ยุทธศาสตร์เชียงราย ยุทธศาสตร์ MBA แม่ฟ้าหลวง The ways to the TOP


 
alt
 
 

ปี 2553 นี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีอายุครบ 12 ปี หากเทียบกับชีวิตของคนคนหนึ่ง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ก็ยังเยาว์นัก แต่หากเทียบเคียงกับองค์กรธุรกิจแล้วล่ะก็ ถือว่าอยู่ในช่วงของการก่อร่างสร้างสมความเป็นสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพครบถ้วน รอบด้าน

 
 
ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่า ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นเวลาของการวางรากฐาน บุกเบิก และพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคงแข็งแกร่ง ก่อนที่จะรุกก้าวเพื่อแผ่ขยายการเติบโตในรอบต่อไป ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ชี้วัดความสำเร็จของการสร้างรากฐาน ก็คือ “ชื่อเสียง” ที่ถูกกล่าวขานมากขึ้นเรื่อยๆ และ “คุณภาพ” ของบรรดาบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่ทยอยออกมารับใช้สังคมและประเทศเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 
 
 
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กระแสโลกาภิวัตน์ สังคมเศรษฐกิจ ประชาคมอาเซียน รวมไปถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงรายเอง บริบทเหล่านี้ ทำให้การพัฒนาในวงรอบต่อไปไม่ใช่เพียงการสานต่อนโยบายในยุคที่ผ่านมาเท่านั้น หากยังต้องวางแผนรับมือความเปลี่ยนแปลงให้เข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลักสูตร MBA ที่ทั้งรองรับความต้องการของชาวภาคเหนือและอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง  
 
 
ดังนั้น เบื้องหน้าทัศนียภาพที่สวยงามของมหาวิทยาลัยมแม่ฟ้าหลวง ภูเขาที่โอบล้อม และอุดมไปด้วยพื้นที่เขียวชะอุ่ม อากาศอันบริสุทธิ์ ซึ่งเมื่อได้มาเยือนแล้วล้วนไม่ผิดหวังกับความเป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย หากเบื้องหลังภูมิทัศน์ที่งดงามแห่งนี้ ยังมีความแข็งแกร่งทางวิชาการ องค์ความรู้ การเรียนการสอน และความพร้อมในด้านต่างๆ ที่ไม่อ่อนด้อยไปกว่าสถาบันการศึกษาอื่น และพร้อมที่จะสร้าง “คน” สู่สังคมโลก
 
 
สร้างพลเมืองอาซียน-พลเมืองโลก
 
 
นับถอยหลังอีกไม่ถึง 5 ปี ประเทศสมาชิกของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ อันได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนม่า จะรวมตัวกันเป็น 1 ประเทศ
 
 
การก้าวสู่ประชาคมอาเซียนของไทย ย่อมก่อให้เกิดผลดีในแง่การสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มอาเซียน แต่แน่นอนว่า ภายใต้ความเข้มแข็งนี้ จำเป็นยิ่งที่จะต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วย 
 
 
สถาบันการศึกษา หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเร็ว ทั้งเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนสู่สากล ให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อสร้างคนรองรับตลาดแรงงานที่จะเกิดขึ้นใหม่ อันเนื่องมาจากการเคลื่อนย้ายแรงงานไปยังประเทศต่างๆ 
 
 
สำหรับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้นถือว่ามีความได้เปรียบจากความตั้งมั่นที่จะเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติตั้งแต่แรกเริ่ม ที่นี่จึงมีการเรียนการสอนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อหลักอยู่แล้ว ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญร่วม 12 ปีที่ผ่านมาจึงถือเป็นการปูพื้นฐานที่ล้ำหน้าไปก่อนใครต่อใคร 
 
 
ขณะที่ความพร้อมในด้านวิชาการและอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า เพราะเป้าหมายประการหนึ่งของที่นี่ คือ การสร้างบัณฑิตที่มีคุณสมบัติเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) รวมไปถึง พลเมืองของโลก (World Citizen) ที่สามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมของโลก
 
 
alt
 

พันธกิจของมหาวิทยาลัยแห่งนี้สะท้อน จากความมุ่งมั่นของหัวเรือใหญ่ รศ.ดร.เทอด เทศประทีป อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้า-หลวง ที่เล่าให้ MBA ฟังว่า “เป้าหมายของเราคือการพัฒนานักศึกษาให้เป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพในการแข่งขัน เป็นพลเมืองของอาเซียนและพลเมืองของโลก แนวคิดนี้ต้องพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษให้พอเพียง นอกเหนือจากวิชาการ และยังต้องรู้ภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีความพร้อมมาก เพราะเรามีศูนย์ภาษาและวัฒนธรรมจีนสิรินธรและสถาบันขงจื่อ เป็นจุดแข็งอยู่แล้ว”
 
 
ข้างต้นคือเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่วางไว้ในปี 2555-2559 เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน นั่นคือ การพัฒนานักศึกษาให้ไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน และพลเมืองโลก ผ่านการพัฒนาด้านภาษา และการเรียนการสอนที่เป็นสากล ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้นักศึกษาสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมในภูมิภาคอาเซียนได้ อันเป็นการช่วยขยายโอกาสในการทำงานของบัณฑิตให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 
 
 
ในแง่หลักสูตร ที่นี่จึงออกแบบหลักสูตรใหม่ให้มีรายวิชาที่เกี่ยวกับอาเซียน เช่น กรอบการค้า และข้อตกลงต่างๆ รวม ไปถึงสังคมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก 
 
 
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโครงการจัดตั้งศูนย์ประชาคมอาเซียนศึกษา (ACSC) เพื่อเชื่อมโยงกับการเรียนการสอนในเชิงวิชาการอีกด้วย
 
 
หนทางพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพในการแข่งขัน ในมุมมองของอธิการบดี นอกจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 แล้ว ยังเล็งไกลไปถึงอนาคตของโลกการค้า ประกอบกับทำเลที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเองเป็นจุดร่วมของเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ภาษาจีน จึงเป็นภาษาที่จำเป็นและทำให้อธิการบดี สนับสนุนภาษาจีนให้เป็นภาษาที่ 3 โดยมี 2 แรงหนุนที่สำคัญ คือ ศูนย์ภาษาและวัฒน-ธรรมจีนสิรินธร แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นศูนย์ที่จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนและมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีนในไทย และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศจีนและไทย
 
 
ขณะที่อีกแรงหนุน คือ สถาบันขงจื่อ แห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงกับมหาวิทยาลัยเซี่ยเหมิน ประเทศจีน เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนภาษาจีน อบรมครูสอนภาษาจีน รวมถึงการทดสอบภาษาจีน 
 
 
ที่สำคัญ รศ.ดร.เทอด บอกว่า ในปี 2554 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะเปิด สำนักจีนศึกษา ขึ้น ซึ่งนับเป็นการเปิดหลักสูตรที่ว่าด้วยเรื่องจีนโดยเฉพาะ เช่น Business Chinese, Chinese Language เป็นต้น และนับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในไทยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จนยกระดับขึ้นเป็นคณะเลยทีเดียว
 
 
alt
 
 
นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าความรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การปลูกฝังให้นักศึกษา “ใฝ่รู้ใฝ่เรียน” เพื่อสร้างให้เป็นคนเรียนรู้ตลอดชีวิต มากกว่าการหยิบฉวยความรู้จากอาจารย์ในห้องเรียนเท่านั้น ย่อมเป็นการผลิตนักศึกษาที่มีคุณภาพ ให้พร้อมออกไปเผชิญหน้า และรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง รศ.ดร.เทอด จึงมีแนวคิดที่จะนำการเรียนการสอนแบบ PBL (Problem-based Learning) มาใช้ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ โดยมีมหาวิทยาลัย Aalborg ประเทศเดนมาร์ก ร่วมสนับสนุนทางวิชาการในการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
 
 
“เป็นการผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ในห้องเรียนและการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรามีพี่เลี้ยงจาก Aalborg ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่สอนแบบ PBL เชื่อว่าการเรียนแบบ Learning to Learn Concept นี้จะทำให้นักศึกษาไม่อับจน เพราะความรู้ใหม่มีตลอดเวลา และการเรียนแบบนี้จะทำให้ได้รับความรู้ตลอดชีวิต”
 
 
ทั้งหมดนี้ คือการหลอมรวมไปสู่การพัฒนาสร้างพลเมืองอาเซียนและพลเมืองโลก ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ซึ่ง รศ.ดร.เทอด เชื่อว่า จะทำให้นักศึกษาสามารถออกไปทำงานได้ในทุกมุมโลก
 
 
MBA รองรับยุทธศาสตร์เชียงราย 
 
 
หากจะว่ากันถึงยุทธศาสตร์ของจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่า พื้นที่แห่งนี้เป็นเมืองเกษตรกรรม ท่องเที่ยว และอยู่ท่ามกลางเพื่อนบ้านลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเกิดความร่วมมือทางเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Sub-region) ซึ่งประกอบด้วย ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน โดยมีข้อตกลงที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การเกษตร ท่องเที่ยว คมนาคมขนส่ง การค้าการลงทุน ก็ทำให้แม่น้ำโขงไม่เพียงแต่จะหล่อเลี้ยงชาวบ้านริมแม่น้ำเท่านั้น หากยังนำพาความเติบโตทางเศรษฐกิจหลั่งไหลตามมาด้วย 
 
 
“คน” ที่จะรองรับการขยายตัวเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำแห่งนี้ จึงต้องมีความพร้อมที่จะมีทั้งเกราะป้องกันตนเองและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วย 
 
 
MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นศาสตร์ที่จะตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องนี้ ดังนั้น หากจะบอกว่า หลักสูตร MBA ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ยึดกรอบยุทธศาสตร์เชียงราย เป็นด้านหลักในการพัฒนาหลักสูตรก็ไม่ผิดนัก 
 
 
ยุทธศาสตร์จริงๆ ต้องมองขอบชายแดนว่ามีความสำคัญมาก ถ้าคนเราไม่เก่ง เราจะเสียเปรียบ อย่างจีนซึ่งอยู่ใกล้มาก แล้วมีอำนาจ ถ้าเราไม่เก่งเราจะโดนกลืน ดังนั้นคนของเราต้องเก่งกว่า รู้ทัน ถ้าสู้ไม่ได้ก็เป็นพันธมิตร ดังนั้น เชียงรายต้องพัฒนาคน และแม่ฟ้าหลวงมีบทบาทสำคัญในการสร้างคน” รศ.ดร.จุฑา มนัสไพบูลย์ คณบดีสำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าว และนี่จึงเป็นที่มาของหลักสูตร MBA มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อรองรับการเติบโตของจังหวัดเชียงรายและสอดรับกับยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของที่นี่
 
 
ดังนั้น หากมองเผินๆ หลักสูตร MBA ของที่นี่ ก็คล้ายๆ กับหลักสูตร MBA ทั่วไป แต่หากพิจารณาในรายละเอียดแล้ว MBA ที่นี่จะแตกต่างออกไป และเป็นดังที่ รศ.ดร.จุฑา กล่าวข้างต้น นั่นคือ รองรับยุทธศาสตร์จังหวัดเชียงรายจริงๆ ดังจะเห็นได้จากหลายวิชาที่เปิดสอน เช่น วิชา Modern Trade วิชาการค้าชายแดน การค้าต่างประเทศ เป็นต้น
 
 
แม้ในระยะแรก กลุ่มเป้าหมายผู้เรียนจะเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้ด้านการบริหารจัดการให้กับตนเอง ตามวัตถุประสงค์ที่จะสร้างผู้ประกอบการที่มีความรู้ชายแดน แต่แน่ละว่า เมื่อชื่อเสียงและความเชื่อถือเพิ่มมากขึ้น ผู้มาเรียนจึงขยายออกสู่จังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ และในระยะถัดจากนี้ รศ.ดร.จุฑา ยังจะมองผ่านไปยังกลุ่มเป้าหมายจากลาว พม่า จีน เวียดนามอีกด้วย
 
 
..........................................................
 

(ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ในนิตยสาร MBA เล่ม 140 ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2553)

 



 

 

MAGAZINE

 

 



New News

  • May 26 , 2015

    บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับโรงเรียนมีชัยพัฒนา ริเริ่มโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและทักษะอาชีพสำหรับนักเรียนผู้สมควรได้รับโอกาสและบกพร่องทางร่างกายและการเคลื่อนไหว โดยจะนำไปพัฒนาให้โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนศรีสังวาลย์ เน้นการบูรณาการการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้ากับการฝึกทักษะอาชีพทั้งการเกษตรกรรมสมัยใหม่และความรู้ทางธุรกิจ เพื่อให้นักเรียนและครอบครัวสามารถบริหารจัดการกิจการของตนเองได้ ชุมชนมีความเข้มแข็ง

  • May 26 , 2015

    เอไอเอส สานต่อโครงการตอบแทนลูกค้า เดินหน้าจัด “อุ่นใจปี 7 โชคทองถล่มทับ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ให้ลูกค้าเอไอเอสได้ลุ้นรับโชคทองคำ รวมมูลค่าสูงสุด 18.5 ล้านบาท เพียงใช้งานมือถือตามปกติ ทุกยอดค่าใช้บริการจะเปลี่ยนเป็นสิทธิ์ในการลุ้นทองคำมูลค่าหนึ่งแสนบาททุกวัน        หนึ่งล้านทุกเดือน จับมือเวิร์คพอยท์ต่อเนื่อง เพิ่มดีกรีความตื่นเต้น ชวนลูกค้าร่วมเล่นเกม ลุ้นโชคผ่านเฟสไทม์ ในรายการ “ปริศนาฟ้าแลบ”

    คุณวิลาสินี พุทธิการันต์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านลูกค้าและบริการ เอไอเอส กล่าวว่า “โครงการอุ่นใจ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่ปี 1 ถึงปี 6 แจกไปแล้วกว่า 160,821 รางวัล รวมมูลค่าถึง 114 ล้านบาท ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมากขึ้นทุกปี สำหรับปีล่าสุด กับโครงการ “อุ่นใจ ปี 7 โชคทองถล่มทับ” เราจึงได้เพิ่มความพิเศษมากขึ้น ทั้งเรื่องของรางวัลที่แจกใหญ่กว่าเคย และวิธีการร่วมสนุกที่ตื่นเต้นกว่าเดิม ดังนี้

    1. ของรางวัล จากเดิมที่ให้ลุ้นทองหมื่นบาททุกวัน ก็เพิ่มเป็นลุ้นทองแสนบาททุกวัน และให้ลุ้นทองล้านบาททุกเดือน เพียงร่วมสนุกตอบคำถามง่ายๆ ผ่านทางรายการ รวมทั้งสิ้น 131 รางวัล รวมมูลค่าสูงสุด 18.5 ล้านบาท
    2. พิเศษสุดๆ กับการนำเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลไลฟ์มาเพิ่มสีสันการร่วมสนุก สร้างความตื่นเต้น เร้าใจ ในการลุ้นรางวัล โดยจะทำการติดต่อและเล่นเกมกับลูกค้าผู้โชคดีผ่านทางเฟสไทม์ในรายการปริศนาฟ้าแลบ ช่อง 1 เวิร์คพอยท์      

    ลูกค้าเอไอเอสทั้งรายเดือนและวัน-ทู-คอล! สมัครเข้าร่วมโครงการ กด *544# โทรออก ฟรี! (กดเพียงครั้งเดียวได้ลุ้นตลอดโครงการ) ตั้งแต่วันนี้ - 31 ต.ค. 2558 ด้วยกติกาง่ายๆ เพียงใช้งานโทรศัพท์มือถือตามปกติ ทุกยอดค่าใช้บริการ ครบ 100 บาท รับ 1 สิทธิ์ในการลุ้นทอง พิเศษ! ลูกค้าเอไอเอส วัน-ทู-คอล! เติมเงิน 100 บาทขึ้นไป รับ 1 สิทธิ์/รายการ และพิเศษ! ยิ่งขึ้น ลูกค้าเอไอเอส วัน-ทู-คอล! ที่สมัครร่วมโครงการอุ่นใจปี 7 และไปลงทะเบียนซิมเพื่อแสดงตน ที่เอไอเอส ช็อป ทั่วประเทศ ภายใน 30 วัน นับจากวันสมัครเข้าร่วมโครงการ รับเพิ่มทันทีอีก 1 สิทธิ์ในการลุ้นทอง

    ประกาศผลผู้โชคดีผ่านทางรายการปริศนาฟ้าแลบ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 19.15 -    20.00 น. ทางช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.ais.co.th/rewards 

  • May 21 , 2015

     

    "สาหร่ายเถ้าแก่น้อย" มุ่งเป้าปี 58 เติบโตจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ชี้เทรนด์สุขภาพโตต่อเนื่องอิงผลวิจัยผู้บริโภคเลือกรสชาติอาหารที่เน้นสุขภาพ พร้อมดึงพรีเซ็นเตอร์ดัง"พลอย เฌอมาลย์" โหมโปรโมทสินค้าสาหร่าย ย้ำอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ระบุตลาด Snack และสาหร่ายปีที่แล้วมูลค่ารวมเกือบ 3 หมื่นล้านบาท เติบโตลดลง 3% เหตุเศรษฐกิจผันผวนและปัจจัยผู้บริโภคเปลี่ยน ลั่นเปิดยุทธศาสตร์บุกตลาดอินเตอร์เต็มพิกัด ล่าสุดเจาะ AEC เน้นกลุ่มตลาดใหม่ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือที่เรียกว่า CLMV 4 ประเทศ พร้อมแสวงหาตลาดใหม่ๆจากการร่วมงาน THAIFEX 2015 ดีเดย์ลงบูธโชว์จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษเพื่อคืนกำไรสู่ผู้บริโภค และตั้งโต๊ะเจรจาหาคู่ค้าต่างประเทศหน้าใหม่

    ล่าสุด บริษัทพร้อมที่จะเข้าไปเจาะและขยายตลาดในกลุ่ม AEC โดยเฉพาะตลาดใหม่แห่งกลุ่มประเทศ CLMV ทั้ง  4  ประเทศ   ได้แก่  เวียดนาม  พม่า  ลาว  และกัมพูชาอย่างจริงจัง เนื่องจากพบว่าทิศทางการบริโภคกำลังเติบโตค่อนข้างสูง   อันเกิดจากผลพวงของการเปิดประตูการค้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( Asean Economics Community) หรือ AEC ซึ่งจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้วางเป้าหมายลูกค้าในตลาด AEC ที่มีประชากรสูงถึง 650 ล้านคน  อีกทั้งยังมองหาโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆนอกเหนือจากกลุ่มประเทศดังกล่าวนี้อีกด้วยในเร็วๆนี้เพื่อให้ครอบคลุมตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ การรุกหนักสู่ตลาด AEC น่าจะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างยอดขายให้แก่บริษัทที่เติบโตขึ้นในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 10% โดยคาดว่าในปี 58 ยอดขายรวมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศจะมีมูลค่าประมาณกว่า 3,300 ล้านบาท

     

School Move

  • May 20 , 2015

     

    ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับกิจกรรมดีๆ “FF7 Fast & Fun by Stamford” ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดจัดขึ้นเพื่อแนะนำการวางแผนการเรียนในอนาคตสำหรับน้องๆม.ปลายเมื่อวันก่อน   งานวันนั้นเรียกได้ว่ารวมเหล่าดารา  นักแสดง  นักร้อง และติวเตอร์ชื่อดังไปร่วมแชร์ประสบการณ์การเรียนในสังคมนานาชาติอย่างออกรส  หนึ่งในนั้นคือ นางเอกสาวหน้าหวาน  น้องมิ้นต์ ชาลิดา  วิจิตรวงศ์ทอง  นักแสดงสังกัดช่อง 3  

    โดยสาวมิ้นต์เปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า “ตัวมิ้นต์เองตอนนี้เรียนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด  สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ (IBM) หลักสูตร Bilingual 2 ภาษาค่ะ   มิ้นต์มองว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สำคัญเสมือนภาษากลางที่เราไว้ใช้สื่อสารกันทั่วโลก      ยิ่งโลกของเทคโนโลยีมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเพียงใด   ภาษาก็จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น   เพราะภาษาไม่เพียงแต่จะทำให้เราเข้าใจและเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ  แต่ภาษาจะเป็นเครื่องมือให้เราพบเจอเพื่อนใหม่ๆได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดทัศนคติซึ่งทำให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อื่นๆตามมา  มิ้นต์เลือกเรียนที่แสตมฟอร์ดเพราะสามารถตอบโจทย์เป้าหมายด้านการศึกษาของมิ้นต์ได้ค่ะ"

    "การเลือกที่เรียนสำคัญในแง่ของสถานศึกษานั้นต้องมีมาตรฐานการเรียนการสอนที่ดีและมีคุณภาพ การเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ที่จะได้ผลที่สุดคือการเรียนในคลาสที่มีอาจารย์เป็นชาวต่างชาติจริงๆและเรียนอยู่ท่ามกลางเพื่อนนักศึกษาจากทั่วโลก ซึ่งแสตมฟอร์ดสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ค่ะ ที่นี่น้องๆจะได้เรียนภาษาอังกฤษจากในคลาสเรียนและยังมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นชาวต่างชาติอีกด้วยค่ะ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศก็ได้เรียนรู้ในสังคมนานาชาติได้อย่างแท้จริงค่ะ” น้องมิ้นต์ได้กล่าวปิดท้าย

    งานนี้ทำให้เราทราบว่าไม่ว่านางเอกสาวจะงานชุกและรัดตัวแค่ไหนแต่สาวมิ้นต์ก็แบ่งเวลาสำหรับการเรียนเสมอและบริหารทั้งสองบทบาททั้งเรียนและการทำงานได้อย่างลงตัว แถมยังเป็นห่วงน้องๆที่กำลังวางแผนการศึกษาต่ออีกด้วย สวยและเก่งแบบนี้น้องๆควรเอาเป็นตัวอย่างนะคะ

  • Apr 21 , 2015

    คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นับเป็น Business School ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เพราะได้สถาปนาเป็นสถาบันการศึกษามาตั้งแต่ปี 2509 ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ได้มีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรเพื่อตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในแต่ละยุคสมัยมาตลอด และยังมีบทบาทเป็นผู้ผลิตนักคิดและนักบริหารธุรกิจ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคมและประเทศชาติให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • Apr 21 , 2015

    การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาไทยในปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) เพื่อสร้างนักธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง ให้พร้อมสำหรับการเป็นส่วนหนึ่งของภาคธุรกิจที่จะเติบโตต่อไปในบรรยากาศของอาเซียน ด้วยเหตุนี้ทางสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ
    ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ปรับหลักสูตรโปรแกรมผู้บริหารอาวุโสของศศินทร์ The senior executive program (SEP) สำหรับปี 2015 ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับผู้บริหารและผู้บริหารระดับสูง ให้พร้อมกับการก้าวเข้าสู่ AEC อย่างเต็มตัวของประเทศไทย

Management

  • Apr 21 , 2015

    มีคำถามหนึ่งที่ผู้เขียนมักได้ตอบอยู่เรื่อยๆ คือ เคล็ดลับความสำเร็จของบริษัทญี่ปุ่นคืออะไร กับคำถามสั้นๆ เช่นนี้ ถ้าจะตอบให้ผู้ถามสิ้นสงสัยนั้นอาจต้องใช้เวลายาวนาน จึงขอเลือกหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่เป็นจุดแข็งของการบริหารธุรกิจในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ คือ การใช้ Bottom up Policy หรือการบริหารจากระดับล่างสู่บน มุ่งเน้นการสร้างบุคลากรคุณภาพก่อนนั่นเอง

  • Mar 12 , 2015

    องค์กรทุกองค์กรล้วนขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่อยู่ภายในองค์กร การจะทำให้องค์กรเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญคือการสร้างความผูกพันต่อองค์กรให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน ซึ่งในธุรกิจครอบครัวมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว สมาชิกในครอบครัวรู้จักนิสัยใจคอกันและกันมาตั้งแต่เกิด ความผูกพันจึงเกิดมาพร้อมกับการเป็นสมาชิกของครอบครัว พร้อมกับความรู้สึกเป็นเจ้าของ

  • Dec 29 , 2014

    ทุกวันนี้การบริหารจัดการบุคลากรในหลายๆ องค์กร มักจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยการแบ่งงาน HR ให้เป็น 2 ลักษณะงาน คือ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือ HRM (Human Resources Management) และด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล หรือ HRD (Human Resources Development)

Green

  • Jul 17 , 2014

    การที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีราคาแพงและค่อนข้างผันผวน และประเทศไทยต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กลุ่มมิตรผล ซึ่งมีแนวคิดในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลคือชานอ้อย มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ล่าสุดผุดโปรเจ็กต์ใหม่ ใช้ “พลังงานจากแสงอาทิตย์” แหล่งพลังงานสะอาดที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย โดยเปิดตัว โครงการโซลาร์รูฟท็อป แห่งแรก ณ โรงไฟฟ้ามิตรผล ภูเขียว

  • Jan 15 , 2014

    “พลังงาน” เป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งภายใต้กรอบแนวคิดการบริหารเรื่อง “การพัฒนาสู่ความยั่งยืน” (sustainable development)

Cool Life Style

  • Apr 21 , 2015

    ธนากร สุทธิธรรม หรือ โอ๊ต ชายหนุ่มชาวหาดใหญ่ที่สนใจเล่นกีตาร์ตามเพื่อนตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม เขาฝึกเล่นจนเป็นนักกีตาร์โซโล่สายร็อค แล้วไปสอนคนอื่นเล่นกีตาร์ตามบ้าน เมื่อมีคนต่างจังหวัดติดต่อให้สอน จึงลองอัพคลิปสอนลงยูทูบ 

  • Mar 12 , 2015

    “คุณอยากอ่านอะไร อยู่จังหวัดไหน แล้วที่นั่นมีอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า”

    ในยุคดิจิทัล ไม่ว่า ‘นักอ่าน’ จะอยู่ที่ กรุงเทพฯ เชียงราย สงขลา กาฬสินธุ์ เหนือสุดใต้สุดของไทย หากไม่ได้เดินร้านหนังสือก็สามารถสั่งซื้อผ่านเว็บได้ และหลังจากคลิก ‘สั่งซื้อ’ แล้วมีหนังสือลอยมาถึงหน้าประตูบ้านในเวลาไม่กี่วัน ก็อาจจะมีความรู้สึกว่า ‘ชีวิตดี๊ดี’

  • Feb 18 , 2015

    งานอดิเรกสนุกๆ กลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรหลายสิบล้านบาท ให้ชายผู้มีปริญญา 6 ใบ ดร.สมรัช เรียงเครือ จากธุรกิจ “มินิคาร์ ไทยแลนด์” ซึ่งเกิดจากความต้องการที่จะทำอะไร “สนอง Need” และกลายเป็นการผลิตมินิคาร์ในเชิงอุตสาหกรรมรายแรกของโลก