October 01, 2020

TMB Analytics ประเมินว่าในปี 2562 ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งจะเติบโต 5% โดยธุรกิจค้าส่งคาดว่าเติบโตในระดับต่ำ ในขณะที่ธุรกิจค้าปลีกคาดว่าจะพอเติบโตได้ แต่การเติบโตกระจุกตัวอยู่ในช่องทางผ่านร้านโมเดิร์นเทรดและช่องทางออนไลน์ แนะหากต้องการอยู่รอดอย่างยั่งยืน ต้องเร่งปรับตัวนำเทคโนโลยีมาใช้

ทุกวันนี้ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญ มีสัดส่วนถึง 16% ของจีดีพี โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2551-2561) เติบโตเฉลี่ยกว่า 6.8% ต่อปี และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 15 ปีหลังจากมีการใช้อินเทอร์เน็ตในภาคธุรกิจ ทำให้การแข่งขันทวีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากโมเดลการค้าแบบดั้งเดิมเริ่มเปลี่ยนแปลงไป เกิดช่องทางการตลาดที่ต้นทุนต่ำลง เนื่องจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทำให้การเชื่อมต่อผู้ผลิตไปยังผู้บริโภครายย่อยได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดการค้าผ่านระบบ E-Commerce ซึ่งผู้บริโภคสามารถชำระค่าสินค้าผ่านระบบ E-Payment ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ผู้ผลิตและผู้ค้ายังสามารถส่งสินค้าไปยังลูกค้ารายย่อยได้รวดเร็วและตรงเวลาผ่านการใช้บริการของบริษัทขนส่งโลจิสติกส์ เทรนด์นี้ก่อให้เกิดการเติบโตของจำนวนร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้านมากขึ้น นอกจากนี้ในตัวธุรกิจเองก็มีการแข่งขันที่สูงพิจารณาจากจำนวนสาขาของร้านโมเดิร์นเทรดประเภทต่างๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ประเมินว่าปี 2562 จีดีพีการค้าปลีกและการค้าส่งจะขยายตัว 5% ชะลอตัวลงจากปีก่อนที่ขยายตัว 8.5% โดยยอดขายธุรกิจค้าส่งจะเติบโตได้ต่ำ เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลง สินค้าที่เติบได้ยังคงเป็นกลุ่มสินค้าไม่คงทนเป็นหลักได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ ในขณะยอดขายธุรกิจค้าปลีกคาดว่าจะขยายตัวได้ราว 3-5% โดยช่องทางค้าปลีกที่เติบโตจะอยู่ในร้านค้าโมเดิร์นเทรด ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีจุดเด่นเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าประเภทต่างๆ ให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายใช้สอย นอกจากนี้ ร้านค้าปลีกออนไลน์ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เติบโตและเป็นที่นิยมสูงจากผู้บริโภคในยุคนี้

สำหรับร้านค้าปลีกที่คาดว่าจะไม่สามารถเติบโตได้อย่างในอดีตคือ ร้านค้าปลีกดั้งเดิม รวมไปถึงร้านค้าปลีกสินค้าเฉพาะอย่าง อาทิเช่น ร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป นิยมซื้อของผ่านร้านโมเดิร์นเทรด หรือซื้อผ่านร้านค้าออนไลน์มากขึ้น

โดยรวมแล้ว แม้ปีนี้แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกและการค้าส่งภาพรวมจะพอขยายตัวได้บ้าง แต่หากแยกตามประเภทของผู้ค้าพบว่า แนวโน้มผู้ค้าส่งดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ข้อบ่งชี้ที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ การรุกทำตลาดของผู้ผลิตที่เริ่มใช้กลยุทธ์ลดสัดส่วนการขายผ่านผู้ค้าส่งหันไปขายผ่านร้านค้าปลีกรายย่อยแทน รวมไปถึงใช้ช่องทางออนไลน์เพื่อเชื่อมกับผู้บริโภคออนไลน์เพิ่มขึ้น ผลที่เกิดขึ้นคือ ยอดขายผ่านการค้าส่งลดลงต่อเนื่อง และหากมองในแง่ของระดับการทำกำไรใน 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยอยู่ในระดับทรงตัวอยู่ที่ 3.4-3.9% ในขณะที่ผู้ค้าปลีกก็มีกำไรสุทธิทรงตัวเช่นกันอยู่ที่ 4.7-4.8% แต่ยอดขายผู้ค้าปลีกยังขยายตัวได้อยู่

ศูนย์วิเคราะห์ฯ ประเมินผลกระทบจากเทรนด์ดังกล่าว “ผู้ค้าส่งจะเป็นกลุ่มที่ได้รับกระทบสูงที่สุด” เนื่องจากผู้ผลิตเริ่มมองการปรับกลยุทธ์ขายสินค้าไปยังร้านค้าปลีกมากขึ้น ด้าน “ผู้ค้าปลีกมีแนวโน้มที่จะถูกแข่งขันจากร้านค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก” ฉะนั้นโจทย์สำคัญของผู้ค้าปลีกและค้าส่ง คือ “จะทำอย่างไรให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าและการบริการและเพิ่มช่องการขายออนไลน์มากขึ้นภายใต้ต้นทุนที่แข่งขันได้” เรามองว่ากลุ่มผู้ค้าส่งเป็นกลุ่มที่น่าห่วงที่สุด ต้องเร่งปรับตัวด้วยการอาศัยจุดแข็งความได้เปรียบด้านสถานที่ตั้ง มีสถานที่เก็บสินค้าของตนเอง และมีความเชี่ยวชาญในระบบขนส่งสินค้า ซึ่งสามารถต่อยอดด้วยการนำเทคโนโลยีระบบการจัดการสินค้าคงคลังมาใช้เพื่อบริหารจัดการปริมาณสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ผู้ค้าส่งอาจต้องพิจารณาเพิ่มช่องทางการขายปลีกของตนเองเพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดมากขึ้น จะเห็นว่าธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ในวันนี้และพรุ่งนี้ “เป็นธุรกิจที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และจำเป็นต้องเร่งปรับตัวด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้”

นางสาวเจนจิต ลัดพลี (ซ้าย) ผู้อำนวยการ – การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับนางสาววสุมน เนตรกิจเจริญ (ขวา) อุปนายก ฝ่ายการตลาดในประเทศ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) จัดโปรโมชั่นสำหรับสมาชิกบัตรเคทีซี กับโครงการท่องเที่ยวชุมชน Go Eco Go Local เที่ยวชุมชนสายไหน ก็เลือกได้เริ่มต้นเพียง 690 บาท/ท่าน พิเศษ!! สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี สามารถแลกรับส่วนลดเพิ่ม 12% เพียงใช้คะแนน KTC FOREVER เท่ายอดซื้อ พร้อมรับ e-coupon S&P มูลค่า 100 บาท ผ่านแอปฯ KTC Mobile เมื่อชำระค่าแพ็คเกจท่องเที่ยวชุมชน 5,000 บาทขึ้นไป ต่อเซลล์สลิป กับบริษัทนำเที่ยวที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2562 – 31 ธันวาคม 2562

แพ็คเกจท่องเที่ยวชุมชนฯ แบ่งเป็น 3 รูปแบบ เพื่อมุ่งสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและสร้างสรรค์ให้กับนักท่องเที่ยว อาทิ

  • แพ็คเกจ “Go Discover” ชมศิลป์เมืองธนกรุงเก่าและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าแห่ง 2 ชุมชมโบราณย่านหัวลำโพง จังหวัดกรุงเทพฯ
  • แพ็คเกจ “Go Experience” ตะลุยเที่ยว 8 ชนเผ่า ฟังเรื่องเล่าแห่งศรัทธา จังหวัดนครพนม
  • แพ็คเกจ “Go Adventure” กับทรีท๊อปแอดเวนเจอร์ (Tree Top Adventure) พร้อมที่พัก สไตล์ Boutique Log Cabin Home จังหวัดกาญจนบุรี

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ริเวอร์แควโฟลเตล จำกัด โทร 02-642-5497 / บริษัท โกลบอล ฮอลิเดย์ จำกัด โทร 02-393-5855, 086-105-1262 / บริษัท นวทรรศน์ ฮอสพิทัลลิตี้ จำกัด โทร 095-943-9222 / Jumbo Travel & Event โทร 081-763-7413, 034-512-280 /  Win Win Smile โทร 042-192-964, 086-366-9708 และ บริษัท อินทรา แม่โขง จำกัด โทร  02-961-0855-9, 081-662-6501 หรือเว็บไซต์ www.ktcworld.co.th

นายชัชวาลย์ เหลืองอ่อน (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร ต้อนรับ ดร.อุตตม สาวนายน (ที่ 3 จากซ้าย) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมบูธธนชาต ในพิธีเปิดงาน SMART SME EXPO 2019 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยธนาคารธนชาตพร้อมมอบความก้าวหน้าทางธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ SME ภายใต้แนวคิด Your Progress Partner จัด โปรโมชั่นดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ต่อปี นาน 6 เดือน ให้กับผลิตภัณฑ์สินเชื่อระยะยาวทุกชนิดที่มีหลักทรัพย์เป็นหลักประกันเฉพาะในงานเท่านั้น พร้อมแคมเปญเด็ด “พาเพื่อนกู้ ลุ้นถึงหมื่น” เพียงแนะนำเพื่อน SME สมัครสินเชื่อกับธนชาตรับบัตรกำนัลเซ็นทรัลล้านละ 1,000 บาท สูงสุด 20,000 บาท

ผู้ประกอบการ SME พบกับความก้าวหน้าทางธุรกิจได้ที่บูธธนชาต หมายเลข N 8 ฮอลล์ 7-8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันนี้ - 7 ก.ค. 2562 หรือสอบถามที่ธนาคารธนชาต ทุกสาขา โทร.1770

นายระเฑียร ศรีมงคล (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางพิทยา วรปัญญาสกุล (กลางซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นายธศพงษ์ รังควร (ที่สองจากซ้าย) ผู้อำนวยการ นางสาวสุชชวี บรรจบดี (ซ้าย) ผู้จัดการอาวุโส - ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับนายเหวินฮุ่ย หยาง (กลางขวา) ผู้จัดการทั่วไป ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนายเจิ้ง ผิงฝู (ที่สองจากขวา) ผู้จัดการประจำประเทศไทย ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวบัตรเครดิตเคทีซี ยูเนี่ยนเพย์ ครบ 3 ประเภทบัตร ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ บัตรเครดิตเคทีซี ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินั่ม / ไดมอนด์ และเอเชีย เพรสทีจ ไดมอนด์ ที่เคทีซี ป๊อป ชั้น B1 อาคารสมัชชาวาณิช 2 สุขุมวิท 33 เมื่อเร็วๆ นี้

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 เว็บไซต์ www.ktc.co.th หรือสมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์เพื่อสมัครบัตรเครดิตได้ที่นี่: http://bit.ly/2FnvYSj #สุขไม่จำกัด กับบัตรเคทีซี

นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา (ขวา) กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พบปะหารือนายจอห์น รัทเทอร์ฟอร์ด (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายตลาดเงินภาครัฐ ธนาคาร แบงโค บิลเบา วิซคาญ่า อาร์เจนตาเรีย เอส.เอ. (บีบีวีเอ) หนึ่งในธนาคารระดับโลกที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศสเปน เกี่ยวกับแนวทางสร้างความร่วมมือระหว่างทั้งสองธนาคาร รวมทั้งการแสวงหาแหล่งเงินทุนใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ในงานสัมมนาสำหรับนักลงทุนและผู้ออกตราสารหนี้ภาครัฐ ครั้งที่ 8 จัดโดยบีบีวีเอ ณ เมืองปอร์โต โปรตุเกส เมื่อเร็วๆ นี้

X

Right Click

No right click