TBANK ควบ SCIB “เราจะโต”

 alt

 

หากใครที่เคยดูหนัง Gung Ho (1986) ของผู้กำกับ รอน โฮเวิร์ด นำแสดงโดย ไมเคิล คีตัน คงจะได้เห็นความแตกต่างของ 2 วัฒนธรรมการทำงานที่อยู่คนละซีกโลก ระหว่าง “ตะวันออก” และ “ตะวันตก” ที่ต้องอาศัยความพยายามยิ่งยวด ในการจูนคลื่นเข้าหากัน

 

 

หนังเรื่องนี้ พูดถึงบริษัทแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่ดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลไป take over บริษัทผลิตรถยนต์ของอเมริกา ซึ่งในห้วงเวลานั้นกำลังเจอพิษวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างแรง จนทำให้โรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่งต้องปิดฉากลง ผู้คนตกงานเดือดร้อนกันทั่ว Gung Ho ทำให้เราเห็นว่า ระเบียบ กฎเกณฑ์การทำงาน และสไตล์การบริหารคนของญี่ปุ่นกับอเมริกันนั้น ช่างแตกต่างกันมากมาย การทำงานที่ไม่ยอมปรับตัวเองเข้าหากัน นำมาซึ่งความแตกแยกย่ำแย่มากขึ้น ซึ่งกว่าทั้ง 2 จะปรับเข้าหากันได้ก็เล่นเอาแทบแย่เหมือนกัน

 

นั่นคือภาพสะท้อนในโลกความเป็นจริง ที่ไม่อาจเลี่ยงได้ของการควบรวมกิจการ และความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร ที่เป็นหัวใจนำพาให้บริษัท “รุ่ง” หรือ “ร่วง” ได้ภายหลังการควบรวมกิจการ

 

ต้องยอมรับอีกเช่นกันว่าไม่มีเส้นทางไหนอีกแล้วที่จะทำให้ธุรกิจโตพรวดพราดได้เท่ากับการควบรวมกิจการ และไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือไม่ดีอะไรในการควบรวมกิจการ เพราะบางองค์กร ควบเพื่อรอด ควบแล้วโต แม้จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม 

 

ถ้าจะว่าไปกลยุทธ์การซื้อขายกิจการถือกันว่าสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบ ก่อนจะขยายลามไปยังส่วนต่างๆ ของโลก สำหรับในบ้านเราการควบรวมกิจการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกิดขึ้นครั้งแรกปี 2533 โดยบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ 
ธนสยาม จำกัด เข้าซื้อหุ้น บริษัท สามชัยอิเลคโทรนิคส์ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จนครอบครองหุ้นกว่า 10% แต่ถ้าพูดถึงสถาบันการเงิน ขอยกตัวอย่าง การควบรวมที่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำ ในการควบรวมกับธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) และบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งภายหลังการรวมตัวกันเป็นผลให้ธนาคารทหารไทยกลายเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ด้วยมูลค่าของสินทรัพย์กว่า 7 แสนล้านบาท เมื่อปี 2547 นอกจากนี้ ยังมีการรวมและโอนกิจการระหว่างธนาคารยูโอบีรัตนสิน จำกัด (มหาชน) และธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารยูโอบี สิงคโปร์ ได้เข้าซื้อหุ้นของธนาคารรัตนสิน และซื้อหุ้นของธนาคารเอเชีย จาก ABN Amro

 

และล่าสุดการควบรวมของ ธนาคารธนชาต ที่ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 6.8 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อ ธนาคารนครหลวงไทย จากกองทุนฟื้นฟู ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีในเชิงธุรกิจ เพราะแต่ละฝ่ายมีความชำนาญที่ต่างกันออกไป

 

ว่ากันถึงอายุอานาม ธนาคารนครหลวงไทย ผ่านร้อนผ่านหนาว มานานถึง 69 ปี ซึ่งถ้ายังจำกันได้ ธนาคารแห่งนี้ล้มลุกคลุกคลานมาจนจะปิดแบงก์ก็หลายครั้ง มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท ถือเป็นแบงก์ขนาดกลาง มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 7

 

ขณะที่ทางด้านธนาคารธนชาต แม้อายุจะยังเยาว์เพียงแค่ 8 ปี และมาจากการรวมกันของสถาบันการเงิน 5 แห่ง มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท แต่ถือว่าเป็นแบงก์ขนาดเล็กที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนต้องจับตามอง

 

และเมื่อทั้ง 2 แบงก์รวมกันจะทำให้ขนาดสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมาเป็น 8 แสนล้านบาท โตพุ่งขึ้นเป็นอันดับที่ 5 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย กลายเป็นแบงก์ใหญ่ที่น่ากลัวไม่เบา แต่จะน่ากลัวแค่ไหน ต้องดูส่วนผสมอย่างละเอียดของแต่ละแบงก์ ว่าจะเข้ากันได้ดีเพียงใด

 

 

ต่างคนต่างเก่ง

 

หากจะพูดถึงแรงจูงใจที่นำไปสู่การควบรวมกิจการแล้ว มีตั้งแต่การรวมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Synergies) บ้างก็ว่าเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน และเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรในอนาคต

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุใด การควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จ ต้องไม่พลาดที่จะดูความสอดคล้องต้องกันในทางธุรกิจด้วย

 

ย้อนปูมไปเมื่อก่อตั้งธนาคารธนชาตเมื่อปี 2547 นั้น ธนชาตเป็นธนาคารขนาดเล็กที่เพิ่งแจ้งเกิด ทำให้ธนาคารธนชาตเลือกที่จะปักธงไปที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

 

“คือ เราคิดว่าจะโตอย่างไร ขณะนั้นคิดว่าต้องสร้าง niche market เราก็ไปทางสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แล้วเราก็ทำได้ดีโตไปได้” สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวเช่นนั้นกับ MBA

 

แล้วกลยุทธ์นี้ก็ประสบความสำเร็จ ดูได้จากตัวเลขการเติบโตของมาร์เก็ตแชร์ 25% เรียกว่า เป็นธนาคารขนาดเล็กที่มาแรงทีเดียว แต่เมื่อมาถึงนาทีนี้ ต้องยอมรับโอกาสเติบโตในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เช่นนั้นดูจะเริ่มตีบตันไปเสียแล้ว

 

alt

 

ขณะที่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2484 ในชื่อ “ธนาคารนครหลวงแห่งประเทศไทย” ภายหลังได้มีการควบรวมกับธนาคารศรีนครในปี 2545 ปัจจุบันธนาคารมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 47.58%

 

ทั้งนี้ ถ้าดูพอร์ตสินเชื่อของทั้ง 2 ธนาคาร จะเห็นว่า ส่วนใหญ่สินเชื่อของธนาคารธนชาตจะเป็นรายย่อย โดยมีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นสัดส่วนถึง 95% ที่เหลือเป็นสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบัตรเครดิตเพียงนิดหน่อย ส่วนธนาคารนครหลวงไทย โดยส่วนมากเป็นสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อบ้าน ฉะนั้น ภาพในเชิงธุรกิจของทั้ง 2 ธนาคาร จึงแทบจะไม่ซ้ำซ้อนกันเลย แถมโครงสร้างธุรกิจยังเสริมซึ่งกันและกันอีกด้วย

 

“ถ้ารวมกันแล้วประมาณ 50% เป็นสินเชื่อบุคคล คือรถ บ้าน บัตรเครดิต อีก 50% เป็นสินเชื่อธุรกิจ และเอสเอ็มอี ทำให้ balance กันดี สินเชื่อธุรกิจ เวลาปล่อยๆ ก้อนใหญ่ แต่ดอกเบี้ยไม่ได้ แต่สินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยดี ความเสี่ยงกระจาย หลักการใหญ่ๆ เป็นฐานที่ทำให้เราสู้กับคู่แข่งได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันมีฐานะลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น เพราะไม่ใช่เงินกู้เงินผ่อนอย่างเดียว แต่มีอย่างอื่นด้วยอย่างประกันชีวิต”

 

นอกจากนี้ การควบรวมยังทำให้โครงสร้างธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้นในเชิงรายได้ เพราะสินเชื่อรถยนต์ จะเป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ส่วนสินเชื่อธุรกิจจะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ฉะนั้น จึงเป็นข้อดีอีกประการหนึ่งในแง่เวลาที่ดอกเบี้ยมีความผันผวน

 

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่มีข่าวการซื้อธนาคารนครหลวงไทย ก็มีคำถามตามมาว่า “ซื้อนครหลวงไป แล้วทำ corporate loan เป็นหรือ?”

 

“ต้องบอกว่าจริงๆ ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เราทำสินเชื่อ corporate มา เราซื้อหนี้ ปรส. เราเอาบริษัทใหญ่ๆ เข้าตลาดหลักทรัพย์ เราช่วยระดมทุนธนาคารใหญ่ๆ เป็นหมื่นๆ ล้าน เราก็ทำมาหมดแล้ว เพียงแต่ว่าตอนต้มยำกุ้งมา เราตั้งต้นใหม่ เราจำเป็นต้อง niche market ขึ้น ฉะนั้นเราทำเป็น ไม่มีปัญหา”

 

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ธนาคารธนชาตสนใจธนาคารนครหลวงไทย โดยใช้เวลาศึกษานานร่วม 2 ปีก่อนตัดสินใจเข้าซื้อ

 

“ดูต่อเนื่องกันมา 2 ปี ศึกษาและรอจนกระทั่งกองทุนฟื้นฟูประกาศขาย อันนี้เราพิจารณาร่วมกับโนวาสโกเทีย หุ้นส่วนด้วย 
ก็เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นประโยชน์ในการขยาย แล้วเราใหญ่ขึ้น บริการการเงินครบถ้วนขึ้น เป็นประโยชน์กับลูกค้า ความที่เราใหญ่ขึ้นทำให้สามารถพัฒนาเงินทุนในระบบดีขึ้น”

 

ไม่เพียงแค่นั้น สมเจตน์ ยังบอก
อีกด้วยว่า จริงๆ แล้ว ดีทั้งในเชิงธุรกิจของ
ธนชาต และยังเป็นการสนองตอบนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยในการสนับสนุนการควบรวมกิจการภายในประเทศเพื่อให้มีขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้สถาบันการเงินสามารถลงทุนได้ดีขึ้น มี economy of scale ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่สำคัญ คือการนำไปสู่ความมั่นคง

 

สำหรับสาขา ซึ่งเป็นเสมือนแขนขาในการทำธุรกิจนั้น ดูเหมือนว่าธนาคารธนชาต จะใช้เวลาอันรวดเร็วในการสร้างสาขาถึง 200 กว่าสาขา ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทยมี 400 กว่าสาขา ทันทีที่การควบรวมกิจการเสร็จสิ้นประมาณปี 2554 จะมีสาขารวม 687 แห่ง และตู้เอทีเอ็มอีก 2,101 เครื่อง

 

“อย่างสาขาแม้จะซ้อนกันบ้างก็รวม แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะหยุดโต เราก็จะโตอีก ดังนั้น สาขายังจำเป็น”

 

สมเจตน์ เชื่อมั่นว่า ในที่สุดจะนำไปสู่การทำให้ลูกค้าเห็นว่าธนาคารมีความมั่นคง และเมื่อมีความมั่นคงก็จะสามารถระดมเงินฝากมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ดีขึ้น “รายการนี้ทั้งสองแห่งไม่มีใครเป็นน้ำเสีย เขาแข็งแรง เราไปดูแล้ว เรียกว่าเอาเก่งสองคนมาร่วมกัน เก่งเล็กสองคนรวมเป็นเก่งใหญ่ โดยมีโนวาสโกเทียสนับสนุนอยู่ มันเป็นการผสมสานระหว่าง local expertise กับ international expertise จากโนวาสโกเทีย” 

 

 

Due Diligence ผ่าน

 

กลยุทธ์ในการเข้าควบรวมกิจการ มักจะพิจารณาหลายด้านประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคิดราคา ไปจนถึงการบริหารจัดการภายหลังการซื้อหรือควบรวมกิจการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก่อนการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายคือ การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินอย่างละเอียด ซึ่งเรียกว่าการทำ Due Diligence ซึ่งจะทำทั้งในด้านการเงิน ด้านกฎหมาย และด้านการประเมินราคาทรัพย์สินที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการกำหนดราคานั้นมีความสมเหตุสมผลตามความเป็นจริง

 

หลายครั้งที่เมื่อทำ Due Diligence แล้วทำให้โครงการควบรวมต้องล้มเลิกไป อันเนื่องมาจากการตรวจพบว่า มีบางอย่างซุกซ่อนอยู่

 

“ตอนทำ Due Diligence ทางธนาคารธนชาตประเมิน 2 ด้านหลัก คือ 1. ดูทรัพย์สินปัจจุบันราคาจริงเป็นเท่าไร และ 2. ต่างคนต่างอยู่แบงก์จะเติบโตยังไง แต่ถ้ารวมกันแล้วด้วยเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้น ด้วยทรัพยากรบุคคลที่รวมกัน ด้วยฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น ฐานต้นทุนดีขึ้น สามารถคิดค้นนวัตกรรมเอาไปขายเรียกว่า cross sale มูลค่าที่เพิ่ม เราพิจารณาจากพวกนี้ คำนวณตีค่าออกมาเป็นราคา ฉะนั้น ราคา 32.50 บาท/หุ้น ไม่แพง”

 

ดีลนี้ธนาคารธนชาต ต้องทุ่มทุน 68,000 ล้านบาท โดยจ่ายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู 1,005 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 47.58% ในราคาหุ้นละ 32.50 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 32,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือรองรับการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์

 

ทั้งนี้ การจะตอบว่า คุ้มหรือไม่คุ้มนั้น คงต้องดูต่อจากนี้ว่า มูลค่าเพิ่มที่ดูกันไว้นั้นจะร่วมกันสร้างให้เป็นจริงหรือไม่?

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือหนี้เน่าที่ซ่อนอยู่ ซึ่งสมเจตน์ กล่าวยอมรับว่า 
เรื่องเอ็นพีแอลยังไม่จบ และตอนทำ Due Diligence พอจะรู้อยู่ ก็ได้มีการหารือกันว่าวิธีที่จะได้ผลเร็วที่สุดที่จะแก้ปัญหานี้คืออะไร

 

“มีหลายทางเลือก ใช้ทีมเก่าทำ หรือทีมเราก็มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ เบื้องต้นหารือกันอยู่ มันจะแยกได้เป็นสองกลุ่ม corporate ก็เป็นรายๆ ไป ส่วนรายย่อยกระจายขนาดไหนก็ต้องดูกันต่อไปอีก แต่ที่แน่ๆ ไม่หนักใจ เรื่องแก้หนี้เสีย สำหรับเราชิวๆ เพราะเราซื้อหนี้มาเยอะแล้ว ซื้อ ปรส. ผมเองเป็นอดีตกรรมการผู้จัดการ บสท. แก้หนี้เสียระดับประเทศมาแล้ว เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก”

 

alt

 

ไร้ปัญหาวัฒนธรรม

 

“หลักการควบรวมกิจการ ต้องดูว่าโมเดลชนกันไหม การสื่อสารเพียงพอที่จะสร้างความเข้าใจหรือไม่ และต้องมีความชัดเจนเรื่องกลยุทธ์ที่จะเดินต่อ” สมเจตน์ อธิบายถึงปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการควบรวมกิจการ

 

ซึ่งโดยปกติการควบรวมกิจการที่ไม่ประสบความสำเร็จภายหลังการควบรวมแล้ว มักจะเกิดจากปัญหา เช่น การประเมินค่าสูงเกินไปสำหรับศักยภาพที่ได้จากการรวมกิจการนั้นๆ และการบริหารการรวมตัวกันหลังจากมีการควบรวมกิจการแล้วทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ดังตัวอย่างหนังเรื่อง Gung Ho ที่กล่าวถึงในตอนแรก

 

ว่ากันถึงสไตล์การบริหารงานของธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารธนชาต สมเจตน์ ฉายภาพให้เห็นว่า อันที่จริงไม่แตกต่างกันนัก โดยเหตุผลคือ ประการแรกทุกคนเห็นตรงกันว่าจะร่วมกันเพื่อขายสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ประการที่สอง การบริหารงานจะใช้หลักเลือกระบบงาน และผู้บริหารที่มีความสามารถ ประการที่สาม ทั้งคู่เป็นผู้บริหารมืออาชีพอยู่แล้ว

 

ประมวลจากคำพูดของ สมเจตน์ ทำให้เห็นว่า ทุกอย่างน่าจะราบรื่น เพราะ หนึ่ง ความขัดแย้งนั้นน้อยมาก และสอง ความซ้ำซ้อนในเชิงธุรกิจแทบไม่มี

 

“เราคนไทยด้วยกัน เราเข้าใจ คุยกันได้ ธุรกิจเหมือนกันไม่ตีกัน ก็จะมีเล็กๆ น้อยๆ ท่านประธานพูดชัดเจน เราใช้หลักฝีมือ ดูความสามารถ อย่างธนาคารนครหลวงไทยจัดเจนเรื่องสินเชื่อบ้าน คุณทำเลย เราจะเป็นฝ่ายตาม เพราะเป้าหมายของเราคืออะไรก็ได้ที่ดีกับลูกค้าและผู้ถือหุ้น”

 

ที่สำคัญ ทั้งธนาคารนครหลวงไทยเองเคยผ่านการควบรวมกับธนาคารศรีนครมาก่อนแล้ว ขณะที่ฝั่งธนาคารธนชาตเองก็ผ่านการร่วมกิจการกับโนวาสโกเทียเช่นเดียวกัน

 

 

“ผมว่าไทยกับไทยเนี่ยง่ายกว่าฝรั่งกับไทย เรามีประสบการณ์กับโนวาสโกเทีย ว่าเป็นฝรั่งที่เข้าใจไทย ปัญหาน้อย เขียนไทยได้เขียนไทย เขียนอังฤษได้เขียน เวลาพรีเซ็นต์พูดอังกฤษไม่ได้ ก็พูดไทย เดี๋ยวมีคนแปล เราไม่ให้ภาษาเป็นปัญหาอุปสรรค และที่สำคัญ ประธานกรรมการบันเทิง ตันติวิท พูดชัดเจนว่า ซื้อราคานี้เพราะเราเห็นค่าของทรัพยากรบุคคล แบงก์นครหลวงไทยไม่ได้มีแต่โต๊ะเก้าอี้ ฉะนั้นเรื่องคน อยู่ที่เราสามารถสร้างโอกาสให้เขาได้ใช้ความเชี่ยวชาญสร้างโพรดักท์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าหรือเปล่า”

 

อาจกล่าวได้ว่า ธนาคารนครหลวงไทย ถือว่ามีประสบการณ์ด้านธนาคารพาณิชย์มายาวนาน ดังนั้น ทรัพยากรบุคคลของแบงก์ย่อมมีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญ การได้รวมกันจึงเป็นการประสานความเชี่ยวชาญของคน 2 กลุ่มซึ่งมีความเชี่ยวชาญคนละด้าน

 

ทั้งนี้ โดยภาพรวมในขั้นตอนต่อไปนั้น ก็คือการทำคำเสนอซื้อหุ้นคืน (tender offer) จากนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยธนาคารธนชาตจะเสนอรับซื้อหุ้นในราคาเดียวกับที่ซื้อจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคมนี้

 

จากนั้น โดยภาพใหญ่จะดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ 2 ธนาคารไปอีกระยะหนึ่งจนกระทั่งทำแผนควบรวมแล้วได้รับอนุมัติจากแบงก์ชาติ คาดว่าต้นปี 2554 ก็จะเกิดการควบรวมจริงเหลือหนึ่งธนาคาร

 

โดยขณะนี้ผู้บริหารสองแห่งอยู่ระหว่างการหารือกันเพื่อที่จะเปรียบเทียบ 
โพรดักท์เสนอลูกค้า ระบบงาน ระบบการตลาด ว่าตรงไหนที่เหมือนและต่างกัน แล้วนำไปสู่การวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อเสนอผู้บริหารสูงสุดพิจารณาว่าควรจะใช้โพรดักท์แบบใด ใช้ระบบงานแบบไหน และระบบตลาดจะเป็นอย่างไร จากนั้นจะปรับเปลี่ยนทั้ง 2 ธนาคารให้มีระบบที่ว่าเหมือนกัน เพื่อให้สามารถออกไปบริการลูกค้าได้ การวิเคราะห์ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญที่อยู่ในแผนที่จะเสนอขออนุมัติจากแบงก์ชาติ นอกเหนือจากการนำเสนอสภาพคล่องของธนาคาร ความเพียงพอของเงินทุน ความราบรื่นของระบบ เพื่อมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับบริการต่อเนื่อง

 

และเมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ ปี 2554 ธนาคารธนชาตก็พร้อมที่จะทะยานออกไปต่อกรกับแบงก์ยักษ์ต่อไป

 

...........................................................

 

เรื่อง  รัชนี  พันธ์รุ่งจิตติ

ภาพ ฐิติวุฒิ บางขาม
 

 

MAGAZINE

 
 

 

New News

  • Sep 17 , 2014

     เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 ก.ย.) ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม นายรักษ์ศักดิ์ โชติชัยสถิตย์ พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม เดินทางลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้ประกันตน มอบเงินประโยชน์ทดแทน และอุปกรณ์ที่จำเป็นในการดำรงชีพ ตามโครงการ "ประกันสังคมมอบสุข" ในจังหวัดชลบุรี จำนวน 3 ราย 

                     รายแรกเป็นทายาทซึ่งเป็นมารดาและลูกๆของลูกจ้างชาวพม่าที่มีใบอนุญาตทำงาน โดยชีวิตเนื่องจากการทำงาน จากเหตุเพลิงไหม้โรงงาน บริษัท ลีเวิลด์อินดัสตรี้ จำกัด ลูกจ้างดังกล่าวมีสิทธิได้รับค่าทำศพ ค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนกรณีเสียชีวิต ระยะเวลา 8 ปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 889,436 บาท ทางประกันสังคมจังหวัดชลบุรีกำหนดแบ่งจ่ายให้ทายาทตามกฎหมาย 4 คน คนละ 211,680 บาท

                     หลังจากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมพร้อมมอบของให้กับนางพรรณปพร ศรีเสริม ผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งป่วยด้วยโรคเนื้องอกกระดูกก้นกบและโรคหรือบาดเจ็บของไขสันหลัง เป็นเหตุให้ขาทั้ง 2 ข้างเดินไม่ได้ ทางประกันสังคมจังหวัดชลบุรีพิจารณาวินิจฉัยให้เป็นผู้ทุพพลภาพ ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ เดือนละ 3,135 บาท ต่อเดือนตลอดชีวิต และนายนริศร์ ไหลงาม ผู้ประกันตนทุพพลภาพ ที่สูญเสียสมรรถภาพจากอาการแขน ขา ซีกซ้ายอ่อนแรง และล้มในห้องน้ำ ส่งผลให้ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด เป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 โดยได้รับเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เป็นเงิน 144,000 บาท

                     และนี่ก็เป็นโครงการดีๆ อีกหนึ่งโครงการ ของทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ในดารดูแล และลงตรวจเยี่ยม เพื่อเป็นการมอบความสุขให้แก่ประชาชน อีกทั้งยังเป็นการคุ้มครองชาวต่างชาติที่มาประกอบอาชีพอย่างถูกต้องให้ ประเทศไทย ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และได้รับสิทธิถูกต้องตามกฎหมาย

  • Sep 15 , 2014

    กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย ร่วมกับ สยามพารากอน ขอเชิญชวนเยาวชนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ร่วมประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” วาดภาพกล้วยไม้ไทย ครั้งที่ 8 ในงาน  8th Siam Paragon Bangkok Royal Orchid Paradise หัวข้อ “วาดภาพมหัศจรรย์กล้วยไม้ไร้พรมแดน สีสันแห่งเอเชีย (PASSAGE TO ASEAN PARADISE)” ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และทุนการศึกษา ในวันพุธที่ 8 ตุลาคม 2557 เวลา 10.00 - 13.30 น. ณ ไลฟ์สไตล์ฮออล์ ชั้น 2  สยามพารากอน รับสมัครตั้งแต่วันนี้ -  26 กันยายน 2557 ขอรับสมัครและระเบียบการประกวดได้ที่สำนักบริหารและโครงการเพื่อสังคม บริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด  โทร. 0-2511-7710-2 หรือที่ โตชิบา อินเทลลิเจนซ์ ช็อป ชั้น 2 (โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า) สยามพารากอน หรือดาวน์โหลดใบสมัครและระเบียบการได้ที่ www.toshiba.co.th เลือกเมนู “กิจกรรมเพื่อสังคม”

  • Sep 12 , 2014

    บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) นำโดย นายเอกชัย ภัคดุรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานกิจการองค์กร (แถวหลัง ที่ 4 จากขวา) ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ นิทรรศการอวกาศระดับโลก “นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์” ร่วมกับ โรงเรียนเศรษฐเสถียร ในพระราชูปถัมภ์ (โรงเรียนสอนผู้บกพร่องทางการได้ยิน) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ “ไทยคม-นาซา ไกด์อาสาพาท่องอวกาศ” กับภารกิจพิชิตอวกาศ เพื่อบริการให้ความรู้ด้านอวกาศ ลดข้อจำกัดด้านการสื่อสาร รวมถึงเปิดโอกาสให้แก่น้องๆ ผู้ด้อยโอกาสจากทั่วประเทศ ได้ท่องอวกาศไปในนิทรรศการ “นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์” (NASA – A HUMAN ADVENTURE) โดยพิธีแถลงข่าวดังกล่าว จัดขึ้น ณ ห้องประชุมชั้น 2 โรงเรียนเศรษฐเสถียรฯ

    การเข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ในนิทรรศการอวกาศระดับโลก “นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์” เป็นไปตามเจตนารมณ์ของไทยคม ในการสนับสนุนการศึกษา และเข้าถึงการสื่อสารอย่างเท่าเทียม รวมถึงการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างองค์กรและสังคม เพื่อสร้างให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติ

    นิทรรศการอวกาศ “นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์” (NASA-A HUMAN ADVENTURE) นิทรรศการแห่งแรงบันดาลใจ เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้สัมผัสกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศ จะมีการจัดแสดงขึ้น ณ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ (Bangkok Convention Center) ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2557 ถึง 1 กุมภาพันธ์ 2558

School Move

  • Sep 10 , 2014

    เปิดตัวไปแล้วสำหรับหลักสูตร Non Degree Program คุณภาพคับแก้วจาก วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล กับหลักสูตรชื่อเก๋ๆ ว่า iLead ซึ่งเป็นหลักสูตรน้องใหม่ของวิทยาลัยฯ ภายใต้ slogan “From Rising Star to Change Agent”

    ในงานแถลงข่าว ผศ.ดร.วิชิตา รักธรรม รองคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ได้กล่าวแนะนำที่มาของการเปิดหลักสูตรนี้ว่า

    “ที่ผ่านมา ปัญหาที่สะท้อนจากกลุ่มผู้เรียนที่เป็นผู้บริหารในระดับสูง คือ หลายองค์กรยังขาดแคลนคนทำงานที่จะนำแนวคิดและไอเดียดีๆ นั้นลงไปปฏิบัติจนเกิดผลสำเร็จ CMMU ในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษาด้าน Management จึงได้เปิดหลักสูตร iLead ซึ่งเป็นหลักสูตร Mini Master of Management ขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้กลยุทธ์ขององค์กรประสบความสำเร็จ ด้วยการพัฒนาศักยภาพผู้บริหารระดับกลาง (Middle Management) ให้มีความพร้อมที่จะสานต่อนโยบายจากผู้บริหารระดับสูงและลงมือทำให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป”

    บรรยากาศในงาน แม้จะเป็นงานเล็กๆ แต่มีผู้สนใจเข้าร่วมฟังไม่น้อย ใครสนใจอยากเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรดีๆ นี้ ลองติดต่อไปขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยที่ CMMU โทร 0-2206-2000 ต่อ 4202 ในวันและเวลาราชการ

  • Sep 10 , 2014

    เวียนมาบรรจบอีกครั้งแล้ว สำหรับพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติของแวดวงนักวิจัยไทย ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ซึ่งในปีนี้มีนักวิจัยผู้มีผลงานยอดเยี่ยมทั้งเชิงวิจัยและพัฒนา เชิงวิชาการ และเชิงพัฒนาท้องถิ่นและพื้นที่เข้ารับโล่เกียรติยศ รวม 16 รางวัล

    ศ.นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ ประธานกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัยและประธานในพิธี ได้กล่าวถึงจุดประสงค์ของงานว่า 

    “พิธีมอบโล่เกียรติยศนี้จัดขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและให้กำลังใจแก่นักวิจัยเจ้าของผลงาน อีกทั้งเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคมสู่สาธารณะ โดยมุ่งหวังให้มีการขยายผลหรือต่อยอดการใช้ประโยชน์ทั้งในด้านสาธารณะ งานวิชาการ นโยบาย พาณิชย์ และสร้างความเข้มแข็งของชุมชนพื้นที่ รวมถึงกระตุ้นให้สังคมตระหนักและมองเห็นความสำคัญตลอดจนประโยชน์ของงานวิจัย”

    ไม่เพียงเท่านั้น ศ.นพ.ไกรสิทธิ์ ยังเผยข้อมูลให้ร่วมยินดีด้วยว่า ที่ผ่านมา สกว. ประสบความสำเร็จในการยกระดับความเข้มแข็งของงานวิจัย โดยมุ่งสร้างความรู้ที่ไม่จำกัดเพียงด้านวิชาการ หากรวมถึงทุกภาคส่วนต่างๆ ของสังคมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งของคน ชุมชน และพื้นที่ ซึ่งเป็นรากฐานการผลิตของสังคมอย่างเกษตรกรและประชาชนธรรมดา รวมถึงการสร้างทางเลือกเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาของประเทศและการพัฒนานวัตกรรมในการผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์อีกด้วย

  • Sep 10 , 2014

    ขอปรบมือให้ดังๆ กับฝีมือของนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีงานประดิษฐ์สร้างสรรค์ คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ที่สร้างชื่อให้สถาบันอีกครั้ง ด้วยการกวาดเหรียญรางวัลมาครองได้ในหลายสาขาของการแข่งขัน “THE PATTAYA HOSPITALITY ART COMPETITION’ 14” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน  “PATTAYA FOOD & HOTELIERS EXPO’ 14” ครั้งที่ 8 โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาสุดยอดผู้สร้างสรรค์ศิลปะในธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยว

    เริ่มตั้งแต่ รางวัลชนะเลิศ WINNER เหรียญเงิน FLORISTS COMPETITION BRIDAL BOUQUET โดย กำจร เริงสมุทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 แล้วมาต่อกันที่รางวัล เหรียญเงิน FLORISTS COMPETITION BRIDAL BOUQUET โดย ณัฐพงษ์ นาเครือ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 กระทั่งมาปิดท้ายที่รางวัลชมเชย เหรียญทองแดง FLORISTS COMPETITION ประเภททีม และรางวัลชมเชย เหรียญทองแดง FREESTYLE FRUIT AND VEGETABLE CARVING SHOWPIECE

  • Sep 10 , 2014

    เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลุ่มไมซ์ จัดว่าเป็นกลุ่มตลาดการท่องเที่ยวที่มีลักษณะพิเศษ ที่ผสมผสานการเดินทางเพื่อธุรกิจและการพักผ่อนเข้าด้วยกัน และรูปแบบการเดินทางประเภทนี้เองที่สร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในแง่ของการสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศนั้น จุดนี้เองที่ทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนต้องให้ความใส่ใจในการพัฒนารูปแบบของสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

    ด้วยเหตุนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีดำริในการพัฒนาคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับ 2 ตำแหน่งหลัก ได้แก่ ผู้ประสานงานไมซ์ ซึ่งมีหน้าที่เป็นทั้งพนักงานขายและพนักงานฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และผู้วางแผนปฏิติการไมซ์ เพื่อใช้คู่มือนี้เป็นเครื่องมือในการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ผ่านการยกระดับทุนมนุษย์ให้ทัดเทียมกับประเทศจุดหมายปลายทางไมซ์ชั้นนำได้ในที่สุด

    และในการพัฒนาคู่มือไมซ์นี้ สมาคมวิชาชีพไมซ์ในประเทศไทยได้จัดหาสถาบันอุดมศึกษามาร่วมพัฒนาคู่มือเล่มนี้ให้มีมาตรฐานอย่างยั่งยืน ซึ่งมหาวิทยาลัยรังสิตได้รับเลือกให้มารับภารกิจสำคัญนี้ โดยในงานแถลงข่าวและงานอบรมการใช้คู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงานไมซ์ไทยที่จัดไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดร.อภิรมณ อุไรรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิตและ เสรี วังส์ไพจิตร คณบดีวิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เข้าร่วมพูดคุยถึงการจัดทำคู่มือมาตรฐานการปฏิติงาน และย้ำถึงพันธกิจที่มหาวิทยาลัยรังสิตให้ความสำคัญไม่น้อยกว่าการพัฒนาด้านการเรียนการสอนด้านการท่องเที่ยวและบริการของมหาวิทยาลัย นั่นคือ การเป็นแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ การค้นคว้าวิจัย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการ
    ท่องเที่ยวไทย

  • Sep 10 , 2014

    ไอบีเอ็มจับมือ 9 มหาวิทยาลัยชั้นนำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยรังสิต และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วางโรดแมปสร้างความเป็นเลิศด้าน Business Analytics เสริมความแข็งแกร่งภาคการศึกษาไทย พร้อมผนึกกำลังสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (ทีเอ็มเอ) ต่อยอดขีดความสามารถภาคธุรกิจไทย ยกระดับความสามารถการแข่งขันของไทยในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ความร่วมมือครั้งนี้สื่อได้เป็นอย่างดีถึงอีกหนึ่งพันธกิจที่ไอบีเอ็มให้ความสำคัญ กับการร่วมวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้ระบบการศึกษาไทย โดยภายใต้ความร่วมมือนี้ ผู้เชี่ยวชาญของไอบีเอ็มจะถ่ายทอดทักษะความรู้ด้านการวิเคราะห์ให้แก่อาจารย์ผู้สอน พร้อมนำองค์ความรู้จากไอบีเอ็มเข้าร่วมพัฒนาวิชาในสาขาที่เกี่ยวข้อง 36 รายวิชา ซึ่งจะเผยแพร่ไปทางคณะที่สอนในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยทั้ง 9 แห่ง นักศึกษาและอาจารย์จะได้รับประโยชน์จากทั้งศูนย์บ่มเพาะความเป็นเลิศ หลักสูตรการเรียนการสอน การอบรม การสอบรับประกาศนียบัตร และการฝึกงานในสิ่งแวดล้อมจริงทางธุรกิจ ทั้งยังสามารถใช้ซอฟต์แวร์และคลาวด์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คาดว่าปีนี้จะมีนักศึกษากว่า 5,000 คน ที่ได้เรียนรู้ทักษะที่จะมีประโยชน์สำหรับอนาคตเหล่านี้ 

    ขณะเดียวกัน ไอบีเอ็มและทีเอ็มเอจะร่วมกันเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงบัณฑิตจบใหม่ที่มีความรู้ความสามารถเข้ากับองค์กรธุรกิจ พร้อมช่วยให้ภาคธุรกิจเข้าใจและใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ที่สามารถเพิ่มประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้ 

    พรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงความร่วมมือดีๆ ในครั้งนี้ว่า

    “ปัจจุบัน เทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและอนาไลติกส์ทวีความสำคัญมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจมากมาย โดยเฉพาะการส่งผลให้เกิดความต้องการบุคลากรด้านไอทีและธุรกิจที่มีศักยภาพสูงขึ้น  ที่ผ่านมาไอบีเอ็มได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาและองค์กรธุรกิจไทยในการเสริมสร้างศักยภาพทางการแข่งขันที่แข็งแกร่ง โดยความร่วมมือในวันนี้ระหว่างมหาวิทยาลัยทั้ง 9 แห่ง ทีเอ็มเอ และไอบีเอ็ม จะเป็นก้าวย่างสำคัญของประเทศในการยกระดับความร่วมมือเพื่อพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่และองค์กรธุรกิจไทยพร้อมแข่งขันทั้งในเวทีระดับชาติและนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีอย่างเป็นทางการในปี 2558 นี้”

School Idea

  • Sep 09 , 2014

    สืบเนื่องจากบทความที่เคยนำเสนอไปในฉบับก่อนหน้านี้ ในเรื่องข้อแนะนำเกี่ยวกับทางเลือกกรณีที่มีตำแหน่งระดับหัวหน้างานขึ้นไปจนถึงระดับบริหารขององค์กรว่างลง องค์กรจำเป็นต้องมองหาคนในองค์กรที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาทำงานในตำแหน่งที่ว่าง ดังนั้นองค์กรควรจะตัดสินใจอย่างไรระหว่าง “พัฒนาคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้นก่อนที่จะโปรโมท หรือ เลือกที่จะโปรโมทพนักงานคนนั้นไปก่อนแล้วจึงค่อยพัฒนาเสริมเขี้ยวเล็บให้แข็งแกร่งเหมาะกับตำแหน่งทีหลัง”

  • Aug 20 , 2014

    การลาออกของพนักงานตำแหน่งใหญ่ย่อมสร้างปัญหาให้กับบริษัทเป็นอย่างมาก เพราะบ่อยครั้งที่บริษัทไม่ได้มีการเตรียมคนที่พร้อมสำหรับทดแทนในตำแหน่งหน้าที่นั้น

  • Aug 08 , 2014

    เหตุการณ์ภัยแล้งที่มาแบบไม่ธรรมดา มาไม่ตรงตามฤดูกาล มีความผิดแผกแตกต่างจากภัยแล้งในช่วงปรกติที่ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน แต่ภัยแล้งที่จะพูดถึงนี้คือ "ปรากฏการณ์เอลนีโญ" ซึ่งจะเกิดขึ้นในห้วงช่วงเดือนสิงหาคม กันยายน หรือบางทีก็ยาวนานไปถึงเดือนตุลาคม เหมือนในปี 2547-2548 ที่ก่อนจะเจอภัยแล้งเอลนีโญ ก็จะมีพายุฝนถล่มในหลายพื้นที่ก่อน โดยเฉพาะทางภาคเหนือและอีสาน ช่างเหมือนปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้มาก จนน่ากลัว เพราะปรากฏการณ์เอลณิโญจะเกิดขึ้นทุก 4-5 ปี ซึ่งเมื่อปี 2547 นั้น ก็ได้รับผลกระทบในช่วงย่างเข้าเดือนตุลาคม พอดี

    จากภาวะปรกติ ลมสินค้าตะวันออก (Eastery trade winds) จะพัดจากประเทศเปรู (ชายฝั่งทวีปอเมริกาใต้) ไปทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก แล้วยกตัวขึ้นบริเวณเหนือประเทศอินโดนีเซีย ทำให้มีฝนตกมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางทวีปออสเตรเลียตอนเหนือ ทำให้ป่าไม้ทุ่งหญ้า พืชไร่ไม้ผลมีความอุดมสมบูรณ์ จนกล่าวขานกันว่าดินแดนทางใต้ของเรานั้นมีฝนแปดแดดสี่ และเมื่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป ลมพัดหวนย้อนกลับกระแสน้ำอุ่นค่อยๆถูกพัดพาคืนย้อนไปทางฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ไปกดทับกระแสน้ำเย็นที่เคยลอยตัวขึ้นพัดพาเอาแร่ธาตุอาหารที่ส่วนใหญ่เป็นตะกอนแร่ธาตุ เถ้าภูเขาไฟใต้ท้องทะเล ลอยขึ้นมาสู่ปากอ่าวของชิลี และเปรู ทำให้มีแพลงก์ตอนพืช และสัตว์  ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของสิ่งมีชีวิตต่างๆทั้งกุ้ง หอย ปู ปลาและนกชนิดต่างๆ ก่อให้เกิดรายได้ส่งออก ปลาไส้ตัน ปลากระตัก ปลาชิงชัง อย่างมหาศาลให้แก่ประเทศชิลี และเปรู

    ปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ แต่ยังก่อให้เกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียตอนเหนือ เพราะปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้กระแสลมสินค้าตะวันออกอ่อนกำลังลง กระแสลมพื้นผิวเปลี่ยนทิศทาง พัดจากประเทศอินโดนีเซีย และออสเตรเลียตอนเหนือไปทางตะวันออก แล้วยกตัวขึ้นเหนือชายฝั่งทวีปอเมริกาใต้ ก่อให้เกิดฝนตกหนักและแผ่นดินถล่มในประเทศเปรูและเอกวาดอร์ กระแสลมพัดกระแสน้ำอุ่นบนพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกไปกองรวมกันบริเวณชายฝั่งประเทศเปรู ทำให้กระแสน้ำอุ่นใต้มหาสมุทรไม่สามารถลอยตัวขึ้นมาได้ ส่งผลกระทบให้บริเวณชายฝั่งขาดธาตุอาหารสำหรับปลาและนกทะเล ชาวประมงจึงขาดรายได้

     

     

     

    ผลกระทบจากปรากฏการณ์ เอลนีโญ ทำให้ความอุดมสมบูรณ์จากทั้งสองฝั่งของมหาสมุทรแปซิฟิกหายไป พืชและสัตว์ล้มตายจากการขาดแหล่งอาหารและทุ่งหญ้าในการดำรงชีพ ส่งผลให้เกิดไฟป่าและควันไฟ จากเหตุการณ์ในปี 2541 ควันไฟป่าจากอินโดนีเซีย ลุกลามมาถึงภาคใต้ของไทย จนเกิดความเสียหายต่อพืชผลทางเกษตร เช่น ปาล์ม ยางพารา และผลไม้อย่าง เงาะ ลองกอง ทุเรียน จากความเครียดของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลั่งสารเอทธิลีนออกมา ทำให้ต้นโทรม ผลสุกและแก่เร็วขึ้น

    ในประเทศไทย ความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ขึ้นอยู่กับความหนักเบาในแต่ละปี ซึ่งเหตุการณ์ เอลนีโญ ในอดีตที่รุนแรงที่สุด คือในช่วงปี 2540-2542 และในปีนี้องค์การนาซ่าได้คาดการณ์ว่าจะรุนแรงพอๆกัน หรืออาจมากกว่า  เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนที่สำรองต่ำกว่าเกณฑ์มากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ สำหรับในช่วงนี้ขอให้ฝนตกเหนือเขื่อนทุกเขื่อนในประเทศไทยให้มากๆ เพื่อที่พี่น้องเกษตรกรจะได้ไม่เดือดร้อนจากปัญหาภัยแล้ง หรือไม่ก็ต้องเตรียมรับมือกับวิกฤติภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นหลังจากหมดหน้าฝน หรือ เตรียมรับมือด้วยการทำสระน้ำประจำไร่นา ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งจะสามารถช่วยให้เกษตรกรทั่วประเทศ มีแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรได้อย่างไม่ขาดแคลน โดยเฉพาะการขุดสระน้ำถือว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสำรวจอุดรอยรั่วซึมของน้ำ เพื่อการเก็บกักน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ หรือใช้สารอุดบ่อ อุดสระ ร่วมกับ เบนโธไนท์ หรือ สเม็คไทต์ ในการแก้ปัญหาเพื่อป้องกันการรั่วซึม รวมถึงการใช้สารอุ้มน้ำ โพลิเมอร์ มาประยุกต์ใช้ในการปลูกพืชผัก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นจากปรากฏการณ์นี้

Green

  • Jul 17 , 2014

    การที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีราคาแพงและค่อนข้างผันผวน และประเทศไทยต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กลุ่มมิตรผล ซึ่งมีแนวคิดในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลคือชานอ้อย มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ล่าสุดผุดโปรเจ็กต์ใหม่ ใช้ “พลังงานจากแสงอาทิตย์” แหล่งพลังงานสะอาดที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย โดยเปิดตัว โครงการโซลาร์รูฟท็อป แห่งแรก ณ โรงไฟฟ้ามิตรผล ภูเขียว

  • Jan 15 , 2014

    “พลังงาน” เป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งภายใต้กรอบแนวคิดการบริหารเรื่อง “การพัฒนาสู่ความยั่งยืน” (sustainable development)

Cool Life Style

  • Sep 10 , 2014

    จะดีสักแค่ไหนถ้านวัตกรรมทำให้เรามี “ตัวเรา” หรือ “ครอบครัวของเรา”ที่ถูกโคลนออกมาได้ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม เป็นโมเดลตัวเล็กๆ ตั้งโชว์ในบ้าน แทนที่รูปถ่ายเรียบแบนที่อยู่ในกรอบ

    Twinkind เป็นแบรนด์ธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนี ก่อตั้งโดย Timo Schaedel ภายใต้คำนิยามที่ว่า “The world´s finest 3D photo figurines” หมายถึง หุ่นภาพ 3 มิติที่ดีที่สุดในโลก 

    สินค้าและบริการของ Twinkind คือ การถ่ายภาพรูปร่างของคน สัตว์ ผ่านนวัตกรรม 3D Printing คือการพิมพ์แบบ 3 มิติ แบบเก็บรายละเอียดทั้งสีและพื้นผิวสัมผัส แล้วย่อสัดส่วนทำออกมาเป็นโมเดลตั้งโชว์ได้ 9 ขนาด ตั้งแต่สเกล 1:24 - 1:5 ขึ้นอยู่กับความสูงของคนคนนั้นและสเกลที่ต้องการ เช่น หุ่นภาพของผู้ใหญ่จะอยู่ที่ขนาด 10 - 35 เซนติเมตร ส่วนราคาก็จะต่างกันไปตามขนาดที่ใหญ่ขึ้น 

    ลูกค้าที่จะใช้บริการต้องเริ่มจากการจองคิวก่อนไปที่สตูดิโอในเยอรมนี เมื่อไปถึงสตูดิโอ ก็จะมีกล้องหลายตัวคอยจับภาพและสแกนหมดตัวในชั่วพริบตาเดียว (in the blink of an eye) จากนั้นเข้าสู่การวิเคราะห์ขนาดรูปร่าง แล้วนำภาพสแกนที่ได้ไปใช้กับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ยิงเลเซอร์ขึ้นรูปผงหินทรายเป็นหุ่น 3 มิติ เสร็จแล้วจัดส่งเป็นพัสดุถึงบ้านภายใน 2-5 สัปดาห์ หรือไปรับที่สตูดิโอ หรือฝากส่งเป็นของขวัญให้ใครก็ได้ 

     

     

    Twinkind Team said “The idea came when he learned about the possibilities of 3D color printing in the end of 2012 and looked for a new project in between two of his TV commercial director projects. Soon was clear, that he wanted to introduce real time 3D scanning to the world of 3D printing.” 

    ทีมงานของ Twinkind บอกเราว่า ไอเดียของหุ่นภาพนี้มาจากการที่ Timo เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ทำได้ของเทคโนโลยีงานพิมพ์สี 3 มิติ ในช่วงปลายปี 2012 และได้มองหาโปรเจ็คต์ใหม่ในขณะที่กำกับรายการทีวีเพื่อการค้า 2 โปรเจ็คต์ ไม่นานนักก็คิดออก เขาต้องการทำสิ่งใหม่ที่สแกนแบบ 3 มิติออกมาได้แบบเรียลไทม์ แล้วนำเสนอสู่โลกของงานพิมพ์ 3 มิติ

    ด้านกลุ่มเป้าหมายของหุ่นภาพ 3 มิติ ทีมงานบอกว่า เป็นใครก็ได้ ที่ชื่นชอบโมเมนต์ในช่วงเวลานั้นๆ และอยากจะเก็บไว้เป็นความทรงจำ

    “The target group is basically anybody. People love to freeze a moment of time for a memory.”

    ธุรกิจหุ่นภาพ 3 มิตินี้ได้รับความสนใจจากคนจำนวนมากและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เพราะโมเดลที่ได้สวยงามและเสมือนจริง ทำให้มีลูกค้าจากทั่วโลกไปใช้บริการที่สตูดิโอในเยอรมนีไม่ขาดสาย 

    เป็นไอเดีย “แฝดเราในร่างจิ๋ว” ที่โดนใจในระดับสากล