วังขนาย ยุค Slim Smart & Innovation

 

เกร็ด ปูม ตำนาน เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ มีความสำคัญในฐานะเป็นร่องรอยความคิด และวิวัฒนาการของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นระดับปัจเจก กลุ่มบุคคล องค์กร ชุมชน ท้องถิ่นหรือระดับประเทศ

ตำนาน หรือประวัติศาสตร์ขององค์กรต่างๆ ที่มีให้เห็นหรืออ่านกันอย่างมากมายนั้นมิได้ตีวงแคบ จำกัดว่าเป็นเรื่องราวเฉพาะแต่องค์กรนั้นๆ หากแต่ยังเชื่อมโยงกับภาพใหญ่ของสังคม ณ ช่วงเวลานั้นด้วย

การบันทึกประวัติศาสตร์ขององค์กรธุรกิจก็ย่อมทำหน้าที่เช่นเดียวกันนี้

นิตยสาร MBA โดยความร่วมมือจากกลุ่มวังขนาย ได้จัดทำ Business Legend จำนวน 6 ตอน ซึ่งไม่เพียงเห็นร่องรอยความคิด วิถีธุรกิจของชาว

วังขนาย และอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในประเทศไทยแต่เพียงเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการสะท้อนบางแง่มุมของธุรกิจโลกด้วย

บุญญฤทธิ์ ณ วังขนาย ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มวังขนาย ประกาศนโยบายว่าต้องการให้องค์กรมีความ ‘Slim Smart & Innovation’

ผมอยากให้จากนี้ไปเวลาที่เราฟื้นแล้วเราออกวิ่งได้ไม่ใช่ออกวิ่งเดี๋ยวๆขาหักเดี๋ยวๆป่วย บุญญฤทธิ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มวังขนาย กล่าวกับพนักงานที่โรงงานน้ำตาลหลายแห่งในช่วงฤดูกาลปิดหีบ ที่เขาและบิดา –อารีย์ ชุ้นฟุ้ง ต้องเดินสายไปพบกับพนักงานเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ไปเพื่อพบปะ ได้เจอหน้าค่าตา ถามสารทุกข์ สุกดิบ พูดคุยทั้งเป้าหมายและแผนงานปีหน้า มีบททั้งขู่ ทั้งปลอบ ทั้งสร้างแรงบันดาลใจ

การเปลี่ยนแปลงในระยะ 3 – 4 ปีมานี้ จึงมีความเกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ ความร่วมมือกับ Toyota Tsusho การนำระบบ Kaizen มาใช้ภายในองค์กร การคิดค้นนวัตกรรมการปลูกอ้อยให้ได้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น การทำให้ผลผลิตบางส่วนเป็นออร์แกนิกที่สามารถติดตามตรวจสอบได้ (Traceability) การรวม 12 สหกรณ์เป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนวังขนาย จำกัด การปรับอัตรากำลัง ฯลฯ

กิจกรรมทั้งหมดข้างต้น ล้วนต้องอาศัย คน เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลง และไม่สามารถทำได้เพียงคนหนึ่งคนใด หรือ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แต่เหมือนวงดนตรีวงใหญ่ที่มีลูกรับ-ลูกส่งต่อเนื่องกันไป ฝ่ายทรัพยากรบุคคลในฐานะที่เป็นผู้ดูแลกำลังคนจึงมีความสำคัญ

จิตต์สุภา สุขเจตนี อดีตผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และอำนวยการ ภารกิจการพัฒนาระเบียบราชการส่วนภูมิภาคและความสัมพันธ์กับองค์กรปกครองท้องถิ่น สำนักงาน ก.พ.ร. ที่เข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล กลุ่มวังขนาย ตั้งแต่ปี 2549 ก็เช่นเดียวกับอดีตข้าราชการอย่าง ชาญชัย ตั้งชู ผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจสหกรณ์ ดร.ณรงค์ ชินบุตร อดีตข้าราชการกรมวิทยาศาสตร์เพื่อการพัฒนาที่ดิน และอีกหลายคนที่ตกลงใจเข้ามาทำงานในวังขนาย ด้วยเป้าหมายที่ท้าทายคือ ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับวังขนายให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล และ แข่งได้ในระยะยาว

 

แข่งด้วยนวัตกรรม

กว่า 60 ปีมาแล้วที่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลมีรัฐช่วยโอบอุ้มตลอดมา Business Cycle จะวนเวียนประมาณว่า ราคาน้ำตาลในโลกสูง - ชาวไร่อ้อยแห่กันปลูก - ผลิตผลล้นตลาด ราคาตก - รัฐเข้าอุ้มด้วยการประกันราคาซื้ออ้อย และปกป้องผู้ผลิตน้ำตาลด้วยการตั้งกำแพงภาษีลดการนำเข้า - ตั้งหน่วยงานเพื่อเป็นแขนขาทำตลาดส่งออก - ราคาตลาดโลกสูง จำหน่ายได้ราคาดี - น้ำตาลในประเทศขาดแคลน - เกิดภัยแล้งซ้ำผลผลิตจึงได้น้อย ราคาถีบตัวสูงขึ้น – ชาวไร่อ้อยแห่ปลูก – ปริมาณอ้อยล้นตลาด – รัฐเข้าช่วยเหลือ (อ่านรายละเอียดได้ในฉบับกรกฎาคม 2553)

แต่การค้าเสรีที่คืบคลานเข้ามา จะเปิดให้น้ำตาลจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย ซึ่งจะทำให้ดีมานด์ - ซัพพลายในประเทศเปลี่ยนไป หรือหากบริษัทต้องการออกไปแข่งขันในต่างประเทศ ก็จะไปแบบไร้อาวุธ ไร้นวัตกรรมก็ย่อมแข่งขันได้ยากเช่นกัน

อันที่จริง ไม่ใช่ครั้งแรก (และไม่ใช่ครั้งสุดท้าย) ที่วังขนาย และอุตสาหกรรมน้ำตาลต้องเผชิญกับภาวะท้าทายอันยากลำบาก ตราบใดที่ประกอบธุรกิจ ความเสี่ยง เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หากพลิกดูประวัติศาสตร์อุตสา-หกรรมน้ำตาลไทย วังขนายและบริษัทน้ำตาลอีกหลายแห่ง เคยปรับโครงสร้างหนี้มาแล้ว โดยเฉพาะในปี 2528 ถึงขั้นธนาคารแห่งประเทศไทย เจ้าหนี้ธนาคารและรัฐบาลต้องนั่งเจรจากับบริษัทน้ำตาลทั้งหลาย และสร้าง ข้อตกลง 3 กันยายน ให้บริษัทน้ำตาลทั้งหลายยอมรับการปรับโครงสร้างหนี้ และธนาคารแห่งประเทศไทยยังต้องเป็นภาระวิ่งเต้นนำเงินมาไถ่น้ำตาลที่จำนำไว้กับธนาคารพาณิชย์เพื่อส่งให้ลูกค้าต่างประเทศตามสัญญาซื้อที่มีเข้ามา ไม่ให้เสียหายต่อการค้าของประเทศ

วังขนายสมัยนั้น มีหนี้สูงถึง 10,000 ล้านบาท จากแผนขยายโรงงานและกำลังการผลิตครั้งใหญ่ โดยมีเจ้าหนี้รายใหญ่คือ ธนาคารทหารไทย จนสุดท้าย ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องจัดการหนี้ที่พอกพูนด้วยการส่งคนเข้ามานั่งบริหาร

นอกจากเรื่องการเปิดเสรีทางการค้าแล้ว ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อีกประการหนึ่ง คือ สุขภาพทางการเงินของวังขนาย มูลเหตุของการเกิดปัญหารอบนี้ เกิดจากการลอยตัวค่าเงินบาทเมื่อปี 2540 ที่ทำให้มูลหนี้จาก 7,000- 8,000 ล้านบาท ทวีเท่าตัวเป็น 15,000 ล้านบาท วังขนายมีชะตากรรมไม่ต่างจากองค์กรอื่นๆ ที่ต้องกัดฟันใช้หนี้ที่พอกพูน

เหตุสะดุดทางการเงินเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อบริษัทมีนโยบายปรับปรุงเครื่องจักรขนานใหญ่ มูลค่า 800 ล้านบาท ราวปี 2548 เมื่อดำเนินการไปแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้รับการปล่อยกู้จากสถาบันการเงิน จึงต้องนำเงินทุนหมุนเวียนมาใช้การซื้อสินทรัพย์ระยะยาว ทำให้กิจการขาดสภาพคล่อง ประจวบกับสถานการณ์อ้อยพบภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตและรายได้ไม่ได้ตามเป้าหมาย หลังจากพยายามด้วยการจำหน่ายน้ำตาลไปยังต่างประเทศในราคาลด ก็ยังไม่เพียงพอต่อการแก้ปัญหาสภาพคล่อง

 

วังขนายจึงตัดสินใจเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการเมื่อปี 2550 ซึ่งกฎหมายคุ้มครองบริษัทที่อยู่ระหว่างแผนฟื้นฟู มิให้เจ้าหนี้บังคับขายทรัพย์สินทอดตลาด และ ภาระดอกเบี้ยต่างๆ ก็จะมีการเจรจาผ่อนผัน ปรับลดกันตามกำลัง ความสามารถ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีเพื่อนร่วมอุตสาหกรรมเดียวกัน เข้าสู่แผนฟื้นฟูไปก่อนแล้ว แต่ในข้อดีก็มีข้อเสีย คือ การจะก่อหนี้ใดๆ หรือ การทำธุรกรรมใดๆ จะต้องผ่านการเห็นชอบจากเจ้าหนี้ คณะกรรมการที่ดูแลเรื่องแผนฟื้นฟู โดยมีที่บริษัทวิเคราะห์ทางการเงิน (Financial Analyst) และธนาคารดูแลใกล้ชิด

บางครั้งจะปล่อยเงินเกี๊ยวเราต้องจ่ายเช็คให้ชาวไร่ล่วงหน้าทางสถาบันการเงินก็ต้องพิจารณารัดกุมขึ้นก็อาจทำให้มีความล่าช้าไปบ้างซึ่งทั้งเกษตรกรและเราจะได้รับผลกระทบสหกรณ์ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เรานำสิ่งที่เราดำเนินการอยู่แล้วมาแก้ปัญหาได้ในระยะยาว เรวัตร ตันติวิริยางกูร ผู้อำนวยการประจำสำนักประธานกรรมการบริหาร (สายงานนโยบายและแผนบัญชี) กลุ่มวังขนาย เล่าถึงการเข้าสู่แผนฟื้นฟู (เงินเกี๊ยว หรือ เงินบำรุงอ้อย ก็คือ เงินมัดจำในการขายอ้อยล่วงหน้า โดยโรงงานจะจ่ายเป็นเช็คล่วงหน้าให้ชาวไร่ และชาวไร่มักนำไปขายลดกับธนาคารที่มีดีลกับโรงงาน หรือ ไม่ก็รอขึ้นเงินเมื่อตอนที่ส่งอ้อยเข้าโรงงานครบตามกำหนดแล้ว)

นอกจากผู้บริหารต้องทำใจ และทำความเข้าใจกับวิกฤตที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งว่ามาขโมยโอกาส และ ลดทอนความมั่งคั่งไปแล้ว ในรายที่คิดยืนหยัดสู้ ก็ต้องฟื้นชีพองค์กรให้แข่งขันได้อีกครั้ง

บุญญฤทธิ์ ย่อมรู้ประวัติศาสตร์องค์กรดี จาก อารีย์ ชุ้นฟุ้ง บิดา และ ธีระ ณ วังขนาย พี่ชายคนโต ซึ่งยังร่วมบริหารกลุ่มวังขนายในปัจจุบัน เขาไม่ต้องการให้วงจรนี้วนเวียน และการจะกระโดดออกจากวงจรได้ต้องอาศัย นวัตกรรม เป็นสำคัญ

การมีพันธมิตรอย่างโตโยต้าที่มีเป้าหมายจะส่งออกด้านอาหารมากขึ้น ญี่ปุ่นส่งสินค้าบุกตลาดทั่วโลกได้อย่างไร วังขนายก็จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากความร่วมมือนี้ ความพยายามในการหาวิธีปลูกอ้อยให้ได้ 100 ตันต่อไร่ การปลูกอ้อยออร์แกนิกซึ่งจะได้น้ำตาลและ by product อื่นๆ เช่น ขี้หม้อกรองไปทำปุ๋ย เยื่ออ้อยไปทำกระดาษ ก็จะได้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกใหม่ๆ การนำสหกรณ์ 12 แห่งมารวมกันและเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนแหล่งใหญ่สำหรับพนักงาน และหากการชักชวนชาวไร่เข้าเป็นสมาชิกขยายจำนวนเพิ่ม ต่อไปบริษัทอาจไม่จำเป็นต้องใช้เช็คเงินเกี๊ยวจากสถาบันการเงินอื่น และชาวไร่ก็ไม่จำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบ สิ่งเหล่านี้คือเรื่อง คิดใหม่ทำใหม่ ที่เปลี่ยนวิธีการทำงาน เปลี่ยนวิธีการสร้างผลผลิต เปลี่ยนวิธีการทำตลาด เปลี่ยนวิธีการขายของในอนาคต

ฟื้นองค์กรด้วยคน

ทุกปี เมื่อเดือนพฤศจิกายนเวียนมาถึง จะเป็นช่วงเปิดหีบอ้อย เครื่องและคนในโรงงานน้ำตาลของกลุ่มวังขนายในจังหวัดต่างๆ จะทำงานจากนี้ไปราว 4 เดือน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ พอหมดฤดูหีบ พนักงานชั่วคราวก็เวียนออกไปรับจ้างที่อื่น หรือเป็นกองหนุนในงานอื่นๆ บ้าง

การบริหารจัดการอัตรากำลัง จึงเป็นงานใหญ่อีกงานหนึ่งของกลุ่มน้ำตาลวังขนายที่ต้องรื้อแก้ขนานใหญ่ จากเดิมที่การรับคน ประเมินผลงานต่างๆ เป็นหน้าที่ของผู้จัดการฝ่ายโรงงาน แต่ล่าสุด วังขนายใช้การรวมศูนย์ การพิจารณาตำแหน่งต่างๆ ต้องผ่านส่วนกลาง และ ทีมงานฝ่ายทรัพยากรบุคคล ต้องมีการลงพื้นที่เพื่อสร้างความคุ้นเคย และ ศึกษาสภาพงานที่แท้จริง เพื่อประเมินเรื่องอัตรากำลังด้วย

ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ต้องการล้างขนบเดิมในการรับและประเมินพนักงาน โดยเฉพาะในส่วนของโรงงานในต่างจังหวัด คุณสมบัติและความสามารถบางครั้งเป็นเรื่องรอง แต่จะมีระบบอุปถัมภ์และเครือญาติเข้ามาเกี่ยวข้องสูง มีการกันตำแหน่งให้คนสนิทชิดเชื้อบ้าง ให้คนที่ผู้หลักผู้ใหญ่ฝากมาบ้าง ยังไม่นับเรื่องการว่างงานแฝง แอบหลับระหว่างงาน กินเหล้าเมาไม่มาทำงาน ฯลฯ เฉพาะพนักงานชั่วคราวที่แต่ละโรงงานจ้างเพิ่มในฤดูหีบก็มีร่วม 100 คน พนักงานประจำทั้งไทยและต่างประเทศอีกราว 1,200 คน ถ้าคนไร้ประ-สิทธิภาพก็คือการแบกต้นทุนไว้เสียเปล่า

ขณะเดียวกัน ทางฝ่ายทรัพยากร-บุคคลเองก็ถูกเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงการทำงานด้วยเช่นกัน

ราชการที่เขาทำมาหลายอย่างเขาเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้วเอกชนเสียอีกที่บางครั้งเปลี่ยนแปลงน้อยมาก จิตต์สุภา หรือที่บุญญฤทธิ์เรียกว่า เจ๊แดง เล่าถึงงานของแผนก เราลองให้น้องๆในทีมไปแจกสลิปถึงโต๊ะทุกคนเขาก็จะรู้สึกแปลกใหม่เจออะไรเขาก็กล้าถามมากขึ้นไม่ได้คิดว่าเราไปจับผิด เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ แต่รวมกันแล้วเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เป็นเชิงรุก

นอกจากทีมของจิตต์สุภา 4 คน ที่ดูแลเรื่องทรัพยากรบุคคลแล้ว ยังมีทีมงานอีก 6 คนภายใต้การดูแลของ Mr.Junichiro Azuma ชาวญี่ปุ่นจาก Toyota Tsusho ที่เข้ามาวางแผนร่วมกันในฐานะผู้อำนวยการอาวุโสในส่วนพัฒนาองค์กร (Organization Development)

Check List งาน และ Zoning คือ คำที่ชาววังขนายได้ยินถี่มากในช่วงการปรับเปลี่ยนองค์กร เพราะคือการวางหน้าที่รับผิดชอบขอบเขตงาน (Job Description) ของแต่ละคน ว่าถืองานอะไรบ้างในมือ และควรทำ

และควรทำภายใต้เงื่อนไขเวลาเท่าใด การวัดประเมินผล การให้รางวัล การลงโทษ อันเป็นศิลปะอันละเอียดอ่อน ก็จะมีเครื่องชี้วัดชัดเจน ไม่ใช่การประเมินตามความพึงใจหรือตามความรู้สึกของหัวหน้างาน

พนักงานชั่วคราวอาจเคยผ่านงานที่โรงงานในฤดูหีบที่แล้วถ้าอยากบรรจุต้องมีการสอบวัดทักษะความสามารถตามแบบข้อสอบที่เราออกแบบไว้ จิตต์สุภาเล่าถึงการรับคนที่เข้มงวดขึ้น

ตำแหน่งอื่นๆ นอกเหนือจากช่าง ก็เช่นกัน จะเป็นงานประชาสัมพันธ์ที่ออฟฟิศส่วนกลาง แผนกบัญชี แผนกจัดซื้อ ฝ่ายจัดหาอ้อย ผู้จัดการโรงงาน ต่างมี check list ในงานของตัวเอง และมีข้อสอบมาตรฐานในการรับคนเข้าทำงานและการประเมินอยู่เป็นระยะๆ คนเก่าคนแก่อย่าง ธิปโรจนกิจผู้อำนวยการอาวุโสกลุ่มวังขนาย เคยเล่าว่า ตัวเขาเองก็ต้องร่วมออกข้อสอบสำหรับฝ่ายวิศวกร สำหรับคนวุฒิน้อย ก็สามารถใช้ประสบการณ์เป็นตัวไต่ระดับในสายงานได้ อาจมีความยุ่งยากและเหนื่อยตอนจัดระบบตอนต้น แต่เมื่อลงตัว ก็จะเป็นการช่วยกรองคนคุณภาพในระยะยาว

บางงานก็คืองานที่ทำอยู่แล้วแต่แบ่งหมวดหมู่งานวางเป้าหมายที่จับต้องได้เช่นงานซ่อมเครื่องจักรเราจะทำกัน 8 เดือนในช่วงฤดูปิดหีบฝ่ายซ่อมก็ซ่อมไปตอนนี้เราจะกำหนดชัดเจนเช่นซ่อมเครื่องหนึ่ง 3 คน 3 วันก็คือ 9 Man-day แล้วต้องเสร็จ บรรเจิด จรูญชนม์ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตโรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลอู่ทอง ยกตัวอย่างถึงการเปลี่ยนแปลงที่เขาเห็นและสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในแง่การเป็นผู้บริหาร บรรเจิดก็พึงพอใจกับการประเมินนี้ เพราะคนที่ทำงานอย่างรับผิดชอบดีอยู่แล้ว จะไม่ได้รับผลกระทบอันใด ในแง่ของจิตต์สุภาเอง ต้องลงศึกษาหน้างานต่างๆ ให้รู้กระจ่างเรื่องการผลิตน้ำตาล ส่วนพนักงานแผนกอื่นๆ ในระยะ 2- 3 ปีที่ผ่านมา ต้องเข้าคอร์สอบรมสม่ำเสมอ

นอกจากนั้น การประเมินความสามารถตามวิชาชีพแล้ว ตามการบริหารระบบ Kaizen ที่พันธมิตร Toyota Tsusho นำเข้ามาในวังขนาย ทำให้แต่ละคนต้องมีการประเมินขีดความสามารถ (Competency) 7 ด้านด้วยกัน คือ

การปฏิบัติงานในหน้าที่รับผิดชอบ

การคิดเชิงวิเคราะห์ (Analythical Thinking)

การปฏิบัติการเปลี่ยนแปลง (Change Action)

การสื่อสาร (Communication)

การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)

การประสานงาน (Coordination)

การให้ความร่วมมือ (Cooperation)

จิตสำนึกด้านต้นทุน (Cost Awareness)

ขณะเดียวกัน สวัสดิการดีๆ ที่ผู้บริหารสร้างไว้เป็นบรรทัดฐาน ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักพนักงานกว้างขวาง (ในส่วนโรงงานต่างจังหวัด) โรงอาหารที่ดี มีสนามกีฬา ห้องน้ำสะอาดถูกสุขลักษณะ ก็ยังคงมีอยู่อย่างครบถ้วน

ที่นี่ดูแลพนักงานดีมากทุกคนจะรู้สึกว่าอยู่ใน Comfort Zone ตอนมาครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้วบ้านพักต่างจังหวัดดีมากด้วยความที่มีพื้นที่ห้องพักก็จะกว้างสะดวกสบายดีกว่าอยู่ในกรุงเทพฯอีกสนามกีฬาก็มีโรงอาหารก็พร้อม จิตต์สุภา เล่าถึงแง่มุมดีๆ ที่เห็น อะไรที่ผู้บริหารให้เป็นสวัสดิการทุกอย่างก็ยังมีเหมือนเดิม

นโยบายด้านบุคลากรอันเป็นประกาศิตจากบุญญฤทธิ์ ที่ย้ำกับพนักงานทุกส่วน ทุกโรง ทั้งสำนักงานในกรุงเทพ และต่างจังหวัด ก็คือ จากนี้ไป เดิมธุรกิจนี้ไม่ต้องแข่งอะไรทำแบบช่างหัวมันบรรยากาศการทำงานแบบโคตรพี่โคตรน้องที่ทำมาร่วม 20-30 ปีจะดำเนินควบคู่ไปกับระบบประเมินผลและตรวจสอบที่วัดผลได้

เพราะอย่างน้อย เมื่อเจอวิกฤตซึ่งขยันมาแวะเวียนคนทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ก็ยังมี มันสมองและกำลังคนที่จะช่วยฟื้นวิกฤตที่เข้ามาได้ครั้งแล้ว...ครั้งเล่า

 

 

MAGAZINE

 

 



New News

  • May 21 , 2015

     

    "สาหร่ายเถ้าแก่น้อย" มุ่งเป้าปี 58 เติบโตจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ชี้เทรนด์สุขภาพโตต่อเนื่องอิงผลวิจัยผู้บริโภคเลือกรสชาติอาหารที่เน้นสุขภาพ พร้อมดึงพรีเซ็นเตอร์ดัง"พลอย เฌอมาลย์" โหมโปรโมทสินค้าสาหร่าย ย้ำอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ ระบุตลาด Snack และสาหร่ายปีที่แล้วมูลค่ารวมเกือบ 3 หมื่นล้านบาท เติบโตลดลง 3% เหตุเศรษฐกิจผันผวนและปัจจัยผู้บริโภคเปลี่ยน ลั่นเปิดยุทธศาสตร์บุกตลาดอินเตอร์เต็มพิกัด ล่าสุดเจาะ AEC เน้นกลุ่มตลาดใหม่ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาหรือที่เรียกว่า CLMV 4 ประเทศ พร้อมแสวงหาตลาดใหม่ๆจากการร่วมงาน THAIFEX 2015 ดีเดย์ลงบูธโชว์จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษเพื่อคืนกำไรสู่ผู้บริโภค และตั้งโต๊ะเจรจาหาคู่ค้าต่างประเทศหน้าใหม่

    ล่าสุด บริษัทพร้อมที่จะเข้าไปเจาะและขยายตลาดในกลุ่ม AEC โดยเฉพาะตลาดใหม่แห่งกลุ่มประเทศ CLMV ทั้ง  4  ประเทศ   ได้แก่  เวียดนาม  พม่า  ลาว  และกัมพูชาอย่างจริงจัง เนื่องจากพบว่าทิศทางการบริโภคกำลังเติบโตค่อนข้างสูง   อันเกิดจากผลพวงของการเปิดประตูการค้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( Asean Economics Community) หรือ AEC ซึ่งจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้อย่างแน่นอน ทั้งนี้วางเป้าหมายลูกค้าในตลาด AEC ที่มีประชากรสูงถึง 650 ล้านคน  อีกทั้งยังมองหาโอกาสในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆนอกเหนือจากกลุ่มประเทศดังกล่าวนี้อีกด้วยในเร็วๆนี้เพื่อให้ครอบคลุมตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ การรุกหนักสู่ตลาด AEC น่าจะเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างยอดขายให้แก่บริษัทที่เติบโตขึ้นในแต่ละปีไม่ต่ำกว่า 10% โดยคาดว่าในปี 58 ยอดขายรวมทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศจะมีมูลค่าประมาณกว่า 3,300 ล้านบาท

     

  • May 20 , 2015

     

    มิตรผล เปิดโลกแห่งนวัตกรรมน้ำตาล ในงานแสดงสินค้าอาหารสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ไทยเฟกซ์ - เวิลด์ ออฟ ฟู้ด เอเชีย 2015 ภายใต้แนวคิด 'สวีท ครีเอชั่น' โชว์ความเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์น้ำตาลที่มีคุณภาพและความหลากหลาย พร้อมตอบโจทย์การสร้างสรรค์เมนูอาหาร เครื่องดื่ม และขนมหวานของลูกค้าได้อย่างครบครัน

    นางอัมพร กาญจนกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า "มิตรผล เป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดน้ำตาลในประเทศไทย เรามุ่งมั่นนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเพื่อรักษาความเป็นผู้นำและครองใจผู้บริโภคได้อยู่เสมอ จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวบูธมิตรผลภายใต้แนวคิด สวีท ครีเอชั่น ในวันนี้ เพื่อตอกย้ำให้เห็นว่าเรามีการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งคุณภาพและความหลากหลาย เช่น น้ำตาลไอซิ่งสำหรับธุรกิจเบเกอรี่ น้ำเชื่อมแต่งกลิ่นมิตเต้สำหรับผสมในเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติ และน้ำตาลมิตรผลแคลอรี่สำหรับผู้ที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพ ทำให้ปัจจุบันมิตรผลเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ในทุกกลุ่ม นับตั้งแต่ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงผู้บริโภคทั่วไป"

    ผู้สนใจสามารถ ชม-ช้อป-ชิม ผลิตภัณฑ์น้ำตาลคุณภาพจากมิตรผล พร้อมร่วมกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย เช่น การสาธิตเมนูอาหารโดยเชฟกระทะเหล็กอาหารไทย เชฟชุมพล แจ้งไพร และเชฟกระทะเหล็กอาหารหวาน เชฟไก่ ธนัญญา วิลคินซัน ที่ บูธมิตรผล (2V01-14) ในงาน ไทยเฟกซ์ - เวิลด์ ออฟ ฟู้ด เอเชีย 2015 ระหว่างวันที่ 21-23 พฤษภาคม (วันเจรจาธุรกิจ) และ 24-25 พฤษภาคม (เปิดสำหรับประชาชนทั่วไป) ศกนี้ เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

  • May 20 , 2015

    พอล(PAUL) ร้านอาหารเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสที่มีมายาวนานกว่า 125 ปี เชิญคุณมาลิ้มลองขนมที่ฮิตที่สุด กับขนมมีลเฟย (Millefeuille) พัฟฟ์เพสทรีบางกรอบอร่อยที่อบอวลไปด้วยรสชาติของเนยบริสุทธิ์  ร้านพอล (PAUL) ได้คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดมารังสรรค์ขนมมีลเฟย(Millefeuille) ถึง 8 รสชาติ เพิ่มความหลากหลายให้คุณได้ชิม ไม่ว่าจะเป็น วานิลลา,ช็อกโกแลต, สตรอเบอร์รี, มะม่วง, คาราเมล, พิชตาชิโอ-ราสเบอร์รี, แอปเปิล-วานิลลา และ เจียนดูจา เสิร์ฟสดใหม่ทุกวัน ให้ทุกวันของคุณอบอวลไปด้วยรสชาติความอร่อยในสไตล์ฝรั่งเศส สิทธิพิเศษ ซื้อมีลเฟย (Millefeuille) 1 เซ็ต (จานวน 4 ชิ้น) ในราคาเพียง 650 บาทเท่านั้น วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2558 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เบอร์ 02-001-5160 , FB : paul1889.thailand / IG : paulbakerythailand

     

    PAUL ตั้งอยู่ที่ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ถนนเพลินจิต (สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต ทางออกที่ 5) เปิดบริการทุกวัน ส่วนเบเกอรี่ตั้งแต่เวลา 8.30 น. ถึง 22.00น. และส่วนร้านอาหารตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึง 22.00 น.

School Move

  • May 20 , 2015

     

    ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับกิจกรรมดีๆ “FF7 Fast & Fun by Stamford” ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ดจัดขึ้นเพื่อแนะนำการวางแผนการเรียนในอนาคตสำหรับน้องๆม.ปลายเมื่อวันก่อน   งานวันนั้นเรียกได้ว่ารวมเหล่าดารา  นักแสดง  นักร้อง และติวเตอร์ชื่อดังไปร่วมแชร์ประสบการณ์การเรียนในสังคมนานาชาติอย่างออกรส  หนึ่งในนั้นคือ นางเอกสาวหน้าหวาน  น้องมิ้นต์ ชาลิดา  วิจิตรวงศ์ทอง  นักแสดงสังกัดช่อง 3  

    โดยสาวมิ้นต์เปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า “ตัวมิ้นต์เองตอนนี้เรียนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด  สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ (IBM) หลักสูตร Bilingual 2 ภาษาค่ะ   มิ้นต์มองว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สำคัญเสมือนภาษากลางที่เราไว้ใช้สื่อสารกันทั่วโลก      ยิ่งโลกของเทคโนโลยีมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วเพียงใด   ภาษาก็จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น   เพราะภาษาไม่เพียงแต่จะทำให้เราเข้าใจและเข้าถึงแหล่งข้อมูลต่างๆ  แต่ภาษาจะเป็นเครื่องมือให้เราพบเจอเพื่อนใหม่ๆได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดทัศนคติซึ่งทำให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อื่นๆตามมา  มิ้นต์เลือกเรียนที่แสตมฟอร์ดเพราะสามารถตอบโจทย์เป้าหมายด้านการศึกษาของมิ้นต์ได้ค่ะ"

    "การเลือกที่เรียนสำคัญในแง่ของสถานศึกษานั้นต้องมีมาตรฐานการเรียนการสอนที่ดีและมีคุณภาพ การเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ที่จะได้ผลที่สุดคือการเรียนในคลาสที่มีอาจารย์เป็นชาวต่างชาติจริงๆและเรียนอยู่ท่ามกลางเพื่อนนักศึกษาจากทั่วโลก ซึ่งแสตมฟอร์ดสามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ค่ะ ที่นี่น้องๆจะได้เรียนภาษาอังกฤษจากในคลาสเรียนและยังมีโอกาสได้ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับเพื่อนร่วมชั้นที่เป็นชาวต่างชาติอีกด้วยค่ะ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศก็ได้เรียนรู้ในสังคมนานาชาติได้อย่างแท้จริงค่ะ” น้องมิ้นต์ได้กล่าวปิดท้าย

    งานนี้ทำให้เราทราบว่าไม่ว่านางเอกสาวจะงานชุกและรัดตัวแค่ไหนแต่สาวมิ้นต์ก็แบ่งเวลาสำหรับการเรียนเสมอและบริหารทั้งสองบทบาททั้งเรียนและการทำงานได้อย่างลงตัว แถมยังเป็นห่วงน้องๆที่กำลังวางแผนการศึกษาต่ออีกด้วย สวยและเก่งแบบนี้น้องๆควรเอาเป็นตัวอย่างนะคะ

  • Apr 21 , 2015

    คณะบริหารธุรกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นับเป็น Business School ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ เพราะได้สถาปนาเป็นสถาบันการศึกษามาตั้งแต่ปี 2509 ตลอดเวลาเกือบ 50 ปี ได้มีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรเพื่อตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจในแต่ละยุคสมัยมาตลอด และยังมีบทบาทเป็นผู้ผลิตนักคิดและนักบริหารธุรกิจ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนแปลงสังคมและประเทศชาติให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

  • Apr 21 , 2015

    การพัฒนาหลักสูตรการศึกษาไทยในปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) เพื่อสร้างนักธุรกิจ ผู้บริหารระดับสูง ให้พร้อมสำหรับการเป็นส่วนหนึ่งของภาคธุรกิจที่จะเติบโตต่อไปในบรรยากาศของอาเซียน ด้วยเหตุนี้ทางสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ
    ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ปรับหลักสูตรโปรแกรมผู้บริหารอาวุโสของศศินทร์ The senior executive program (SEP) สำหรับปี 2015 ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับผู้บริหารและผู้บริหารระดับสูง ให้พร้อมกับการก้าวเข้าสู่ AEC อย่างเต็มตัวของประเทศไทย

Management

  • Apr 21 , 2015

    มีคำถามหนึ่งที่ผู้เขียนมักได้ตอบอยู่เรื่อยๆ คือ เคล็ดลับความสำเร็จของบริษัทญี่ปุ่นคืออะไร กับคำถามสั้นๆ เช่นนี้ ถ้าจะตอบให้ผู้ถามสิ้นสงสัยนั้นอาจต้องใช้เวลายาวนาน จึงขอเลือกหนึ่งในเคล็ดลับสำคัญที่เป็นจุดแข็งของการบริหารธุรกิจในแบบญี่ปุ่นแท้ๆ คือ การใช้ Bottom up Policy หรือการบริหารจากระดับล่างสู่บน มุ่งเน้นการสร้างบุคลากรคุณภาพก่อนนั่นเอง

  • Mar 12 , 2015

    องค์กรทุกองค์กรล้วนขับเคลื่อนด้วยบุคลากรที่อยู่ภายในองค์กร การจะทำให้องค์กรเติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ปัจจัยสำคัญที่ทุกองค์กรให้ความสำคัญคือการสร้างความผูกพันต่อองค์กรให้เกิดขึ้นในหมู่พนักงาน ซึ่งในธุรกิจครอบครัวมีสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว สมาชิกในครอบครัวรู้จักนิสัยใจคอกันและกันมาตั้งแต่เกิด ความผูกพันจึงเกิดมาพร้อมกับการเป็นสมาชิกของครอบครัว พร้อมกับความรู้สึกเป็นเจ้าของ

  • Dec 29 , 2014

    ทุกวันนี้การบริหารจัดการบุคลากรในหลายๆ องค์กร มักจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น โดยการแบ่งงาน HR ให้เป็น 2 ลักษณะงาน คือ ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือ HRM (Human Resources Management) และด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล หรือ HRD (Human Resources Development)

Green

  • Jul 17 , 2014

    การที่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติมีราคาแพงและค่อนข้างผันผวน และประเทศไทยต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานจากต่างประเทศ กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน กลุ่มมิตรผล ซึ่งมีแนวคิดในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น นำวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำตาลคือชานอ้อย มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ล่าสุดผุดโปรเจ็กต์ใหม่ ใช้ “พลังงานจากแสงอาทิตย์” แหล่งพลังงานสะอาดที่ใช้ได้ไม่มีวันหมด ในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่าย โดยเปิดตัว โครงการโซลาร์รูฟท็อป แห่งแรก ณ โรงไฟฟ้ามิตรผล ภูเขียว

  • Jan 15 , 2014

    “พลังงาน” เป็นหัวข้อสำคัญหนึ่งภายใต้กรอบแนวคิดการบริหารเรื่อง “การพัฒนาสู่ความยั่งยืน” (sustainable development)

Cool Life Style

  • Apr 21 , 2015

    ธนากร สุทธิธรรม หรือ โอ๊ต ชายหนุ่มชาวหาดใหญ่ที่สนใจเล่นกีตาร์ตามเพื่อนตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม เขาฝึกเล่นจนเป็นนักกีตาร์โซโล่สายร็อค แล้วไปสอนคนอื่นเล่นกีตาร์ตามบ้าน เมื่อมีคนต่างจังหวัดติดต่อให้สอน จึงลองอัพคลิปสอนลงยูทูบ 

  • Mar 12 , 2015

    “คุณอยากอ่านอะไร อยู่จังหวัดไหน แล้วที่นั่นมีอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า”

    ในยุคดิจิทัล ไม่ว่า ‘นักอ่าน’ จะอยู่ที่ กรุงเทพฯ เชียงราย สงขลา กาฬสินธุ์ เหนือสุดใต้สุดของไทย หากไม่ได้เดินร้านหนังสือก็สามารถสั่งซื้อผ่านเว็บได้ และหลังจากคลิก ‘สั่งซื้อ’ แล้วมีหนังสือลอยมาถึงหน้าประตูบ้านในเวลาไม่กี่วัน ก็อาจจะมีความรู้สึกว่า ‘ชีวิตดี๊ดี’

  • Feb 18 , 2015

    งานอดิเรกสนุกๆ กลายเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรหลายสิบล้านบาท ให้ชายผู้มีปริญญา 6 ใบ ดร.สมรัช เรียงเครือ จากธุรกิจ “มินิคาร์ ไทยแลนด์” ซึ่งเกิดจากความต้องการที่จะทำอะไร “สนอง Need” และกลายเป็นการผลิตมินิคาร์ในเชิงอุตสาหกรรมรายแรกของโลก