October 01, 2020

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รับมอบไข่ไก่สด CP จากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เพื่อใช้ในการประกอบอาหารปรุงสุกพร้อมทาน สำหรับมอบแก่ผู้ยากไร้และคนว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  สนับสนุน "ขอนแก่นเปิดปฎิบัติการ "ปันกันอิ่ม สู้ภัยโควิด-19" ตั้งโรงครัวทั้งจังหวัด โดยมี นายอรรถกร ดูงาม ผู้แทนซีพีเอฟ พร้อมบุคลากรโรงงานผลิตอาหารสัตว์ซีพีเอฟขอนแก่น เป็นผู้ส่งมอบ ร่วมด้วย พล ต ต พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น และ นายเข็มชาติ สมใจวงษ์ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดขอนแก่น ณ ศาลากลาง จ.ขอนแก่น

Benja Chicken จากแบรนด์ ยูฟาร์ม ครบรอบ 1 ปี จับมือเชฟระดับโลก รังสรรค์สเต๊กอกไก่โมชิโอะ เสิร์ฟความอร่อยระดับพรีเมียมเพื่อสุขภาพจากธรรมชาติ 100% ที่ 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมเตรียมขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ชู 3 หัวใจ เรื่องความปลอดภัย อาหารที่ดี ทานแล้วได้คุณภาพ และสุขภาพที่ดี

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ไก่เบญจา หรือ Benja Chicken เป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ ยู-ฟาร์ม เปิดตัวสู่ตลาดเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา เป็นผลิตภัณฑ์ 100% จากธรรมชาติ ปลอดสาร ปลอดภัย ไม่ใช้ฮอร์โมน และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยงดู จากการวิจัยพัฒนาเพื่อให้ผลิตภัณฑ์นั้นมีคุณสมบัติพิเศษมากกว่ามาตรฐานปกติ และเป็นครั้งแรกของโลกที่เลี้ยงไก่ด้วยข้าวกล้องคัดพิเศษ ที่อุดมไปด้วยสารกาบา (GABA) และสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามิน B3 B6 B9 ทำให้มีความ หอม นุ่ม ฉ่ำ ปลอดสาร ปลอดภัย ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกจาก NSF International (National Sanitation Foundation) ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้ง 5 ประการ และรสชาติที่ดีกว่า แตกต่างกว่า ตอบรับ Global Food Trend ที่ผู้บริโภคหันมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีจากร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำ หันมาเลือกใช้ไก่สด Benja Chicken เป็นเมนูเสิร์ฟลูกค้าในระดับพรีเมียม

 

ในปีนี้ บริษัทฯ เตรียมขยายการผลิต เพื่อให้ตอบสนองการบริโภคในประเทศและพร้อมขยายสู่ตลาดต่างประเทศจากฐานการตลาดทั่วโลกอยู่แล้ว โดยเน้นเจาะกลุ่มตลาด Premium Segment ที่ผ่านมา ร้าน Alma by Juan Amador ซึ่งเป็นร้านที่ได้รับรางวัลระดับโลก และล่าสุดได้รับการโหวตให้เป็นร้านอาหาร อันดับ 1 ในสิงคโปร์ จาก Trip Advisor นอกจากนี้ ยังเจาะตลาดในกลุ่มร้านอาหาร และในอนาคตจะวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าทั่วสิงคโปร์ พร้อมทั้งขยายสู่ตลาดในจีนและฮ่องกงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ และจะเร่งเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ภายในปี 2563 เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์พรีเมียมระดับโลก

นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการอาวุโสด้านการตลาดกลาง ซีพีเอฟ กล่าวว่า จากกระแสการตอบรับที่ดีของผู้บริโภค เบญจา ชิคเก้น ร่วมมือกับเชฟระดับโลก อย่าง เชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ จาก ร้าน CHIM BY SIAM WISDOM พัฒนาให้เป็นเมนูอาหารพร้อมทาน ที่สะดวก รวดเร็ว หาซื้อง่ายใกล้บ้าน สำหรับเมนู “สเต๊กอกไก่ โมชิโอะ” เราคัดสรรในส่วนของอกไก่ ซึ่งมีแคลอรี่ต่ำ ดีต่อสุขภาพ และอุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ทั้งสารกาบา (GABA) และสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน B3 B6 B9 จึงตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยของอาหาร (FOOD SAFETY) อาหารที่ดี (FOOD QUALITY) ทานแล้วได้คุณภาพ และสุขภาพที่ดี (FOOD HEALTHY) ที่มีความอร่อยด้วย โดยวางจำหน่ายที่ร้านสะดวกซื้อ 7 – Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ

“นอกจากนี้ เชฟหนุ่มยังได้รังสรรค์ผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ออกวางจำหน่ายอีก 2 เมนู คือ ไก่อบซอสสามรสและอกไก่นุ่มคลีนรสพริกแม็กซิกัน ซึ่งเบญจาชิกเก้นไก่อบซอสสามรสจะวางจำหน่ายในเดือนตุลาคมนี้” นางสาวอนรรฆวี กล่าว

ด้าน เชฟหนุ่ม – นายธนินทร จันทรวรรณ จากร้าน CHIM BY SIAM WISDOM กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ที่ร้านไม่มีเมนูไก่เลย เพราะอาหาร Fine dining ส่วนใหญ่ไม่มีเนื้อไก่ ด้วยคุณลักษณะทั้งเรื่องคุณภาพ ความอร่อย และความปลอดภัยของ Benja Chicken ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เชฟ พัฒนาเมนู Fine dining รวมถึงเมนูอาหารจานเดียว ข้าวมันไก่ เมนูพื้นบ้านที่หาทานยากพร้อมทานที่อร่อยและดีกับสุขภาพ สำหรับ “เมนูสเต็กอกไก่โมชิโอะ” นำเนื้ออกไก่ของ เบญจา ชิกเก้น เป็นวัตถุดิบหลัก และใช้เกลือ โมชิโอะ เกลือบริสุทธิ์ ที่มีรสชาติที่ดี และส่วนผสมอื่นที่เป็นเครื่องเทศเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ เช่น พริกชิจิมิ ให้ความหอม แต่ไม่เผ็ด รวมไปถึงเครื่องเทศอื่นๆ อีก 7 ชนิด หมักเข้าเนื้อ แล้วปรุงสุก ไม่ใส่วัตถุกันเสีย ไม่ใส่สีและกลิ่นสังเคราะห์ ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคได้รับความอร่อยที่พิเศษแตกต่างด้วยความหอม นุ่ม และฉ่ำของเนื้อไก่ เบญจา ชิคเก้น เหมือนกับไปทานที่ร้าน

บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ รวมถึง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)​ หรือ ซีพีเอฟ โดย นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีเอฟ และ นายเฉลิมชนม์ กุณฑลวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ นำทีมผู้บริหารและพนักงานร่วมแสดงพลังต่อต้านคอร์รัปชั่น ในงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นของประเทศไทย 2562 ซึ่งในปีนี้

ชูแนวคิด “รวมพลังอาสาสู้โกง” จัดโดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เพื่อแสดงจุดยืนที่แน่วแน่ในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยซีพีเอฟมีนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นเป็นหลักปฏิบัติที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจทั่วทั้งองค์กร

ซีพี ออลล์ คิกออฟงาน “วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” เพื่อมอบหลากหลายโอกาสทั้งด้านธุรกิจ อาชีพ และการศึกษา ให้กับคนไทยทุกภาคส่วนของสังคม พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษ ทั้งการสัมมนา เสริมความรู้ด้านการค้าขาย และการตลาดโดยผู้เชี่ยวชาญและ SME ที่ประสบความสำเร็จใน การทำธุรกิจกับเซเว่น อีเลฟเว่น พร้อมมอบรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2561 การจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษจากผู้ประกอบการ SME และสินค้าเกษตรกว่า 250 บูธ

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย เปิดเผยว่า งาน “วันแห่งโอกาสดี @ CP ALL” จัดขึ้นตามปณิธานขององค์กรที่ต้องการสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน โดยในงานนี้จะมีกิจกรรมที่หลากหลาย เพื่อมอบโอกาสในมิติต่างๆ ทั้งโอกาสทางธุรกิจ โอกาสทางอาชีพ และโอกาสทางการศึกษา

โดย โอกาสทางธุรกิจ จัดให้มีบูธเจรจาธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ SME และเกษตรกร ที่สนใจจะนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง (24 shopping) และเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเป็นผู้ร่วมธุรกิจร้านเซเว่น อีเลฟเว่น รวมทั้งผู้รับเหมาก่อสร้างรายย่อยที่สนใจรับงาน สามารถขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง

ทางด้าน โอกาสทางอาชีพ จัดให้มีบูธรับสมัครงานของซีพี ออลล์ และบริษัทในกลุ่ม ที่มาเปิดรับ ผู้ที่จบการศึกษาตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 6 ถึงปริญญาเอก ในตำแหน่งต่าง ๆ กว่า 35,000 อัตรา อาทิ วิศวกรเว็บมาสเตอร์, ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง, นิติกร, เภสัชกร, เชฟ, เจ้าหน้าที่บัญชี และพนักงานประจำร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ เป็นต้น

สำหรับ โอกาสทางการศึกษา จัดให้มีบูธรับสมัครนักเรียน นักศึกษาเพื่อศึกษาต่อระดับ ปวช. ปวส. ของวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และระดับอุดมศึกษาในสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ สาขาต่าง ๆ ได้แก่ บริหารธุรกิจ, วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี, ศิลปศาสตร์, นิเทศศาสตร์, นวัตกรรมการจัดการเกษตร และการจัดการโลจิสติกส์และการคมนาคมขนส่ง เป็นต้น และสมัครขอรับทุนการศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีการ เติมความรู้ในการทำธุรกิจออฟไลน์และออนไลน์ ให้กับ SME และผู้สนใจฟรี อาทิ การสัมมนาเรื่อง “ธุรกิจ SME กลยุทธ์วางแผนการตลาดขั้นเทพ” โดย รศ.ดร.เสรี วงษ์มณฑา  “ฉีกกฎการตลาด SME ยุคใหม่” โดย นายนราธิป อ่ำเที่ยงตรง “การสร้างแบรนด์ SME ให้ดังบนโลกโซเชียล” โดย  โซอี้-ภญ.โสภา พิมพ์สิริพานิชย์  “ถอดรหัสความสำเร็จ SME” โดยเจ้าของธุรกิจ SME ที่ขายผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง (24 shopping) อาทิ เกษตรกรรุ่นใหม่ผู้ปลูกกล้วยหอมทอง, เจ้าของน้ำพริกป้าแว่น, เจ้าของเครื่องสำอางสมูทโตะ,  ผู้ร่วมธุรกิจร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และ “จะขายสินค้ากับ 7-11 ต้องทำอย่างไร” โดยวิทยากรจากซีพี ออลล์ รวมทั้งยังมีทอล์คโชว์เรื่อง “ราศีปังธุรกิจรุ่งกับหมอช้าง” โดย อ.ช้าง ทศพร ศรีตุลา และทอล์คธรรมเรื่อง “ธรรมะยุค 4.0” โดยพระมหาสมปอง

ภายในงานยังมี พิธีมอบรางวัลเซเว่น อีเลฟเว่น เอสเอ็มอีไทยยั่งยืน 2561 ซึ่งซีพี ออลล์ ร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางแลขนาดย่อม สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด จัดขึ้น เพื่อเชิดชูผู้ประกอบการ SME และช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ SME มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ สามารถแข่งขันในช่องทางการค้าที่หลากหลาย และเป็นต้นแบบให้กับ SME รายอื่นที่จะพัฒนาธุรกิจให้เติบโตได้ในยุคดิจิทัล โดยการประกวดแบ่งออกเป็น 9 ประเภท ได้แก่ SME ยั่งยืน, SME ยอดเยี่ยม, SME ดาวรุ่ง, SME สินค้าเกษตร, SME ส่งเสริมผู้ประกอบการชุมชน, SME ความคิดสร้างสรรค์, SME ผลิตภัณฑ์สุขภาพ, SME ยั่งยืนด้านพัฒนาอุปกรณ์และก่อสร้างร้านสาขา และ SME ด้านงานระบบวิศวกรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์ในงานนี้ คือ การจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ จากผู้ประกอบการ SME และสินค้าเกษตร รวมกว่า 250 บูธ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้ประกอบการมีช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้นแล้ว ผู้บริโภคยังได้เลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพในราคาพิเศษด้วย

“ซีพี ออลล์ เติบโตมาถึงทุกวันนี้ เพราะได้รับการสนับสนุนจากคนไทยทุกคนมาตลอด 30 ปี ปัจจุบันเรามีร้านเซเว่น อีเลฟเว่นกว่า11,000 สาขา มีผู้ใช้บริการกว่า 12 ล้านคนต่อวัน ซีพี ออลล์ จึงต้องการตอบแทนคนไทยและสังคมไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ ได้มอบโอกาสด้านธุรกิจ ด้วยการทำให้ผู้ประกอบการ SME และเกษตรกรหลายหมื่นคนได้มีช่องทางการจำหน่ายสินค้าไปทั่วประเทศ มอบโอกาสให้ผู้รับเหมาก่อสร้างได้มีงานทำ มอบโอกาสให้ผู้สนใจได้ร่วมธุรกิจร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีความมั่นคง มอบโอกาสทางอาชีพด้วยการจ้างงานกว่า 170,000 อัตรา นับเป็นองค์กรที่มีการจ้างงานมากที่สุดในประเทศไทย และมอบทุนการศึกษาไปแล้วกว่า 47,000 ทุน รวมกว่า 4,000 ล้านบาท โอกาสในด้านต่าง ๆ ที่ซีพี ออลล์ มอบให้เพื่อต้องการเพิ่มคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น งานวันแห่งโอกาสดี @CP ALL ที่จัดขึ้นครั้งนี้  จึงนับเป็นการมอบโอกาสจากซีพี ออลล์ ครั้งสำคัญ โดยรวบรวมโอกาสในทุก ๆ มิติ มาไว้ในที่เดียว” นายก่อศักดิ์ กล่าว   

อีกหนึ่งกลยุทธ์สู่ครัวโลก  ซีพีเอฟจับมือไห่หลายกรุ๊ป ธุรกิจอาหารรายใหญ่ของไต้หวัน เปิดภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์” สาขาที่ 10 ของโลก บนพื้นที่ 2,000 ตรม. ณ ชั้น 6 ไอคอนสยาม เสิร์ฟอาหารอินเตอร์เนชั่นแนลบุฟเฟ่ต์ หลังประสบความสำเร็จสูงสุดในไต้หวันและจีนที่ต้องจองล่วงหน้านับเดือนก่อนได้ลิ้มรส มองธุรกิจอาหารในไทยมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องพร้อมเล็งขยายสาขาในหัวเมืองใหญ่ต่อไป

นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่(ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับ ไห่หลายกรุ๊ป ประเทศไต้หวัน จัดตั้งบริษัทในเครือชื่อ บริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 130 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจภัตตาคาร 

“การขยายธุรกิจภัตตาคารเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์สู่ครัวโลกของซีพีเอฟ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอาหารคุณภาพในทุกระดับ ขณะที่ภัตตาคารฮาร์เบอร์เป็นภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างล้นหลามทั้งในไต้หวันและจีน เมื่อนำจุดเด่นทั้งหมดของฮาร์เบอร์มาผนวกกับไลฟ์สไตล์การนิยมบริโภคอาหารนอกบ้านของชาวไทย เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จในธุรกิจภัตตาคารของซีพีเอฟ”  นายสุขวัฒน์กล่าว

ด้าน Mr. Liu Tzu-Ming ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด ระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารของประเทศไทยมีทิศทางการเติบโตที่ดีมาก เนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นที่เพิ่งเปิดไอคอนสยาม อภิมหาโครงการศูนย์การค้าและแลนด์มาร์ค ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดในประวัติการณ์จะรองรับและดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ขณะที่ซีพีเอฟเป็นผู้นำธุรกิจอาหารของไทยและของโลก มีความพร้อมในการเติบโตและสนับสนุนธุรกิจซึ่งกันและกัน  ไห่หลายกรุ๊ปยินดีมากที่ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรทางการค้าในนาม “ซีพี-ไห่หลาย ฮาร์เบอร์” โดยตั้งเป้ายอดขายในปีแรกไว้ที่ 240 ล้านบาท และมีแผนขยายสาขาสู่หัวเมืองใหญ่หลายแห่งในประเทศไทย อาทิ พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น

บริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด เริ่มต้นดำเนินธุรกิจภัตตาคารแห่งแรกในประเทศไทย โดยนำแบรนด์บุฟเฟ่ต์นานาชาติอันดับหนึ่งของประเทศไต้หวัน “ฮาร์เบอร์” เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัสถึงรสชาติและบริการที่เป็นเอกลักษณ์  ในพื้นที่ร่วม 2,000 ตารางเมตร บนชั้น 6 ไอคอนสยาม สามารถรองรับลูกค้าได้ถึงรอบละ 450 ที่นั่ง หรือราว 1,000 ที่นั่งต่อวัน จัดเป็นภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 

“ฮาร์เบอร์” ได้รับการยอมรับจากชาวไต้หวันว่าเป็นภัตตาคารอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ดีที่สุดของไต้หวัน (the best  buffet in Taiwan! ) ให้บริการเต็มทุกรอบ กระทั่งมีคำกล่าวว่าต้องจองล่วงหน้านับเดือนจึงจะได้ลิ้มรส โดยมีจุดเด่นคือ อาหารสดใหม่จากท้องทะเล การรังสรรค์ 200 รายการอาหารจากทั่วโลก เป็นที่สุดของอาหารฝั่งตะวันออกและตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น อาหารไต้หวัน อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารไทย อาหารอินเดีย อาหารตะวันตก อาหารอาเซียน และเทปันยากิ รวมถึง สุดยอดของหวานจากยุโรปและญี่ปุ่น ที่พร้อมให้ทุกคนลิ้มลอง ที่นี่จึงสามารถรองรับความอิ่มอร่อยของลูกค้าได้อย่างครบครัน การเดินทางหนึ่งครั้งใน “ฮาร์เบอร์” จึงเปรียบเหมือนการเดินทางรอบโลกแห่งอาหาร ที่จะตราตรึงอยู่ในใจของทุกคนที่มาเยือน

สำหรับไห่หลายกรุ๊ป ประเทศไต้หวัน เริ่มต้นด้วยธุรกิจโรงแรม และฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมได้เปิดภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์” ขึ้นเป็นสาขาแรกที่ชั้น 43 โรงแรมแกรนด์ไห่หลาย  ภัตตาคารฮาร์เบอร์ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก จึงแยกฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมออกมาตั้งเป็น บริษัท ไห่หลาย ฟู้ดส์ จำกัด และต่อมาในปี 2011 จึงขยายภัตตาคารฮาร์เบอร์ สาขา 2 ณ ศูนย์การค้าฮั่นเฉิน อารีน่า ซึ่งนับเป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ระดับห้าดาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไต้หวัน ต่อมาภัตตาคารฮาร์เบอร์ขยายตัวเปิดให้บริการในประเทศจีนที่มณฑลซีอานและมณฑลเซี่ยงไฮ้ด้วยโดยได้รับการต้อนรับอย่างดีมากจากประชาชนชาวจีน ปัจจุบันไห่หลาย ฟู้ดส์ ดำเนินกิจการภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์” รวม 9 สาขา เป็นสาขาในไต้หวันจำนวน 7 สาขาและอีก 2 สาขาอยู่ในประเทศจีน โดยสาขาไอคอนสยามในประเทศไทยนี้นับเป็นสาขาที่ 10 ของโลก

Page 1 of 2
X

Right Click

No right click