TBANK ควบ SCIB “เราจะโต”

 alt

 

หากใครที่เคยดูหนัง Gung Ho (1986) ของผู้กำกับ รอน โฮเวิร์ด นำแสดงโดย ไมเคิล คีตัน คงจะได้เห็นความแตกต่างของ 2 วัฒนธรรมการทำงานที่อยู่คนละซีกโลก ระหว่าง “ตะวันออก” และ “ตะวันตก” ที่ต้องอาศัยความพยายามยิ่งยวด ในการจูนคลื่นเข้าหากัน

 

 

หนังเรื่องนี้ พูดถึงบริษัทแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นที่ดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลไป take over บริษัทผลิตรถยนต์ของอเมริกา ซึ่งในห้วงเวลานั้นกำลังเจอพิษวิกฤตทางเศรษฐกิจอย่างแรง จนทำให้โรงงานผลิตรถยนต์หลายแห่งต้องปิดฉากลง ผู้คนตกงานเดือดร้อนกันทั่ว Gung Ho ทำให้เราเห็นว่า ระเบียบ กฎเกณฑ์การทำงาน และสไตล์การบริหารคนของญี่ปุ่นกับอเมริกันนั้น ช่างแตกต่างกันมากมาย การทำงานที่ไม่ยอมปรับตัวเองเข้าหากัน นำมาซึ่งความแตกแยกย่ำแย่มากขึ้น ซึ่งกว่าทั้ง 2 จะปรับเข้าหากันได้ก็เล่นเอาแทบแย่เหมือนกัน

 

นั่นคือภาพสะท้อนในโลกความเป็นจริง ที่ไม่อาจเลี่ยงได้ของการควบรวมกิจการ และความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร ที่เป็นหัวใจนำพาให้บริษัท “รุ่ง” หรือ “ร่วง” ได้ภายหลังการควบรวมกิจการ

 

ต้องยอมรับอีกเช่นกันว่าไม่มีเส้นทางไหนอีกแล้วที่จะทำให้ธุรกิจโตพรวดพราดได้เท่ากับการควบรวมกิจการ และไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือไม่ดีอะไรในการควบรวมกิจการ เพราะบางองค์กร ควบเพื่อรอด ควบแล้วโต แม้จะเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม 

 

ถ้าจะว่าไปกลยุทธ์การซื้อขายกิจการถือกันว่าสหรัฐอเมริกาเป็นต้นแบบ ก่อนจะขยายลามไปยังส่วนต่างๆ ของโลก สำหรับในบ้านเราการควบรวมกิจการในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกิดขึ้นครั้งแรกปี 2533 โดยบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ 
ธนสยาม จำกัด เข้าซื้อหุ้น บริษัท สามชัยอิเลคโทรนิคส์ จำกัด ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ จนครอบครองหุ้นกว่า 10% แต่ถ้าพูดถึงสถาบันการเงิน ขอยกตัวอย่าง การควบรวมที่ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เป็นแกนนำ ในการควบรวมกับธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) และบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งภายหลังการรวมตัวกันเป็นผลให้ธนาคารทหารไทยกลายเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ด้วยมูลค่าของสินทรัพย์กว่า 7 แสนล้านบาท เมื่อปี 2547 นอกจากนี้ ยังมีการรวมและโอนกิจการระหว่างธนาคารยูโอบีรัตนสิน จำกัด (มหาชน) และธนาคารเอเชีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารยูโอบี สิงคโปร์ ได้เข้าซื้อหุ้นของธนาคารรัตนสิน และซื้อหุ้นของธนาคารเอเชีย จาก ABN Amro

 

และล่าสุดการควบรวมของ ธนาคารธนชาต ที่ใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 6.8 หมื่นล้านบาท เข้าซื้อ ธนาคารนครหลวงไทย จากกองทุนฟื้นฟู ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นคู่ที่เหมาะสมกันดีในเชิงธุรกิจ เพราะแต่ละฝ่ายมีความชำนาญที่ต่างกันออกไป

 

ว่ากันถึงอายุอานาม ธนาคารนครหลวงไทย ผ่านร้อนผ่านหนาว มานานถึง 69 ปี ซึ่งถ้ายังจำกันได้ ธนาคารแห่งนี้ล้มลุกคลุกคลานมาจนจะปิดแบงก์ก็หลายครั้ง มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 4.2 แสนล้านบาท ถือเป็นแบงก์ขนาดกลาง มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 7

 

ขณะที่ทางด้านธนาคารธนชาต แม้อายุจะยังเยาว์เพียงแค่ 8 ปี และมาจากการรวมกันของสถาบันการเงิน 5 แห่ง มีขนาดสินทรัพย์ประมาณ 3.8 แสนล้านบาท แต่ถือว่าเป็นแบงก์ขนาดเล็กที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนต้องจับตามอง

 

และเมื่อทั้ง 2 แบงก์รวมกันจะทำให้ขนาดสินทรัพย์เพิ่มขึ้นมาเป็น 8 แสนล้านบาท โตพุ่งขึ้นเป็นอันดับที่ 5 ของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย กลายเป็นแบงก์ใหญ่ที่น่ากลัวไม่เบา แต่จะน่ากลัวแค่ไหน ต้องดูส่วนผสมอย่างละเอียดของแต่ละแบงก์ ว่าจะเข้ากันได้ดีเพียงใด

 

 

ต่างคนต่างเก่ง

 

หากจะพูดถึงแรงจูงใจที่นำไปสู่การควบรวมกิจการแล้ว มีตั้งแต่การรวมเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Synergies) บ้างก็ว่าเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน และเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่องค์กรในอนาคต

 

แต่ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุใด การควบรวมกิจการที่ประสบความสำเร็จ ต้องไม่พลาดที่จะดูความสอดคล้องต้องกันในทางธุรกิจด้วย

 

ย้อนปูมไปเมื่อก่อตั้งธนาคารธนชาตเมื่อปี 2547 นั้น ธนชาตเป็นธนาคารขนาดเล็กที่เพิ่งแจ้งเกิด ทำให้ธนาคารธนชาตเลือกที่จะปักธงไปที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

 

“คือ เราคิดว่าจะโตอย่างไร ขณะนั้นคิดว่าต้องสร้าง niche market เราก็ไปทางสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แล้วเราก็ทำได้ดีโตไปได้” สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวเช่นนั้นกับ MBA

 

แล้วกลยุทธ์นี้ก็ประสบความสำเร็จ ดูได้จากตัวเลขการเติบโตของมาร์เก็ตแชร์ 25% เรียกว่า เป็นธนาคารขนาดเล็กที่มาแรงทีเดียว แต่เมื่อมาถึงนาทีนี้ ต้องยอมรับโอกาสเติบโตในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เช่นนั้นดูจะเริ่มตีบตันไปเสียแล้ว

 

alt

 

ขณะที่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2484 ในชื่อ “ธนาคารนครหลวงแห่งประเทศไทย” ภายหลังได้มีการควบรวมกับธนาคารศรีนครในปี 2545 ปัจจุบันธนาคารมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 47.58%

 

ทั้งนี้ ถ้าดูพอร์ตสินเชื่อของทั้ง 2 ธนาคาร จะเห็นว่า ส่วนใหญ่สินเชื่อของธนาคารธนชาตจะเป็นรายย่อย โดยมีสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นสัดส่วนถึง 95% ที่เหลือเป็นสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบัตรเครดิตเพียงนิดหน่อย ส่วนธนาคารนครหลวงไทย โดยส่วนมากเป็นสินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อเอสเอ็มอี สินเชื่อบ้าน ฉะนั้น ภาพในเชิงธุรกิจของทั้ง 2 ธนาคาร จึงแทบจะไม่ซ้ำซ้อนกันเลย แถมโครงสร้างธุรกิจยังเสริมซึ่งกันและกันอีกด้วย

 

“ถ้ารวมกันแล้วประมาณ 50% เป็นสินเชื่อบุคคล คือรถ บ้าน บัตรเครดิต อีก 50% เป็นสินเชื่อธุรกิจ และเอสเอ็มอี ทำให้ balance กันดี สินเชื่อธุรกิจ เวลาปล่อยๆ ก้อนใหญ่ แต่ดอกเบี้ยไม่ได้ แต่สินเชื่อบุคคลดอกเบี้ยดี ความเสี่ยงกระจาย หลักการใหญ่ๆ เป็นฐานที่ทำให้เราสู้กับคู่แข่งได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันมีฐานะลูกค้าที่ใหญ่ขึ้น เพราะไม่ใช่เงินกู้เงินผ่อนอย่างเดียว แต่มีอย่างอื่นด้วยอย่างประกันชีวิต”

 

นอกจากนี้ การควบรวมยังทำให้โครงสร้างธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้นในเชิงรายได้ เพราะสินเชื่อรถยนต์ จะเป็นการคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ ส่วนสินเชื่อธุรกิจจะเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ฉะนั้น จึงเป็นข้อดีอีกประการหนึ่งในแง่เวลาที่ดอกเบี้ยมีความผันผวน

 

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่มีข่าวการซื้อธนาคารนครหลวงไทย ก็มีคำถามตามมาว่า “ซื้อนครหลวงไป แล้วทำ corporate loan เป็นหรือ?”

 

“ต้องบอกว่าจริงๆ ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เราทำสินเชื่อ corporate มา เราซื้อหนี้ ปรส. เราเอาบริษัทใหญ่ๆ เข้าตลาดหลักทรัพย์ เราช่วยระดมทุนธนาคารใหญ่ๆ เป็นหมื่นๆ ล้าน เราก็ทำมาหมดแล้ว เพียงแต่ว่าตอนต้มยำกุ้งมา เราตั้งต้นใหม่ เราจำเป็นต้อง niche market ขึ้น ฉะนั้นเราทำเป็น ไม่มีปัญหา”

 

ทั้งหมดนี้ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ธนาคารธนชาตสนใจธนาคารนครหลวงไทย โดยใช้เวลาศึกษานานร่วม 2 ปีก่อนตัดสินใจเข้าซื้อ

 

“ดูต่อเนื่องกันมา 2 ปี ศึกษาและรอจนกระทั่งกองทุนฟื้นฟูประกาศขาย อันนี้เราพิจารณาร่วมกับโนวาสโกเทีย หุ้นส่วนด้วย 
ก็เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นประโยชน์ในการขยาย แล้วเราใหญ่ขึ้น บริการการเงินครบถ้วนขึ้น เป็นประโยชน์กับลูกค้า ความที่เราใหญ่ขึ้นทำให้สามารถพัฒนาเงินทุนในระบบดีขึ้น”

 

ไม่เพียงแค่นั้น สมเจตน์ ยังบอก
อีกด้วยว่า จริงๆ แล้ว ดีทั้งในเชิงธุรกิจของ
ธนชาต และยังเป็นการสนองตอบนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยในการสนับสนุนการควบรวมกิจการภายในประเทศเพื่อให้มีขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้สถาบันการเงินสามารถลงทุนได้ดีขึ้น มี economy of scale ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ ที่สำคัญ คือการนำไปสู่ความมั่นคง

 

สำหรับสาขา ซึ่งเป็นเสมือนแขนขาในการทำธุรกิจนั้น ดูเหมือนว่าธนาคารธนชาต จะใช้เวลาอันรวดเร็วในการสร้างสาขาถึง 200 กว่าสาขา ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทยมี 400 กว่าสาขา ทันทีที่การควบรวมกิจการเสร็จสิ้นประมาณปี 2554 จะมีสาขารวม 687 แห่ง และตู้เอทีเอ็มอีก 2,101 เครื่อง

 

“อย่างสาขาแม้จะซ้อนกันบ้างก็รวม แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะหยุดโต เราก็จะโตอีก ดังนั้น สาขายังจำเป็น”

 

สมเจตน์ เชื่อมั่นว่า ในที่สุดจะนำไปสู่การทำให้ลูกค้าเห็นว่าธนาคารมีความมั่นคง และเมื่อมีความมั่นคงก็จะสามารถระดมเงินฝากมากขึ้นด้วยต้นทุนที่ดีขึ้น “รายการนี้ทั้งสองแห่งไม่มีใครเป็นน้ำเสีย เขาแข็งแรง เราไปดูแล้ว เรียกว่าเอาเก่งสองคนมาร่วมกัน เก่งเล็กสองคนรวมเป็นเก่งใหญ่ โดยมีโนวาสโกเทียสนับสนุนอยู่ มันเป็นการผสมสานระหว่าง local expertise กับ international expertise จากโนวาสโกเทีย” 

 

 

Due Diligence ผ่าน

 

กลยุทธ์ในการเข้าควบรวมกิจการ มักจะพิจารณาหลายด้านประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคิดราคา ไปจนถึงการบริหารจัดการภายหลังการซื้อหรือควบรวมกิจการเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก่อนการตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายคือ การตรวจสอบข้อมูลทางการเงินอย่างละเอียด ซึ่งเรียกว่าการทำ Due Diligence ซึ่งจะทำทั้งในด้านการเงิน ด้านกฎหมาย และด้านการประเมินราคาทรัพย์สินที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการกำหนดราคานั้นมีความสมเหตุสมผลตามความเป็นจริง

 

หลายครั้งที่เมื่อทำ Due Diligence แล้วทำให้โครงการควบรวมต้องล้มเลิกไป อันเนื่องมาจากการตรวจพบว่า มีบางอย่างซุกซ่อนอยู่

 

“ตอนทำ Due Diligence ทางธนาคารธนชาตประเมิน 2 ด้านหลัก คือ 1. ดูทรัพย์สินปัจจุบันราคาจริงเป็นเท่าไร และ 2. ต่างคนต่างอยู่แบงก์จะเติบโตยังไง แต่ถ้ารวมกันแล้วด้วยเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้น ด้วยทรัพยากรบุคคลที่รวมกัน ด้วยฐานลูกค้าใหญ่ขึ้น ฐานต้นทุนดีขึ้น สามารถคิดค้นนวัตกรรมเอาไปขายเรียกว่า cross sale มูลค่าที่เพิ่ม เราพิจารณาจากพวกนี้ คำนวณตีค่าออกมาเป็นราคา ฉะนั้น ราคา 32.50 บาท/หุ้น ไม่แพง”

 

ดีลนี้ธนาคารธนชาต ต้องทุ่มทุน 68,000 ล้านบาท โดยจ่ายให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟู 1,005 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 47.58% ในราคาหุ้นละ 32.50 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 32,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือรองรับการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์

 

ทั้งนี้ การจะตอบว่า คุ้มหรือไม่คุ้มนั้น คงต้องดูต่อจากนี้ว่า มูลค่าเพิ่มที่ดูกันไว้นั้นจะร่วมกันสร้างให้เป็นจริงหรือไม่?

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือหนี้เน่าที่ซ่อนอยู่ ซึ่งสมเจตน์ กล่าวยอมรับว่า 
เรื่องเอ็นพีแอลยังไม่จบ และตอนทำ Due Diligence พอจะรู้อยู่ ก็ได้มีการหารือกันว่าวิธีที่จะได้ผลเร็วที่สุดที่จะแก้ปัญหานี้คืออะไร

 

“มีหลายทางเลือก ใช้ทีมเก่าทำ หรือทีมเราก็มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ เบื้องต้นหารือกันอยู่ มันจะแยกได้เป็นสองกลุ่ม corporate ก็เป็นรายๆ ไป ส่วนรายย่อยกระจายขนาดไหนก็ต้องดูกันต่อไปอีก แต่ที่แน่ๆ ไม่หนักใจ เรื่องแก้หนี้เสีย สำหรับเราชิวๆ เพราะเราซื้อหนี้มาเยอะแล้ว ซื้อ ปรส. ผมเองเป็นอดีตกรรมการผู้จัดการ บสท. แก้หนี้เสียระดับประเทศมาแล้ว เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก”

 

alt

 

ไร้ปัญหาวัฒนธรรม

 

“หลักการควบรวมกิจการ ต้องดูว่าโมเดลชนกันไหม การสื่อสารเพียงพอที่จะสร้างความเข้าใจหรือไม่ และต้องมีความชัดเจนเรื่องกลยุทธ์ที่จะเดินต่อ” สมเจตน์ อธิบายถึงปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการควบรวมกิจการ

 

ซึ่งโดยปกติการควบรวมกิจการที่ไม่ประสบความสำเร็จภายหลังการควบรวมแล้ว มักจะเกิดจากปัญหา เช่น การประเมินค่าสูงเกินไปสำหรับศักยภาพที่ได้จากการรวมกิจการนั้นๆ และการบริหารการรวมตัวกันหลังจากมีการควบรวมกิจการแล้วทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเรื่องของวัฒนธรรมองค์กร ดังตัวอย่างหนังเรื่อง Gung Ho ที่กล่าวถึงในตอนแรก

 

ว่ากันถึงสไตล์การบริหารงานของธนาคารนครหลวงไทย และธนาคารธนชาต สมเจตน์ ฉายภาพให้เห็นว่า อันที่จริงไม่แตกต่างกันนัก โดยเหตุผลคือ ประการแรกทุกคนเห็นตรงกันว่าจะร่วมกันเพื่อขายสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ประการที่สอง การบริหารงานจะใช้หลักเลือกระบบงาน และผู้บริหารที่มีความสามารถ ประการที่สาม ทั้งคู่เป็นผู้บริหารมืออาชีพอยู่แล้ว

 

ประมวลจากคำพูดของ สมเจตน์ ทำให้เห็นว่า ทุกอย่างน่าจะราบรื่น เพราะ หนึ่ง ความขัดแย้งนั้นน้อยมาก และสอง ความซ้ำซ้อนในเชิงธุรกิจแทบไม่มี

 

“เราคนไทยด้วยกัน เราเข้าใจ คุยกันได้ ธุรกิจเหมือนกันไม่ตีกัน ก็จะมีเล็กๆ น้อยๆ ท่านประธานพูดชัดเจน เราใช้หลักฝีมือ ดูความสามารถ อย่างธนาคารนครหลวงไทยจัดเจนเรื่องสินเชื่อบ้าน คุณทำเลย เราจะเป็นฝ่ายตาม เพราะเป้าหมายของเราคืออะไรก็ได้ที่ดีกับลูกค้าและผู้ถือหุ้น”

 

ที่สำคัญ ทั้งธนาคารนครหลวงไทยเองเคยผ่านการควบรวมกับธนาคารศรีนครมาก่อนแล้ว ขณะที่ฝั่งธนาคารธนชาตเองก็ผ่านการร่วมกิจการกับโนวาสโกเทียเช่นเดียวกัน

 

 

“ผมว่าไทยกับไทยเนี่ยง่ายกว่าฝรั่งกับไทย เรามีประสบการณ์กับโนวาสโกเทีย ว่าเป็นฝรั่งที่เข้าใจไทย ปัญหาน้อย เขียนไทยได้เขียนไทย เขียนอังฤษได้เขียน เวลาพรีเซ็นต์พูดอังกฤษไม่ได้ ก็พูดไทย เดี๋ยวมีคนแปล เราไม่ให้ภาษาเป็นปัญหาอุปสรรค และที่สำคัญ ประธานกรรมการบันเทิง ตันติวิท พูดชัดเจนว่า ซื้อราคานี้เพราะเราเห็นค่าของทรัพยากรบุคคล แบงก์นครหลวงไทยไม่ได้มีแต่โต๊ะเก้าอี้ ฉะนั้นเรื่องคน อยู่ที่เราสามารถสร้างโอกาสให้เขาได้ใช้ความเชี่ยวชาญสร้างโพรดักท์ใหม่ๆ ให้ลูกค้าหรือเปล่า”

 

อาจกล่าวได้ว่า ธนาคารนครหลวงไทย ถือว่ามีประสบการณ์ด้านธนาคารพาณิชย์มายาวนาน ดังนั้น ทรัพยากรบุคคลของแบงก์ย่อมมีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญ การได้รวมกันจึงเป็นการประสานความเชี่ยวชาญของคน 2 กลุ่มซึ่งมีความเชี่ยวชาญคนละด้าน

 

ทั้งนี้ โดยภาพรวมในขั้นตอนต่อไปนั้น ก็คือการทำคำเสนอซื้อหุ้นคืน (tender offer) จากนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ โดยธนาคารธนชาตจะเสนอรับซื้อหุ้นในราคาเดียวกับที่ซื้อจากกองทุนเพื่อการฟื้นฟู ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคมนี้

 

จากนั้น โดยภาพใหญ่จะดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ 2 ธนาคารไปอีกระยะหนึ่งจนกระทั่งทำแผนควบรวมแล้วได้รับอนุมัติจากแบงก์ชาติ คาดว่าต้นปี 2554 ก็จะเกิดการควบรวมจริงเหลือหนึ่งธนาคาร

 

โดยขณะนี้ผู้บริหารสองแห่งอยู่ระหว่างการหารือกันเพื่อที่จะเปรียบเทียบ 
โพรดักท์เสนอลูกค้า ระบบงาน ระบบการตลาด ว่าตรงไหนที่เหมือนและต่างกัน แล้วนำไปสู่การวิเคราะห์ร่วมกันเพื่อเสนอผู้บริหารสูงสุดพิจารณาว่าควรจะใช้โพรดักท์แบบใด ใช้ระบบงานแบบไหน และระบบตลาดจะเป็นอย่างไร จากนั้นจะปรับเปลี่ยนทั้ง 2 ธนาคารให้มีระบบที่ว่าเหมือนกัน เพื่อให้สามารถออกไปบริการลูกค้าได้ การวิเคราะห์ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญที่อยู่ในแผนที่จะเสนอขออนุมัติจากแบงก์ชาติ นอกเหนือจากการนำเสนอสภาพคล่องของธนาคาร ความเพียงพอของเงินทุน ความราบรื่นของระบบ เพื่อมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับบริการต่อเนื่อง

 

และเมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ ปี 2554 ธนาคารธนชาตก็พร้อมที่จะทะยานออกไปต่อกรกับแบงก์ยักษ์ต่อไป

 

...........................................................

 

เรื่อง  รัชนี  พันธ์รุ่งจิตติ

ภาพ ฐิติวุฒิ บางขาม
 

MAGAZINE

 

 

 



Biz Move

  • Jul 26 , 2016

     

    เริ่มแล้ว กับงาน Homepro Fair” ครั้งแรกกับงาน ช้อป บิน กิน เที่ยว งานเดียวครบและคุ้ม งานแฟร์เรื่องบ้านที่ทุกคนต้องมา สนุกกันทั้งครอบครัว งานแฟร์เรื่องบ้านครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกที่สามารถตอบโจทย์ทุกเพศทุกวัย ระหว่างวันที่ 22-31 กรกฎาคม 2559 (วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 11.00 - 22.00 น. และวันศุกร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น. โดยเฉพาะวันที่ 29-31 ก.ค. เปิดบริการถึงเวลา  24.00 น.) ฮอลล์ 5-8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยมีเหล่าซุปตาร์ นางเอกแถวหน้าของวงการร่วมออกบูทร้านค้า อาทิพิมมาดาพี่อ้อยแพนเค้ก เขมนิจ, ตู่ ภพธรเบ๊นซ์ ปุณยาพรป๋อ ณัฐวุฒิ, ตุ้ยตุ๋ย และ แอมมี่ กลิ่นประทุม  กับบูธกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย

  • Jul 26 , 2016

             นายวิชา กุลกอบเกียรติ (ซ้ายสุด) ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารและบริหารแบรนด์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางสาวอาทร วนาสันตกุล (ที่ 2 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการสายการเงินและสายบริหาร บริษัท เอ็ม บี เค โฮเต็ล แอนด์ ทัวร์ริซึ่ม ในเครือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป ร่วมกันเปิดตัวโครงการ “Grow Happiness: สร้างชุมชนคูณสุข” มุ่งยกระดับการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล โดยมี นายพินิจ บุญเลิศ (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดโครงการ ณ โรงเรียนบ้านร่าหมาด อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เมื่อเร็วๆ นี้

  • Jul 22 , 2016

             ฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาบุคลิกภาพนักศึกษา โดยมีนักศึกษาน้องใหม่และนักศึกษารุ่นพี่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 500 คน  พร้อมทั้งมีสวัสดิการคอยดูแลทุกคนในค่ายอย่างดีเยี่ยม ณ ฟาวเทนทรี รีสอร์ท อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

              อาจารย์นวรัตน์ ก๋งเม่ง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาบุคลิกภาพนักศึกษาของคณะศิลปศาสตร์ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการหลอมรวมพฤติกรรมของน้องๆ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ให้เป็นครอบครัวเดียวกัน และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง กิจกรรมนี้จะเป็นตัวช่วยหล่อหลอมทุกคนให้เป็นครอบครัวศิลปศาสตร์ เพราะนักศึกษาใหม่และนักศึกษารุ่นพี่ได้มีกิจกรรมร่วมกัน ได้รู้จักกัน สร้างความรัก ความผูกพัน และมีประสบการณ์ร่วมกัน และยังเพื่อเป็นการสืบทอดกิจกรรมสร้างเสริมความกล้าแสดงออกจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง

            ศักดิ์พล อุดมสินประเสริฐ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยถึงความรู้สึกในครั้งนี้ ว่า “กิจกรรมรับน้องสำหรับผม มองว่าเป็นกิจกรรมที่เน้นความสนุกเมื่อจบช่วงเวลาหนึ่งแล้วก็แยกย้ายกันไป แต่ความคิดผมเปลี่ยนเมื่อกลับมาจากค่ายรับน้องเพราะนอกจากความสนุกแล้ว ยังได้ความผูกพันระหว่างเพื่อน พี่ และอาจารย์อีกด้วย เพราะนั่นทำให้ผมมั่นใจได้ว่า อย่างน้อยในวันที่ไม่เหลือใครที่บ้านศิลปศาสตร์หลังนี้ ผมจะยังมีเพื่อน พี่ และอาจารย์อยู่ครับ”

            ด้านศศิรัชญ์ สถิตวรรณรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวเสริมว่า “ตนอยู่ฝ่ายพยาบาล มีหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์น้องๆ และทุกคนในค่าย เพื่อเตรียมพร้อมในการรักษาพยาบาลเบื้องต้นและการแจกจ่ายยา โดยจะมีกล่องยาพกติดตัวตลอด ในกล่องยาก็จะมียาสามัญหลักๆ และมีอุปกรณ์ทำแผลเบื้องต้น กรณีทำกิจกรรมแล้วถูกมดกัด แพ้ฝุ่นละออง เป็นลม หรือหกล้ม ตนและเพื่อนๆ ในฝ่ายพยาบาลจะต้องเตรียมความพร้อม และมีความกระตือรือร้นตลอดเวลา”

 

School Move

  • Jul 25 , 2016

    ภายใต้ไอเดียสุดเจ๋งทำจากไม้แผ่นเดียว สามารถพับเก็บได้ เป็นแผ่นแบนเรียบ ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บและง่ายต่อการขนส่งผลงานชุดเฟอร์นิเจอร์ต้นแบบ สำหรับใช้งานในพื้นที่จำกัด โดยใช้เทคนิคแฟลตแพคในการสร้างสรรค์ผลงานของ นางสาวสุนิษา กิ่งจันกลาง นักศึกษาชั้นปีที่ 4สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์  คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

     

     

    เจ้าของไอเดีย เล่าว่า ในที่พักอาศัย ต้องมีเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลัก เฟอร์นิเจอร์ทั่วๆ ไป มีให้เลือกมากมายจากราคาถูกไปจนถึงแพง แต่รูปแบบอาจไม่ตรงกับความต้องการทั้งหมด ไอเดียใหม่ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยม คือเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ สามารถจัดรูปแบบในการวางได้หลากหลายตามที่ต้องการจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนชอบจัดแต่งห้อง 

    ในการออกแบบและพัฒนาชุดเฟอร์นิเจอร์ สำหรับใช้งานในพื้นที่จำกัดต้นแบบ โดยเทคนิคแฟลตแพคนั้น เป็นการออกแบบที่ผู้ใช้ประกอบได้เอง หรือถอดเก็บได้ ซึ่งมีกรอบบังคับอีกอย่างหนึ่ง คือ ชิ้นส่วนของเฟอร์นิเจอร์ทุกชนิด จะต้องมาจากวัสดุเพียงแผ่นเดียว แล้วดึงออกมาประกอบ นางสาวสุนิษา กิ่งจันกลาง ได้ออกแบบและพัฒนาชุดเฟอร์นิเจอร์ต้นแบบ สำหรับใช้ในพื้นที่จำกัดขึ้นมา จำนวน 1ชุด มี 3 ชิ้นประกอบไปด้วยเก้าอี้ 2 ตัว และโต๊ะ 1 ตัวโดยคำนึงถึงหน้าที่การใช้สอย ความปลอดภัย ความสะดวกสบายในการใช้งาน ความสวยงาม และวัสดุ รวมไปถึงกรรมวิธีการผลิต ซึ่งได้นำระบบของแฟลตแพคมาใช้ในการออกแบบ ใส่ลวดลายความพลิ้วของกิ่งไม้ลงไปบนแผ่นหลังของเก้าอี้ทำให้รู้สึกถึงความละเอียดอ่อนของเก้าอี้ตัวนี้ มีส่วนของกิ่งที่ ยื่นออกมาด้านข้าง สามารถแขวนเสื้อหรือกระเป๋าได้ การออกแบบและพัฒนาชุดเฟอร์นิเจอร์ดังกล่าวทำจากไม้แผ่นเดียว สามารถพับเก็บได้เป็นแผ่นแบนเรียบ ช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บและง่ายต่อการขนส่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับคนรักการตกแต่งบ้านในพื้นที่จำกัด

     

     

  • Jul 11 , 2016

     

    แคนนอน ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “แคนนอน เอ็กซ์พลอราทอเรียม” (CANON EXPLORATORIUM) ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์การถ่ายภาพและการพิมพ์ แห่งใหม่ใจกลางกรุง ณ อาคารพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชั้น 3 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเรื่องวิทยาศาสตร์และการถ่ายภาพได้เข้ามาเรียนรู้ด้วยตนเองแบบ Interactive ที่สนุก และเข้าใจง่ายสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยมี ศาสตราจารย์ ศักดิ์ดา ศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ มร.ฮารุกิ เทราฮิระ ประธานบริษัท และประธานกรรมการบริหาร บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ศาสตร์ตราจารย์ ดร.บัณทิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเปิดงาน

    โดยในบริเวณเดียวกันนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่จัดแสดงวิวัฒนาการเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพซึ่งหาดูได้ยาก อาทิ กระบวนการดาแกโรไทป์ กล้องถ่ายภาพส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กล้องถ่ายภาพส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 กล้องถ่ายภาพส่วนพระองค์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ กล้องสายลับที่ใช้ในสงครามเย็น และกล้องนานาชนิดที่หาชมได้ยาก

    งานนี้แคนนอนใช้งบประมาณ 3 ล้านบาทในการพลิกโฉม ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์การถ่ายภาพ “แคนนอน เอ็กซ์พลอราทอเรียม” (CANON EXPLORATORIUM) ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้แบบ Interactive ด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพครบวงจร เช่น มีหน้าจอระบบสัมผัสเปรียบเทียบภาพให้เห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อผู้เข้าชมปรับตั้งค่าการทำงานต่างๆ ของกล้อง ไม่ว่าจะเป็น ขนาดเซ็นเซอร์ ขนาดรูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ ระยะโฟกัส เป็นต้น

    สำหรับผู้ที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชม “แคนนอน เอ็กซ์พลอราทอเรียม” (CANON EXPLORATORIUM) และพิพิธภัณฑ์เทคโน โลยีทางภาพฯ  สามารถเข้าชมได้ที่ ชั้น 3 อาคารพิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพฯ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-16.00 น.

  • Jul 07 , 2016

             นางสาวพัทธนันท์ แซ่ล้อ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 และนางสาวพลอยชนก ฤกษ์ดี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับทุนเรียนภาษาจีนเป็นระยะเวลา 1 ปี  จาก Guilin University of Technologyประเทศจีน

     

     

              นางสาวพัทธนันท์ แซ่ล้อ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวจากสถาบันจีน-ไทย แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต จึงรู้สึกว่าโอกาสดีๆ เช่นนี้ จะต้องลองดู และทุนการศึกษานี้ไม่ต้องผ่านการสอบข้อเขียนใดๆ เพียงแค่เตรียมแฟ้มประวัติส่วนตัวภาษาจีนและภาษาอังกฤษ สอบสัมภาษณ์ เพื่อดูความสามารถพื้นฐาน ทุนการศึกษานี้ ทางมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีนจะเป็นผู้ดูแลค่าเรียน และค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พัก เป็นทุนไม่มีเงื่อนไขในเรื่องการกลับมาชดใช้ แต่มีกติกาว่าจะต้องมีความประพฤติที่ดี เหมาะสม และต้องตั้งใจศึกษาให้ครบตามระยะเวลาที่ทางโครงการกำหนด

     

     

             นางสาวพลอยชนก ฤกษ์ดี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาจีน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่าผ่านการคัดเลือกรู้สึกดีใจและตื่นเต้น เพราะนี่นับเป็นครั้งแรกที่ตนได้เป็นนักศึกษาทุนแลกเปลี่ยนต่างประเทศ

    “ความคาดหวังหลังจากที่จบโครงการนั้น พลอยคิดว่า ระยะเวลาหนึ่งปีนั้น แน่นอนจะต้องผลักดันความกล้าพูด ฟัง อ่าน เขียน ออกมา เพื่อความเอาตัวรอดในการดำเนินชีวิต พลอยตั้งใจจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์กลับมาให้มากที่สุด เพื่อจะได้สามารถนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆ น้องๆ ได้ฟัง หรือใครที่สนใจทุนการศึกษาต่างๆ โดยเฉพาะทุนแลกเปลี่ยนด้านภาษา ไม่ควรพลาด โอกาสดีๆ อยู่แค่เอื้อม”

Management

  • Jul 07 , 2016

    การบริหารจัดการพนักงานที่เป็นคนเก่ง หรือที่เรียกว่า Talent ไม่ใช่โจทย์ที่ง่ายนัก สำหรับองค์กร ด้วยความเก่งที่มีจำนวนจำกัด บวกกับโอกาสที่มีเข้ามามากมาย ทำให้องค์กรส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่คนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ เหตุผลคือ หนึ่ง เพื่อรักษาให้พวกเขาอยู่กับองค์กรได้ยาวนาน และสอง เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ และพัฒนาผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ภารกิจดูแลคนเก่งขององค์กรจึงมีหลากหลายรูปแบบ

  • Apr 19 , 2016

    1. สถานการณ์...แห่งสายลมโลกใบนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะของสิ่งที่เรียกว่า “กระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่แปรปรวน” (The wind of change) และพยายามที่จะแสวงหาการเติมเต็มด้วย “ภูมิปัญญาเพื่อการเปลี่ยนแปลง” (The Wisdoms for change)

  • Feb 29 , 2016

    ชีวิตคือการเดินทาง...และทุกครั้งของการเดินทางคือการเรียนรู้...ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าชีวิตคนเรานั้นเป็นการเรียนรู้อยู่เสมอ

    เมื่อต้นปีนี้...เป็นการเดินทางที่ไปเป็นแขกรับเชิญงานรับปริญญาของนักศึกษาปริญญาโท-เอกของ Kingston University ที่กรุงลอนดอน

 
 

Cool Case

  • Jul 23 , 2016

           จัดเทสต์รถกันครั้งแรกและ 5 รุ่นรวด สำหรับ MINI แบรนด์รถคอมแพ็คหรูจากอังกฤษที่มีความคล่องตัวสูง ซึ่งทีมนิตยสาร MBA ได้ทดลองขับดูว่ามีความเป็น Go Kart Feeling มากน้อยแค่ไหน ในงาน MINI Driving Experience 2016 ที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์

  • Jun 23 , 2016

           จากแนวคิดที่ อยากให้อาคารสำนักงาน  มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายและครบวงจร เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆ วันของผู้เช่าภายในอาคาร และใกล้เคียง วิคเตอร์คลับเดินหน้าทุ่มงบ 40 ล้านบาท เปิดตัว ‘วิคเตอร์คลับ สาทรสแควร์’ (Victor Club - Sathorn Square) สาขาที่ 2 ซึ่งทำให้ดีมานต์ที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% ในปีนี้ โดยการเน้นย้ำจุดขายด้านราคา และการบริการ ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางศูนย์กลางธุรกิจ ตกแต่งด้วยดีไซน์ที่สวยงาม และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย

  • Jun 06 , 2016

    หนึ่งในบุคคลที่รวยที่สุดของไทยจากการจัดอันดับของฟอร์บส์ ปี 2008 คุณวิกรม กรมดิษฐ์  มีชีวิตวัยเด็กที่ลำบากและต้องดิ้นรน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาล้มเลิกความตั้งใจที่จะศึกษาเล่าเรียนจนประสบความสำเร็จ

     

    ด้วยความมุมานะ คุณวิกรมได้สร้างแผนลงทุนที่เป็นธุรกิจแรกของตัวเองขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะงานของเขาทำให้เขาต้องพบกับอุปสรรคอีกอย่าง นั่นก็คือภาษาอังกฤษ เพราะในขณะที่เขาได้ร่วมงานกับชาวต่างชาตินั้น เขาพบว่าเขาไม่สามารถพูดคุยกับผู้ร่วมงานได้อย่างเข้าใจ

    การที่เขาพบกับปัญหานี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่าการสื่อสารที่ไม่เข้าใจอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจของเขาได้ เขาจึงตั้งเป้าหมายว่าจะต้องเรียนภาษาอังกฤษให้เชี่ยวชาญให้ได้ จากนั้นเป็นต้นมาเขาก็ไม่เคยหยุดที่จะฝึกฝนและเรียนภาษาอังกฤษเลยเป็นระยะเวลา 3 เดือนจนบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ด้วยเหตุนี้เองทำให้เขาสามารถติดต่อธุรกิจกับต่างชาติและได้รับใบอนุญาตการส่งออกจากคณะกรรมการอาหารและยาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทุกวันนี้คุณวิกรมสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและคล่องแคล่ว

    ทรัพย์สินของคุณวิกรมมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประกอบไปด้วยอุตสาหกรรมกว่า 900 แห่ง และบริษัทที่มีมูลค่าที่สามารถคิดเป็น GDP ต่อปีของไทยได้ถึง10%  ความลับสู่ความสำเร็จของเขาคือการลงทุนไปกับการเรียนรู้ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ความอดทน และความซื่อสัตย์ ที่นำไปใช้กับการปรับตัวในสภาพแวดล้อมและองค์กรใหม่ๆ ในการทำงาน

     

    คนหนุ่มสาวในเอเชียต้องเก่งภาษาอังกฤษเพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสในการทำงาน              

    จากการวิจัยของ International Herald Tribune ปี 2007 พบว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มากกว่า 400 ล้านคน ในขณะที่อีก 300 ถึง 500  ล้านคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง  นั่นเท่ากับว่ามีผู้ใช้ภาษาอังกฤษในปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 1.5 พันล้านคนบนโลก

    ภาษาอังกฤษคือกุญแจสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะกับคนหนุ่มสาว เพราะภาษาอังกฤษถือว่าเป็นอาวุธที่มีประโยชน์มากในสนามแข่งขันของการหางาน และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

    นอกจากนั้น ตลาดเอเชียกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในเศรษฐกิจโลก มีความต้องการบุคลากรจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทำการติดต่อกับบริษัทต่างชาติ การไม่มีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษที่เป็นอุปสรรคในการติดต่อกับต่างชาติ จึงอาจเป็นตัวขัดขวางความสำเร็จของธุรกิจได้ แม้คุณจะยุ่งจากงานหรือการดูแลครอบครัวมากแค่ไหน แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องหาเวลาในการฝึกภาษาอังกฤษให้เพียงพอ ซึ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถช่วยคุณให้สามารถเรียนภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพได้

     เพียงใช้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ้คหรือสมาร์ทโฟนเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ก็ทำให้คุณสามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ ด้วยเวลาเรียน โมงเช้าถึงเที่ยงคืนทุกวัน สอนโดยอาจารย์เจ้าของภาษาจากยุโรป ออสเตรเลีย และอเมริกา ผ่านห้องเรียนออนไลน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อช่วยในกระบวนการเรียนรู้ให้รู้สึกเสมือนจริง นอกจากนั้น คุณไม่จำเป็นต้องรอเวลาเข้าเรียน คุณสามารถเริ่มเรียนได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นการสมัครและการทดสอบ

    นวัตกรรมการเรียนการสอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  และ TOPICA ถือเป็นผู้นำด้านการให้บริการการศึกษาออนไลน์ในภูมิภาค โดย TOPICA Edtech Group ให้บริการการเรียนการสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ผ่านโปรแกรมที่มีชื่อว่า TOPICA Native ที่ทำให้คุณสามารถร่วมประสบการณ์ครั้งแรกของโลกด้วยการเรียนผ่าน Google Glass โดยมีนักเรียนจำนวนมากที่สามารถพัฒนาทักษะด้านการพูดและทำคะแนนได้มากถึง 300 ถึง 1000 คะแนน หลังจากเรียนเพียงหนึ่งคอร์ส และส่วนมากมีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น

     

    คลิก: http://english.topicanative.asia/ เพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์