ชีวิต Excel ของ ธนา เธียรอัจฉริยะ

alt

 

คุณคิดว่าตัวเองเป็นคนใช้โทรศัพท์แบบไหน?
เป็นคนใช้โทรศัพท์ถี่แต่ไม่นาน หรือ ใช้แต่ละครั้งนานแต่ไม่ถี่
คุยเรื่องงานในตอนกลางวันมากกว่า หรือ เมาท์กระจายตอนกลางคืน

 

สิ่งที่คุณอาจไม่ทันนึก และ ไม่รู้พฤติกรรมตัวเอง หรือรู้ แต่เป็นการ perception ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่ ธนา เธียรอัจฉริยะ เขากลับล่วงรู้ และ ใช้สิ่งเหล่านี้มาวางแผนในการออกผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของดีแทค โดยมีตาราง Excel และ Financial Model เป็นเพื่อนคู่คิด
 

 

งานอดิเรก และ งานจริงของธนา คือการผูกสูตรบน Excel วิชาที่เขาได้มาสมัยทำงานธุรกิจหลักทรัพย์ ซึ่งซ้อนอยู่บนช่วงเวลาที่ Microsoft Excel ตี Lotus Notes แตกพ่ายในพื้นที่ของอุตสาหกรรมการเงิน
 

 

ธนาจบปริญญาโทด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา กลับมาทำงานในบริษัทชั้นนำของไทยเวลานั้นคือ บริษัทหลักทรัพย์ เอกธำรง จำกัด ราวปี 2535 ซึ่งยุคนั้นเต็มไปด้วยกระบี่มือหนึ่งอย่าง ขนิษฐา สรรพอาษา ชาญศรีวิกรม์ รุ่นพี่ที่คลุกคลีกันมา เช่น ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต ฉัตรรพี ตันติเฉลิม สุวภา เจริญยิ่ง ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ
 

 

ธนา เป็นนักการเงิน เครื่องมือของนักการเงิน คือ excel
 

 

“สมัยเศรษฐกิจบูม งานเยอะมาก คนไม่พอ ผมเป็นเด็กก็เลยได้ทำงานสำคัญไปด้วย ทั้งสร้างโพรดักท์ทางการเงิน เอาบริษัทเข้าตลาด งานเร่งก็อยู่กับหน้าจอทั้งวัน ผูกสูตร ตั้งเงื่อนไข เปลี่ยนตัวเลขนิดๆ หน่อยๆ ก็ได้ผลออกมาต่างกัน”
 

 

เขาสนิทกับ Excel มากขนาดว่า ทุกวันนี้ เวลาจะพิมพ์จดหมาย จดโน้ต ร่างเอกสาร ร่างพรีเซนเตชั่นต่างๆ จะทำบน Microsoft Excel เป็นหลัก “ผมใช้มันมั่วไปทุกงานเลย”
 

 

โปรแกรมนี้น่าทึ่งใช่น้อย ใครเคยใช้ จะสัมผัสได้ถึงความละเอียดละออของคนเขียนโปรแกรม ผูกสูตร ใส่สมการไว้ คลิกเดียวออกมาเป็นผลลัพธ์ ไมโครซอฟท์ออกเวอร์ชั่นแรกเมื่อปี 1985 และ รุกเข้าเป็นโปรแกรมฮิตในธุรกิจการเงินได้เมื่อปี 1993 ด้วยจุดเด่นที่เป็นทั้งโปรแกรมคำนวณ ทำกราฟิกอย่างง่าย และ ใช้งานแบบ Graphic User Interface
 

 

ออกจากเอกธำรง มาอยู่กับแทคสมัยภูษณ ปรีย์มาโนช เขาก็ยังมาจับงานด้านการเงิน ตอนนั้น แทคก็เหมือนองค์กรอื่นๆ ที่กู้เงินต่างประเทศอย่างไม่ระวัง ภาวะหนี้ทำให้หลายองค์กรดำดิ่ง ความขัดแย้งระหว่างผู้บริหารเป็นข่าวหน้าหนึ่ง ต่อเมื่อปรับโครงสร้างหนี้แล้ว ก็อยู่ในช่วงก้นเหว ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เหลือแค่ 50 เซนต์ การบริหารของฝั่งไทยและเทเลนอร์ที่เต็มไปด้วยคนไม่ไว้วางใจกัน ข่าวลือเรื่องการลดคน และกำลังใจที่ริบหรี่ของพนักงาน ทำให้ดีแทคอ่อนเปลี้ย แข่งกับคู่แข่งทีไรก็แพ้ราบคาบ
 

 

ระบบซีอีโอคู่จึงเกิดขึ้นเพื่อกู้วิกฤต คือ วิชัย เบญจรงคกุล และ ซิคเว่ เบรกเก้ เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานใหม่ ธนา ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้าน pre-paid และ สันติ เมธาวิกุล ดูแลระบบ post-paid ทั้งสองได้รับประกาศิต ต้องทำให้รายได้ดีดกลับ 30% ภายในร้อยวัน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เอไอเอส เป็นเบอร์หนึ่งตลอดกาลในเรื่องเครือข่าย และยังมีแต้มต่อในเรื่องการลงทุน ด้วยคลื่นย่าน 1800 MHz ทำให้ต้องลงทุนสถานีฐานมากกว่า หากจะทำให้มีรัศมีครอบคลุมเท่าคลื่น 900 ส่วนออเร้นจ์ ก็จับกลุ่มวัยรุ่นไว้ได้อยู่หมัดด้วยจุดเด่นเรื่องราคาถูก
 

 

ธนาคิดๆ ๆ หาวิธีที่จะทำให้รายได้เพิ่ม 30%
 

 

ระหว่างเอารายได้ของบริษัทมาทำโมเดลเพลินๆ ธนาพบข้อเท็จจริงทางตัวเลขที่น่าสนใจ
 

 

“ผมนั่งเล่น Excel เอารายได้บริษัทมาทำ Model เพลินๆ และเอาข้อมูลต่างๆ มาใช้ ลองผูกสูตรเล่นดู พอทำถึงสมมติฐานในการใช้งานของลูกค้า มีตัวเลขที่สะดุดตาผมเข้าพอดีก็คือ สถิติของคนใช้งานกว่า 60% ใช้ไม่ถึงครึ่งนาที และ 90% ใช้ไม่ถึงสองนาที” เขาเล่าเหมือนที่เขียนไว้ในหนังสือ “คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน” ที่ตั้งใจเขียนเป็นประวัติศาสตร์องค์กรให้คนรุ่นหลังได้อ่าน
 

 

ธนาสำรวจคนรอบข้างเพิ่มเติม และพบว่าโดยมากใช้ไม่เกิน 3-5 นาที แต่คนโดยมากคิดว่าตนเองใช้นาน เพราะมักจะจำได้แต่เรื่องสำคัญที่คุยนาน คนยังเชื่ออีกว่า ตนเองใช้โทรศัพท์ตอนกลางวันมากกว่ากลางคืน แต่สถิติที่พบคือ ใช้ช่วงหัวค่ำมากกว่ากลางวัน การค้นพบนี้นำไปสู่แผนโปรโมชั่น Happy Time เช้า บ่าย เย็น ดึก เว้นช่วงหัวค่ำที่คนใช้มากที่สุดไว้ โดยที่บริษัทไม่เสียรายได้ และ ไม่ต้องลงทุนเครือข่ายเพิ่ม เป็นการเร่งให้คนใช้ในช่วงเวลาอื่นๆ เพื่อจะได้รู้สึกว่าคุ้มค่าโปรโมชั่น
 

 

เรื่อง perception เคยทำให้ดีแทคตกม้าตายมาแล้ว เมื่อครั้งรีแบรนด์ใหม่จาก ‘เวิลด์โฟน’ เป็น ‘ดีแทค’ และ เปลี่ยนการคิดค่าโทรเป็นวินาที ดีแทคลดราคาลงไป 17% แต่จากการสำรวจลูกค้ามีความรู้สึกว่าประหยัดไปเพียง 3-4% เท่านั้น ดีแทคจึงต้องเลิกคิดเป็นวินาทีไปในที่สุด
 

 

มหัศจรรย์ตัวเลขบนตาราง Excel ทำให้การวางแผนต่างๆ แม่นยำขึ้น เพราะในทางธุรกิจ ไม่ได้ว่ากันเรื่องมาร์เก็ตแชร์ การสร้างแบรนด์ การสร้างความภักดี จริยธรรมการบริหารอะไรเทือกนั้น แต่สุดท้ายของสุดท้าย เขาวัดกันที่ Profit & Lost ถ้าได้มาร์เก็ตแชร์มาเพียบ แต่กำไรบางเฉียบ ก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งมนุษย์การเงินอย่างเขาเข้าใจดี
 

 

จาก Financial Model ที่มาสู่การวางแผนการตลาด ออกแพ็คเกจโปรโมชั่นมากมาย ทำให้สถานะการเงินของดีแทคค่อยๆ พลิกฟื้น และต้องนับว่า ประสบการณ์นั้นเป็น Excel ในชีวิตการทำงานของธนา และ ดีแทคเลยทีเดียว
 

 

ธนาพูดย้ำถึง Mindset หลายครั้ง ทั้งบุญชัย วิชัย และ ซิคเว่ ล้วนมีส่วนสร้างสิ่งเหล่านี้
 

 

วัฒนธรรมองค์กรหลายอย่างเปลี่ยนไปในช่วงเวลานั้น จากใจที่ห่อเหี่ยวของพนักงาน กลับมีชีวิตชีวา อะไรที่ไม่เคยได้เห็น ก็ได้เห็น ซีอีโอลงเดินสำรวจตลาดด้วยกัน ซิคเว่ ที่เขาเคยมองว่าเป็นซีอีโอจอมโหด กับ วิชัยซีอีโอที่แสนอนุรักษ์นิยมร่วมกันเต้นแร็พในงานแถลงข่าว ธนา และ สันติ ขึ้นเวทีร้องเพลง และอีกสารพัดที่เป็นการสลายกรอบเดิม ความลำพองของเขาเองที่เป็นผู้บริหารตั้งแต่ยังหนุ่ม ก็หายไปสิ้นในช่วงที่องค์กรอยู่ในช่วงวิกฤต
 

 

 alt

โมเน และ เมนิ สองสาวน้อย ที่เป็นงาน excel ของธนาเวลานี้
 

 

แต่ถ้าถามว่าจะมีอะไรที่ Excel ที่สุดในชีวิตของธนาเวลานี้ ก็คือ ‘โมเน’และ ‘เมนิ’ สองสาวน้อยวัย 6 ขวบครึ่ง และ 5 ขวบ ที่ตอนนี้ทั้งรัก ทั้งหลง “ผมได้เรียนรู้อะไรจากเขาเยอะมาก เคยพาเขาไปหาหมอฟัน หมอบอกถ้าเจ็บให้ชูนิ้วขึ้น เขาไม่ชูขึ้นเลย พอขับรถกลับบ้าน ถามเขาว่าไม่เจ็บจริงเหรอ เขาบอกว่าเจ็บ แต่อดทน เพราะอยากให้พ่อดีใจ” เขาเล่าด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตายิ้มหยี
 

 

ลูกสอนให้เขาช้าลง ลูกสอนให้รู้จักอภัย และมีความมหัศจรรย์ของลูกอีกหลายอย่าง ที่เขาเล่าอย่างออกรส ด้วยน้ำเสียงถวิลหา เหมือนอยากจะกลับบ้านไปหาลูกเสียตอนนั้น ที่ขำคือ เขาโกรธ และ หมั่นไส้ไปล่วงหน้า 20 ปีเมื่อนึกถึงชายหนุ่มที่จะมาเป็นลูกเขยในอนาคต
 

 

“อยากทำงานที่อยู่บ้านอยู่กับลูกได้ ตอนนี้ได้อยู่สองวัน อยากหางานที่อยู่กับเขาได้สัก 3-4 วัน”
 

 

เขาพูดแซมขึ้นตอนหนึ่งของการสนทนา เหมือนไม่สำคัญ แต่อาจเป็นแผนชีวิตเลยทีเดียว เมื่อประกอบกับประโยคว่า

 

“ผมบอกซีอีโอว่า อาจจะทำงานที่นี่เป็นปีสุดท้าย” และตอนนี้ก็ได้วางแผนจนถึงสิ้นปี รวมถึงมองคนที่จะมารับช่วงงานต่อแล้ว เขาบอกอย่างนั้น ก่อนที่อีกไม่กี่วันจะได้ย้ายจากรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานพาณิชย์ เป็นผู้บริหารกลุ่มงานใหม่ Corporate Affairs and Strategy group
 

 

ชีวิต Excel น่าจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับการเรียนรู้ เฝ้าสังเกตชีวิต Excel ของลูกๆ ที่พ่อแม่หลายคน นับงานนี้เป็นงานใหญ่ที่สุดในชีวิต และหยุดไม่ได้เลย

..........................................................

 

เรื่องโดย กองบรรณาธิการ

ภาพโดย วรจิตร หลักคำแพง

 

 

MAGAZINE

 

 



New News

  • Apr 02 , 2015

     

    บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ “ผลิตภัณฑ์ CP Balance” เมนูอาหารพร้อมรับประทานเพื่อสุขภาพ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพและต้องการควบคุมปริมาณแคลอรี่ในมื้ออาหาร ด้วย 4 ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ซีพี ได้แก่ ข้าวกล้องแกงส้ม ปลาแพนกาเซียส ดอร์รี่, ข้าวกล้องปลาแพนกาเซียส ดอร์รี่ ผัดพริกทรงเครื่อง, สปาเก็ตตี้โฮลวีตผัดขี้เมา และข้าวกล้องต้มทรงเครื่อง เพียงทาน CP Balance เป็นจานหลัก คุณก็ยังมีแคลอรี่เหลือไปเอ็นจอยกับอาหารจานโปรดได้อีก โดยสินค้ามีจำหน่ายแล้วที่ร้านซีพี เฟรชมาร์ท และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป 

     

     

  • Mar 26 , 2015

    LPN พร้อมเดินหน้าโครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 กำหนดเปิดขาย เฟส 2 เสาร์ที่ 4 เม.ย.นี้หลังผ่าน EIA เรียบร้อยแล้วเร่งเครื่องงานขายและก่อสร้างเต็มสูบเสริมทัพด้วยคอมมูนิตี้มอลล์หน้าโครงการจาก SFมืออาชีพด้านรีเทลเชื่อชาวทาวน์ชิปจะได้รับความสะดวกสบายและคุณภาพชีวิต ขณะเดียวกันสามารถเป็นเจ้าของบ้านหลังแรกได้ในราคาเพียง 5 แสนเศษ จากแนวคิดในการพัฒนา “ชุมชนเมืองน่าอยู่” ที่ต่อยอดจาก “ชุมชนน่าอยู่” ที่เป็นทั้งจุดแข็งและได้รับการยอมรับในวงกว้าง เสริมความสะดวกด้วยการขยายสะพานข้ามคลองด้านหน้า มั่นใจศักยภาพเมืองรังสิตและความตั้งใจที่ LPN ส่งมอบจะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่…วัยเริ่มต้นชีวิตได้ง่ายๆ ด้วยราคาสบายกระเป๋า

  • Mar 24 , 2015

     

    วิทยาลัยนานาชาติ ม. ศิลปากร รับสมัครนักศึกษา ปีการศึกษา 2558

    1. หลักสูตรศิลปบัณฑิต สาขา Digital Communication Design (B.F.A.)
    - หลักสูตร 2 ปริญญา ร่วมกับสถาบันศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮมซิตี้ ประเทศอังกฤษ

    2. หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต

    สาขา Hotel and Tourism Management (M.B.A.)
    สาขา International Business (M.B.A.)
    - หลักสูตรนอกเวลาราชการที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเข้าศึกษาในระหว่างวันเสาร์-อาทิตย์
    - ศึกษาดูงานต่างประเทศสำหรับทั้ง 2 หลักสูตร (ไม่บังคับ) อาทิ สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐฝรั่งเศส ออสเตรเลีย เป็นต้น
    - มีทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาทั้งชาวไทยและชาวต่างเทศ ทุกภาคการศึกษา

    กำหนดการรับสมัคร 16 มีนาคม – 27 พฤษภาคม 2558

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    โทร: 02 880 8361–3 หรือ
    Email : suicbangkok@yahoo.com
    เว็ปไซต์: www.suic.org
    เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/suicbkk

School Move

  • Mar 05 , 2015

    กลุ่มบริษัท เดอะ รีเจ้นท์ กรุ๊ป ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และมีประสบการณ์ด้านการโรงแรมมากว่า 30 ปี จัดพิธีเปิดโรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ โดยมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดโรงเรียนฯ ดำเนินการโดย ปิยะมาน เตชะไพบูลย์  กรรมการบริหารโรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ และมีบุคคลในวงการท่องเที่ยวมาร่วม แสดงความยินดี อาทิ สันติ ชุดินธรา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย และมณเฑียร ทองนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ณ โรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

    โรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการโรงแรมมากว่า 30 ปี เป็นผู้บุกเบิก ด้านธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี และยังเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในชะอำ มีจิตสำนึกที่อยากจะช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรระดับปฏิบัติการของธุรกิจโรงแรม ในระยะยาว ซึ่งในแต่ละปีจะขาดแคลนกว่า 100,000 คน จึงได้จัดตั้งโรงเรียนสอนด้านการโรงแรม โดยใช้ชื่อว่า “โรงเรียนการโรงแรมและท่องเที่ยว รีเจ้นท์ ชะอำ” ซึ่งตั้งอยู่ในเขตของโรงแรมรีเจ้นท์ ชะอำ บีช รีสอร์ท เน้นการผลิตบุคลากรคุณภาพระดับปฏิบัติการใน 4 หลักสูตร ประกอบด้วย หลักสูตรบริการส่วนหน้า, หลักสูตรแม่บ้านโรงแรม, หลักสูตรการบริการอาหารและเครื่องดื่ม และหลักสูตรการประกอบอาหาร เป็นหลักสูตร 9 เดือน แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 6 เดือน และภาคปฏิบัติ 3 เดือน เรียนจบสามารถทำงานได้ทันที เมื่อเรียนจบจะได้รับวุฒิบัตร และสามารถสอบวัดแบบสมรรถนะ (Competency Base) ตามมาตรฐานของอาเซียน ทำให้สามารถย้ายไปทำงานในประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้ โดยในหนึ่งปีจะเปิดเรียน 2 ครั้ง ในเดือนพฤษภาคม และกันยายน ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเรียนได้ทั้งปี

    สำหรับผู้ที่สนใจต้องมีอายุระหว่าง 17 - 28 ปี จบการศึกษาขั้นต่ำระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม. 6) หรือปวช. / ปวส. หรือเทียบเท่า และผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายงานเข้าสู่อาชีพการโรงแรม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในวันจันทร์ - เสาร์ เวลา 8.30 - 17.00 น. ที่โทร. 0-2255-2821-4 หรือ 032-508-136-9 และเว็บไซต์ www.rhsschool.com / www.facebook.com/pages/RHS-School

     

  • Feb 03 , 2015

    แคปแลนหนึ่งในสถาบันการศึกษาเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือที่สุดในประเทศสิงคโปร์พร้อมด้วยสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA) เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายทุนการศึกษาต่อต่างประเทศระดับอุดมศึกษาและทุนการศึกษาภาษาอังกฤษจำนวน 11 ทุน เพื่อสนับสนุนของโครงการฯ ทุนการศึกษาในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ อาคารชัยพัฒนา พระราชวังสวนจิตรลดา

    แคปแลน ได้จัดหาโครงการการศึกษาให้กับนักเรียนไทยระดับอุดมศึกษาในประเทศสิงคโปร์ เป็นระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมาและได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของความสัมพันธ์ที่มีต่อประเทศไทย ด้วยหนึ่งในเป้าหมายของแคปแลน คือ ไม่เพียงส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนไทยแต่ยังสนับสนุนโอกาสในการศึกษาระดับอุดมศึกษาและโอกาสในการประสบความสำเร็จด้านอาชีพด้วย จากเป้าหมายดังกล่าว แคปแลน จึงได้มอบทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 6 ทุน และทุนการศึกษาภาษาอังกฤษจำนวน 5 ทุน

    ลีออง ชุง รองประธานกรรมการบริหารแคปแลน สิงคโปร์ เปิดเผยว่า “ในฐานะตัวแทนของแคปแลน สิงคโปร์ ผมรู้สึกเป็นเกียรติเป็นอย่างยิ่งในการเข้าเฝ้าฯ ถวายทุนการศึกษาของเรา  แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แคปแลนเป็นสถาบันฯ จากต่างประเทศแห่งแรกที่มอบทุนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาซึ่งจะช่วยให้นักเรียนไทยที่มีความสนใจได้รับโอกาสในการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสิงคโปร์ เราได้ทำงานร่วมกับสมาคมไทยแนะแนวการศึกษานานาชาติ (TIECA) อย่างใกล้ชิด และจะยังคงร่วมงานกับพวกเขาเช่นนี้ต่อไปเพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนในประเทศไทย”

    แคปแลนได้จัดให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนที่หลากหลายได้แก่หลักสูตรประกาศนียบัตรขั้นสูงหลักสูตร อุดมศึกษาหลักสูตรการฝึกอบรมมืออาชีพและโครงการภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนในสิงคโปร์ทั้งระดับเด็กและผู้ใหญ่ โดยตั้งแต่เริ่มดำเนินการ แคปแลนได้มอบโอกาสให้กับเด็กนักเรียนมาแล้วราว 24,000 คนจากประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย แล้วจากทั่วทวีปเอเชีย

  • Dec 17 , 2014

    โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต โรงเรียนที่ใช้หลักสูตรทวิภาษาแบบองค์รวม  (Unified Bilingual Curriculum) โดยนำหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ มาบูรณาการเข้ากับหลักสูตรนานาชาติ เตรียมความพร้อมการศึกษาสู่อนาคต จัดงาน "นวัตกรรมการเรียนรู้ สู่อาชีพผู้นำแห่งอนาคต” พร้อมเปิดตัว หลักสูตรการศึกษาใหม่ “สายศิลปะการประกอบอาหาร (เชฟ)” ในระดับชั้นมัธยมปลาย ครั้งแรกในประเทศไทยกับหลักสูตร 2 ภาษา เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับนักเรียนที่สนใจก้าวสู่การจะเป็นเชฟมืออาชีพในอนาคต โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยรังสิต

Management

  • Mar 12 , 2015

    องค์กรทุกองค์กรล้วนขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่อยู่ภายในองค์กร การจะทำให้องค์กรเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญคือการสร้างความผูกพันต่อองค์กรให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน ซึ่งในธุรกิจครอบครัวมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว สมาชิกในครอบครัวรู้จักนิสัยใจคอกันและกันมาตั้งแต่เกิด ความผูกพันจึงเกิดมาพร้อมกับการเป็นสมาชิกของครอบครัว พร้อมกับความรู้สึกเป็นเจ้าของ

  • Dec 29 , 2014

    ทุกวันนี้การบริหารจัดการบุคลากรในหลายๆ องค์กร มักจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยการแบ่งงาน HR ให้เป็น 2 ลักษณะงาน คือ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือ HRM (Human Resources Management) และด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล หรือ HRD (Human Resources Development)

  • Dec 02 , 2014

     

    เพราะเชื่อมั่นมาตลอดว่าความสุขของคนทำงานทุกคน อยู่ที่การได้ทำงานในองค์กรซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาได้ทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ไม่เฉพาะการได้คิดสร้างสรรค์ แต่ยังสามารถนำสิ่งที่คิดไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมได้โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตัดสินใจที่ยุ่งยาก

     

Green

  • Jul 17 , 2014

    การที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีราคาแพงและค่อนข้างผันผวน และประเทศไทยต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กลุ่มมิตรผล ซึ่งมีแนวคิดในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลคือชานอ้อย มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ล่าสุดผุดโปรเจ็กต์ใหม่ ใช้ “พลังงานจากแสงอาทิตย์” แหล่งพลังงานสะอาดที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย โดยเปิดตัว โครงการโซลาร์รูฟท็อป แห่งแรก ณ โรงไฟฟ้ามิตรผล ภูเขียว

  • Jan 15 , 2014

    “พลังงาน” เป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งภายใต้กรอบแนวคิดการบริหารเรื่อง “การพัฒนาสู่ความยั่งยืน” (sustainable development)

Cool Life Style

  • Mar 12 , 2015

    “คุณอยากอ่านอะไร อยู่จังหวัดไหน แล้วที่นั่นมีอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า”

    ในยุคดิจิทัล ไม่ว่า ‘นักอ่าน’ จะอยู่ที่ กรุงเทพฯ เชียงราย สงขลา กาฬสินธุ์ เหนือสุดใต้สุดของไทย หากไม่ได้เดินร้านหนังสือก็สามารถสั่งซื้อผ่านเว็บได้ และหลังจากคลิก ‘สั่งซื้อ’ แล้วมีหนังสือลอยมาถึงหน้าประตูบ้านในเวลาไม่กี่วัน ก็อาจจะมีความรู้สึกว่า ‘ชีวิตดี๊ดี’

  • Feb 18 , 2015

    งานอดิเรกสนุกๆ กลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรหลายสิบล้านบาท ให้ชายผู้มีปริญญา 6 ใบ ดร.สมรัช เรียงเครือ จากธุรกิจ “มินิคาร์ ไทยแลนด์” ซึ่งเกิดจากความต้องการที่จะทำอะไร “สนอง Need” และกลายเป็นการผลิตมินิคาร์ในเชิงอุตสาหกรรมรายแรกของโลก

  • Feb 17 , 2015

    การพบรักในที่ทำงานเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในทุกออฟฟิศ เพราะในเมื่อคนทำงานใช้เวลาอยู่ในออฟฟิศถึง 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จึงมีโอกาสพบรักในที่ทำงานมากกว่าพบรักกับคนภายนอก จากการทำงานร่วมกัน อยู่ดึกเหมือนกัน สปาร์คกันในงานปาร์ตี้ของบริษัท หรือจากทริปของบริษัท เป็นต้น

    การคบกับคนในออฟฟิศมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร รักครั้งนี้จะเป็นน้ำผึ้ง หรือยาพิษ ขึ้นอยู่กับคนสองคน สำหรับวาเลนไทน์นี้ jobsDB.com มีสถิติและคำแนะนำหากคุณเลือกที่จะมีรักในที่ทำงานมาฝาก

     

     

     

     

    น้ำผึ้ง

    ยาพิษ

    41% เห็นด้วยกับการมีความรักในที่ทำงาน

    30% ต้องปกปิดความสัมพันธ์เมื่อมีความรักที่ทำงาน

    37% ของคนที่ถูกจีบในออฟฟิศ ตกลงเป็นแฟนกัน

    32% มีความสัมพันธ์ระยะสั้น ๆ เท่านั้น

    27% ลงเอยด้วยการแต่งงานกัน

    21% มองว่าการมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานมักจบไม่สวย

    37% อาจจะมีรักในที่ทำงานในอนาคต

    10% มองว่าการมีรักในที่ทำงานมีผลกระทบต่อชีวิตการทำงาน

                         ผลสำรวจโดย the Institute of Leadership & Management (ILM) ผู้ตอบแบบสำรวจ 1,005 คน

     

    ข้อดีของการมีรักในที่ทำงาน

    1. รู้นิสัยใจคอกันดีกว่าคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อน - การเป็นคนคุ้นเคยกันมาก่อนมีข้อดีหลายประการ คุณไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ไม่ต้องเสี่ยงกับคนที่คุณไม่รู้แบ็กกราวนด์เขามาก่อน

    2. ทำให้กระตือรือร้น อยากมาทำงานทุกวัน – เมื่อคบกับคนในที่ทำงานเดียวกัน จะทำให้คุณมีความกระตือรือร้น อยากมาทำงานทุกวัน รอคอยที่จะได้เจอคู่รักของคุณ

    3. มีกำลังใจในการทำงาน ผลงานดีขึ้น – คนรักของคุณเปรียบเสมือนกำลังใจอย่างดี ที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานของคุณ เมื่อมีกำลังใจดี ผลงานก็ดีตามไปด้วย

    4. ชีวิตมีสีสัน ตื่นเต้นที่ได้แอบคบกัน – สำหรับคู่ที่ไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ ยังได้ตื่นเต้นกับการแอบนัดพบกัน ส่งโน้ตให้กันโดยไม่ให้คนอื่นรู้ ถือเป็นการเติมสีสันให้ชีวิตไปอีกแบบ

    5. มีกองเชียร์สนับสนุน หากคบกันแบบเปิดเผย –บางคู่ที่คบกันอย่างเปิดเผยจะมีกองเชียร์คอยสนับสนุน ทำให้ออฟฟิศมีชีวิตชีวามากขึ้น

    6. เคมีตรงกันยิ่งคบยิ่งใช่ สุดท้ายลงเอยด้วยการแต่งงาน – มีหลายคู่ที่คบหาดูใจกัน และพบว่าเคมีตรงกัน เข้ากันได้ดี มีโอกาสจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้ในที่สุด

    ข้อเสียของการมีรักในที่ทำงาน 

    เมื่อคบกัน

    1. ความใกล้ชิดที่มากเกินไป ทะเลาะกันง่ายขึ้น – ความใกล้ชิดทำให้ยิ่งเห็นข้อเสียของกันและกัน หลายสิ่งไม่เป็นไปตามที่ความคาดหวัง จึงมีโอกาสทะเลาะกันง่ายขึ้น

    2. วางตัวลำบากทั้งเรื่องงานและความสัมพันธ์ – จะจัดการอย่างไรให้สมดุล ไม่เอาเรื่องงานมาปนกับความรัก และไม่เอาความรักมาทำให้งานเสีย

    3. เรื่องของเรา กลายเป็นเรื่องเม้าท์ของชาวบ้าน - เมื่อเรื่องของคนสองคน กลายเป็นเรื่องเม้าท์ของคนอื่น ความอึดอัดใจก็จะตามมา ยิ่งไปกว่านั้น หากความรักไม่ราบรื่นดังหวัง จากรักที่หวานชื่นกลายเป็นการเลิกราที่ขมขื่น

    เมื่อเลิกกัน

    1. วางตัวลำบาก มองหน้ากันไม่ติด – เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก จากคนเคยรัก กลายเป็นคนอื่น เมื่อยังต้องเจอหน้ากันทุกวัน จะวางตัวอย่างไร

    2. เกิดดราม่าในออฟฟิศ ทำลายสภาพแวดล้อมที่ดี – เมื่อคุณสองคนมีปัญหากันในที่ทำงาน บรรยากาศในการทำงานที่ดีก็จะหายไป และยังทำลายบรรยากาศการทำงานของคนอื่นด้วย

    3. ไม่อยากมาทำงาน ผลงานแย่ลง – เมื่อไม่อยากเจอหน้ากัน คุณจึงไม่อยากมาทำงาน หรือมาทำงานแบบคนอกหัก ผลงานจะออกมาดีได้อย่างไร

    4. เกิดการซุบซิบนินทา กลายเป็น Talk of the Town – เรื่องของคุณจะกลายเป็นประเด็นฮอตในออฟฟิศให้ขาเม้าท์ได้วิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปากไปเลย

    ข้อควรระวัง

    หากคิดจะมีรักในที่ทำงานแล้ว มีข้อควรระวังดังนี้ หากคบกับเพื่อนร่วมงาน ควรรักษาระยะห่าง อย่าสวีทกันมากเกินไป และไม่ควรใช้ความสัมพันธ์ที่มีในการปกปิดความผิดให้กัน หากคบกับหัวหน้างาน คุณอาจถูกมองว่าพยายามไต่เต้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหากความสัมพันธ์จบลง ให้ระวังว่าอาจจะถูกไล่ออกในไม่ช้า หากคบกับลูกน้อง ความสัมพันธ์อาจทำให้ลำเอียง ใช้หน้าที่การงานเอื้อประโยชน์ให้กับคู่รักของคุณ ยิ่งไปกว่านั้น ลูกน้องคนอื่นของคุณอาจขาดความเขื่อถือในตัวคุณ แม้ว่าคุณจะไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างคู่รักของคุณเป็นพิเศษก็ตาม

     

    โดย : 

    บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด