×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 7637

นายจิม เคนเนลลี่ (ขวา) กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารฝ่ายการเงิน (ซ้าย) และนายกีโด กราซซี หัวหน้าธุรกิจประจำประเทศไทย แผนกผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ร่วมกันมอบของที่ระลึกให้ นายสัตวแพทย์พยุงศักดิ์ สมยานนทนากุล รองกรรมการผู้จัดการและผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิภาพสัตว์ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เนื่องในโอกาสรับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในประเด็นการส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์และนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี ให้กับกลุ่มแพทย์ เภสัชกร สัตว์แพทย์ และผู้บริหาร ของบริษัทไบเออร์ไทย ได้รับทราบข้อมูลและแนวโน้มความต้องการของสังคมโลกทั้งด้านสวัสดิภาพสัตว์และการใช้ยาต้านจุลชีพด้วยความรับผิดชอบ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในวันสัตว์โลก เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2561 ณ บริษัทไบเออร์ไทย สาทร กรุงเทพ

บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมสนับสนุนรัฐบาลเดินหน้าโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา มุ่งส่งเสริมศักยภาพนักเรียนด้านทักษะการงานอาชีพและประสบการณ์เพื่อสร้างโอกาสการทำงานให้นักเรียนหลังจบการศึกษา รองรับความต้องการของท้องถิ่น

ในโอกาสที่ ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ อุดม  คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายมีชัย วีระไวทยะ คณะกรรมการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษาในรูปแบบโรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School เยี่ยมชมและให้กำลังใจคณะผู้บริหารและนักเรียน ”โรงเรียนธงชัยเหนือวิทยา(โคกศิลา)” และ “โรงเรียนชุมชนบ้านวัด”  ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบและได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ในโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา มุ่งสร้างครูและนักเรียนเป็นทั้งคนดีและคนเก่ง ส่งเสริมสถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน

นายทวีสิน  คุณากรพิทักษ์กุล รองกรรมการผู้จัดการ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นมีส่วนร่วมขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของไทย โดยให้การสนับสนุนโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา ตามแนวทางการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งโรงเรียนร่วมพัฒนาเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการจัดการศึกษาที่เพิ่มบทบาทให้ภาคเอกชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาในพื้นที่ เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาระบบบริหารการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่ผู้เรียนอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ  รวมทั้งพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะพัฒนาเด็กนักเรียนให้เป็นคนดีและคนเก่ง พร้อมกันนี้ ส่งเสริมสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนในชุมชน

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ได้ระดมสมองเพื่อทำแผน 5 ปี (2561-2566) เพื่อสนับสนุนโครงการฯทั้งด้านวิชาการและทักษะให้ตรงความต้องการและความถนัดของแต่ละคนเพื่อสร้างความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะการฝึกฝนจากการทดลองปฏิบัติจริงในโรงเรียนและการฝึกงานในโรงงาน เพื่อขับเคลื่อนโรงเรียนให้เป็นไปตามเป้าประสงค์

“ทั้ง 2 โรงเรียนมีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นโรงเรียนต้นแบบและศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนและจังหวัด ซึ่งบริษัทเชื่อว่าการร่วมแรงร่วมใจกันระหว่างภาครัฐ เอกชน โรงเรียน ชุมชน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะช่วยสนับสนุนให้โรงเรียนเดินหน้าสู่เป้าหมาย ช่วยยกระดับการศึกษา ทักษะและความชำนาญ ของเด็กให้แข่งขันกับนานาประเทศได้เป็นอย่างดี และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน” นายทวีสิน กล่าว   

นายเมธี คอบตะขบ   ผู้อำนวยการโรงเรียนธงชัยเหนือวิทยา(โคกศิลา) กล่าวว่า  คณะกรรมการของโรงเรียนร่วมพัฒนา จะร่วมกันกำหนดแผนพัฒนาโรงเรียนร่วมพัฒนา เป็นแผนระยะ 5 ปี มีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนต้องอ่านออกเขียนได้ สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ คุณครูนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มทักษะในการผลิตสื่อการเรียนการสอน นอกจากนี้ โรงเรียนต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และช่วยพัฒนาทักษะอาชีพให้นักเรียนมีอาชีพติดตัวหลังจากที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งโรงเรียนเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ ชั้นอนุบาล1 –  มัธยมศึกษาปีที่  3  มีจำนวนนักเรียน 240 คน

“โรงเรียนทำโครงการ 1 ห้องเรียน 1 ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งแต่ละปีเด็กจะเรียนรู้ทักษะอาชีพ 2 ชิ้นงาน  อาทิ ระดับอนุบาล เรียนรู้วิธีการทำจ่อมเห็ด เพ้นท์สี ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทำแซนวิชเห็ด ขยายพันธุ์กล้าไม้  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผลิตไม้ประดับแบบแขวน  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทำกระถางต้นไม้จากเศษผ้าขนหนู เป็นต้น นอกจากนี้ โรงเรียนจัดกิจกรรมโครงการศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง การเพาะเห็ดนางฟ้าพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นโครงการที่สร้างกระบวนการเรียนรู้แบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการทำก้อนเชื้อเห็ด การเพาะเห็ดในโรงเรือน จำหน่ายผลผลิตเห็ดสด จนถึงการแปรรูปเห็ด  ซึ่งสามารถถ่ายทอดความรู้เให้แก่ชุมชนได้ด้วย” ผู้อำนวยการโรงเรียนธงชัยเหนือวิทยา กล่าว

ด้านนายธนยศ ปะเสทะกัง  ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านวัด กล่าวว่า  โรงเรียนชุมชนบ้านวัดเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เน้นพัฒนานักเรียนทั้งในด้านคุณธรรม จริยธรรม  ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และฝึกทักษะอาชีพให้นักเรียนรู้จักพึ่งพาตัวเองตามสภาพพื้นที่ของโรงเรียนและสภาพพื้นที่ของชุมชนโดยรอบ  เช่น กิจกรรมค่ายพัฒนาภาษาอังกฤษ กิจกรรมเลี้ยงปลาดุกในบ่อดินและกระชังบก กิจกรรมปลูกถั่วดาวอินคาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้และทักษะอาชีพ ปลูกกล้วยน้ำว้า ปลูกฟักข้าว การเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นต้น  โรงเรียนคาดหวังว่าการเข้าร่วมโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา จะให้ความสำคัญไปที่การพัฒนานักเรียนทั้งด้านวิชาการ ทักษะอาชีพ  มีภาวะผู้นำ เป็นทั้งคนเก่งและคนดี

ปัจจุบัน โรงเรียนชุมชนบ้านวัด อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา  มีจำนวนนักเรียน  230 คน เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3  โรงเรียนอยู่ในเขตพื้นที่เฝ้าระวังการกระจายของยาเสพติด จึงเน้นทำกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดกับนักเรียนและชุมชน  รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในพื้นที่ ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษาและทักษะอาชีพ 

บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกับคณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันปัญญาภิวัฒน์ (PIM) มอบทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีแก่นักศึกษาไทยและต่างประเทศ 48 ทุน เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคลมืออาชีพในระดับโลก สู่เป้าหมายการยกระดับธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารอย่างยั่งยืน

ปี 2561 เป็นปีแรกในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษท โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนจากประเทศที่ ซีพีเอฟ เข้าไปลงทุน 17 ประเทศ เข้ามาศึกษาในประเทศไทย โดยมีผู้ผ่านการคัดเลือก 15 คน จากประเทศอินเดีย บังคลาเทศ กัมพูชา เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และนักศึกษาเหล่านี้จะเข้าศึกษาร่วมกับนักศึกษาไทยที่ผ่านการคัดเลือกอีก 33 คน เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี 4 ปี คณอุตสาหกรรมเกษตร สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีฟาร์ม (Farm Technology Management) และ สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร (Food Processing Technology Management)

นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพทั้งในประเทศไทย โดยเฉพาะบุคลากรรุ่นใหม่ให้สามารถปฏิบัติงานได้ทันทีที่สำเร็จการศึกษา โดยนักศึกษาที่ได้รับทุนในครั้งนี้จะได้เรียนภาคทฤษฎีที่ PIM รวมถึงการได้ฝึกงานจริงในฟาร์มและโรงงานแปรรูปอาหารมาตรฐานระดับโลก เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะที่จำเป็นในการพัฒนาให้เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง และพร้อมรองรับทิศทางการเติบโตทางธุรกิจของ ซีพีเอฟ ในระดับโลก

“การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะและความเชี่ยวชาญ เป็นนโยบายสำคัญที่ ซีพีเอฟ ปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ปรัชญา 3 ประโยชน์สุ่ความยั่งยืน คือ ประโยชน์ต่อประเทศไทยและประเทศที่ ซีพีเอฟ เข้าไปลงทุน ประโยชน์ต่อประชาชนทุกประเทศ และประโยชน์ต่อบริษัทฯ เป็นลำดับสุดท้าย เพื่อพัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืน” นายสุขสันต์ กล่าว

นายสุขสันต์ กล่าวย้ำว่า นักเรียนต่างชาติที่ได้รับทุน ซีพีเอฟ เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับโอกาสเข้าทำงานกับธุรกิจของ ซีพีเอฟ ในประเทศบ้านเกิดของตนเอง เพื่อนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากเรียนการสอนในประเทศกลับไปต่อยอดและพัฒนาประเทศความรับผิดชอบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สำหรับบัณฑิตชาวไทยก็สามารถปฏิบัติงานในประเทศไทย หรือไปปฏิบัติงานในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้

นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหาร ธุรกิจอาหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ซีพีเอฟ กล่าวว่า ความสำเร็จของบริษัทฯในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรเริ่มจากธุรกิจอาหารสัตว์ ฟาร์มปศุสัตว์ นำไปสู่การแปรรูปอาหารปลอดภัยตามมาตรฐานสากลด้วยเทคโนโลยีทันสมัยระดับโลก จะทำให้นักศึกษาทุกคนได้เข้าไปเรียนรู้และปฏิบัติงานจริงในระบบการผลิตแบบครบวงจรของบริษัทฯ ซึ่งนักศึกษาจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในประเทศของตน ขณะเดียวกันยังเป็นการสนันสนุนวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ของ ซีพีเอฟ ด้วย

“บุคลากรถือเป็นรากฐานและหัวใจสำคัญของการสร้างความการเติบโตและความสำเร็จขององค์กร การได้รับทุนและได้ฝึกงานในฟาร์มและโรงงานแปรรูปอาหารของบริษัท จะทำให้นักเรียนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองไปพร้อมๆกับการเรียนรู้และคิดค้นสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะนวัตกรรมทางอาหารให้มีความหลากหลายตรงกับความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย” นายสุขวัฒน์ กล่าว

ดร.ถิรนันท์ ศรีกัญชัย คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร PIM กล่าวว่า รูปแบบการศึกษาแบบ Work Based Education มีการเรียนภาคทฤษฎีในห้องเรียนครั้งละ 3 เดือน สลับกับฝึกงานในสถานประกอบการจริงอีกครั้ง 3 เดือน สลับกันตลอดหลักสูตร 4 ปี โดยกำหนดเวลาเรียนภาคทฤษีไว้ 45% และภาคปฏิบัติทั้งในฟาร์มและโรงงานแปรรูปอาหารอีก 55% ตามวิสัยทัศน์ “การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง” ของ PIM ซึ่งเป็น Corporate University หรือ มหาวิทยาลัยแห่งองค์กรธุรกิจแห่งแรกของประเทศไทย

หลักสูตรสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีฟาร์ม และสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีแปรรูปอาหาร ได้รับการออกแบบจากผู้บริหารมืออาชีพจาก ซีพีเอฟ  โดยออกแบบหลักสูตรร่วมกับคณะกรรมการของ PIM ทำให้เนื้อหาหลักสูตร มีความสอดคล้องกับกระบวนการเลี้ยงสัตว์จริงในฟาร์มอุตสาหกรรม และสอดคล้องกับกระบวนการแปรรูปอาหารจริงในโรงงานแปรรูปอาหารที่ทันสมัยระดับโลก

“คณะอุตสาหกรรมเกษตร มีมืออาชีพจาก ซีพีเอฟ มาเป็นอาจารย์พิเศษมาช่วยสอนเป็นรายวิชากว่า 100 คน โดยการนำประสบการณ์มาสอนนักศึกษาให้มีพื้นฐานความรู้แบบมืออาชีพ ที่โดดเด่นที่สุด คือ นักศึกษาได้มีโอกาสเข้าไปฝึกปฏิบัติงานจริง ในฟาร์มและโรงงานแปรรูปอาหารระดับโลกของ ซีพีเอฟ  ให้ได้สัมผัสงานจริง แก้ปัญหาจริง ในสภาพแวดล้อมการทำงานจริงจึงมั่นใจได้ว่าบัณฑิตของเราสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทันทีที่สำเร็จการศึกษา” ดร.ถิรนันท์กล่าว

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ  พัฒนาช่องทางการจำหน่ายเนื้อหมู ชิ้นส่วนหมู และผลิตภัณฑ์แปรรูป ด้วยระบบการสั่งซื้อออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์ CP SMART ORDER and PAYMENT หรือ CP SMART OP เพิ่มความสะดวกแก่เถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชนและคู่ค้า พร้อมพัฒนาแอพพลิเคชั่นให้ลูกค้าทั่วไปสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ คาดเริ่มใช้ได้ภายในสิ้นปี 2561

 

 

นายสมพร เจิมพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟเล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาด E-Commerce ของประเทศไทย ที่เติบโตเฉลี่ยปีละมากกว่า 13% จึงพัฒนา application CP SMART OP ซึ่งเป็น Website application สำหรับบริการคู่ค้าทั้งเถ้าแก่เล็กตู้หมูชุมชน (CP PORK SHOP) รวมถึงกลุ่ม HORECA ผู้จำหน่ายในตลาดสด และร้านอาหารอิสระ ในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สุกรจากบริษัทได้โดยตรง สามารถสั่งสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา ทำให้เกิดความสะดวกในการสั่งสินค้า ทั้งยังตรวจสอบรายละเอียดการสั่งซื้อย้อนหลัง และประวัติการชำระเงินได้โดยตรงกับบริษัท ปัจจุบันการให้บริการคู่ค้าของซีพีเอฟในการสั่งซื้อสินค้าเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์ของบริษัท ทำได้ง่าย รวดเร็ว และตรวจสอบคำสั่งซื้อได้ตลอดเวลา ขณะนี้มีคู่ค้าอยู่ในระบบสั่งซื้อออนไลน์นี้ร่วม 4,000 ราย

 

 

“บริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการสั่งซื้อออนไลน์ CP SMART ORDER เป็นแอพพลิเคชั่น เพื่อต่อยอดความสำเร็จของเถ้าแก่เล็ก CP PORK SHOP ให้ลูกค้าทั่วไปสามารถสั่งซื้อสินค้าหมูสด สะอาด ปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ซีพีจากเถ้าแก่เล็กได้โดยตรง ซึ่งจะทำให้ลูกค้าทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์หมูปลอดภัยได้มากขึ้น และช่วยเพิ่มความสะดวกแก่กลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก คาดว่าจะพัฒนาแล้วเสร็จในปี 2561 นี้” นายสมพร กล่าว./

 

รศ.ดร. ตฤณ แสงสุวรรณ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง กับความร่วมมือของ คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน กับ ซีพีเอฟ ในการจัดกิจกรรม เพื่อระดมทุนสนับสนุนการศึกษา โดยเกิดจากความตั้งใจของศิษย์เก่าคณะฯ ที่หลายคนเป็น ผู้บริหารและพนักงานบริษัทของซีพีเอฟ โดยเฉพาะในโรงงานผลิตอาหารสัตว์บก ราชบุรี จึงริเริ่มจัดกิจกรรมดีๆ ร่วมกับสถาบันของตนเอง เพื่อเป็นการตอบแทนคุณมหาวิทยาลัยด้วยการนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายสนับสนุนงานวิจัยและทุนการศึกษาให้แก่คณะวิศวกรรมศาสตร์ กำแพงแสน ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ซึ่งได้รับความสนใจจากศิษย์เก่าเป็นจำนวนมาก จึงถือโอกาสนี้จัดงานคืนสู่เหย้าของคณะวิศวฯพร้อมกันอีกด้วย

ด้าน นายวิโรจน์ คัมภีระ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ซีพีเอฟ ในฐานะประธานชมรม ซีพีเอฟ รันนิ่งคลับ (CPF Running Club) กล่าวว่า ผู้บริหารและบุคลากรของซีพีเอฟทุกคน รู้สึกยินดีที่ได้รับโอกาสในการจัดกิจกรรมและนำรายได้มูลค่า 250,000 บาท มอบให้กับคณะฯ เพื่อต่อยอดด้านการศึกษานำไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไป พร้อมกันนี้ยังเป็นการกระตุ้นให้ชาวนครปฐมและราชบุรีรวมถึงพี่น้องประชาชนทั่วไป ได้หันมาออกกำลังกายและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน ทั้งผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป ร่วมวิ่งมินิมาราธอน ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร และวิ่งฟันรัน ระยะทาง 5.5 กิโลเมตร

 สำหรับกิจกรรม เดิน - วิ่ง การกุศล 2018 ในครั้งต่อไป ชมรม ซีพีเอฟ รันนิ่งคลับ และ บริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด (KPI) จะร่วมกันจัดงาน “วิ่งถิ่นรามัญ ป้อมปราการสูงสง่า กราบเสด็จหลวงร.5 พาชมเรือหลวงไทย CPF & KPI CHARITY RUN 2018” ณ ป้อมพระจุลจอมเกล้า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ในวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2561 เพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลบางจากและโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์ และนำรายได้ส่วนหนึ่งเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนโรงเรียนป้อมพระจุลจอมเกล้า./

Page 10 of 11
X

Right Click

No right click