นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ เอปสัน ประเทศไทย เผยว่าหลังจากที่เอปสันเริ่มผลิตและทำตลาดพรินเตอร์อิงค์เจ็คแท็งค์แท้ในชื่อ L-Series เปิดตัวครั้งแรกเดือนตุลาคม ปี 2553 ที่ประเทศอินโดนีเซีย และได้ออกสินค้าใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง และมียอดขายเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณที่ผ่านมา (มีนาคม 2561) L-Series สามารถทำยอดขายทั่วโลกทะลุ 30 ล้านเครื่อง ใน 150 ประเทศทุกภูมิภาคทั่วโลก ท่ามกลางการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทุกปี และการแข่งขันเข้มข้นขึ้น เพราะแบรนด์ผู้ผลิตพรินเตอร์รายใหญ่เข้ามาสู่ตลาด แต่เอปสันยังสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ได้

นายวรสิทธิ์  โภคาชัยพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK เปิดเผยถึงผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก 2561 ว่า ตลอด 6 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างมากโดยสามารถสร้างรายได้รวม 2,646.86 ล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 90 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เป็นผลจากรายได้ในส่วนธุรกิจการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 1,221.42 ล้านบาท ตลอดจนการปรับแผนโครงสร้างรายได้ในช่วง 2-3 ปี ด้วยการเพิ่มการลงทุนในธุรกิจให้เช่าและบริการ โดยเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีรายได้สูงถึง 119.88 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30.18% และมีกำไรสุทธิของทุกกลุ่มบริษัทกว่า 170.92 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นถึง 237.54% นับเป็นบทสะท้อนความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ที่วางไว้ได้เป็นอย่างดี และมีแนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในอนาคตอีกด้วย

ทั้งนี้ ผลประกอบการในไตรมาส 2 ของปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,331.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 656.88 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97.35% จากรายได้ของบริษัทฯและบริษัทย่อย ประกอบด้วย ธุรกิจการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,235.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากโครงการแนวราบจำนวน 673.29 ล้านบาท เติบโตขึ้นกว่า 33.2% จากภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น รวมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ของบริษัทฯ ซึ่งมีความโดดเด่นด้านทำเลที่มีศักยภาพ การพัฒนาการออกแบบบ้านและโครงการ ทั้งรูปแบบ การเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก แต่ยังคงรักษาระดับราคาให้เหมาะสมกับกำลังซื้อของผู้บริโภค

ในส่วนของรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการของบริษัทฯ ในไตรมาส 2 นั้น นายวรสิทธิ์  โภคาชัยพัฒน์ กล่าวเสริมว่า “บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจดังกล่าว 62.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.95 ล้านบาท หรือคิดเป็น 26.34% ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่มาจากการให้เช่าและบริการพื้นที่คลังสินค้าและโรงงาน ในโครงการบางกอกฟรีเทดโซน ของบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด  บริษัทย่อยในเครือ  โดยมีการพัฒนาพื้นที่ให้เช่าเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาพื้นที่ปล่อยเช่ารวม 115,000 ตร.ม. และอยู่ในระหว่างดำเนินการพัฒนาเพิ่ม อีกกว่า 39,000 ตร.ม.ในปีนี้  นอกจากนี้ ยังรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากค่าเช่าและบริการในโครงการพาร์ค คอร์ท อพาร์ทเมนต์และคอนโดมิเนียมใจกลางสุขุมวิท ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ (Recurring Income) เพิ่มขึ้น

สำหรับธุรกิจการบริการสนามกอล์ฟ ฟลอร่า วิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ที่ได้ทำการปรับโฉมและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา  เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ  ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี  ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้  26.21 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจาก 18.48  ล้านบาท หรือคิดเป็น 41.80%  รวมถึงธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ในเครือที่สามารถสร้างรายได้รวม 7.51 ล้านบาทในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา   

“ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ทั้งเพื่อขาย เพื่อเช่า และเพื่อการบริการ    ล่าสุดบริษัทฯมีแผนส่งโครงการที่อยู่อาศัยบนทำเลศักยภาพอีก 1 โครงการ ได้แก่   โครงการ ‘ชวนชื่น ทาวน์ ราชพฤกษ์-345’  พรีเมียม ทาวน์โฮม ตัวใหม่ล่าสุด  ที่จะเปิดพรีเซลในวันที่  25 - 26  สิงหาคมนี้  ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี  เนื่องด้วยตัวโครงการตั้งอยู่บนทำเลใกล้ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัล เวสต์เกต, ทางด่วนศรีรัช และรถไฟฟ้า พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคปัจจุบัน  ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.39 ล้านบาท’’ นายวรสิทธิ์  โภคาชัยพัฒน์ กล่าวสรุป 

เริ่มจากการจัดตั้งเป็นคณะการบริหารจัดการ ในสังกัดสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหลัก อย่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จนมาในวันนี้ได้รับการยกระดับให้เป็น วิทยาลัยการบริหารและการจัดการ

สถาบันแห่งนี้จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์ชัดเจนในการเป็นหน่วยงานวิชาการที่มีหน้าที่ผลิตบัณฑิตผู้ทรงความรู้ความสามารถด้านการบริหารจัดการ ป้อนเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม ทำให้หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตหรือ MBA ไปจนถึงหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ หรือหลักสูตรปริญญาเอก มีการเรียนการสอนและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างจากหลักสูตรบริหารธุรกิจทั่วไป อย่างชัดเจน

ติดอาวุธให้คนทำงานด้วย Practical MBA

ดร.สามารถ ดีพิจารณ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรและที่ปรึกษาคณบดี วิทยาลัยการบริหารและการจัดการ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) บอกถึงความแตกต่างของการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตร MBA ของที่นี่ว่า

“เนื่องจากที่ สจล. เป็นมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และได้ชื่อว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ใหญ่และครอบคลุมทุกสาขาวิชาด้านวิศวะมากที่สุดในประเทศ ทำให้ในแต่ละปีเราผลิตบัณฑิตด้านวิศวกรรมศาสตร์รวมถึงบัณฑิตวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ภาคอุตสาห-กรรมจำนวนมาก และเมื่อบุคลากรเหล่านี้ออกไปหาประสบการณ์ทำงานได้ระยะหนึ่ง ก็จะมีความต้องการที่จะศึกษาต่อด้านการบริหารจัดการ เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้ตนเองในสายงาน จึงมองหาหลักสูตร MBA เพื่อศึกษาต่อ ทางวิทยาลัยการบริหารและจัดการ สจล. จึงมองเห็นถึงความต้องการตรงนี้ และออกแบบหลักสูตร MBA ที่มีความเหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานในสายนี้”

โดยที่ผ่านมา สำหรับหลักสูตร MBA จะเปิดรับปีละประมาณ 3-4 ห้อง ห้องละไม่เกิน 40 คน ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีผู้มาสมัครเรียนเกินจำนวนที่เปิดรับสมัครหลายเท่า ที่เป็นเช่นนี้ ดร.สามารถวิเคราะห์ว่า นอกจากหลักสูตร MBA ที่ สจล. จะตอบโจทย์คนทำงานในภาคอุตสาหกรรมแล้ว ที่ตั้งของสถาบันยังอยู่ไม่ไกลจากนิคมหรือแหล่งที่ตั้งของภาคอุตสาหกรรมหลายแห่ง ทั้งในพื้นที่ลาดกระบังเองและพื้นที่ในภาคตะวันออกของไทย ซึ่งในเดือนสิงหาคม ปี 2559 นี้ ทางหลักสูตร MBA จะได้เปิดตัว 3 สาขาวิชาใหม่ ได้แก่ สาขาวิชา Digital Economy สาขาวิชา Industrial Business สาขาวิชา Aviation ที่จะทำการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรนานาชาติ จะมีนักเรียนต่างชาติและอาจารย์ชาวต่างชาติมาร่วมทำการเรียนการสอนอย่างน้อย 10 เปอร์เซ็นต์ 

เพื่อเตรียมความพร้อมกับการเติบโตของหลักสูตร MBA ที่นี่ ดร.สามารถ กล่าวว่า ตอนนี้ทางสถาบันจึงกำลังวางแผนที่จะขยายสถานที่และเปิดรับนักศึกษาเพิ่ม รวมถึงวางกลยุทธ์ในการพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์ด้วยการส่งคณาจารย์ไปศึกษาเพิ่มเติม แลกเปลี่ยนอาจารย์ และร่วมกันพัฒนาหลักสูตร Dual Degree ร่วมกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ ที่ทางสถาบันได้ไปสร้างเครือข่ายความร่วมมือ หรือทำ MOU ร่วมกันไว้ เช่น MIT - Massachusetts Institute of Technology และ Harvard University หรือ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด 

“เป้าหมายของการพัฒนาหลักสูตร MBA ที่กล่าวมานี้ก็เพื่อยกระดับมาตรฐานให้หลักสูตรของเราได้รับการรับรองจากหน่วยงานรับรองคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง AACSB หรือ EQUIS และก้าวไปอยู่ในระดับแนวหน้าใน Ranking ของ business School ในเอเชียให้ได้ในไม่ช้านี้”

Go for “Research Based” PhD.

ไม่ใช่แค่เพียงภารกิจในการผลิตบัณฑิต MBA ป้อนสู่ภาคอุตสาหกรรมเท่านั้น หากแต่ในส่วนของการเรียนการสอนในหลักสูตรปริญญาเอก นอกจากจะเปิดสอนในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคปกติแล้ว ยังมีการเปิดรับผู้เรียนในส่วนของหลักสูตร Executive Ph.D Program ที่มีความแตกต่างที่น่าสนใจด้วย

“เรากำหนดให้ผู้เรียนในหลักสูตร Executive Ph.D Program ไม่ต้องลงเรียน Course Work แต่ให้เรียนรู้จากการทำงานวิจัยเป็นการเรียนการสอนในรูปแบบของ Research Based ซึ่งเป็นที่นิยมกันในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศ คือ ในช่วงแรก ปีการศึกษาหนึ่งเราตั้งเป้าว่าจะรับนักศึกษาปริญญาเอกมาสาขาวิชาละ 3-4 คนเท่านั้น โดยนักศึกษาที่จะรับเข้ามาศึกษาต่อนั้นจะต้องมีความสนใจ และมีประสบการณ์ ความรู้ ในหัวข้องานวิจัยที่ทางวิทยาลัยฯ กำหนดให้พอสมควร เช่น ในสาขาวิชา Aviation หรือการบริหารธุรกิจการบิน เราเสนอโจทย์วิจัยว่า ให้พวกเขาตั้งสายการบินขึ้นมา 1 สายการบิน และต้องบริหารจัดการจนประสบความสำเร็จ เป็นต้น และสาขาวิชาที่จะเปิดสอนอีก 2 สาขาวิชาได้แก่ การบริหารจัดการการค้าปลีก โดยโจทย์การวิจัยจะเป็นการปลุกชีพให้กับ Traditional Convenience Store ขึ้นมาอีกครั้ง และ สาขาวิชาการบริหารจัดการธุรกิจ Sport & Entertainment”

ดร.สามารถ มั่นใจว่าการวางหลักสูตรแบบนี้ นอกจากผู้เรียนจะได้เรียนรู้การนำหลักการบริหารจัดการไปปรับใช้ได้จริงแล้ว ในทุกหัวข้องานวิจัยที่กำหนดยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในแง่ต่างๆ ด้วย ดังนั้น เมื่องานวิจัยเหล่านี้ทำเสร็จแล้ว ภาครัฐ ภาคธุรกิจจะสามารถนำไปปรับใช้ได้เลย ซึ่งแนวทางนี้เราคิดว่าเหมาะสมอย่างยิ่งกับการพัฒนาบุคลากรและประเทศของเรา 

เรื่อง : กองบรรณาธิการ 

Joomla! Debug Console

Session

Profile Information

Memory Usage

Database Queries