×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 7637

นายวิจักษณ์ บำรุงกิจ (แถวหน้า ที่ 4 จากขวา) หัวหน้าสำนักงานผู้แทนในเวียงจันทน์ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ร่วมกับ นายเกียรติคุณ ชาติประเสริฐ (แถวหน้า ที่ 3 จากซ้าย) เอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว ได้มอบเงินบริจาคให้แก่นางใบคำ ขัดทิยะ (แถวหน้า ที่ 4 จากซ้าย) รองรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป.ลาว เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในแขวงอัตตะปือและจำปาสัก สปป.ลาว ณ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สปป.ลาว ในเวียงจันทน์ เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ EXIM BANK ได้บริจาคเงินสมทบจำนวน 100,000 บาท

เดลต้า ส่งทีมนิสิตนักศึกษาจากจุฬาฯ ลาดกระบัง และพระจอมเกล้าธนบุรีเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมชิงชัยด้านอุตสาหกรรมอัตโนมัติในการแข่งขัน เดลต้า คัพกับตัวแทนเยาวชนจาก 5 ประเทศที่จีน ปลายเดือนนี้

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ส่งตัวแทนทีมเยาวชนไทยร่วมชิงชัยความเป็นเลิศด้านอุตสาหกรรมอัตโนมัติ (Industrial Automation) ในการแข่งขันเดลต้า คัพ (Delta Cup) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5 โดยในปีนี้มีทีมจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันร่วมกับทีมเยาวชนจากอีก 4 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน อินเดีย เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 24 – 26 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ ที่เมืองอู๋เจียง ประเทศจีน  

นายเซีย เชน เยน ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแข่งขันเดลต้า แอดวานซ์ ออโตเมชัน ดีไซน์ คอนเทสต์ หรือ เดลต้า คัพ จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนที่กำลังศึกษาด้านวิศวกรรมและอุตสาหกรรมมีโอกาสได้ทดลองและพัฒนาโซลูชั่นส์ด้านอุตสาหกรรมอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ได้สนับสนุนการเข้าร่วมแข่งขันของทีมตัวแทนจากประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมโครงการ ฝึกซ้อม และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแข่งขัน ตลอดจนดูแลทีมผู้เข้าแข่งขันและคณาจารย์ที่ร่วมเดินทางไปแข่งขันในฐานะที่ปรึกษาของแต่ละทีม โดยบริษัทตั้งใจพัฒนาและสร้างวิศวกรระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ ด้วยความรู้ด้านอุตสาหกรรมและทักษะด้านวิศวกรรมอัตโนมัติล่าสุดที่มีการใช้งานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตนักศึกษาในการพัฒนาอุตสาหกรรม 4.0 ตามแนวนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่มีความสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต

เพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงด้วย Machine Learning

หนึ่งในปัญหาของการซ่อมบำรุงเครื่องจักรภายในโรงงานอุตสาหกรรม คือการต้องปิดระบบงานเพื่อตรวจสภาพเครื่องจักรและบำรุงรักษาตามอายุการใช้งาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสายการผลิต และหลายครั้งที่เกิดปัญหาเครื่องจักรขัดข้องก่อนเวลา ดังนั้นทีมจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จึงเตรียมโครงการซอฟต์แวร์วิเคราะห์ความผิดพลาดของระบบงานภายในโรงงานอุตสาหกรรมไปนำเสนอในการแข่งขันครั้งนี้ โดยทางทีมได้ใช้แบบจำลองระบบมอเตอร์และการจ่ายกระแสไฟฟ้าในสายการผลิต

“โครงการของทีมเรามีจุดเด่นที่การนำระบบ Machine Learning และ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มาใช้ ทำให้ระบบมีความแม่นยำสูง ช่วยให้ไม่จำเป็นต้องหยุดระบบการผลิตเพื่อทำการบำรุงรักษาตามระยะเวลา ตลอดจนมีระบบแจ้งเตือนก่อนอุปกรณ์จะเกิดปัญหาหรือใกล้เสื่อมสภาพ” นายวุฒินันท์ ชัยศิริวิเรนทร์ ตัวแทนจากทีมสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบังกล่าว

ดูแลคนไข้อย่างทั่วถึงแบบเรียลไทม์ และลดภาระบุคลากรทางการแพทย์

ส่วนทีมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ของไทย และปัญหาบุคลากรทำงานหนัก จึงคิดค้นพัฒนาระบบแสดงผลในโรงพยาบาล เพื่อแสดงผลอุณหภูมิ ความดันโลหิต น้ำเกลือ และอื่นๆ แล้วนำข้อมูลเข้าสู่ระบบเก็บและประมวลผลส่วนกลางที่ทำงานผ่านคลาวด์ คอมพิวติ้ง และหากพบความผิดปกติระบบจะทำการส่งสัญญาณเตือนไปยังบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งการทำงานของระบบนี้จะมีอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนแรกเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งกับคนไข้แล้วส่งข้อมูลไปยังระบบส่วนกลาง โดยการทำงานของส่วนนี้เป็นระบบโมดูลาร์ คือสามารถเลือกได้ว่าจะทำการเก็บข้อมูลประเภทใดบ้าง และอีกส่วนคือระบบกลางที่เก็บข้อมูลและทำการส่งข้อมูลไปยังแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องผ่านแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน และระบบส่วนกลางของโรงพยาบาล

ทั้งนี้ นายพสิษฐ์ ประคัลภวงศ์ ตัวแทนจากทีม ชี้ว่าประโยชน์ของโครงการนี้ คือการลดภาระงานในการเดินตรวจวัดต่างๆ ของบุคลากรด้านสาธารณสุข ลดภาระงานด้านเอกสาร สามารถติดตามการดูแลรักษาได้แบบเรียลไทม์และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการเตรียมงานทางทีมได้เข้าไปศึกษาดูงานในโรงพยาบาล ซึ่งทีมงานเห็นตรงกันว่าการที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการใช้งานจริงระหว่างการเข้าร่วมโครงการเดลต้า อคาเดมี (Delta Academy) ทำให้สามารถนำมาทดลองประยุกต์ใช้ในมุมมองใหม่ๆ มากขึ้น

ยกระดับธุรกิจน้ำผลไม้ปั่นด้วยเทคโนโลยี

สุดท้าย นางสาวจิราภา ธีรศรัณย์ ตัวแทนจากทีมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หลังจากได้เรียนรู้จากการเข้าร่วมโครงการเดลต้า อคาเดมี ทั้งด้านทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ก็ได้เกิดแรงบันดาลใจในการนำระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้กับร้านขายเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้ปั่น (DIY Fruit Frappe) โดยสร้างเป็นระบบสั่งเครื่องดื่มและบริหารจัดการร้านแบบอัตโนมัติ เนื่องจากสังเกตเห็นว่าเครื่องดื่มประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งจากชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่น้ำผลไม้ปั่นในแต่ละร้านไม่มีมาตรฐานด้านรสชาติและปริมาณส่วนผสม แต่อุปกรณ์ต้นแบบที่ทางทีมพัฒนาขึ้นลูกค้าสามารถสร้างสรรค์สูตรน้ำผลไม้ปั่นของตัวเองได้และเก็บเป็นข้อมูลในระบบผ่านระบบการสแกนใบหน้า เพื่อนำไปใช้กับสาขาอื่นได้ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบวัตถุดิบที่มีในสต็อกได้แบบเรียลไทม์ก่อนสั่งผ่านแอปพลิเคชันได้ด้วย ขณะเดียวกันระบบจะทำการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ปริมาณความต้องการส่วนผสมของแต่ละสาขา เพื่อการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและพยากรณ์ความต้องการล่วงหน้า นับเป็นการต่อยอดความรู้และเทคโนโลยีจากการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรมออกมาสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์

 

ร่วมส่งแรงใจให้เยาวชนไทย

ทีมตัวแทนเยาวชนจากประเทศไทยจะเดินทางไปพร้อมกับคณาจารย์ที่ปรึกษา และเจ้าหน้าที่จากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ซึ่งจะออกเดินทางไปประเทศจีนในวันที่ 22 กรกฎาคม นี้ เพื่อเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนการนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ ซึ่งเมื่อผ่านการคัดเลือกรอบแรกก็จะต้องขึ้นนำเสนอบนเวทีและตอบคำถามคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ ซึ่งจะพิจารณาจากความเป็นไปได้ของโครงการ ประโยชน์ของโครงการ การนำเสนอให้น่าสนใจ และตอบคำถามของทีมงาน

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ได้สนับสนุนการจัดงานนิทรรศการภาพถ่ายแนว Street Photography “Good Day Bad Day But Everyday” นิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวแนวสตรีทครั้งแรกของ “ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์” ช่างภาพสตรีทที่มีชื่อเสียงระดับแถวหน้าของเมืองไทย และยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการภาพถ่ายสตรีทระดับโลก ด้วยผลงานสุดสร้างสรรค์ที่ได้รับการยกย่องจากสื่อ และช่างภาพสตรีทจากทั่วโลก รวมทั้งยังมีผลงานภาพถ่ายที่ได้รับได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมายทั้งในระดับประเทศ และนานาชาติ โดยมีลีลนา เพียรพิริยะ ผู้จัดการแผนกการตลาดผลิตภัณฑ์ดิจิตอล อิมเมจจิ้ง บ. โซนี่ ไทย จ.ก.พร้อมทั้งทีมงาน และแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเปิดงานนิทรรศการภาพถ่ายกันอย่างคับตั่ง

และน่าสนใจให้แก่ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วม ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ในระหว่างวันที่ 7 กรกฎาคม ถึง 5 สิงหาคม ศกนี้ เวลา 10.00น. ถึง18.00น. ณ หอศิลป์ศุภโชค ดิ อาร์ต เซ็นเตอร์ (S.A.C Subhashok The Arts Center)  ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 https://www.sac.gallery/

ปัจุจบัน ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ นอกเหนือจากการทำงานเป็นช่างภาพมืออาชีพ และหน้าที่การงานอื่น ๆ แล้ว ยังได้ให้เกียรติร่วมเป็นหนึ่งในช่างภาพกิติมศักดิ์ของโซนี่ โดยได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานชั้นยอดกับทางโซนี่อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งได้รับเชิญจากโซนี่เป็นวิทยากรในกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการถ่ายภาพแนวสตรีท เพื่อแนะนำ และแบ่งปันประสบการณ์ให้แก่ผู้สนใจการถ่ายภาพแนวสตรีทอย่างต่อเนื่อง  โดยมีกล้องในตระกูล A7 และ RX Series เป็นอุปกรณ์คู่ใจในการถ่ายทอดผลงานภาพถ่าย    สุดสร้างสรรค์มากมาย รวมถึงภาพถ่ายที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ประวัติโดยสังเขปของ ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์

ทวีพงษ์ ประทุมวงษ์ เป็นช่างภาพแนวสตรีทโฟโต้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดระดับนานาชาติมาแล้วหลายสถาบัน ภาพของเขาถูกจัดแสดงทั้งในเอเชีย, อเมริกาเหนือ, และยุโรป       ทวีพงษ์เริ่มต้นถ่ายภาพตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย หลังจบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย เขาและเพื่อนได้ทำตามความฝันสมัยมัธยม คือการถ่ายภาพสารคดีและมีผลงานตีพิมพ์ในนิตยสารแนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกฉบับภาษาไทยสักครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไป เขาได้ตั้งบริษัทของตัวเองและเริ่มทำธุรกิจ เนื่องจากต้องทุ่มเทให้กับบริษัทที่พึ่งเริ่มก่อตั้ง เขาจึงเริ่มถ่ายรูปน้อยลงและเริ่มหันเหไปสนใจในเรื่องของอุปกรณ์กล้องมากกว่าถ่ายภาพจนเขาเกือบจะหยุดและหันหลังให้การถ่ายภาพอย่างสิ้นเชิง จนกระทั้งปลายปี 2013 ภรรยาของเขาได้มอบของขวัญวันครบรอบแต่งงานชิ้นหนึ่ง คือตั๋วเครื่องบินไปยังเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย ตั๋วเครื่องบินใบนั้นคือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทวีพงษ์กลับมาถ่ายรูปอีกครั้ง

หลังจากกลับประเทศไทย ทวีพงษ์ได้เข้าร่วมกิจกรรม “365 days in 2014” ของกลุ่ม Street Photo Thailand ซึ่งนั่น เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาใช้เวลาว่างในทุกๆ วันของชีวิต ออกไปเก็บภาพในแนว Street Photo โดยไม่มีวันหยุดตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ผลจากการถ่ายภาพอย่างหนักหน่วงนี้เอง ทำให้ทวีพงษ์คว้ารางวัลชนะเลิศจากการถ่ายภาพสตรีทในระดับนานาชาติ อาทิเช่น รางวัลชนะเลิศจากการประกวด Miami Street Photography Festival 2014, รางวัลชนะเลิศจากการประกวด EyeEm Awards 2014 ในหมวด Street Photography, รางวัลชนะเลิศ จากการประกวด Street Shooting Around the World 2015 โดย The Los Angeles Center of Photography (LACP) อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 20 ช่างภาพสตรีทที่ทรงอิทธิพลที่สุด ในปี 2015 จากเวบไซส์ Streethunters.net ขณะนี้ทวีพงษ์ ยังเป็นสมาชิคของกลุ่ม StreetPhotoThailand และเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมกลุ่ม iN-PUBLiC กลุ่มช่างภาพสตรีทที่ได้รับการยอมรับว่าทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

บริษัท หลักทรัพย์เอพีเอ็มลาว จำกัด (APMLAO) และบริษัท เอพีเอ็มลาวเช่าสินเชื่อ จำกัด (APMLAO Leasing) ร่วมเป็นกำลังใจและช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติกรณีเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ได้เกิดการแตกบริเวณสันเขื่อน โดยตัวแทนบริษัทได้มอบเครื่องยังชีพให้แก่สมาคมอาสากู้ภัยนครหลวงเวียงจันทน์  เป็นตัวแทนไปมอบแก่ผู้ประสบภัยที่แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว ต่อไป

ผู้แทนบริษัท ซี.พี.ลาว จำกัด มอบไข่ไก่ 7,500 ฟอง พร้อมน้ำดิ่ม ให้แก่สำนักงานแขวงอัตตะปือ ประเทศ สปป.ลาว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์เขื่อนเวเปียน-เซน้ำน้อยแตก เป็นการเร่งด่วน พร้อมบริจาคเงินและ สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ขณะที่ผู้บริหารและพนักงานเครือซีพีและซีพีเอฟ กลุ่มประเทศ CLMV ยังร่วมบริจาคเงินและสิ่งของช่วยเหลือชาว สปป.ลาวด้วย

ทั้งนี้ กลุ่มเครือซีพี และกลุ่มบริษัทซีพีเอฟ ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนสปป.ลาวทุกคนปลอดภัยและ สถานการณ์คลี่คลายอย่างรวดเร็ว

X

Right Click

No right click