×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 10974

นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจอาหารสัตว์บก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “เกาะติดสถานการณ์...African Swine Fever (ASF)” แก่ลูกค้าอาหารสัตว์ของซีพีเอฟ เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่ถูกต้อง มาตรการเฝ้าระวัง และการป้องกันโรคในประเทศไทย และระดับสากล พร้อมย้ำไม่ต้องตื่นตระหนกเนื่องจากโรคนี้ไม่ติดต่อสู่คน เป็นโรคเฉพาะในสุกรเท่านั้น และเน้นการบริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ โดยมี น.สพ.จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์, สพ.ญ.ดร.วันทนีย์ กัลล์ประวิทย์ ผู้จัดการศูนย์ควบคุมโรคระบาดสัตว์ผ่านแดนภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ, นางกอบกาญจน์ ประสมศักดิ์ ผู้ชำนาญการอาวุโสระบบมาตรฐาน และ น.สพ.ดำเนิน จตุรวิธวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านสัตวแพทย์บริการวิชาการสุกร หน่วยงานด้านสุขภาพสัตว์ ซีพีเอฟ ร่วมบรรยายพิเศษ ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เยี่ยมชมบูธ ซีพีเอฟ ในงาน “หอการค้าแฟร์” ขอนแก่น (TCC Fair 2019) ซึ่งจัดโดย หอการค้าไทย ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) โดยมี ดร.สมบัติ ธีระตระกูลชัย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายตันโจ เอี่ยมละออง ผู้จัดการทั่วไปเขตการขายภาคอีสาน 3 บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ

ภายในงาน ซีพีเอฟได้นำผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล ไปจัดจำหน่ายในราคาพิเศษหลายรายการ ทั้ง ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปแช่เย็นและแช่แข็ง รวมถึงอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทาน ไก่ย่างเชสเตอร์ ห้าดาว กาแฟ "สตาร์คอฟฟี่" เป็นต้น ให้กับพี่น้องชาวขอนแก่นและชาวอีสานได้เลือกซื้อเลือกทานได้ ที่ บูธ ซีพีเอฟ C1 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) จ.ขอนแก่น ระหว่างเวลา 10.00 – 21.00 น. จนถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2562 นี้.

H.E. Veng Sakhon (ซ้าย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และการประมง ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานเปิดงานสัมมนาวิชาการ เรื่อง โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever : ASF) โดยร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกร และภาคเอกชน เพื่อให้เกษตรกรตระหนักถึงการควบคุมป้องกันโรค รวมถึงชี้แจงให้ผู้บริโภคไม่ตื่นตระหนกเนื่องจากโรคนี้ไม่ติดต่อสู่คน และเน้นย้ำเรื่องการบริโภคอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ในงานนี้ รัฐมนตรีฯ ได้รับมอบสนับสนุนอุปกรณ์ด้านการควบคุมป้องกันโรค มูลค่าประมาณ 1.2 ล้านบาท จากนายปรีดา จุลวงษ์ (ขวา) รองประธานกรรมการ บริษัท ซี.พี. กัมพูชา จำกัด ทั้งนี้ ผศ.น.สพ.คัมภีร์ กอธีระกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านสุกรในอาเชียนและจีน ได้เข้าร่วมบรรยายพิเศษอีกด้วย ณ ห้องประชุมลำดวน กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ประเทศกัมพูชา

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และ บริษัท ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น หรือ ซี.พี. เวียดนามคว้า 7 รางวัลระดับโลก Total Productive Maintenance : TPM 2018 สะท้อนภาพลักษณ์องค์กรที่ประสบความสำเร็จด้านการควบคุมและจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตองค์กร และมีระบบงานตามแนวคิด “การป้องกัน” ส่งผลให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุน พร้อมเอื้อประโยชน์ต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและชุมชน

 

นายเรวัติ หทัยสัตยพงศ์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ ธุรกิจอาหารสัตว์บก ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกของซีพีเอฟ 4 แห่ง ได้แก่ โรงงานบางนา กม.21, โรงงานพิษณุโลก, โรงงานหนองแค และโรงงานปักธงชัย ผ่านการประเมินรางวัล TPM จากผู้เชี่ยวชาญ TPM Assessor ของสถาบัน JIPM (Japan Institute of Plant Maintenance) โดยวิธีการประเมิน 5 ด้าน คือ 1.ด้านการบริหารจัดการโรงงาน ที่มีการถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติ (Policy Deployment) เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ไปจนถึงการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายการดำเนินงาน 2.ด้านระบบ ประเมินความน่าเชื่อถือ ความสมเหตุสมผลของระบบที่ถูกสร้างขึ้น ที่สามารถนำมาปฏิบัติและสร้างผลลัพธ์ที่ดีได้จริงเป็นไปตามแนวทางของ TPM 3.ด้านบุคลากร ประเมินทักษะความสามารถของพนักงานทุกระดับในการวิเคราะห์ ปรับปรุง (Kaizen) เพื่อกำจัดความสูญเสียผ่านโครงการต่างๆ โดยเฉพาะผู้ควบคุมเครื่องจักร (Operator) 4.ด้านผลลัพธ์ ประเมินผลการดำเนินงานที่สอดคล้องกับระบบและทักษะความสามารถของบุคลากร ทั้งความสมเหตุสมผลของตัวชี้วัด ความท้าทายของเป้าหมายและผลสำเร็จ 5.ด้านการมีส่วนร่วม ประเมินความมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพื่อกำจัดความสูญเสียของพนักงานทุกคน ทุกระดับ ทุกหน่วยงาน

 

“กระบวนการประเมินทั้ง 5 ด้าน นอกจากจะส่งผลให้โรงงานมีประสิทธิภาพการผลิตที่ดี ลดการสูญเสีย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแล้ว ยังส่งผลถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมและชุมชน อาทิ การลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต ส่งผลให้ลดการเกิดมลภาวะภายในชุมชน พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” นายเรวัติ กล่าว

 

ขณะเดียวกัน โรงงานอาหารสำเร็จรูปสระบุรี ยังสามารถคว้ารางวัล Award for TPM Excellence, Category A ได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย ทั้งนี้นอกจากประเทศไทยแล้วซีพีเอฟยังขับเคลื่อนให้สถานประกอบการของบริษัทในต่างประเทศมีการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

 

นายชำนาญ หวังอัครางกูร รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจอาหารสัตว์และพันธุ์สัตว์ ซี.พี.เวียดนาม เปิดเผยว่า โรงงานผลิตอาหารสัตว์บกของบริษัท 2 แห่ง ได้แก่ โรงงานด่องนาย และโรงงานบิ่นเยือง ผ่านการประเมินรางวัล Award for TPM Excellence, Category A นับเป็นสถานประกอบการ 2 แห่งแรกของ ซี.พี.เวียดนาม ที่ได้รับรางวัลดังกล่าว

“การมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมตามแนวทางและเป้าหมายของ TPM ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง จนถึงพนักงานหน้างานทุกระดับ และทุกหน่วยงานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าพนักงานทุกระดับของบริษัทมีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกันในเรื่อง 3 Zero คือ Zero Accident, Zero Defect และ Zero Breakdown ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูง มีความปลอดภัย และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า” นายชำนาญ กล่าว

 

ทั้งนี้ ในปี 2015-2016 ธุรกิจอาหารสัตว์บกซีพีเอฟ สามารถคว้ารางวัล Award for TPM Excellence, Category A รวม 11 รางวัล สำหรับรางวัล TPM 2018 สถาบัน JIPM จะจัดพิธีมอบรางวัลในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ณ เกียวโต อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเฟอร์เรนท์ เซ็นเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น

อีกหนึ่งกลยุทธ์สู่ครัวโลก  ซีพีเอฟจับมือไห่หลายกรุ๊ป ธุรกิจอาหารรายใหญ่ของไต้หวัน เปิดภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์” สาขาที่ 10 ของโลก บนพื้นที่ 2,000 ตรม. ณ ชั้น 6 ไอคอนสยาม เสิร์ฟอาหารอินเตอร์เนชั่นแนลบุฟเฟ่ต์ หลังประสบความสำเร็จสูงสุดในไต้หวันและจีนที่ต้องจองล่วงหน้านับเดือนก่อนได้ลิ้มรส มองธุรกิจอาหารในไทยมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องพร้อมเล็งขยายสาขาในหัวเมืองใหญ่ต่อไป

นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่(ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้ร่วมทุนกับ ไห่หลายกรุ๊ป ประเทศไต้หวัน จัดตั้งบริษัทในเครือชื่อ บริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 130 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจภัตตาคาร 

“การขยายธุรกิจภัตตาคารเป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์สู่ครัวโลกของซีพีเอฟ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงอาหารคุณภาพในทุกระดับ ขณะที่ภัตตาคารฮาร์เบอร์เป็นภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างล้นหลามทั้งในไต้หวันและจีน เมื่อนำจุดเด่นทั้งหมดของฮาร์เบอร์มาผนวกกับไลฟ์สไตล์การนิยมบริโภคอาหารนอกบ้านของชาวไทย เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน และนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นสู่ความสำเร็จในธุรกิจภัตตาคารของซีพีเอฟ”  นายสุขวัฒน์กล่าว

ด้าน Mr. Liu Tzu-Ming ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด ระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารของประเทศไทยมีทิศทางการเติบโตที่ดีมาก เนื่องจากประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นที่เพิ่งเปิดไอคอนสยาม อภิมหาโครงการศูนย์การค้าและแลนด์มาร์ค ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ใช้ทุนสร้างสูงสุดในประวัติการณ์จะรองรับและดึงดูดจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ขณะที่ซีพีเอฟเป็นผู้นำธุรกิจอาหารของไทยและของโลก มีความพร้อมในการเติบโตและสนับสนุนธุรกิจซึ่งกันและกัน  ไห่หลายกรุ๊ปยินดีมากที่ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรทางการค้าในนาม “ซีพี-ไห่หลาย ฮาร์เบอร์” โดยตั้งเป้ายอดขายในปีแรกไว้ที่ 240 ล้านบาท และมีแผนขยายสาขาสู่หัวเมืองใหญ่หลายแห่งในประเทศไทย อาทิ พัทยา ภูเก็ต เป็นต้น

บริษัท ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์ จำกัด เริ่มต้นดำเนินธุรกิจภัตตาคารแห่งแรกในประเทศไทย โดยนำแบรนด์บุฟเฟ่ต์นานาชาติอันดับหนึ่งของประเทศไต้หวัน “ฮาร์เบอร์” เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัสถึงรสชาติและบริการที่เป็นเอกลักษณ์  ในพื้นที่ร่วม 2,000 ตารางเมตร บนชั้น 6 ไอคอนสยาม สามารถรองรับลูกค้าได้ถึงรอบละ 450 ที่นั่ง หรือราว 1,000 ที่นั่งต่อวัน จัดเป็นภัตตาคารบุฟเฟ่ต์ที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 

“ฮาร์เบอร์” ได้รับการยอมรับจากชาวไต้หวันว่าเป็นภัตตาคารอาหารบุฟเฟ่ต์ที่ดีที่สุดของไต้หวัน (the best  buffet in Taiwan! ) ให้บริการเต็มทุกรอบ กระทั่งมีคำกล่าวว่าต้องจองล่วงหน้านับเดือนจึงจะได้ลิ้มรส โดยมีจุดเด่นคือ อาหารสดใหม่จากท้องทะเล การรังสรรค์ 200 รายการอาหารจากทั่วโลก เป็นที่สุดของอาหารฝั่งตะวันออกและตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น อาหารไต้หวัน อาหารญี่ปุ่น อาหารจีน อาหารไทย อาหารอินเดีย อาหารตะวันตก อาหารอาเซียน และเทปันยากิ รวมถึง สุดยอดของหวานจากยุโรปและญี่ปุ่น ที่พร้อมให้ทุกคนลิ้มลอง ที่นี่จึงสามารถรองรับความอิ่มอร่อยของลูกค้าได้อย่างครบครัน การเดินทางหนึ่งครั้งใน “ฮาร์เบอร์” จึงเปรียบเหมือนการเดินทางรอบโลกแห่งอาหาร ที่จะตราตรึงอยู่ในใจของทุกคนที่มาเยือน

สำหรับไห่หลายกรุ๊ป ประเทศไต้หวัน เริ่มต้นด้วยธุรกิจโรงแรม และฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมได้เปิดภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์” ขึ้นเป็นสาขาแรกที่ชั้น 43 โรงแรมแกรนด์ไห่หลาย  ภัตตาคารฮาร์เบอร์ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก จึงแยกฝ่ายจัดเลี้ยงของโรงแรมออกมาตั้งเป็น บริษัท ไห่หลาย ฟู้ดส์ จำกัด และต่อมาในปี 2011 จึงขยายภัตตาคารฮาร์เบอร์ สาขา 2 ณ ศูนย์การค้าฮั่นเฉิน อารีน่า ซึ่งนับเป็นร้านอาหารบุฟเฟต์ระดับห้าดาวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไต้หวัน ต่อมาภัตตาคารฮาร์เบอร์ขยายตัวเปิดให้บริการในประเทศจีนที่มณฑลซีอานและมณฑลเซี่ยงไฮ้ด้วยโดยได้รับการต้อนรับอย่างดีมากจากประชาชนชาวจีน ปัจจุบันไห่หลาย ฟู้ดส์ ดำเนินกิจการภัตตาคาร “ฮาร์เบอร์” รวม 9 สาขา เป็นสาขาในไต้หวันจำนวน 7 สาขาและอีก 2 สาขาอยู่ในประเทศจีน โดยสาขาไอคอนสยามในประเทศไทยนี้นับเป็นสาขาที่ 10 ของโลก

X

Right Click

No right click