ชีวิต Excel ของ ธนา เธียรอัจฉริยะ

alt

 

คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนใช้โทรศัพท์แบบไหน?
เป็นคนใช้โทรศัพท์ถี่แต่ไม่นาน หรือ ใช้แต่ละครั้งนานแต่ไม่ถี่
คุยเรื่องงานในตอนกลางวันมากกว่า หรือ เมาท์กระจายตอนกลางคืน

 

สิ่งที่คุณอาจไม่ทันนึก และ ไม่รู้พฤติกรรมตัวเอง หรือรู้ แต่เป็นการ perception ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ ธนา เธียรอัจฉริยะ เขากลับล่วงรู้ และ ใช้สิ่งเหล่านี้มาวางแผนในการออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของดีแทค โดยมีตาราง Excel และ Financial Model เป็นเพื่อนคู่คิด
 

 

งานอดิเรก และ งานจริงของธนา คือการผูกสูตรบน Excel วิชาที่เขาได้มาสมัยทำงานธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งซ้อนอยู่บนช่วงเวลาที่ Microsoft Excel ตี Lotus Notes แตกพ่ายในพื้นที่ของอุตสาหกรรมการเงิน
 

 

ธนาจบปริญญาโทด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา กลับมาทำงานในบริษัทชั้นนำของไทยเวลานั้นคือ บริษัทหลักทรัพย์ เอกธำรง จำกัด ราวปี 2535 ซึ่งยุคนั้นเต็มไปด้วยกระบี่มือหนึ่งอย่าง ขนิษฐา สรรพอาษา ชาญศรีวิกรม์ รุ่นพี่ที่คลุกคลีกันมา เช่น ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ฉัตรรพี ตันติเฉลิม สุวภา เจริญยิ่ง ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
 

 

ธนา เป็นนักการเงิน เครื่องมือของนักการเงิน คือ excel
 

 

“สมัยเศรษฐกิจบูม งานเยอะมาก คนไม่พอ ผมเป็นเด็กก็เลยได้ทำงานสำคัญไปด้วย ทั้งสร้างโพรดักท์ทางการเงิน เอาบริษัทเข้าตลาด งานเร่งก็อยู่กับหน้าจอทั้งวัน ผูกสูตร ตั้งเงื่อนไข เปลี่ยนตัวเลขนิดๆ หน่อยๆ ก็ได้ผลออกมาต่างกัน”
 

 

เขาสนิทกับ Excel มากขนาดว่า ทุกวันนี้ เวลาจะพิมพ์จดหมาย จดโน้ต ร่างเอกสาร ร่างพรีเซนเตชั่นต่างๆ จะทำบน Microsoft Excel เป็นหลัก “ผมใช้มันมั่วไปทุกงานเลย”
 

 

โปรแกรมนี้น่าทึ่งใช่น้อย ใครเคยใช้ จะสัมผัสได้ถึงความละเอียดละออของคนเขียนโปรแกรม ผูกสูตร ใส่สมการไว้ คลิกเดียวออกมาเป็นผลลัพธ์ ไมโครซอฟท์ออกเวอร์ชั่นแรกเมื่อปี 1985 และ รุกเข้าเป็นโปรแกรมฮิตในธุรกิจการเงินได้เมื่อปี 1993 ด้วยจุดเด่นที่เป็นทั้งโปรแกรมคำนวณ ทำกราฟิกอย่างง่าย และ ใช้งานแบบ Graphic User Interface
 

 

ออกจากเอกธำรง มาอยู่กับแทคสมัยภูษณ ปรีย์มาโนช เขาก็ยังมาจับงานด้านการเงิน ตอนนั้น แทคก็เหมือนองค์กรอื่นๆ ที่กู้เงินต่างประเทศอย่างไม่ระวัง ภาวะหนี้ทำให้หลายองค์กรดำดิ่ง ความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ต่อเมื่อปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ก็อยู่ในช่วงก้นเหว ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เหลือแค่ 50 เซนต์ การบริหารของฝั่งไทยและเทเลนอร์ที่เต็มไปด้วยคนไม่ไว้วางใจกัน ข่าวลือเรื่องการลดคน และกำลังใจที่ริบหรี่ของพนักงาน ทำให้ดีแทคอ่อนเปลี้ย แข่งกับคู่แข่งทีไรก็แพ้ราบคาบ
 

 

ระบบซีอีโอคู่จึงเกิดขึ้นเพื่อกู้วิกฤต คือ วิชัย เบญจรงคกุล และ ซิคเว่ เบรกเก้ เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานใหม่ ธนา ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้าน pre-paid และ สันติ เมธาวิกุล ดูแลระบบ post-paid ทั้งสองได้รับประกาศิต ต้องทำให้รายได้ดีดกลับ 30% ภายในร้อยวัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เอไอเอส เป็นเบอร์หนึ่งตลอดกาลในเรื่องเครือข่าย และยังมีแต้มต่อในเรื่องการลงทุน ด้วยคลื่นย่าน 1800 MHz ทำให้ต้องลงทุนสถานีฐานมากกว่า หากจะทำให้มีรัศมีครอบคลุมเท่าคลื่น 900 ส่วนออเร้นจ์ ก็จับกลุ่มวัยรุ่นไว้ได้อยู่หมัดด้วยจุดเด่นเรื่องราคาถูก
 

 

ธนาคิดๆ ๆ หาวิธีที่จะทำให้รายได้เพิ่ม 30%
 

 

ระหว่างเอารายได้ของบริษัทมาทำโมเดลเพลินๆ ธนาพบข้อเท็จจริงทางตัวเลขที่น่าสนใจ
 

 

“ผมนั่งเล่น Excel เอารายได้บริษัทมาทำ Model เพลินๆ และเอาข้อมูลต่างๆ มาใช้ ลองผูกสูตรเล่นดู พอทำถึงสมมติฐานในการใช้งานของลูกค้า มีตัวเลขที่สะดุดตาผมเข้าพอดีก็คือ สถิติของคนใช้งานกว่า 60% ใช้ไม่ถึงครึ่งนาที และ 90% ใช้ไม่ถึงสองนาที” เขาเล่าเหมือนที่เขียนไว้ในหนังสือ “คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน” ที่ตั้งใจเขียนเป็นประวัติศาสตร์องค์กรให้คนรุ่นหลังได้อ่าน
 

 

ธนาสำรวจคนรอบข้างเพิ่มเติม และพบว่าโดยมากใช้ไม่เกิน 3-5 นาที แต่คนโดยมากคิดว่าตนเองใช้นาน เพราะมักจะจำได้แต่เรื่องสำคัญที่คุยนาน คนยังเชื่ออีกว่า ตนเองใช้โทรศัพท์ตอนกลางวันมากกว่ากลางคืน แต่สถิติที่พบคือ ใช้ช่วงหัวค่ำมากกว่ากลางวัน การค้นพบนี้นำไปสู่แผนโปรโมชั่น Happy Time เช้า บ่าย เย็น ดึก เว้นช่วงหัวค่ำที่คนใช้มากที่สุดไว้ โดยที่บริษัทไม่เสียรายได้ และ ไม่ต้องลงทุนเครือข่ายเพิ่ม เป็นการเร่งให้คนใช้ในช่วงเวลาอื่นๆ เพื่อจะได้รู้สึกว่าคุ้มค่าโปรโมชั่น
 

 

เรื่อง perception เคยทำให้ดีแทคตกม้าตายมาแล้ว เมื่อครั้งรีแบรนด์ใหม่จาก ‘เวิลด์โฟน’ เป็น ‘ดีแทค’ และ เปลี่ยนการคิดค่าโทรเป็นวินาที ดีแทคลดราคาลงไป 17% แต่จากการสำรวจลูกค้ามีความรู้สึกว่าประหยัดไปเพียง 3-4% เท่านั้น ดีแทคจึงต้องเลิกคิดเป็นวินาทีไปในที่สุด
 

 

มหัศจรรย์ตัวเลขบนตาราง Excel ทำให้การวางแผนต่างๆ แม่นยำขึ้น เพราะในทางธุรกิจ ไม่ได้ว่ากันเรื่องมาร์เก็ตแชร์ การสร้างแบรนด์ การสร้างความภักดี จริยธรรมการบริหารอะไรเทือกนั้น แต่สุดท้ายของสุดท้าย เขาวัดกันที่ Profit & Lost ถ้าได้มาร์เก็ตแชร์มาเพียบ แต่กำไรบางเฉียบ ก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งมนุษย์การเงินอย่างเขาเข้าใจดี
 

 

จาก Financial Model ที่มาสู่การวางแผนการตลาด ออกแพ็คเกจโปรโมชั่นมากมาย ทำให้สถานะการเงินของดีแทคค่อยๆ พลิกฟื้น และต้องนับว่า ประสบการณ์นั้นเป็น Excel ในชีวิตการทำงานของธนา และ ดีแทคเลยทีเดียว
 

 

ธนาพูดย้ำถึง Mindset หลายครั้ง ทั้งบุญชัย วิชัย และ ซิคเว่ ล้วนมีส่วนสร้างสิ่งเหล่านี้
 

 

วัฒนธรรมองค์กรหลายอย่างเปลี่ยนไปในช่วงเวลานั้น จากใจที่ห่อเหี่ยวของพนักงาน กลับมีชีวิตชีวา อะไรที่ไม่เคยได้เห็น ก็ได้เห็น ซีอีโอลงเดินสำรวจตลาดด้วยกัน ซิคเว่ ที่เขาเคยมองว่าเป็นซีอีโอจอมโหด กับ วิชัยซีอีโอที่แสนอนุรักษ์นิยมร่วมกันเต้นแร็พในงานแถลงข่าว ธนา และ สันติ ขึ้นเวทีร้องเพลง และอีกสารพัดที่เป็นการสลายกรอบเดิม ความลำพองของเขาเองที่เป็นผู้บริหารตั้งแต่ยังหนุ่ม ก็หายไปสิ้นในช่วงที่องค์กรอยู่ในช่วงวิกฤต
 

 

 alt

โมเน และ เมนิ สองสาวน้อย ที่เป็นงาน excel ของธนาเวลานี้
 

 

แต่ถ้าถามว่าจะมีอะไรที่ Excel ที่สุดในชีวิตของธนาเวลานี้ ก็คือ ‘โมเน’และ ‘เมนิ’ สองสาวน้อยวัย 6 ขวบครึ่ง และ 5 ขวบ ที่ตอนนี้ทั้งรัก ทั้งหลง “ผมได้เรียนรู้อะไรจากเขาเยอะมาก เคยพาเขาไปหาหมอฟัน หมอบอกถ้าเจ็บให้ชูนิ้วขึ้น เขาไม่ชูขึ้นเลย พอขับรถกลับบ้าน ถามเขาว่าไม่เจ็บจริงเหรอ เขาบอกว่าเจ็บ แต่อดทน เพราะอยากให้พ่อดีใจ” เขาเล่าด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตายิ้มหยี
 

 

ลูกสอนให้เขาช้าลง ลูกสอนให้รู้จักอภัย และมีความมหัศจรรย์ของลูกอีกหลายอย่าง ที่เขาเล่าอย่างออกรส ด้วยน้ำเสียงถวิลหา เหมือนอยากจะกลับบ้านไปหาลูกเสียตอนนั้น ที่ขำคือ เขาโกรธ และ หมั่นไส้ไปล่วงหน้า 20 ปีเมื่อนึกถึงชายหนุ่มที่จะมาเป็นลูกเขยในอนาคต
 

 

“อยากทำงานที่อยู่บ้านอยู่กับลูกได้ ตอนนี้ได้อยู่สองวัน อยากหางานที่อยู่กับเขาได้สัก 3-4 วัน”
 

 

เขาพูดแซมขึ้นตอนหนึ่งของการสนทนา เหมือนไม่สำคัญ แต่อาจเป็นแผนชีวิตเลยทีเดียว เมื่อประกอบกับประโยคว่า

 

“ผมบอกซีอีโอว่า อาจจะทำงานที่นี่เป็นปีสุดท้าย” และตอนนี้ก็ได้วางแผนจนถึงสิ้นปี รวมถึงมองคนที่จะมารับช่วงงานต่อแล้ว เขาบอกอย่างนั้น ก่อนที่อีกไม่กี่วันจะได้ย้ายจากรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพาณิชย์ เป็นผู้บริหารกลุ่มงานใหม่ Corporate Affairs and Strategy group
 

 

ชีวิต Excel น่าจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับการเรียนรู้ เฝ้าสังเกตชีวิต Excel ของลูกๆ ที่พ่อแม่หลายคน นับงานนี้เป็นงานใหญ่ที่สุดในชีวิต และหยุดไม่ได้เลย

..........................................................

 

เรื่องโดย กองบรรณาธิการ

ภาพโดย วรจิตร หลักคำแพง

 

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • Aug 26 , 2016

                ผศ.ดร.ศุภโชค แสงสว่าง ผศ.ดร.ธัญญา ปรเมษฐานุวัฒน์  และ ดร.จิตติมณฑน์ วงษ์ษา นำนักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมเกษตรเพื่ออุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิทยาเขตปราจีนบุรี เยี่ยมชมกระบวนการและการทำงานของเครื่องฉีดพลาสติก ยี่ห้อ ไห่เทียน พร้อมฟังบรรยายให้ความรู้   โดยมี โจ จันทร์ล้วน ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท เอสพี อินเตอร์แมค จำกัด  ให้การต้อนรับ ณ โชว์รูมไห่เทียน  ถนนมอเตอร์เวย์

  • Aug 26 , 2016

    มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย พร้อมด้วย มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น พร้อมด้วยพนักงานในกลุ่มบริษัทมิตซูบิชิ อิเล็คทริค ประเทศไทย จัดกิจกรรม ‘ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ (Science Classroom)’  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เด็กมีความสนใจในการเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยครั้งนี้ ได้นำเยาวชนจากโครงการการศึกษาพหุภาษา  โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กว่า 120 คน ร่วมเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์อย่างสนุกสนานในห้องเรียนซึ่งนักเรียนมีโอกาสได้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้วยตนเอง พร้อมนำชมเทคโนโลยีอันทันสมัยของ มิตซูบิชิ อิเล็คทริค อย่างใกล้ชิด  ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าว มิตซูบิชิ อิเล็คทริคได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย หลังจากที่ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมเช่นเดียวกันนี้มาอย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้น ณ  มิตซูบิชิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ. ชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

     

     

  • Aug 26 , 2016

    ดีแทค แอคเซอเลอเรท โดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน หรือดีแทค เปิดเวทีนำเสนอแผนงาน Demo Day batch 4 ซึ่งปีนี้ dtac accelerate นำแผนงานจาก 14 ทีมสตาร์ทอัพ ขึ้นโชว์ต่อหน้าคณะกรรมการนักลงทุน VC และผู้มีชื่อเสียงในวงการสตาร์ทอัพทั้งภาครัฐและเอกชน  พร้อมได้คัดเลือกผู้ชนะเลิศ 2 ทีมเข้ารับรางวัลในครั้งนี้

    สำหรับ งาน Demo Day batch 4 ในปีนี้มี VC ชั้นนำจากทั่วโลกเข้าร่วมงานถึง 65 คน และ มีเหล่าสตาร์ทอัพทั้ง 14 ทีมนำเสนอแผนงาน กับ VC ชั้นนำ เพื่อระดมเงินทุนในระดับ Series A Company, Seed Funding

    โดยกิจกรรมช่วงท้ายเป็นการประกาศรางวัลผู้ชนะเลิศ แอนดริว กวาลเซท รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มStrategy และ Innovation และสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด มหาชน หรือดีแทค เป็นผู้มอบรางวัล BlackBox Connect ให้กับ ทีม เฟรชเก็ต เพื่อเข้าคอร์สบ่มเพาะสตาร์ทอัพที่ดีที่สุดในซิลิคอนวัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา และทีม ฟาสต์เวิร์ค คว้ารางวัล เว็บ ซัมมิท (Web Summit 2016) ได้สิทธิ์เข้าร่วมงานแสดงผลงานของเหล่าสตาร์ทอัพระดับโลก ที่กรุงลิสบอน โปรตุเกส และอีกหนึ่งรางวัลพิเศษจากกูเกิล Google launchpad  มอบให้ทีม เฟรชเก็ต  ที่ให้เข้าร่วมศูนย์บ่มเพาะพิเศษ ประเทศสหรัฐอเมริกา

    สำหรับความพิเศษของโครงการดีแทค แอคเซอเลอเรท ในปีนี้ สามารถรวมเอา co accelerators สตาร์ทอัพอีก 2 ประเทศ จาก ดิจิ มาเลเซีย และเทเลนอร์ เมียนมา  มาเข้าร่วมโครงการ พร้อมขึ้นเวทีนำเสนอแผนงานร่วมกับ VC ชั้นนำ

     

 

School Move

  • Aug 25 , 2016

    จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลกพบว่า ในสังคมปัจจุบันนี้ มีเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 15 ปี เริ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้นประมาณร้อยละ 50 โดยมีสาเหตุมาจากความอยากรู้ อยากลอง จนกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบทางพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการเรียน ที่ทำให้ผลการเรียนต่ำลง ปัญหาการทะเลาะวิวาท ขาดสติ ยั้งคิด และส่งผลต่อสุขภาพของผู้ดื่ม

     

  • Aug 25 , 2016

    ไม่น่าเชื่อว่ามีแนวโน้มความต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ เพราะในปัจจุบันอาชีพด้านการวิเคราะห์และวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) กำลังเติบโตอย่างมาก จึงปรากฎว่ามีผู้สมัครขอรับการรับรองจากแซส (SAS® Certified) เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจากข้อมูลล่าสุดของการศึกษาโปรไฟล์พนักงานที่มีจำนวนมากถึง 54 ล้านคนใน PayScale.com พบว่าองค์ความรู้และทักษะการใช้โปรแกรมแซสเป็นอาชีพอันดับหนึ่งที่มีผลต่อระดับเงินเดือนอย่างมาก

    ฌอน โอ ไบรอัน รองประธานฝ่ายการศึกษาและการฝึกอบรม บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “โปรแกรม SAS Global Certification เปิดตัวในปี 2542 ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อมอบการรับรองทักษะและองค์ความรู้ด้านการใช้โปรแกรมแซส ซึ่งสถิติล่าสุดบ่งบอกว่า มีการออกใบรับรองเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าหลังจากเปิดตัวได้เพียงสามปีครึ่ง และปัจจุบันแซสได้ดำเนินการออกใบรับรองไปแล้วเป็นจำนวนมากถึง 100,000 ใบเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในวันนี้ แซส เป็นเทคโนโลยีระบบมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มาอย่างยาวนาน และแนวโน้มความต้องการบุคลากรที่มีทักษะของแซสได้ขยายครอบคลุมไปทุกอุตสาหกรรม”

    อรัน เคนส์ กล่าวในฐานะ ผู้มีทักษะการใช้โปรแกรมแซส ว่า “การได้รับการรับรองจากแซสช่วยผมอย่างมากในการประกอบอาชีพ  ทำให้ผมสามารถทำงานที่ท้าทายความสามารถตัวเอง และนับเป็นเวลาห้าปีติดต่อกันแล้วที่การออกใบรับรองแซสมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก โดยใบรับรองแซสเป็นที่ต้องการของทั้งนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยและพนักงานจากทั่วโลก ในจำนวนนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งของใบรับรองที่ออกให้เป็นการมอบให้กับบุคคลที่อยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกามากถึง 107 ประเทศ และขณะนี้มีองค์กรมากกว่า 80,000 แห่ง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจ ภาครัฐ มหาวิทยาลัยทั่วโลกต่างนำระบบแซสเข้าไปปรับใช้ในองค์กร นักศึกษาที่มีใบรับรองจากแซสจึงมีโอกาสมีงานทำในองค์กรที่มีชื่อเสียงได้ไม่ยากเลย

    ฌอน ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “โปรแกรม SAS Global Certification มีตัวเลือกการฝึกอบรมของแซสมากมายที่พร้อมช่วยให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายในสายอาชีพของตน โดยมีหลายวิธีในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับแซส ซึ่งรวมถึงตัวเลือกที่ไม่มีค่าใช้จ่ายบางอย่าง เช่น SAS University Edition ที่พร้อมให้การเข้าถึงซอฟต์แวร์แซสได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายสำหรับทุกคนที่ต้องการเรียนรู้การวิเคราะห์เชิงปริมาณโดยไม่มีค่าใช้จ่าย  นอกจากนี้ยังมีแหล่งข้อมูลอีเลิร์นนิ่งฟรีและบทช่วยสอนออนไลน์ที่สามารถเข้าไปใช้ได้อย่างสะดวก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นหรือรับความช่วยเหลือเกี่ยวกับงานที่เฉพาะเจาะจงในระบบแซสได้ โดยในขณะนี้ แซสได้ปรับอัตราค่าสมัครสอบใบรับรองของแซสใหม่ ให้อยู่ในช่วงราคาประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น

    มาถึงในส่วนของ SAS OnDemand for Academics บนระบบคลาวด์แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ยังช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญต่างๆ สามารถรวมเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดของแซสไว้ในหลักสูตรของตน และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนทักษะที่มีความต้องการสูงอย่างมากจากตลาดแรงงาน และด้วยพันธมิตรของแซสทั่วโลกที่เปิดโปรแกรมในระดับปริญญาตรีและปริญญาโททั้งในหลักสูตรเดิมและใหม่เพื่อสร้างโปรแกรมการออกใบรับรองระดับปริญญา ยังเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการสร้างองค์กรที่มีความสามารถด้านการวิเคราะห์สำหรับการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ภายในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย

    ไม่เพียงเท่านั้น ใบรับรองใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลด้วยโปรแกรม SAS Global Certification ยังได้เปิดตัวใบรับรองใหม่ด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลด้วยในนามของ SAS Academy for Data Science  ที่จะช่วยเสริมสร้างทักษะด้านการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่  การวิเคราะห์ขั้นสูง การเรียนรู้ด้านเครื่องจักรและเครื่องมือ การแสดงภาพข้อมูล พร้อมด้วยทักษะด้านการสื่อสารที่จำเป็นและเป็นที่ต้องการอย่างยิ่งสำหรับนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลในปัจจุบัน โปรแกรมนี้แบ่งออกเป็นสองระดับและพร้อมให้ใบรับรองที่ได้รับการยอมรับจากอุตสาหกรรมเป็นจำนวนสามใบ โดยแต่ละระดับจะรวมการเรียนการสอนภายในห้องเรียน กรณีศึกษาจากการลงมือปฏิบัติ หรือการสร้างโปรเจ็คของทีม การเข้าถึงซอฟต์แวร์แซสที่เกี่ยวข้อง และมีโค้ชที่จะช่วยให้คำแนะนำผู้เรียนอย่างครอบคลุม เมื่อผ่านการสอบรับรองแล้ว ผู้เรียนจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลขนาดใหญ่ที่แซสให้การรับรอง ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ขั้นสูงที่แซสให้การรับรอง และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่แซสให้การรับรอง

    ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกระแสการเรียนรู้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะน่าจับตามอง แต่จะมาสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับโลกก็ว่าได้

     

     

  • Aug 23 , 2016

    สถาบันอนาคตไทยศึกษาเปิดผลการศึกษาชิ้นล่าสุดเรื่อง “โอกาสที่เสียไป: 12 ข้อเท็จจริงการศึกษาไทย” ชี้ปัญหาการศึกษาส่งผลต่อโอกาสของเด็กไทย และยังส่งผลต่ออัตราเติบโตของเศรษฐกิจไทย ถึงปัจจุบัน ประเทศมีต้นทุนเสียโอกาสสะสมแล้ว 11%ของ GDP หรือคิดเป็น 1.5 ล้านล้าน

    ปัญหาการศึกษา ไม่สร้างโอกาสให้เด็กไทย หากย้อนดูปัญหาการศึกษาจะพบว่ามีปัญหาตั้งแต่เด็กวัยก่อนเรียนไปจนถึงมหาวิทยาลัย เห็นได้จาก 1 ใน5 ของเด็กก่อนวัยเรียนมีพัฒนาการที่ต่ำกว่าวัย เด็กชั้นประถมราว 140,000 คนอ่านหนังสือไม่ออก และราว 270,000 คนก็เขียนหนังสือไม่ได้ ส่วนเด็กมัธยมอีกกว่า 1ใน3 ก็ไม่สามารถอ่านจับใจความได้ และแม้ว่าตัวเลขจะบอกว่าโอกาสที่เด็กจะจบ ม.ปลาย มีไม่น้อย แต่การที่จะเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้ก็ต้องเข้ามาเรียนในกรุงเทพ จะเห็นได้จากโรงเรียนที่คะแนนโอเน็ตสูงสุด 50 โรงเรียน 34 โรงเรียนอยู่ในกรุงเทพ หากดูต่อไปเมื่อเรียนจบ แม้จะจบมหาวิทยาลัยได้ หางานได้ แต่งานที่ได้ก็ต่ำกว่าวุฒิที่จบมา เป็นเสมียนและพนักงานขายกว่า 40%ของเด็กจบใหม่ระดับปริญญาตรี ซึ่งเงินเดือนไม่สูงนัก

    การที่เด็กไทยเสียโอกาสส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างไร แม้เราจะพูดเรื่องการปฏิรูปการศึกษามานาน แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่ได้เห็นผลสำเร็จดังที่หวังไว้ ซึ่งเราอาจไม่เห็นภาพของผลกระทบเท่าไรนัก ดังนั้นเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม สถาบันได้ทำการคำนวณว่า ถ้าเราสามารถปฏิรูปการศึกษากันสำเร็จตั้งแต่ในอดีต วันนี้เศรษฐกิจประเทศจะเป็นอย่างไร โดยแนวคิดก็คือ การปฏิรูปการศึกษาสำเร็จจะเพิ่มทักษะแรงงาน ทำให้ productivity ของแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อ GDP เพิ่มขึ้น ซึ่งหากตั้งสมมติฐานว่า ถ้าปฏิรูปการศึกษาสำเร็จทำให้คะแนน PISA เพิ่มขึ้น 50 คะแนนภายใน 10ปี เหมือนประเทศโปแลนด์เคยทำได้ (ไทยทำได้แค่เพิ่มขึ้น 3 คะแนนภายใน 10ปี) สิ่งที่เราจะเห็นก็คือ อัตราการเติบโตของ GDP จะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.14%ต่อปีหรือคิดเป็น 1.1 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งฟังดูตัวเลขอาจไม่มาก แต่ถ้าดูผลที่สะสมมาถึงปัจจุบัน เราจะพบว่าไทยมีต้นทุนค่าเสียโอกาสสะสมแล้วเป็นจำนวนมากถึง 1.5 ล้านล้าน (มูลค่าปัจจุบัน) หรือคิดเป็น 11%ของ GDP และในอนาคตตัวเลขต้นทุนค่าเสียโอกาสนี้ก็จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณเมื่อจำนวนแรงงานที่มีทักษะดีขึ้นเข้าสู่กำลังแรงงานทดแทนแรงงานรุ่นเก่า

    ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหาร สถาบันอนาคตไทยศึกษา กล่าวเสริมว่า “ ผลการศึกษาบอกเราว่า “ผลกระทบของปัญหาการศึกษา ถ้ามองระยะสั้นก็ผลไม่มาก แต่ระยะยาวจะมีผลมหาศาล ซึ่งแม้เราจะเริ่มปฏิรูปการศึกษากันในวันนี้ ก็ต้องใช้เวลาอีก 10ปีกว่าจะปฏิรูปสำเร็จ แต่ก็ต้องใช้เวลาอีก 20 ปีถึงจะเห็นผลสำเร็จ คือ เห็นว่าสัดส่วนแรงงานที่มีทักษะดีจะเป็นครึ่งหนึ่งของแรงงานทั้งหมด ซึ่งสะท้อนว่า เราต้องรีบและเร่งทำการปฏิรูปการศึกษาให้เร็ว เพราะกว่าจะเห็นผลนาน และวิธีนี้จะเป็นวิธีกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ต่อเนื่อง ยั่งยืนที่สุด”

Management

  • Jul 07 , 2016

    การบริหารจัดการพนักงานที่เป็นคนเก่ง หรือที่เรียกว่า Talent ไม่ใช่โจทย์ที่ง่ายนัก สำหรับองค์กร ด้วยความเก่งที่มีจำนวนจำกัด บวกกับโอกาสที่มีเข้ามามากมาย ทำให้องค์กรส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่คนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ เหตุผลคือ หนึ่ง เพื่อรักษาให้พวกเขาอยู่กับองค์กรได้ยาวนาน และสอง เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ และพัฒนาผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ภารกิจดูแลคนเก่งขององค์กรจึงมีหลากหลายรูปแบบ

  • Apr 19 , 2016

    1. สถานการณ์...แห่งสายลมโลกใบนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะของสิ่งที่เรียกว่า “กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แปรปรวน” (The wind of change) และพยายามที่จะแสวงหาการเติมเต็มด้วย “ภูมิปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (The Wisdoms for change)

  • Feb 29 , 2016

    ชีวิตคือการเดินทาง...และทุกครั้งของการเดินทางคือการเรียนรู้...ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าชีวิตคนเรานั้นเป็นการเรียนรู้อยู่เสมอ

    เมื่อต้นปีนี้...เป็นการเดินทางที่ไปเป็นแขกรับเชิญงานรับปริญญาของนักศึกษาปริญญาโท-เอกของ Kingston University ที่กรุงลอนดอน

 
 

Cool Case

  • Jul 23 , 2016

           จัดเทสต์รถกันครั้งแรกและ 5 รุ่นรวด สำหรับ MINI แบรนด์รถคอมแพ็คหรูจากอังกฤษที่มีความคล่องตัวสูง ซึ่งทีมนิตยสาร MBA ได้ทดลองขับดูว่ามีความเป็น Go Kart Feeling มากน้อยแค่ไหน ในงาน MINI Driving Experience 2016 ที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์

  • Jun 23 , 2016

           จากแนวคิดที่ อยากให้อาคารสำนักงาน  มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายและครบวงจร เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆ วันของผู้เช่าภายในอาคาร และใกล้เคียง วิคเตอร์คลับเดินหน้าทุ่มงบ 40 ล้านบาท เปิดตัว ‘วิคเตอร์คลับ สาทรสแควร์’ (Victor Club - Sathorn Square) สาขาที่ 2 ซึ่งทำให้ดีมานต์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปีนี้ โดยการเน้นย้ำจุดขายด้านราคา และการบริการ ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางศูนย์กลางธุรกิจ ตกแต่งด้วยดีไซน์ที่สวยงาม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย

  • Jun 06 , 2016

    หนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดของไทยจากการจัดอันดับของฟอร์บส์ ปี 2008 คุณวิกรม กรมดิษฐ์  มีชีวิตวัยเด็กที่ลำบากและต้องดิ้นรน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนจนประสบความสำเร็จ

     

    ด้วยความมุมานะ คุณวิกรมได้สร้างแผนลงทุนที่เป็นธุรกิจแรกของตัวเองขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะงานของเขาทำให้เขาต้องพบกับอุปสรรคอีกอย่าง นั่นก็คือภาษาอังกฤษ เพราะในขณะที่เขาได้ร่วมงานกับชาวต่างชาตินั้น เขาพบว่าเขาไม่สามารถพูดคุยกับผู้ร่วมงานได้อย่างเข้าใจ

    การที่เขาพบกับปัญหานี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่าการสื่อสารที่ไม่เข้าใจอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเขาได้ เขาจึงตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเรียนภาษาอังกฤษให้เชี่ยวชาญให้ได้ จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่เคยหยุดที่จะฝึกฝนและเรียนภาษาอังกฤษเลยเป็นระยะเวลา 3 เดือนจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาสามารถติดต่อธุรกิจกับต่างชาติและได้รับใบอนุญาตการส่งออกจากคณะกรรมการอาหารและยาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทุกวันนี้คุณวิกรมสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและคล่องแคล่ว

    ทรัพย์สินของคุณวิกรมมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมกว่า 900 แห่ง และบริษัทที่มีมูลค่าที่สามารถคิดเป็น GDP ต่อปีของไทยได้ถึง10%  ความลับสู่ความสำเร็จของเขาคือการลงทุนไปกับการเรียนรู้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ความอดทน และความซื่อสัตย์ ที่นำไปใช้กับการปรับตัวในสภาพแวดล้อมและองค์กรใหม่ๆ ในการทำงาน

     

    คนหนุ่มสาวในเอเชียต้องเก่งภาษาอังกฤษเพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการทำงาน              

    จากการวิจัยของ International Herald Tribune ปี 2007 พบว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มากกว่า 400 ล้านคน ในขณะที่อีก 300 ถึง 500  ล้านคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง  นั่นเท่ากับว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษในปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 1.5 พันล้านคนบนโลก

    ภาษาอังกฤษคือกุญแจสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาว เพราะภาษาอังกฤษถือว่าเป็นอาวุธที่มีประโยชน์มากในสนามแข่งขันของการหางาน และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

    นอกจากนั้น ตลาดเอเชียกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในเศรษฐกิจโลก มีความต้องการบุคลากรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทำการติดต่อกับบริษัทต่างชาติ การไม่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษที่เป็นอุปสรรคในการติดต่อกับต่างชาติ จึงอาจเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จของธุรกิจได้ แม้คุณจะยุ่งจากงานหรือการดูแลครอบครัวมากแค่ไหน แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องหาเวลาในการฝึกภาษาอังกฤษให้เพียงพอ ซึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถช่วยคุณให้สามารถเรียนภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพได้

     เพียงใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คหรือสมาร์ทโฟนเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็ทำให้คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ ด้วยเวลาเรียน โมงเช้าถึงเที่ยงคืนทุกวัน สอนโดยอาจารย์เจ้าของภาษาจากยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา ผ่านห้องเรียนออนไลน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อช่วยในกระบวนการเรียนรู้ให้รู้สึกเสมือนจริง นอกจากนั้น คุณไม่จำเป็นต้องรอเวลาเข้าเรียน คุณสามารถเริ่มเรียนได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นการสมัครและการทดสอบ

    นวัตกรรมการเรียนการสอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และ TOPICA ถือเป็นผู้นำด้านการให้บริการการศึกษาออนไลน์ในภูมิภาค โดย TOPICA Edtech Group ให้บริการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ผ่านโปรแกรมที่มีชื่อว่า TOPICA Native ที่ทำให้คุณสามารถร่วมประสบการณ์ครั้งแรกของโลกด้วยการเรียนผ่าน Google Glass โดยมีนักเรียนจำนวนมากที่สามารถพัฒนาทักษะด้านการพูดและทำคะแนนได้มากถึง 300 ถึง 1000 คะแนน หลังจากเรียนเพียงหนึ่งคอร์ส และส่วนมากมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

     

    คลิก: http://english.topicanative.asia/ เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์