TBANK ควบ SCIB “เราจะโต”

 alt

 

หากใครที่เคยดูหนัง Gung Ho (1986) ของผู้กำกับ รอน โฮเวิร์ด นำแสดงโดย ไมเคิล คีตัน คงจะได้เห็นความแตกต่างของ 2 วัฒนธรรมการทำงานที่อยู่คนละซีกโลก ระหว่าง “ตะวันออก” และ “ตะวันตก” ที่ต้องอาศัยความพยายามยิ่งยวด ในการจูนคลื่นเข้าหากัน

 

 

หนังเรื่องนี้ พูดถึงบริษัทแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่ดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลไป take over บริษัทผลิตรถยนต์ของอเมริกา ซึ่งในห้วงเวลานั้นกำลังเจอพิษวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างแรง จนทำให้โรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่งต้องปิดฉากลง ผู้คนตกงานเดือดร้อนกันทั่ว Gung Ho ทำให้เราเห็นว่า ระเบียบ กฎเกณฑ์การทำงาน และสไตล์การบริหารคนของญี่ปุ่นกับอเมริกันนั้น ช่างแตกต่างกันมากมาย การทำงานที่ไม่ยอมปรับตัวเองเข้าหากัน นำมาซึ่งความแตกแยกย่ำแย่มากขึ้น ซึ่งกว่าทั้ง 2 จะปรับเข้าหากันได้ก็เล่นเอาแทบแย่เหมือนกัน

 

นั่นคือภาพสะท้อนในโลกความเป็นจริง ที่ไม่อาจเลี่ยงได้ของการควบรวมกิจการ และความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร ที่เป็นหัวใจนำพาให้บริษัท “รุ่ง” หรือ “ร่วง” ได้ภายหลังการควบรวมกิจการ

 

ต้องยอมรับอีกเช่นกันว่าไม่มีเส้นทางไหนอีกแล้วที่จะทำให้ธุรกิจโตพรวดพราดได้เท่ากับการควบรวมกิจการ และไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือไม่ดีอะไรในการควบรวมกิจการ เพราะบางองค์กร ควบเพื่อรอด ควบแล้วโต แม้จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม 

 

ถ้าจะว่าไปกลยุทธ์การซื้อขายกิจการถือกันว่าสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบ ก่อนจะขยายลามไปยังส่วนต่างๆ ของโลก สำหรับในบ้านเราการควบรวมกิจการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกิดขึ้นครั้งแรกปี 2533 โดยบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ 
ธนสยาม จำกัด เข้าซื้อหุ้น บริษัท สามชัยอิเลคโทรนิคส์ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จนครอบครองหุ้นกว่า 10% แต่ถ้าพูดถึงสถาบันการเงิน ขอยกตัวอย่าง การควบรวมที่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำ ในการควบรวมกับธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) และบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งภายหลังการรวมตัวกันเป็นผลให้ธนาคารทหารไทยกลายเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ด้วยมูลค่าของสินทรัพย์กว่า 7 แสนล้านบาท เมื่อปี 2547 นอกจากนี้ ยังมีการรวมและโอนกิจการระหว่างธนาคารยูโอบีรัตนสิน จำกัด (มหาชน) และธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารยูโอบี สิงคโปร์ ได้เข้าซื้อหุ้นของธนาคารรัตนสิน และซื้อหุ้นของธนาคารเอเชีย จาก ABN Amro

 

และล่าสุดการควบรวมของ ธนาคารธนชาต ที่ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 6.8 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อ ธนาคารนครหลวงไทย จากกองทุนฟื้นฟู ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีในเชิงธุรกิจ เพราะแต่ละฝ่ายมีความชำนาญที่ต่างกันออกไป

 

ว่ากันถึงอายุอานาม ธนาคารนครหลวงไทย ผ่านร้อนผ่านหนาว มานานถึง 69 ปี ซึ่งถ้ายังจำกันได้ ธนาคารแห่งนี้ล้มลุกคลุกคลานมาจนจะปิดแบงก์ก็หลายครั้ง มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท ถือเป็นแบงก์ขนาดกลาง มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 7

 

ขณะที่ทางด้านธนาคารธนชาต แม้อายุจะยังเยาว์เพียงแค่ 8 ปี และมาจากการรวมกันของสถาบันการเงิน 5 แห่ง มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท แต่ถือว่าเป็นแบงก์ขนาดเล็กที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนต้องจับตามอง

 

และเมื่อทั้ง 2 แบงก์รวมกันจะทำให้ขนาดสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมาเป็น 8 แสนล้านบาท โตพุ่งขึ้นเป็นอันดับที่ 5 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย กลายเป็นแบงก์ใหญ่ที่น่ากลัวไม่เบา แต่จะน่ากลัวแค่ไหน ต้องดูส่วนผสมอย่างละเอียดของแต่ละแบงก์ ว่าจะเข้ากันได้ดีเพียงใด

 

 

ต่างคนต่างเก่ง

 

หากจะพูดถึงแรงจูงใจที่นำไปสู่การควบรวมกิจการแล้ว มีตั้งแต่การรวมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Synergies) บ้างก็ว่าเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน และเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรในอนาคต

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุใด การควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จ ต้องไม่พลาดที่จะดูความสอดคล้องต้องกันในทางธุรกิจด้วย

 

ย้อนปูมไปเมื่อก่อตั้งธนาคารธนชาตเมื่อปี 2547 นั้น ธนชาตเป็นธนาคารขนาดเล็กที่เพิ่งแจ้งเกิด ทำให้ธนาคารธนชาตเลือกที่จะปักธงไปที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

 

“คือ เราคิดว่าจะโตอย่างไร ขณะนั้นคิดว่าต้องสร้าง niche market เราก็ไปทางสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แล้วเราก็ทำได้ดีโตไปได้” สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวเช่นนั้นกับ MBA

 

แล้วกลยุทธ์นี้ก็ประสบความสำเร็จ ดูได้จากตัวเลขการเติบโตของมาร์เก็ตแชร์ 25% เรียกว่า เป็นธนาคารขนาดเล็กที่มาแรงทีเดียว แต่เมื่อมาถึงนาทีนี้ ต้องยอมรับโอกาสเติบโตในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เช่นนั้นดูจะเริ่มตีบตันไปเสียแล้ว

 

alt

 

ขณะที่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2484 ในชื่อ “ธนาคารนครหลวงแห่งประเทศไทย” ภายหลังได้มีการควบรวมกับธนาคารศรีนครในปี 2545 ปัจจุบันธนาคารมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 47.58%

 

ทั้งนี้ ถ้าดูพอร์ตสินเชื่อของทั้ง 2 ธนาคาร จะเห็นว่า ส่วนใหญ่สินเชื่อของธนาคารธนชาตจะเป็นรายย่อย โดยมีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นสัดส่วนถึง 95% ที่เหลือเป็นสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบัตรเครดิตเพียงนิดหน่อย ส่วนธนาคารนครหลวงไทย โดยส่วนมากเป็นสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อบ้าน ฉะนั้น ภาพในเชิงธุรกิจของทั้ง 2 ธนาคาร จึงแทบจะไม่ซ้ำซ้อนกันเลย แถมโครงสร้างธุรกิจยังเสริมซึ่งกันและกันอีกด้วย

 

“ถ้ารวมกันแล้วประมาณ 50% เป็นสินเชื่อบุคคล คือรถ บ้าน บัตรเครดิต อีก 50% เป็นสินเชื่อธุรกิจ และเอสเอ็มอี ทำให้ balance กันดี สินเชื่อธุรกิจ เวลาปล่อยๆ ก้อนใหญ่ แต่ดอกเบี้ยไม่ได้ แต่สินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยดี ความเสี่ยงกระจาย หลักการใหญ่ๆ เป็นฐานที่ทำให้เราสู้กับคู่แข่งได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันมีฐานะลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น เพราะไม่ใช่เงินกู้เงินผ่อนอย่างเดียว แต่มีอย่างอื่นด้วยอย่างประกันชีวิต”

 

นอกจากนี้ การควบรวมยังทำให้โครงสร้างธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้นในเชิงรายได้ เพราะสินเชื่อรถยนต์ จะเป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ส่วนสินเชื่อธุรกิจจะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ฉะนั้น จึงเป็นข้อดีอีกประการหนึ่งในแง่เวลาที่ดอกเบี้ยมีความผันผวน

 

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่มีข่าวการซื้อธนาคารนครหลวงไทย ก็มีคำถามตามมาว่า “ซื้อนครหลวงไป แล้วทำ corporate loan เป็นหรือ?”

 

“ต้องบอกว่าจริงๆ ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เราทำสินเชื่อ corporate มา เราซื้อหนี้ ปรส. เราเอาบริษัทใหญ่ๆ เข้าตลาดหลักทรัพย์ เราช่วยระดมทุนธนาคารใหญ่ๆ เป็นหมื่นๆ ล้าน เราก็ทำมาหมดแล้ว เพียงแต่ว่าตอนต้มยำกุ้งมา เราตั้งต้นใหม่ เราจำเป็นต้อง niche market ขึ้น ฉะนั้นเราทำเป็น ไม่มีปัญหา”

 

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ธนาคารธนชาตสนใจธนาคารนครหลวงไทย โดยใช้เวลาศึกษานานร่วม 2 ปีก่อนตัดสินใจเข้าซื้อ

 

“ดูต่อเนื่องกันมา 2 ปี ศึกษาและรอจนกระทั่งกองทุนฟื้นฟูประกาศขาย อันนี้เราพิจารณาร่วมกับโนวาสโกเทีย หุ้นส่วนด้วย 
ก็เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นประโยชน์ในการขยาย แล้วเราใหญ่ขึ้น บริการการเงินครบถ้วนขึ้น เป็นประโยชน์กับลูกค้า ความที่เราใหญ่ขึ้นทำให้สามารถพัฒนาเงินทุนในระบบดีขึ้น”

 

ไม่เพียงแค่นั้น สมเจตน์ ยังบอก
อีกด้วยว่า จริงๆ แล้ว ดีทั้งในเชิงธุรกิจของ
ธนชาต และยังเป็นการสนองตอบนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยในการสนับสนุนการควบรวมกิจการภายในประเทศเพื่อให้มีขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้สถาบันการเงินสามารถลงทุนได้ดีขึ้น มี economy of scale ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่สำคัญ คือการนำไปสู่ความมั่นคง

 

สำหรับสาขา ซึ่งเป็นเสมือนแขนขาในการทำธุรกิจนั้น ดูเหมือนว่าธนาคารธนชาต จะใช้เวลาอันรวดเร็วในการสร้างสาขาถึง 200 กว่าสาขา ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทยมี 400 กว่าสาขา ทันทีที่การควบรวมกิจการเสร็จสิ้นประมาณปี 2554 จะมีสาขารวม 687 แห่ง และตู้เอทีเอ็มอีก 2,101 เครื่อง

 

“อย่างสาขาแม้จะซ้อนกันบ้างก็รวม แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะหยุดโต เราก็จะโตอีก ดังนั้น สาขายังจำเป็น”

 

สมเจตน์ เชื่อมั่นว่า ในที่สุดจะนำไปสู่การทำให้ลูกค้าเห็นว่าธนาคารมีความมั่นคง และเมื่อมีความมั่นคงก็จะสามารถระดมเงินฝากมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ดีขึ้น “รายการนี้ทั้งสองแห่งไม่มีใครเป็นน้ำเสีย เขาแข็งแรง เราไปดูแล้ว เรียกว่าเอาเก่งสองคนมาร่วมกัน เก่งเล็กสองคนรวมเป็นเก่งใหญ่ โดยมีโนวาสโกเทียสนับสนุนอยู่ มันเป็นการผสมสานระหว่าง local expertise กับ international expertise จากโนวาสโกเทีย” 

 

 

Due Diligence ผ่าน

 

กลยุทธ์ในการเข้าควบรวมกิจการ มักจะพิจารณาหลายด้านประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคิดราคา ไปจนถึงการบริหารจัดการภายหลังการซื้อหรือควบรวมกิจการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก่อนการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายคือ การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินอย่างละเอียด ซึ่งเรียกว่าการทำ Due Diligence ซึ่งจะทำทั้งในด้านการเงิน ด้านกฎหมาย และด้านการประเมินราคาทรัพย์สินที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการกำหนดราคานั้นมีความสมเหตุสมผลตามความเป็นจริง

 

หลายครั้งที่เมื่อทำ Due Diligence แล้วทำให้โครงการควบรวมต้องล้มเลิกไป อันเนื่องมาจากการตรวจพบว่า มีบางอย่างซุกซ่อนอยู่

 

“ตอนทำ Due Diligence ทางธนาคารธนชาตประเมิน 2 ด้านหลัก คือ 1. ดูทรัพย์สินปัจจุบันราคาจริงเป็นเท่าไร และ 2. ต่างคนต่างอยู่แบงก์จะเติบโตยังไง แต่ถ้ารวมกันแล้วด้วยเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้น ด้วยทรัพยากรบุคคลที่รวมกัน ด้วยฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น ฐานต้นทุนดีขึ้น สามารถคิดค้นนวัตกรรมเอาไปขายเรียกว่า cross sale มูลค่าที่เพิ่ม เราพิจารณาจากพวกนี้ คำนวณตีค่าออกมาเป็นราคา ฉะนั้น ราคา 32.50 บาท/หุ้น ไม่แพง”

 

ดีลนี้ธนาคารธนชาต ต้องทุ่มทุน 68,000 ล้านบาท โดยจ่ายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู 1,005 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 47.58% ในราคาหุ้นละ 32.50 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 32,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือรองรับการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์

 

ทั้งนี้ การจะตอบว่า คุ้มหรือไม่คุ้มนั้น คงต้องดูต่อจากนี้ว่า มูลค่าเพิ่มที่ดูกันไว้นั้นจะร่วมกันสร้างให้เป็นจริงหรือไม่?

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือหนี้เน่าที่ซ่อนอยู่ ซึ่งสมเจตน์ กล่าวยอมรับว่า 
เรื่องเอ็นพีแอลยังไม่จบ และตอนทำ Due Diligence พอจะรู้อยู่ ก็ได้มีการหารือกันว่าวิธีที่จะได้ผลเร็วที่สุดที่จะแก้ปัญหานี้คืออะไร

 

“มีหลายทางเลือก ใช้ทีมเก่าทำ หรือทีมเราก็มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ เบื้องต้นหารือกันอยู่ มันจะแยกได้เป็นสองกลุ่ม corporate ก็เป็นรายๆ ไป ส่วนรายย่อยกระจายขนาดไหนก็ต้องดูกันต่อไปอีก แต่ที่แน่ๆ ไม่หนักใจ เรื่องแก้หนี้เสีย สำหรับเราชิวๆ เพราะเราซื้อหนี้มาเยอะแล้ว ซื้อ ปรส. ผมเองเป็นอดีตกรรมการผู้จัดการ บสท. แก้หนี้เสียระดับประเทศมาแล้ว เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก”

 

alt

 

ไร้ปัญหาวัฒนธรรม

 

“หลักการควบรวมกิจการ ต้องดูว่าโมเดลชนกันไหม การสื่อสารเพียงพอที่จะสร้างความเข้าใจหรือไม่ และต้องมีความชัดเจนเรื่องกลยุทธ์ที่จะเดินต่อ” สมเจตน์ อธิบายถึงปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการควบรวมกิจการ

 

ซึ่งโดยปกติการควบรวมกิจการที่ไม่ประสบความสำเร็จภายหลังการควบรวมแล้ว มักจะเกิดจากปัญหา เช่น การประเมินค่าสูงเกินไปสำหรับศักยภาพที่ได้จากการรวมกิจการนั้นๆ และการบริหารการรวมตัวกันหลังจากมีการควบรวมกิจการแล้วทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ดังตัวอย่างหนังเรื่อง Gung Ho ที่กล่าวถึงในตอนแรก

 

ว่ากันถึงสไตล์การบริหารงานของธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารธนชาต สมเจตน์ ฉายภาพให้เห็นว่า อันที่จริงไม่แตกต่างกันนัก โดยเหตุผลคือ ประการแรกทุกคนเห็นตรงกันว่าจะร่วมกันเพื่อขายสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ประการที่สอง การบริหารงานจะใช้หลักเลือกระบบงาน และผู้บริหารที่มีความสามารถ ประการที่สาม ทั้งคู่เป็นผู้บริหารมืออาชีพอยู่แล้ว

 

ประมวลจากคำพูดของ สมเจตน์ ทำให้เห็นว่า ทุกอย่างน่าจะราบรื่น เพราะ หนึ่ง ความขัดแย้งนั้นน้อยมาก และสอง ความซ้ำซ้อนในเชิงธุรกิจแทบไม่มี

 

“เราคนไทยด้วยกัน เราเข้าใจ คุยกันได้ ธุรกิจเหมือนกันไม่ตีกัน ก็จะมีเล็กๆ น้อยๆ ท่านประธานพูดชัดเจน เราใช้หลักฝีมือ ดูความสามารถ อย่างธนาคารนครหลวงไทยจัดเจนเรื่องสินเชื่อบ้าน คุณทำเลย เราจะเป็นฝ่ายตาม เพราะเป้าหมายของเราคืออะไรก็ได้ที่ดีกับลูกค้าและผู้ถือหุ้น”

 

ที่สำคัญ ทั้งธนาคารนครหลวงไทยเองเคยผ่านการควบรวมกับธนาคารศรีนครมาก่อนแล้ว ขณะที่ฝั่งธนาคารธนชาตเองก็ผ่านการร่วมกิจการกับโนวาสโกเทียเช่นเดียวกัน

 

 

“ผมว่าไทยกับไทยเนี่ยง่ายกว่าฝรั่งกับไทย เรามีประสบการณ์กับโนวาสโกเทีย ว่าเป็นฝรั่งที่เข้าใจไทย ปัญหาน้อย เขียนไทยได้เขียนไทย เขียนอังฤษได้เขียน เวลาพรีเซ็นต์พูดอังกฤษไม่ได้ ก็พูดไทย เดี๋ยวมีคนแปล เราไม่ให้ภาษาเป็นปัญหาอุปสรรค และที่สำคัญ ประธานกรรมการบันเทิง ตันติวิท พูดชัดเจนว่า ซื้อราคานี้เพราะเราเห็นค่าของทรัพยากรบุคคล แบงก์นครหลวงไทยไม่ได้มีแต่โต๊ะเก้าอี้ ฉะนั้นเรื่องคน อยู่ที่เราสามารถสร้างโอกาสให้เขาได้ใช้ความเชี่ยวชาญสร้างโพรดักท์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าหรือเปล่า”

 

อาจกล่าวได้ว่า ธนาคารนครหลวงไทย ถือว่ามีประสบการณ์ด้านธนาคารพาณิชย์มายาวนาน ดังนั้น ทรัพยากรบุคคลของแบงก์ย่อมมีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญ การได้รวมกันจึงเป็นการประสานความเชี่ยวชาญของคน 2 กลุ่มซึ่งมีความเชี่ยวชาญคนละด้าน

 

ทั้งนี้ โดยภาพรวมในขั้นตอนต่อไปนั้น ก็คือการทำคำเสนอซื้อหุ้นคืน (tender offer) จากนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยธนาคารธนชาตจะเสนอรับซื้อหุ้นในราคาเดียวกับที่ซื้อจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคมนี้

 

จากนั้น โดยภาพใหญ่จะดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ 2 ธนาคารไปอีกระยะหนึ่งจนกระทั่งทำแผนควบรวมแล้วได้รับอนุมัติจากแบงก์ชาติ คาดว่าต้นปี 2554 ก็จะเกิดการควบรวมจริงเหลือหนึ่งธนาคาร

 

โดยขณะนี้ผู้บริหารสองแห่งอยู่ระหว่างการหารือกันเพื่อที่จะเปรียบเทียบ 
โพรดักท์เสนอลูกค้า ระบบงาน ระบบการตลาด ว่าตรงไหนที่เหมือนและต่างกัน แล้วนำไปสู่การวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อเสนอผู้บริหารสูงสุดพิจารณาว่าควรจะใช้โพรดักท์แบบใด ใช้ระบบงานแบบไหน และระบบตลาดจะเป็นอย่างไร จากนั้นจะปรับเปลี่ยนทั้ง 2 ธนาคารให้มีระบบที่ว่าเหมือนกัน เพื่อให้สามารถออกไปบริการลูกค้าได้ การวิเคราะห์ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญที่อยู่ในแผนที่จะเสนอขออนุมัติจากแบงก์ชาติ นอกเหนือจากการนำเสนอสภาพคล่องของธนาคาร ความเพียงพอของเงินทุน ความราบรื่นของระบบ เพื่อมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับบริการต่อเนื่อง

 

และเมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ ปี 2554 ธนาคารธนชาตก็พร้อมที่จะทะยานออกไปต่อกรกับแบงก์ยักษ์ต่อไป

 

...........................................................

 

เรื่อง  รัชนี  พันธ์รุ่งจิตติ

ภาพ ฐิติวุฒิ บางขาม
 

MAGAZINE

 

 

 



New News

  • Dec 07 , 2016

     

    บล.ธนชาต เปิดตัวนวัตกรรมการลงทุน ‘Think Application’ เครื่องมือการลงทุนคุณภาพ ที่ติดเครื่องมือให้นักลงทุนในรูปแบบต่างๆ พร้อม ‘คำแนะนำ’ การลงทุน ‘Think’ สามารถกดซื้อขายหุ้นได้ พร้อมดาวน์โหลดแล้ววันนี้ ในระบบ iOS และ Android เปิดให้นักลงทุนทั่วไปทดลองใช้งานฟรี 60 วัน

    ‘Think Application’ ขึ้นมาจากแนวความคิดที่ต้องการสนับสนุนให้นักลงทุน ลงทุนอย่างมีข้อมูลที่ครบถ้วน และเป็นข้อมูลคุณภาพ โดยการวิเคราะห์ ค้นคว้า และหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจในการลงทุน ‘Think’ เป็นแอปพลิเคชั่นในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักลงทุนในยุคดิจิตอล ตอบสนองความต้องการของนักลงทุน ‘Think’ ยังเชื่อมต่อ กับ Settrade Streaming และ E-Fin Trade Plus ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อ ขายได้ทันที เมื่อตัดสินใจลงทุน แค่เพียงนิ้วคลิก

    สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับ บล.ธนชาต พร้อมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ของ ‘Think’ ได้แล้ววันนี้! ทั้งระบบ IOS และ Android พิเศษสุด ‘Think’ เปิดให้นักลงทุนทั่วไปที่สนใจเข้ามาดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นผ่าน App Store ในระบบ IOS และ Play Store ในระบบ Android เพื่อทดลองใช้งานได้นาน 60 วัน ฟรี! สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-056-8888 หรือเว็บไซต์ www.tnsitrade.com

  • Dec 07 , 2016

    ก.ล.ต. ขับเคลื่อนตลาดทุนไทยชูยุทธศาสตร์ ใช้เทคโนโลยีสร้างนวัตกรรมทางการเงินสำหรับตลาดทุน ผ่อนคลายเกณฑ์เปิดสนามทดลอง (regulatory sandbox) ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการทางการเงิน และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยให้ภาคธุรกิจใช้โอกาสของเทคโนโลยี พร้อมเพิ่มฝ่ายงานรองรับ

  • Dec 07 , 2016

     

    นายธนัญชัย สมุหวิญญู กรรมการผู้จัดการ นายเริงศักดิ์ จรูญเอก กรรมการบริหาร และ นายภานุศักดิ์ ลิ่มรุฑานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ผู้นำบริการธุรกรรมออนไลน์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายตู้เติมเงิน “กะปุก” นำเจ้าหน้าที่พนักงานในนามเจ้าภาพร่วมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมี ท่านเจ้าคุณพระวิบูลธรรมภาณ (วราวุฒิ วรวุฑฺโฒ) เจ้าอาวาสฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์นำผู้เข้าร่วมพิธีปฏิบัติจิตภาวนาแสดงความอาลัยอีกด้วย ณ วัดสัมมาชัญญาวาส (วัดใหม่คลองสอง) กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆนี้

 

School Move

  • Dec 06 , 2016

     

    หากจะกล่าวถึง Business School ชั้นนำระดับโลก Stanford Graduate School of Business (GSB) ได้รับการจัดอันดับจาก Financial Time ให้เป็นอันดับ 5 ของ Global MBA Ranking 2016 ผมจึงขอเล่ากรณีศึกษาของ World Class Business School เพื่อให้เป็นแรงบันดาลใจสำหรับบุคลากรทางการศึกษาที่เปิดสอนด้านบริหารธุรกิจและการจัดการ ได้เป็นแนวทางในการพัฒนา Business School ของไทย ให้เทียบเคียงกับสถาบันชั้นนำระดับโลก

    จากประสบการณ์ใน Executive Education หลักสูตร Leadership and Strategies in Supply Chains ผมได้มีมุมมองเกี่ยวกับองค์ประกอบของ World Class Business School ดังนี้

    • World Class Faculty คณาจารย์ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานจากภาคธุรกิจ ซึ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าศาสตร์การจัดการเป็นศาสตร์ที่ dynamic ไม่สามารถที่จะใช้เปิดตำราสอนแต่เพียงอย่างเดียว เพราะการทำธุรกิจนั้นไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว อีกทั้งอาจารย์หลายท่านได้รับความไว้วางใจจากภาคอุตสาหกรรมให้ทำหน้าที่ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาจารย์สามารถบูรณาการปัญหาหรือความรู้ที่ได้จากภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนา case study สำหรับสอนนักศึกษาต่อไป 

    • World Class Teaching การวางแผนการสอนด้วยความเป็นมืออาชีพ ผสานกับการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างลงตัว ก่อนเริ่มเรียนในแต่ละวิชา เจ้าหน้าที่จะจัดส่งเอกสารประกอบการเรียน เช่น case study มาให้นักศึกษาล่วงหน้าเพื่อให้อ่าน ทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมสำหรับ discussion ในชั้นเรียน ทำให้การเรียนการสอนเป็นแบบ two-way communication และนักศึกษาได้ประโยชน์มากกว่าการนั่งฟังอาจารย์บรรยายในรูปแบบ talk show เหมือนที่นักศึกษาไทยนิยมชมชอบ สำหรับ case study ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจริงที่มีจากธุรกิจที่เป็นที่รู้จัก โดยอาจารย์ต้องการให้นักศึกษาสามารถประยุกต์ใช้ความรู้จากทฤษฎีเพื่อแก้ปัญหาธุรกิจจาก case ต่างๆ การเรียนจึงเป็นมากกว่าการท่องจำ เพราะต้องใช้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ผ่านกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบของนักศึกษา

    • World Class Environment เริ่มจากสภาพแวดล้อมในระดับมหาวิทยาลัยที่มีอายุ 125 ปี แต่ความเก่าแก่ของมหาวิทยาลัยไม่ใช่ปัญหาของการผสานเอาความทันสมัยเข้าไปเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Sport Center ห้องสมุด หรือมุมสงบสำหรับอ่านหนังสือ ทำการบ้าน หรือเตรียมตัวสอบ ในระดับคณะ เมื่อปี 2008 GSB ได้รับเงินบริจาคจำนวน 105 ล้านดอลลาร์ จาก Philip H. Knight ผู้ก่อตั้ง Nike ซึ่งเป็นศิษย์เก่า MBA ’62 เป็นเงินทุนส่วนหนึ่งของการสร้าง Knight Management Center ขนาด 340,000 ตร.ม. ที่ประกอบด้วยห้องเรียน ห้องสมุด Auditorium ขนาด 450 ที่นั่ง ห้องพักอาจารย์และเจ้าหน้าที่ career management center และห้องอาหาร ห้องเรียนแต่ละห้องเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัย มีแผงควบคุมระบบสัมผัสที่โพเดียม เพื่อให้อาจารย์ผู้สอนสามารถควบคุมห้องเรียนระหว่างการสอนโดยไม่ต้องเดินไปมาเพื่อเปิด-ปิดให้เสียเวลา ไม่ว่าจะเป็น จอ projector กระดาน ม่าน แสงสว่าง เสียง ทั้งห้องติดตั้งระบบไมค์ที่ห้อยจากฝ้าเพดาน เพื่อให้สะดวกต่อการปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์และนักศึกษา

    ห้องสมุดของ GSB มี 4 ชั้น มีห้องอ่านหนังสือประมาณ 20 ห้องที่ติดตั้งจอทีวี สามารถจองผ่านระบบออนไลน์ มีมุมสำหรับ stock market ให้ดูข้อมูลแบบ real-time ปัจจุบันมีหนังสือไม่เยอะ เนื่องจากนักศึกษาอ่าน e-book เป็นหลัก จึงเน้นสถานที่นั่งทำงานกลุ่ม ทำการบ้าน เตรียมตัวสำหรับการเรียน เป็นหลัก

     

    • World Class Research คณาจารย์มีงานวิจัยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และได้รับการตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย งานวิจัยส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ทั้งภาคอุตสาหกรรมและการบริหารธุรกิจภายใต้ภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก นับได้ว่าเป็นงานวิจัยที่มีผลกระทบต่อโลก จนบางครั้งเป็นทฤษฎีที่รู้จักกันทั่วโลกอย่างเช่น Bullwhip Effect in Supply Chain ของ Prof.Hua Lee ศาสตราจารย์ประจำ GSB การที่คณาจารย์สามารถผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพเหล่านี้ได้ส่วนหนึ่งมาจากภารกิจของคณาจารย์มุ่งเน้นไปที่การเรียนการสอน การทำวิจัย และการบริการวิชาการ โดยไม่มี admin work ต่างๆ ที่จะทำให้คณาจารย์เสียเวลาจากภารกิจหลักข้างต้น

    จากกรณีศึกษานี้ Business School ในประเทศไทยน่าจะลองทบทวนบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของตัวเองว่าจะพัฒนานักศึกษาให้มีคุณภาพออกสู่สังคมได้อย่างไร โดยใช้แนวทางปฏิบัติของ World Class Business School นำทาง ทว่า ต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทของไทย และต้องตระหนักว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็น World Class Business School ประการหนึ่ง คือ “ทรัพยากรทางการเงิน” แต่เราต้องไม่มุ่งเน้นการหารายได้จากค่าเล่าเรียน จนกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตบัณฑิตในรูปแบบ “จ่ายครบ จบแน่” โดยละเลยเรื่องคุณภาพบัณฑิต แหล่งที่มาของรายได้ใน World Class Business School จึงเป็นการผลิต World Class Graduate ให้เป็นนักธุรกิจมืออาชีพเพื่อไปประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จแล้วกลับมาตอบแทนสถาบันอย่าง Philip H. Knight มากกว่า

     

     "เราต้องไม่มุ่งเน้นการหารายได้จากค่าเล่าเรียน จนกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตบัณฑิตในรูปแบบ จ่ายครบ จบแน่"

     


     

    โดย : ดร.วัชรพจน์  ทรัพย์สงวนบุญ

    รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม

    มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

     

  • Dec 01 , 2016

    ลอรีอัล ประเทศไทย ร่วมกับ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Khon Kaen Business School :KKBS) ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อยกระดับการพัฒนาการเรียนการสอนในสาขาบริหารธุรกิจ ในสามด้านที่สำคัญ ได้แก่ การฝึกประสบการณ์วิชาชีพและอาชีพ ความรู้ทางวิชาการ และโครงการงานวิจัย มุ่งเป้าพัฒนาทักษะเพื่อความเป็นเลิศทางด้านการขาย หรือ Commercial Excellence แก่นักศึกษา

    บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง ลอรีอัล ประเทศไทย กับ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ ที่สำคัญด้านต่างๆของนักศึกษา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การดำเนินธุรกิจจริง ตอบรับการแปลี่ยนแปลงของสภาวะทิศทางเศรษฐกิจ สภาพแวดล้อมของตลาด และความต้องการในหลักสูตรการศึกษาในปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม

    ลอรีอัลจะให้การสนับสนุนในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและการเรียนการสอนที่ผสมผสานการปฏิบัติงานจริงในลักษณะสหกิจศึกษาเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ทางวิชาชีพ โดยมุ่งเน้นไปที่ทักษะการขายเป็นสำคัญ ผู้จบการศึกษาในสาขาวิชาดังกล่าวที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะได้รับโอกาสเข้าทำงานในบริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลก ในภูมิลำเนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    “สำหรับลอรีอัลแล้ว ความร่วมมือครั้งนี้เราไม่เพียงมุ่งสนับสนุนด้านการศึกษาในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการร่วมพัฒนาบุคลากรที่พร้อมด้วยทักษะสำคัญในด้านต่างๆ สู่ตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมให้บุคลากรของชาติประสบความสำเร็จในหน้าที่การทำงานในท่ามกลางสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันอีกด้วย เรามุ่งหวังว่าจะร่วมพัฒนาข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นครั้งนี้ให้สามารถเกิดประโยชน์สูงสุด และเชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญของเราในฐานะบริษัทผู้นำด้านความงามระดับโลกจะสามารถสร้างคุณประโยชน์ในแง่องค์ความรู้ให้แก่คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีได้อย่างมีนัยสำคัญ” มนัสฤดี สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

    ด้าน รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า

    “การร่วมมือกับลอรีอัลในครั้งนี้ ถือเป็นอีกย่างก้าวที่สำคัญของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี กับการดำเนินการตามภารกิจสร้างและพัฒนานักบริหารธุรกิจให้มีความรู้ความสามารถในการแข่งขันทั้งในยุคปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ เราเชื่อมั่นว่าสัมพันธภาพที่ดีกับลอรีอัลนี้จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่คณะทั้งด้านวิชาการและการวิจัย และพัฒนาขีดความสามารถของทั้งนักศึกษาและคณาจารย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"

     
  • Sep 19 , 2016

    ตัวเลขผลการศึกษาในหัวข้อความขาดแคลนบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา หรือทีดีอาร์ไอ บ่องบอกชัดเจนว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในปี 2557 มีสถานประกอบการสาขาโรงแรมมากกว่า 13,000 แห่ง มีความต้องการแรงงานในกลุ่มนี้ประมาณ 2.7 หมื่นคนต่อปี ในขณะที่บุคลากรที่จบในสาขาที่ต้องการของอุตสาหกรรมมีเพียง 6,500 คนต่อปีเท่านั้น จึงทำให้ในภาคอุตสาหกรรมนี้อยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงานสูง

Management

  • Sep 19 , 2016

    ในยุคที่มีคนเมืองตัดสินใจผันตัวเองไปใช้ชีวิตเป็น “ชาวนามือใหม่” ทั้งแบบเต็มตัวและแบบ “ชาวนาวันหยุด” โดยในจำนวนนี้มีไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในการปลูกข้าวและได้ดอกผลของการลงมือลงแรงสมใจ

  • Sep 19 , 2016

    เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบันถึงเป็น Amazon.com ทำไมร้านขายเพลงที่ใหญ่ที่สุดถึงเป็น iTunes ทำไมร้านเช่าวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดคือ Netflix.com และทำไมร้านขายดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือ Misslilly.com อะไรคือสิ่งที่ทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่เหล่านี้อยู่ในโลกออนไลน์มากขึ้น มีทฤษฎีหนึ่งที่สามารถเข้าไปอธิบายความสำเร็จของธุรกิจเหล่านี้ได้ซึ่งทฤษฎีนั้นก็คือ ทฤษฎีหางยาว หรือ Long Tail Theory 

  • Jul 07 , 2016

    การบริหารจัดการพนักงานที่เป็นคนเก่ง หรือที่เรียกว่า Talent ไม่ใช่โจทย์ที่ง่ายนัก สำหรับองค์กร ด้วยความเก่งที่มีจำนวนจำกัด บวกกับโอกาสที่มีเข้ามามากมาย ทำให้องค์กรส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่คนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ เหตุผลคือ หนึ่ง เพื่อรักษาให้พวกเขาอยู่กับองค์กรได้ยาวนาน และสอง เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ และพัฒนาผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ภารกิจดูแลคนเก่งขององค์กรจึงมีหลากหลายรูปแบบ

 

Cool Case

  • Nov 29 , 2016

    ผ่านพ้นไปแล้วกับกิจกรรม Run More Live More ที่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส พาผู้โชคดี พร้อมด้วยคุณเดี่ยว สุริยนต์ อรุณวัฒนกูล ลัดฟ้าบินตรงจากกรุงเทพสู่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเข้าร่วมมหกรรมวิ่งยิ่งใหญ่ระดับโลก แบลคมอร์ส ซิดนีย์ รันนิ่ง เฟสติวัล 2016

  • Nov 22 , 2016

    ·        ติดต่อสื่อสารได้ทุกที่ทุกเวลา ติดตามการทำงานของรถยนต์ได้แบบเรียลไทม์
    ·        เพิ่มความสะดวกสบาย และปลอดภัยได้ด้วยการสั่งการผ่านสมาร์ทโฟนเพียงปลายนิ้วสัมผัส
    ·        รองรับการใช้งานผ่าน 3 ช่องทาง ทั้งสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และคอลเซ็นเตอร์
    ·        เหนือกว่าด้วยบริการเชื่อมต่อระบบอินคาเน็ต ผ่านเครือข่ายไร้สายแก่ลูกค้านาน 5 ปีฟรี

     

  • Nov 11 , 2016

    คนไทยให้ความสำคัญต่อผลผลิตธรรมชาติใกล้ตัวอย่าง มะพร้าว ที่มอบคุณประโยชน์หลากหลายประการ  ไม่ว่าจะเป็นเป็นแหล่งอาหารและเครื่องดื่ม หรือนำมาเป็นส่วนประกอบของเครื่องนุ่งห่มหรือที่อยู่อาศัย ทั้งยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของชุมชนต่าง ๆ ในประเทศไทยมาอย่างช้านาน ผลผลิตหลักจากมะพร้าว เช่น น้ำมะพร้าว และกะทิ ถือเป็นหัวใจสำคัญหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทยมากว่าหลายศตวรรษ ในขณะที่ประโยชน์ด้านสุขภาพของผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวก็ได้รับการพิสูจน์จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทันสมัยหลายชิ้น