September 28, 2020

บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนางกมลภรณ์ ชินธรรมมิตร ผู้จัดการฝ่ายการเงิน มอบเงินจำนวน 300,000 บาท ให้แก่นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สนับสนุนกิจกรรม “Bike with The Blind” ปั่นจักรยานกับผู้พิการทางการเห็น ฉลองครบรอบ 80 ปี มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการให้โอกาสและส่งเสริมผู้พิการทางการเห็นได้รู้คุณค่าและศักยภาพของตนเอง อีกทั้งยังแสดงออกถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการแบ่งปัน จัดขึ้นที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 

NSI นำสินประกันภัย ห่วงคนไทยเป็นไข้เลือดออกหน้าฝน ออกกรมธรรม์คุ้มครองชดเชยรายได้แบบเหมาจ่าย เพื่อให้คนไทยมีหลักประกันความเสี่ยงในราคาประหยัด เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นเพียง 99 บาท มีความคุ้มครองให้เลือกถึง 5 แผน เจ็บป่วยนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรมแค่คืนเดียวก็ได้รับเงินชดเชยเต็มวงเงินเอาประกันภัยสูงสุดถึง 5 หมื่นบาท

นายสมบุญ  ฟูศรีบุญ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ NSI  ได้กล่าวแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออกในขณะนี้อันมีต้นเหตุมาจากยุงลายที่มักแพร่พันธุ์ในช่วงฤดูฝน เนื่องจากมีน้ำท่วมขังในแหล่งน้ำเน่าเสียหรือภาชนะต่างๆ ในบริเวณบ้านหรือเขตชุมชนต่างๆ ซึ่งข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขแจ้งล่าสุด (11 มิ.ย.) พบผู้ป่วยแล้ว 2 หมื่น 8 พันราย มีผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกหรือเชื้อไวรัสเด็งกี่แล้ว 43 ราย ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้ลูกค้าของนำสินประกันภัยและประชาชนทั่วไปช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไข้เลือดออกด้วยการช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายทั้งยุงลายบ้านและยุงลายสวน เพื่อลดปริมาณยุงให้น้อยที่สุด

ด้วยความเป็นห่วงเรื่องความเสี่ยงที่ประชาชนคนไทยและลูกค้าจะได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อไวรัสและป่วยเป็นไข้เลือดออกจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซึ่งอาจมีภาระค่าใช้จ่ายที่สูง บริษัทนำสินประกันภัย จึงได้ออกกรมธรรม์ “ประกันภัยไข้เลือดออก” ซึ่งเป็นกรมธรรม์ประกันภัยสุขภาพแบบเหมาจ่ายเฉพาะโรคไข้เลือดออกขึ้นมาเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความอุ่นใจให้กับทุกคนในครอบครัว โดยให้ความคุ้มครองกรณีที่ต้องเข้าพักรักษาตัวในฐานะผู้ป่วยใน (IPD) จากโรคไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัสเด็งกี่ ในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลเวชกรรม ไม่น้อยกว่า 1 วัน ผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลประโยชน์ชดเชยรายได้ระหว่างการรักษาตัวเป็นเงินก้อนตามทุนประกันภัย สูงสุดถึง 50,000 บาท ซึ่งมีแผนความคุ้มครองให้เลือกหลากหลาย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย จำนวน 5 แผน เบี้ยประกันภัยเริ่มต้นที่ 99 บาทต่อปี จนถึง 495 บาทต่อปี  ทั้งนี้จะรับประกันภัยตั้งแต่อายุ 1 – 60 ปี และสามารถต่ออายุกรมธรรม์ได้ถึง 65 ปี  สนใจติดต่อตัวแทนและสาขานำสินประกันภัยได้ทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ NSI Call Center 0 2017 3333

บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม “NSI Blood Hero = ให้ชีวิต” เป็นปีที่ 3 โดยมีผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในชุมชนเตาปูน-บางซื่อร่วมใจกันบริจาคโลหิตเพื่อให้มีโลหิตเพียงพอในการรักษาผู้ป่วยโรงพยาบาลศิริราช จัดขึ้นที่อาคารนำสินประกันภัย สำนักงานใหญ่

นายสมบุญ ฟูศรีบุญ กรรมการผู้อำนวยการ พร้อมด้วยนายวรวัจน์ เจริญชัยพงศ์ กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ  บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน)  นำทีมผู้บริหารแถลงเปิดวิสัยทัศน์แบรนด์ใหม่นำสินประกันภัย ในโอกาสครบ 71 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 8 ของการดำเนินงาน ซึ่งจากนี้เป็นต้นไปนำสินประกันภัยจะมุ่งส่งมอบคุณค่าของความเป็นพันธมิตรที่ร่วมคิดร่วมทำกับลูกค้าและคู่ค้าเพื่อสรรค์สร้างให้เกิดสิ่งที่ดียิ่งขึ้นไปพร้อมกัน

นายวรวัจน์ เจริญชัยพงศ์ กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่กล่าวว่า การที่ให้ความสำคัญกับการ “รีแบรนด์”  ในครั้งนี้ด้วยเหตุผลที่สำคัญคือ นำสินประกันภัยเป็นแบรนด์ที่มีอายุยาวนานถึง 71 ปี แม้จะเติบโตมาอย่างมั่นคง แต่เมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โครงสร้าง และวิธีการบริโภคของลูกค้าก็มีความซับซ้อนและมีพฤติกรรมการเลือกใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไป NSI นำสินประกันภัย จึงมีความจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เปลี่ยนไปตามเทรนด์ของ Digital Transformation หรือการเปลี่ยนแปลงธุรกิจโดยใช้ดิจิทัลมาเป็นหัวใจในการดำเนินงาน  ต้องสร้างความแตกต่างของแบรนด์นำสินประกันภัยให้ต่างไปจากยุคเก่า โดยต้องรีแบรนด์แบบยกเครื่องทั้งองค์กร

นายวรวัจน์เปิดเผยว่า วิสัยทัศน์ใหม่ของแบรนด์นำสินโดยจะเน้นที่คุณค่าของการเป็น Better Partner Better Together ที่ชัดเจนขึ้นคือการเป็นสมาร์ทพาร์ทเนอร์ที่เราจะต้องร่วมคิดร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริการที่ตอบโจทย์ให้กับคู่ค้าและลูกค้าของเรา เพื่อที่จะทำให้ธุรกิจและการดำเนินชีวิตของทุกคนก้าวหน้าก้าวไกลไปด้วยกัน “สิ่งแรกของการเปลี่ยนที่เห็นชัดเจนก่อนเลยคือการเปลี่ยนตราสัญลักษณ์หรือโลโก้ ที่ทันสมัยและสดใสขึ้น”    

การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนแค่โลโก้ และสีประจำบริษัท  แต่เป็นการเปลี่ยนทั้งแนวคิด กระบวนการทางธุรกิจ และทักษะการทำงานของบุคลากร เพื่อรองรับการเข้ามาของ InsurTech  ที่อาจเข้ามา Disruption อุตสาหกรรมประกันภัยในยุค Thailand 4.0  ดังนั้น จึงมีแผนยุทธศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลง หรือ “โรดแมพ” ในการรีแบรนด์ NSI นำสินประกันภัยอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปีนับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป

สำหรับเทคโนโลยีประกันภัย หรือ InsurTech ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้คนไทยในยุคนี้เข้าถึงการประกันภัยมากขึ้น ทางคณะผู้บริหาร NSI นำสินประกันภัย มีแผนนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาประสิทธิภาพและรูปแบบธุรกิจประกันภัยด้วยเช่นกัน นอกจากนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินกิจการแล้วยังจะนำมาใช้เพื่อเพิ่มคุณภาพการให้บริการคู่ค้าและลูกค้า เช่น การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแจ้งเคลมผ่านมือถือ  ขยายช่องทางการขายผ่านระบบออนไลน์ และการทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การสื่อสารแบรนด์ผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ รวมทั้งการตอบข้อซักถามและรับเรื่องร้องเรียนผ่านแชทบอท เป็นต้น นายวรวัจน์กล่าวในตอนท้าย

ทางด้านนายสมบุญ  ฟูศรีบุญ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ NSI เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2561 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 2,038 ล้านบาท โดยแบ่งออกเป็นประกันภัยรถยนต์ 1,409 ล้านบาท ประกันอัคคีภัย 30 ล้านบาท ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 26 ล้านบาท และประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลและอื่นๆ 573 ล้านบาท “บริษัทฯ ยังคงมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรถยนต์สูงที่สุดคืออยู่ที่ร้อยละ 69 หรือเท่ากับ 1,409 ล้านบาท มีประกันภัยประเภทไม่ใช่รถยนต์ (Non Motor) อยู่ที่ร้อยละ 31 หรือเท่ากับ 629 ล้านบาท หากเปรียบเทียบพอร์ตระหว่างรถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์ กับรถยนต์ส่วนบุคคล มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 68 ต่อ 32 ซึ่งหมายความว่าธุรกิจหลักของ NSI นำสินประกันภัย ยังคงมุ่งเน้นที่ รถใหญ่ หรือรถยนต์ใช้เพื่อการพาณิชย์เป็นหลัก”

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2562 นายสมบุญ กล่าวว่าจะไม่เน้นการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2562 มีเป้าหมายผลิตผลงานเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 2,330 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 12 โดยยังคงเน้นสัดส่วนการทำธุรกิจประกันภัยรถยนต์ในอัตราร้อยละ 64 ส่วนธุรกิจการประกันภัยอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถยนต์จะอยู่ที่อัตราร้อยละ 36 “เรายังคงเน้นที่กรมธรรม์รถบรรทุก และรถเก๋งขนาดใหญ่กว่า 2,000 ซีซี เพราะถือว่าเป็นความถนัดและเป็นความเชี่ยวชาญของเรา และการรีแบรนด์ในครั้งนี้ก็จะมีสินค้าและบริการใหม่ๆ ทั้งก่อนการขายและหลังการขายมาตอบโจทย์ลูกค้าอย่างถูกใจและใหม่ขึ้น โดยทั้งหมดจะเน้นให้สอดรับกับคุณค่าของแบรนด์ที่เราตั้งใจส่งมอบให้ลูกค้าและคู่ค้าคือการเป็น Better Partner Better Together ที่เราพร้อมจะก้าวไกลไปด้วยกันในยุค 4.0” กรรมการผู้อำนวยการ นายสมบุญ ฟูศรีบุญ กล่าวในที่สุด

บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการรับซื้อข้าวจากชุมชน เพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น ภายใต้แคมเปญ “ให้ข้าว = ช่วย”

สถาบันไทยพัฒน์ ในฐานะหนึ่งในองค์กรร่วมก่อตั้งหน่วยงานริเริ่มธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย (Thailand Social Business Initiative : TSBI) ได้ริเริ่มกิจกรรมสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร ภายใต้แคมเปญ “ให้ข้าว = ช่วย” เพื่อชักชวนภาคเอกชนในการรับซื้อข้าวจากเกษตรกร เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการระบายผลผลิตสู่องค์กรธุรกิจโดยตรง โดย บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้เข้าร่วมเป็นองค์กรริเริ่ม (Pioneer Organization) ในโครงการ และรับซื้อข้าวจากเกษตรกร จนถึงปัจจุบัน รวมจำนวน 10 ตัน

นายสมบุญ ฟูศรีบุญ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การร่วมสนับสนุนโครงการ “ให้ข้าว = ช่วย” นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการที่ทุกภาคส่วนในสังคมปัจจุบันมีความตื่นตัวในการส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น (Local Economy) เพื่อเป็นช่องทางให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตหรือสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มอาชีพ และกลุ่มผู้ผลิตในระดับครัวเรือน สร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจต้นทาง ให้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับห่วงโซ่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เป็นตลาดปลายทาง ซึ่งก็ตรงกับนโยบายการดำเนินธุรกิจของนำสินประกันภัย หรือ NSI ที่ต้องการร่วมพัฒนาและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับชุมชน ไม่ใช่แค่เพียงการให้บริการรับประกันภัยให้กับผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนทั่วไปเท่านั้น แต่เรามีจุดยืนในการดำเนินธุรกิจเพื่อทำให้ทุกชีวิตดีขึ้น”

ดร.พิพัฒน์ ยอดพฤติการ ประธานสถาบันไทยพัฒน์ กล่าวว่า “กิจกรรมสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรริเริ่มขึ้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2559 มีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยกระจายผลผลิตให้แก่ชุมชน ไม่เพียงแต่ในระยะสั้น แต่คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ได้ทั้งปี และสำหรับฤดูการผลิตต่อๆ ไปด้วย เอื้อให้เกิดการจับคู่ระหว่างกลุ่มผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการในชุมชน กับกลุ่มผู้ซื้อที่เป็นองค์กรธุรกิจหรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่”

กิจกรรมสนับสนุนการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรดังกล่าว ได้ยกระดับการดำเนินการไปสู่สินค้าและผลผลิตอื่นๆ เพิ่มเติม นอกเหนือจากข้าว และได้ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับชุมชน หรือ Community-Friendly Business โดยมีองค์กรสมาชิกในปัจจุบันรวม 32 ราย ทั้งนี้ องค์กรธุรกิจที่สนใจ สามารถเข้าร่วมโครงการและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.communityfriendly.biz

Page 3 of 3
X

Right Click

No right click