October 27, 2020
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 840

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 810

บริษัท นำสินประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเสริมสร้างสุขอนามัยและโภชนาการที่ดีของนักเรียน มอบชุดรับประทานอาหารเพื่อใช้เป็นภาชนะประจำตัวให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดดอนผิงแดดให้ได้รับความปลอดภัยจากโรคติดต่อทางภาชนะใส่อาหาร ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นร่วมกับโครงการพี่เพื่อน้องจากผองเพื่อนชาวประกันและมวลมิตรธุรกิจเพื่อสังคม ปีที่ 15 ณ โรงเรียนวัดดอนผิงแดด ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

กลุ่มบริษัทเอไอเอ จำกัด (“เอไอเอ” หรือ “บริษัท” รหัสตลาดหลักทรัพย์: 1299) ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ประจำปี 2561 โดยมีอัตราการเติบโตด้านการเงินเป็นตัวเลข 2 หลัก  ซึ่งรวมถึงมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ที่เติบโตแข็งแกร่งอย่างมาก เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (CER) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 22 โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนตามจริง (AER) เปรียบเทียบกับช่วง 6 เดือนแรก สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560

จุดเด่นของผลการดำเนินงาน โดยคำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่    

การเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ที่แข็งแกร่งอย่างมาก

  • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 เป็น 1,954 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 24 ไม่รวมช่องทางที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA)  ของฮ่องกง ที่มีผลการดำเนินงานอย่างยอดเยี่ยมในครึ่งปีแรกของปี 2560
  • เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เป็น 3,252 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) คิดเป็นร้อยละ 5 เพิ่มขึ้น 4.4 จุด

การเติบโตของผลกำไรจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

  • กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษีตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 คิดเป็นมูลค่า 2,653 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • มูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบันของบริษัท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 คิดเป็นมูลค่า 4,152 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ผลตอบแทนจากการดำเนินงานต่อมูลค่าธุรกิจ เพิ่มขึ้น 70 bps เป็นร้อยละ 17

สถานะเงินสดหมุนเวียนมีจำนวนมากและสถานะเงินทุนที่มั่นคง

  • มูลค่าของบริษัทคิดเป็น 53.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าสินทรัพย์ปัจจุบันของบริษัท คิดเป็น 52 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ จากวันที่ 31 ธันวาคม 2560
  • มีเงินกองทุนส่วนเกิน เป็นมูลค่า 2,497 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 11
  • มีเงินกองทุนส่วนเกินที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร มูลค่า 17 พันล้านเหรียญสหรัฐ
  • อัตราส่วนของการดำรงเงินกองทุนตามพระราชบัญญัติบริษัทประกันชีวิตฮ่องกงของเอไอเอ เพิ่มขึ้น
    ร้อยละ 458

มูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นอย่างมาก

  • เงินปันผลในครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 คิดเป็นมูลค่า 220 เซ็นต์ฮ่องกงต่อหุ้น

 

 

มร. อึง เค็ง ฮุย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ  กล่าวว่า

“เอไอเอมีผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ประจำปี 2561 ที่แข็งแกร่งมาก  โดยมีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 17 เป็น 1,954 ล้านเหรียญสหรัฐ และกำไรจากการดำเนินงานตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) เติบโตขึ้นร้อยละ 14  ทั้งนี้ อัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ในครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตร้อยละ 24   โดยไม่ได้นับรวมช่องทางที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA)  ของฮ่องกง ที่มีผลการดำเนินงานอย่างยอดเยี่ยมในครึ่งปีแรกของปี 2560  ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์ในการสร้างความเติบโตในการดำเนินธุรกิจของเอไอเอที่มีคุณภาพ ครอบคลุมอย่างรอบด้านในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

“คณะกรรมการบริษัทของกลุ่มบริษัทเอไอเอได้ประกาศเงินปันผลครึ่งปีแรกประจำปี 2561 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเงินของเอไอเอ อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจถึงภาพรวมในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเอไอเอ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายในการจ่ายเงินปันผลที่มีความรัดกุม และคำนึงถึงความยั่งยืนและความก้าวหน้าของเรา” 

“เอไอเออยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งและมีความได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินธุรกิจมายาวนานในเอเชีย คุณภาพของผลการดำเนินงานของเราเกิดขึ้นจากรูปแบบการทำงานที่มีความหลากหลายและลงตัว ทั้งจากช่องทางการดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์และในเชิงภูมิศาสตร์ กลยุทธ์ที่ชัดเจนของเรายังคงใช้ได้อย่างดีเยี่ยมเนื่องจากทีมงานที่มากประสบการณ์ของเราได้ร่วมกันทำงาน เพื่อหาโอกาสในการเติบโตที่ยังมีอยู่มากมายในภูมิภาคนี้”

“เรามั่นใจว่าเราจะเดินหน้าในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ของเรา เพื่อแสดงศักยภาพของเอไอเอในการช่วยให้ผู้คนนับล้านมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

ภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและกิจการภายนอก เอไอเอ ประเทศไทย เป็นตัวแทนมอบหมวกนิรภัย จำนวน 2,500 ใบ เพื่อแจกจ่ายให้แก่คนในชุมชนและสถานศึกษาต่างๆทั่วประเทศ เพื่อร่วมรณรงค์ความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 ในโครงการ “สงกรานต์เดินทางปลอดภัย ประกันภัยห่วงใยคุณ” โดยมี ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เป็นผู้รับมอบ ซึ่งโครงการดังกล่าวดำเนินการโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิเมาไม่ขับ และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย

ภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและกิจการภายนอก เอไอเอ ประเทศไทย (ซ้าย) ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) (ขวา)

ในการนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้ส่งมอบหมวกนิรภัยให้แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดพลมานีย์ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยแก่นักเรียนและเยาวชน นอกจากนั้น ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้สนับสนุนน้ำดื่มกว่า 3,000 ขวด ผ่านทางสำนักงาน คปภ. ประจำจังหวัด เพื่อมอบความสดชื่นให้แก่ประชาชนที่ต้องใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์อีกด้วย อย่างไรก็ดี เอไอเอ ประเทศไทย ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยรณรงค์และส่งเสริมให้คนไทยตระหนักถึงความรับผิดชอบขณะขับขี่ยานพาหนะ เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ให้คนไทยมีความสุขตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย 2561

ประกันภัยเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากกระแสดิจิทัล โลกเริ่มเห็นความเคลื่อนไหว Insure Tech ตีคู่มากับ Fin Tech ที่เข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภค

 

ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน)  รับมอบใบรับรองระบบมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 จาก United Kingdom Accreditation Service (UKAS) ซึ่งเป็นองค์กรตรวจรับรองมาตรฐานระดับโลกของประเทศอังกฤษ ภายใต้ขอบเขต “The provision of IT operation which support insurance service (E-policy and E-Claim) , core insurance processing system , financial and accounting system , data center , system and network management”  โดยทิพยประกันภัยเป็นบริษัทประกันวินาศภัยแห่งแรกของไทย ที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 27001:2013 ทุกระบบด้าน IT สารสนเทศในองค์กร ในการดำเนินธุรกิจประกันภัย เพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็น Digital Insurance อย่างเต็มรูปแบบ

 ดร.สมพรกล่าวว่า เนื่องจากบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องข้อมูลของลูกค้าจากภัยคุกคามทาง  ไซเบอร์อย่างจริงจัง และยังสอดคล้องกับประกาศฉบับใหม่ของคปภ. เรื่อง “หลักเกณฑ์ วิธีการออกกรมธรรม์ประกันภัย การเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย และการชดใช้เงิน หรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย โดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2560” เพื่อให้เห็นถึงความพร้อมในทุกๆด้านโดยเฉพาะด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ

 นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง จากเมื่อปี 2542 เราเป็นบริษัทประกันวินาศภัยแห่งแรกของไทยที่ได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9002 ทุกระบบขององค์กร จวบจนปัจจุบันเรายังมุ่งพัฒนามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของ ISO9001  โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการด้านความเสี่ยงในธุรกิจประกันภัย และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียที่นอกเหนือจากลูกค้า อาทิเช่น ผู้ถือหุ้น คู่ค้า พันธมิตรต่างๆ

เป็นต้น เพื่อยกระดับความพึงพอใจต่อลูกค้า และสร้างโอกาสทางธุรกิจและความเชื่อมั่นต่อคู่ค้า, พันธมิตรทางธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้เห็นว่า ทิพยประกันภัยยังคงรักษาระบบการบริหารงานและกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ เป็นไปตามมาตรฐานสากลเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อที่จะสามารถให้บริการลูกค้าได้รับความพึงพอใจในทุกๆด้าน

 

ดร.สมพร กล่าวเพิ่มเติมว่า  การที่บริษัทฯได้รับการรับรองมาตรฐานทั้ง 2 ระบบมาตรฐานสากลนี้  ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจให้องค์กร ในยุค Digital ที่คนส่วนใหญ่หันมาทำธุรกรรมผ่านทางโซเชียลมีเดีย มากขึ้น ทำให้เราต้องยิ่งพัฒนาในด้านการให้บริการเพื่อสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับหน่วยงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า กลุ่มธุรกิจ Start up หรือนวัตกรรมด้านการบริการต่างๆ  โดยสามารถยกระดับมาตรฐานของคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับให้ความสำคัญ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยของข้อมูล ผ่านระบบสารสนเทศหลักของธุรกิจที่มีความมั่นคง ปลอดภัยต่อความเสี่ยงหรือวิกฤตต่างๆได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

 "การนำระบบทั้งสองมาประยุกต์ใช้ในทุกรูปแบบจะสร้างความได้เปรียบทางด้านธุรกิจ ทั้งด้านคุณภาพการบริการ, การจัดการความเสี่ยงและความปลอดภัยของข้อมูล, สร้างโอกาสทางธุรกิจ, สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้–ทิพยประกันภัย ก้าวไปสู่การเป็นผู้นำทางธุรกิจได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน" ดร.สมพร กล่าวสรุป

 

Page 5 of 5
X

Right Click

No right click