    2. ด้านการปฏิบัติตามแนวทางเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (PMQA)

    3. ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

    4. ด้านประชาสัมพันธ์ตอนกำหนดนโยบาย (Communication)

     

     

    โดยในจังหวะก้าวการพัฒนาเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพนั้น โครงสร้างพื้นฐาน เช่น อาคาร เครื่องมือ ของสถาบันฯ ที่มีอายุการใช้งานมานาน และการบริหารจัดการระบบ เช่น การให้บริการ กำลังและความสามารถของคน ระบบการสื่อสาร เทคโนโลยี ฯลฯ อาจไม่ทันต่อความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของสังคม รวมถึงมีประเด็นเร่งแก้ไขให้ทันการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร นำไปสู่การบริหารจัดการดังนี้

    การปรับโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ปรับปรุง OPD แก้ไขสภาพความแออัดของการให้บริการผู้ป่วย โดยจัดสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี (ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก) ส่วนหอพักพยาบาลที่ทรุดโทรมก็จัดให้มีการซ่อมครั้งใหญ่

    การปรับการบริหารจัดการ ด้านการบริหารกำลังคน เช่น เพิ่มประสิทธิภาพคนทั้งด้านการบริการ บริหาร หากลไกเพิ่มความพึงพอใจและความผูกพัน การบริหารจัดการระบบให้บริการผู้ป่วย เช่น การเพิ่มอัตราการครองเตียง การให้บริการด้วยความเป็นมิตร กำหนดวัฒนธรรมองค์กร “เป็นมิตรกับเด็กและครอบครัว” การจัดสถานที่ให้เอื้อต่อการพักรักษาแบบเป็นมิตรกับเด็ก เช่น ให้แม่และลูกนอนพักเตียงเดียวกันได้ ระบบการสื่อสาร จัดระบบการสื่อสารภายในทั้งผ่านทางบอร์ด เสียงตามสาย CCTV กล่องรับความคิดเห็น เป็นต้น การสื่อสารภายนอก เช่น ส่งข่าวสารผ่านสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ผลิตวารสาร สานฝัน สานรัก อย่างต่อเนื่อง และพัฒนาการสื่อสารทางโทรศัพท์ 1145 สายตรงโรงพยาบาลเด็ก และ ระบบเทคโนโลยี เช่น การให้บริการ OPD IPD Online การมีระบบ Hospital Information System ที่เป็นสากล การจัดทำ Digital Library ฯลฯ

    ไม่ปฏิเสธเครื่องมือพัฒนาคุณภาพใหม่ๆ สถาบันฯ นำเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี อาทิ การปรับปรุงกระบวนการสร้างนวัตกรรม การตรวจประเมินและปรับปรุงผลการดำเนินงานต่างๆ เช่น Lean, Innovation, BCM, RM, KPI, PMS ฯลฯ

    ด้านนวัตกรรม สถาบันฯ ได้ประกาศความมุ่งเน้นนวัตกรรมเป็นเข็มมุ่ง ตั้งแต่ปี 2554 ทำให้มีนวัตกรรมเกิดขึ้นจำนวนมาก ที่โดดเด่นคือผลงานนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว 3 ชิ้นงาน ได้แก่ อุปกรณ์ฝึกยืนสำหรับเด็กพิการ โจ๊กคิดดี และผ้าอ้อมมินิซูโม่ และยังมีนวัตกรรมด้านการบริการ เช่น ศูนย์บริการด้านสวัสดิการสังคมสำหรับผู้ป่วยเด็กพิการแบบเบ็ดเสร็จ โดยได้รับรางวัลดีเด่นด้านการบริการประชาชน ก.พ.ร. เป็นต้น

    Environment Awareness สถาบันฯ มีกิจกรรมและการใช้พลังงานอย่างมีเหตุผล อาทิ เรื่องการรณรงค์ไม่ใช้โฟม พลาสติก ปิดไฟ ถอดปลั๊ก ลดแอร์ ขึ้นบันได ฯลฯ จากที่เสียค่าไฟปีละประมาณ 30 ล้านบาท ก็เสียค่าไฟน้อยลง นำเงินไปพัฒนาสถาบันฯ ได้ต่อ และยังได้รับรางวัลประหยัดพลังงานดีเด่นจากการไฟฟ้านครหลวงอีกด้วย

    “เราเปลี่ยนอุปกรณ์ควบคุมกำลังไฟ เปลี่ยนหลอดไฟ ปรับปรุงแอร์ระบบแยกส่วนเป็นแอร์รวมศูนย์ ติดตั้งเครื่องโอโซนบำบัดน้ำในหอผึ่งเย็น ฯลฯ ช่วยให้ประหยัดค่าไฟได้ถึงปีละ 12 ล้าน จากเงินที่ลงทุน 18 ล้านบาท ก็คาดว่าจะคืนทุนใน 1.5 ปี” ทันตแพทย์หญิงปาริชาติ คำจิ่ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานในสถาบันฯ 

    แผนยุทธศาสตร์เพื่อการบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพและมุ่งให้สถาบันฯ ก้าวไปสู่ TQA จำต้องใช้งบประมาณเพื่อดำเนินงานในหลายภาคส่วน นอกจากงบประมาณปกติของกรมการแพทย์หรือของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว สถาบันฯ ยังได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการไทยเข้มแข็ง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งมีคณะบุคคลเข้ามาช่วยหางบประมาณสนับสนุนสถาบันฯ ผ่านกองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี (ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก) ในมูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก โดยการนำของประธานคณะกรรมการอำนวยการกองทุนฯ ศาสตราจารย์ ดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย ทำให้ตั้งแต่ปี 2553 - 2556 สถาบันฯ ได้รับการสนับสนุนทั้งเงินสดและมูลค่าครุภัณฑ์รวม 334,887,145.57 บาท

    “สรุปแล้ว เราชำนาญอะไรก็ทำ ต้องรู้ว่าทำแล้วเกิดประโยชน์, ต้องทำงานกับเครือข่าย เครือข่ายสำคัญมากเพราะเรายังต้องอาศัยเทคโนโลยี know how หรือเงินที่จะมาช่วย, ต้องปรับบริบทให้ทันตาม Change, ต้องใช้ข้อมูลกำกับ และผู้บริหารต้องสนับสนุนทรัพยากร สถาบันฯ ถึงจะเกิด” แพทย์หญิงศิราภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีกล่าวถึงการกำกับและเพิ่มขีดความสามารถของหน่วยงานให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นเลิศอันจะนำไปสู่การได้รับรางวัลคุณภาพและเกิดความยั่งยืน

  • Oct 21 , 2014

    สืบเนื่องจากการปฏิรูปการศึกษาที่ทำให้โครงสร้างการจัดการเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไป โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ทำให้ทุกสถาบันการศึกษาล้วนมีหน้าที่ผลิตบัณฑิตที่ได้รับการติดตั้งทักษะการคิด การบริหารจัดการ การรับมือกับปัญหา รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ

    ด้วยเหตุนี้เอง วิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง จึงได้จัดงานวันวิชาการ En-Tech Academic & Innovation Expo 2014 ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำความรู้ที่ได้เรียนมาปรับใช้เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันทางวิชาการ และการประกวดรูปแบบต่างๆ ที่วิทยาลัยฯตั้งใจจัดขึ้น และในงานนี้ยังมีการนำสิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรม ผลงานของนักศึกษา ที่คิดค้นขึ้นเพื่อเสริมประสิทธิภาพรวมถึงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมได้จริงด้วย โดยมีผลงานที่น่าสนใจก็เช่น เครื่องขูดมะพร้าว เพื่อลดระยะเวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการขูดมะพร้าว เหมาะสำหรับกิจการในครัวเรือนที่จำเป็นต้องใช้มะพร้าวเป็นส่วนประกอบ เช่น การทำขนม และที่สำคัญเจ้าเครื่องนี้ยังมีราคาที่ไม่แพงด้วย

     

     

    โดยในพิธีเปิด ได้รับเกียรติจากเชาวลิต แสงอุทัย ปลัดจังหวัดชลบุรี ในการกล่าวเปิด และ ดร.ทรรศนะ บุญขวัญ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์และความสำคัญของการจัดงานนี้ขึ้นว่า

    “วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานในวันนี้ก็เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาประยุกต์ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ได้เรียนมามาปรับใช้เพื่อประดิษฐ์งานวิจัยที่มีคุณค่า คุณประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งทางสถาบันจะได้รวบรวมมาเผยแพร่และจัดแสดงให้บุคคลและหน่วยงานภายนอกชมในงานวันนี้ นอกจากนั้นในโอกาสนี้เรายังจัดการประกวดและการแข่งขันทางวิชาการขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้นักศึกษาของเราได้แสดงความสามารถด้วย”

    ไม่เพียงเท่านั้น บรรยากาศในงานยังเป็นไปด้วยความสนุกสนาน เพราะทางวิทยาลัยฯ จัดเวทีให้นักศึกษาได้แสดงความสามารถส่วนตัวเช่นการร้องเพลง การเต้น เล่นดนตรี ซึ่งเปิดกว้างให้นักศึกษาทุกคนมีส่วนร่วม ทำให้ผู้เข้าชมงานรู้สึกคล้อยตามว่าเรียนที่นี่ นอกจากจะได้ความรู้ดีๆ แล้ว เยาวชนของชาติจะได้เรียนรู้ในบรรยากาศของความสุข ตามปรัชญาของสถาบันที่ว่า “ชีวิตดี มีความสุข เรียนสนุก ที่วิศวกรรมแหลมฉบัง” ด้วย

Management

  • Mar 12 , 2015

    องค์กรทุกองค์กรล้วนขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่อยู่ภายในองค์กร การจะทำให้องค์กรเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญคือการสร้างความผูกพันต่อองค์กรให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน ซึ่งในธุรกิจครอบครัวมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว สมาชิกในครอบครัวรู้จักนิสัยใจคอกันและกันมาตั้งแต่เกิด ความผูกพันจึงเกิดมาพร้อมกับการเป็นสมาชิกของครอบครัว พร้อมกับความรู้สึกเป็นเจ้าของ

  • Dec 29 , 2014

    ทุกวันนี้การบริหารจัดการบุคลากรในหลายๆ องค์กร มักจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยการแบ่งงาน HR ให้เป็น 2 ลักษณะงาน คือ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือ HRM (Human Resources Management) และด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล หรือ HRD (Human Resources Development)

  • Dec 02 , 2014

     

    เพราะเชื่อมั่นมาตลอดว่าความสุขของคนทำงานทุกคน อยู่ที่การได้ทำงานในองค์กรซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ไม่เฉพาะการได้คิดสร้างสรรค์ แต่ยังสามารถนำสิ่งที่คิดไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตัดสินใจที่ยุ่งยาก

     

Green

  • Jul 17 , 2014

    การที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีราคาแพงและค่อนข้างผันผวน และประเทศไทยต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กลุ่มมิตรผล ซึ่งมีแนวคิดในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลคือชานอ้อย มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ล่าสุดผุดโปรเจ็กต์ใหม่ ใช้ “พลังงานจากแสงอาทิตย์” แหล่งพลังงานสะอาดที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย โดยเปิดตัว โครงการโซลาร์รูฟท็อป แห่งแรก ณ โรงไฟฟ้ามิตรผล ภูเขียว

  • Jan 15 , 2014

    “พลังงาน” เป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งภายใต้กรอบแนวคิดการบริหารเรื่อง “การพัฒนาสู่ความยั่งยืน” (sustainable development)

Cool Life Style

  • Mar 12 , 2015

    “คุณอยากอ่านอะไร อยู่จังหวัดไหน แล้วที่นั่นมีอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า”

    ในยุคดิจิทัล ไม่ว่า ‘นักอ่าน’ จะอยู่ที่ กรุงเทพฯ เชียงราย สงขลา กาฬสินธุ์ เหนือสุดใต้สุดของไทย หากไม่ได้เดินร้านหนังสือก็สามารถสั่งซื้อผ่านเว็บได้ และหลังจากคลิก ‘สั่งซื้อ’ แล้วมีหนังสือลอยมาถึงหน้าประตูบ้านในเวลาไม่กี่วัน ก็อาจจะมีความรู้สึกว่า ‘ชีวิตดี๊ดี’