×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 7637

SMART SME EXPO 2018 ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในการผนึกพลังของบริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด และภาครัฐ ภาคเอกชนเพื่อ SMEs ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ภายใต้แนวคิด "ชี้ช่องรวย ที่เดียวจบพบทางรวย" ปั้นผู้ประกอบการใหม่ สร้างแต้มต่อผู้ประกอบการรายเดิม ด้วยแฟรนไชส์ ที่ปรึกษาและการให้บริการจากรัฐ แหล่งทุน ช่องทางการค้า อบรม-สัมมนาคับคั่ง พร้อมเป็นเวทีสำคัญในการซื้อขายธุรกิจและเชื่อมโยงหน่วยงานทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุนเอสเอ็มอี เต็มพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ครบเครื่องทั้งธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม ความงาม-สุขภาพ เทคโนโลยีนวัตกรรม แฟรนไชส์ และหน่วยงานภาครัฐกับสถาบันการเงิน ทุกบูธจัดโปรเด็ด พร้อมยกแคมเปญโปรโมชั่นสุดร้อนแรงมาเฉพาะงานนี้ คาดสร้างเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาทตลอด 4 วัน เริ่มวันนี้- อาทิตย์ที่ 8 กรกฏาคม เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 3-4 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยดร.อุตตม สาวนายน เป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ทั้งภาครัฐและเอกชนมีการจัดงานเพื่อกระตุ้นความรู้ความเข้าใจและมีมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ SME อยู่เสมอ ทั้งงานของภาครัฐ กระทรวงอุตสาหกรรมเอง หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ SME และภาคเอกชนโดยสถาบันการเงิน หรือองค์กรขนาดใหญ่ แต่การจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นการให้ความสำคัญกับ SMEs ในทุกมิติจากภาคเอกชน ซึ่งทางพีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น ได้จัดมาต่อเนื่อง และยังมีมากขึ้นและหลากหลายขึ้น โดยเฉพาะการรับมือกับยุคดิจิทัล ซึ่งงานนี้ ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้ SMEs ของไทยสามารถเดินหน้าธุรกิจไปได้อย่างสร้างสรรค์ ทันต่อยุคสมัยและเพื่อให้ SMEs ของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น เป็นกลไกที่จะช่วยผลักดันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วย”

งาน "Smart SME Expo 2018" ถือเป็นการงานแห่งปีที่รวมครบทุกด้านเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ที่สามารถมาเข้าถึงแหล่งทุน-การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในงานนี้งานเดียว  โดยจะได้รับความรู้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการทำธุรกิจ หรือ ไอเดียที่จะเริ่มทำ และต่อยอดธุรกิจของตนเอง ผ่านบูธกว่า 400 บูธที่จัดเตรียมไว้  ไม่ว่าจะเป็นช่องทางและโอกาสการลงทุน  การเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบต่างๆ เช่น การซื้อแฟรนไชส์ ตัวแทนจำหน่าย รับผลิตสินค้า จำหน่ายอุปกรณ์หรือเครื่องมือประกอบอาชีพ รวมถึงโครงการและบริการ ทั้งการเงิน สินเชื่อประกอบธุรกิจ กิจกรรมหรือแคมเปญจากหน่วยงานที่ครบทุกมิติ 360 องศา พร้อมทั้งนำโปรโมชั่นพิเศษมากมายมามอบให้กับประชาชน ลูกค้า และผู้ประกอบการธุรกิจ (เอสเอ็มอี)  ใน 5 โซนบริการธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจ  โซนการเงินและหน่วยงานรัฐ  โซนแฟรนไชส์ โซนนวัตกรรมและเทคโนโลยี โซนสุขภาพความงาม และโซนอาหาร

นางสาวณรินณ์ทิพ วิริยะบัณฑิตกุล ประธานกรรมการ บริษัท พีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด  กล่าวว่า  “ไม่เพียงแค่การซื้อขายหรือเจรจาธุรกิจเท่านั้นที่เป็นเป้าประสงค์ของการจัดงาน แต่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ SME และผู้สนใจ ยังเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของการจัดงานด้วย ทีมงานจึงได้จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของ SME ถือเป็นการรวมโซลูชั่นเพื่อการสร้างผู้ประกอบการใหม่และช่วยสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการ SME ด้วยเช่นกัน จากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับ SMEs มากว่า 16 ปีของพีเอ็มจี คอร์ปอเรชั่น เราเข้าใจความต้องการของ SMEs ที่ต้องการที่พึ่งทั้งในด้านที่ปรึกษา แหล่งเงินทุน โอกาสทางธุรกิจหลากหลาย การเข้าถึงแหล่งข้อมูลหรือสารประโยชน์สำหรับธุรกิจ ภายในงานนี้ เราหวังจะกระตุ้นให้ SMEs กลับมาเติบโต ทั้งการเกิดผู้ประกอบการใหม่ จำนวนไม่น้อยกว่า 1,000 ราย และกระตุ้นการลงทุนในประเทศไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท”

ภายในงานยังได้จัดแคมเปญ “คนซื้อได้ทอง คนขายได้เที่ยว ปี 2” เพื่อกระตุ้นยอดซื้อขาย สำหรับผู้ซื้อหรือจองธุรกิจครบทุก 3,000 บาท สามารถลุ้นสร้อยคอทองคำ รางวัลละ 50 สตางค์ วันละ 2 รางวัล และวันสุดท้ายแจกตั๋วเครืองบินทุกเส้นทางในประเทศ จากไทยสไมล์ รางวัลละ 2 ที่นั่ง อีก 3 รางวัล นอกจากนี้ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ ยังมีสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดที่ได้ขนมาลดราคาภายในงานนี้ด้วย

ทางด้านผู้ร่วมแสดงบูธในได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษและกิจกรรมดีๆ มาด้วยทั้ง 5 โซนธุรกิจ อาทิ ยื่นขอสินเชื่อผ่านระบบออนไลน์ ในโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยถูก 1-4 เปอร์เซ็นต์ จากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Development Bank)  ธนาคารกรุงไทย จัดสินเชื่อกรุงไทย SMEs รักกันยาวๆ  สนับสนุนวงเงินเพื่อขยายกิจการให้กับผู้ประกอบการ SME อัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่อนชำระนาน 10 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ให้กู้สูงสุด 100 ล้าน  ด้านทิพย์ประกันภัย เสนอ "ทิพยสมาร์ท SME กรมธรรม์สรรพภัยธุรกิจขนาดย่อม” ต่อยอดออนไลน์ สมัครเป็นผู้ขายวันนี้ รับฟรีพรีเมี่ยมแพกเกจนาน 1 ปี เป็นต้น

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ ได้นำขบวนแฟรนไชส์ที่ได้มาตรฐานมาให้เลือกกว่า 40 แบรนด์ หลากหลายทั้งแบรนด์และประเภทธุรกิจ อาทิ เฟอร์นิเจอร์สเตนเลส เครื่องประดับ บริการจัดทัวร์ต่างประเทศ สมุนไพร ดูแลผู้สูงอายุ บริการบอดี้เพ้นท์ เครื่องมือช่างเกษตร ที่พัก คอนโดมิเนียม รีสอร์ท เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ ส่วนแฟรนไชส์อาหารและเครื่องดื่ม มีทั้งกาแฟ ลูกชิ้น ชาบู สเต๊ก บะหมี่ พิซซ่า ข้าวเหนียวหมู ซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยว โตเกียว วาฟเฟิล ไก่ทอดเกาหลีและอาหารญี่ปุ่น เป็นต้น

ผู้สนใจธุรกิจกาแฟ ในงานนี้ ซีพี รีเทลลิงค์ ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดอบรมหลักสูตรกาแฟฟรี ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ มากถึง 8 รุ่นภายในงาน ตั้งแต่การหาทำเล บริหารต้นทุน-กำไร การเลือกวัตถุดิบ โดยบาริสต้าระดับมืออาชีพ พร้อมจำหน่ายเครื่องชงกาแฟในราคาโปรโมชั่นสุดพิเศษ

สำหรับสัมมนาและเวิร์คช็อป ในวันศุกร์ที่ 6 กรกฏามคม 2561 เวลา 13.00-14.00 น. ได้รับเกียรติการเสวนาพิเศษและการปาฐกถาจาก คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  “มอง SME  ไทยพลังคนตัวเล็กขับเคลื่อนยุคดิจิทัล”

คอร์สสัมมนาการตลาด 4.0 ทุกวันแบบครบเครื่อง อาทิ ทำนายธุรกิจพิชิต 2020, ทางรอด SME ในยุคดิจิตอล 4.0, ถอดรหัสการตลาดออนไลน์ สร้างยอดขาย ขยายธุรกิจ, สื่อสารอย่างไรให้โดนใจในกลุ่มลูกค้าของ Line@, Insight Facebook รู้จักลูกค้ามาเท่าไหร่ยิ่งขายดี, อยากกู้ต้องกู้ได้, กลยุทธ์แฟรนไชส์ไทย จุดตาย VS จุดขาย ก่อนโกอินเตอร์โดย เศรษฐพงศ์ ผดุงพิสุทธิ์, ธุรกิจเครื่องสำอางค์ไทย ต่อยอดสู้แบรนด์ชั้นนำในตลาดโลก, ปั้นแบรนด์ให้ดัง ไม่ต้องพังเพราะผิดกฏหมาย เป็นต้น รวมทั้งมีธุรกิจติดเทรนด์ที่จะหมุนเวียนกันขึ้นมาให้ความรู้และสร้างโอกาสธุรกิจให้กับผู้สนใจทุกวัน

CAT ต่อยอดจุดแกร่งโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายโทรคมนาคมมาตรฐานสากลสู่ผู้ให้บริการดิจิทัลครบวงจร ปูพรมหนุนหน่วยงานภาครัฐขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 พร้อมเป็น ASEAN DIGITAL HUB ตามนโยบายรัฐบาล และเสริมทัพภาคเอกชนสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย

ดร.ดนันท์  สุภัทรพันธุ์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  สายงานธุรกิจและบริการ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยถึงการปรับเปลี่ยนบทบาทของ CAT จากผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่สามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศและระหว่างประเทศด้วยมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมาเป็น Digital Service Provider หรือผู้ให้บริการด้านดิจิทัลครบวงจรว่า  CAT ได้ต่อยอดจากศักยภาพและจุดแข็งที่มีอยู่เดิมเพื่อร่วมพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไทยในภาคส่วนต่าง ๆ ให้สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาตอบโจทย์การพัฒนาภารกิจให้มีประสิทธิภาพและสะดวกรวดเร็วเพิ่มขึ้น สะดวกรวดเร็วมากขึ้น  โดยใช้งบประมาณหรือมีต้นทุนที่ลดลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนไทยแลนด์ 4.0

“CAT มีความมั่นใจในคุณภาพบริการของเราที่มีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องในหลากหลายด้าน โดย ล่าสุดสถานีเคเบิลใต้น้ำทั้ง 4 แห่งได้รับการรับรองระบบบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015  ทั้งนี้ CAT ได้ผ่านการประเมินมาตรฐาน ISO ในหลากหลายบริการ เช่น ศูนย์ Security Operation Center สถานีดาวเทียมนนทบุรี ศูนย์ดาต้าเซนเตอร์ CAT Contact Center 1322 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards จากบริษัท ฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวน ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาและวิจัยระดับโลกมาอย่างต่อเนื่องในการให้บริการด้าน IT Security Service, Cloud, Smart City  ซึ่งนับเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่เราสามารถพัฒนาและรักษามาตรฐานการให้บริการได้อย่างหลากหลายและต่อเนื่องมาโดยตลอด”

สำหรับบทบาทใหม่ในการเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลครบวงจรนั้น  CAT ต่อยอดจากจุดแข็งต่าง ๆ ขององค์กรในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านการสื่อสารของชาติที่จะต้องเตรียมพร้อมและรองรับการนำเทคโนโลยีที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงใหม่มาให้บริการทันกับความต้องการทั้งของภาครัฐและเอกชนที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพนอกเหนือจากโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่มีอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นการให้บริการวงจรสื่อสารทั้งในประเทศและระหว่างประเทศในรูปแบบต่าง ๆ บริการอินเทอร์เน็ต เพื่อให้เชื่อมโยงถึงกันได้แล้ว  CAT ยังได้ให้บริการที่จะเติมเต็มให้หน่วยงานภาครัฐมีความพร้อมในการให้บริการกับประชาชนมากขึ้น เช่น โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ซึ่งได้สำเร็จดำเนินการให้กับจังหวัดภูเก็ตแล้วเสร็จด้วยการวางโครงข่ายสื่อสารความเร็วสูง Free Wi-Fi 1.000 จุด  และอุปกรณ์ Beacon 2,000 จุด รวมทั้งการนำโครงข่ายสื่อสารไร้สาย LoRaWan (Long Range Wide Area Network) มาให้บริการ IoT ครอบคลุมพื้นที่ใช้งานของประชาชนทั่วจังหวัดภูเก็ต พร้อมจัดทำแอปพลิเคชัน Smart Phuket 4.0 ซึ่งทำให้ทั้งประชาชนในจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกและเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ และมีโครงสร้างโทรคมนาคมพื้นฐานที่พร้อมจะรองรับการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาจังหวัดต่อไปในอนาคตและเป็นต้นแบบในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของจังหวัดต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีบริการ Big Data Sandbox สำหรับทดลองวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ผ่านคลาวด์ที่ CAT ได้นำเสนอหน่วยงานภาครัฐเพื่อให้นำมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อการนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างรวดเร็วและสะดวกมากขึ้น

CAT ยังพร้อมให้บริการแอปพลิเคชันในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการร่วมมือกับพันธมิตรในภาคเอกชนเพื่อเป็นการสนับสนุนและสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็วและเกิดประโยชน์กับภาพรวมในการพัฒนาประเทศที่ทุกภาคส่วนต้องก้าวเดินไปด้วยกันโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้มากขึ้น 

“ทั้งนี้สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งอีกสิ่งหนึ่งก็คือความเชื่อมั่นและเชื่อถือของบริการหลากหลายรูปแบบที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยียังได้นำภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีลักษณะการโจมตีที่ซับซ้อนและรุนแรงตามมาด้วย  ซึ่งเราตระหนักว่ามีอันตรายและก่อผลเสียได้อย่างมากมาย เช่น การสูญเสียข้อมูลสำคัญ  ความเชื่อมั่น ฯลฯ  เราจึงพยายามเน้นย้ำในการให้ความรู้และการป้องกันในทุกมิติผ่านศูนย์ปฏิบัติการ Security Operation Center (SOC) ที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเฝ้าระวังภัยคุกคามระบบเครือข่ายและพร้อมตอบสนองต่อทุกเหตุการณ์อย่างทันท่วงทีตลอด 24 ชั่วโมง CAT จึงมั่นใจว่าเราจะสามารถให้บริการและดูแลทั้งหน่วยงานภาครัฐ/เอกชนที่ต้องการปรับเปลี่ยนและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าอย่างแน่นอนิ”ดร.ดนันท์ กล่าวในที่สุด

นายโตชิโระ อิชิวาตาริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น ร่วมด้วยนายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา         ไทยแลนด์ จำกัด พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมแถลงข่าว “A New Chapter Beyond All Limits ” เปิดตัวสินค้าใหม่ พร้อมชูนโยบายและแผนการตลาดเชิงรุกในครึ่งปีหลัง

 นายโตชิโระ อิชิวาตาริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไลฟ์สไตล์ โปรดักส์ แอนด์ เซอร์วิส คอร์ปอเรชัน (TLSC) ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า โตชิบา ไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ภายใต้มาตรฐานการดีไซน์และการผลิตจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยมุ่งเน้นด้านคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค  จากการรวมกันของ TLSC และ Midea Group เรามุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดโลก (Global Market) มากยิ่งขึ้น  ขยายกลุ่มสินค้าให้หลากหลาย

นอกจากนี้ นายโตชิโระ อิชิวาตาริ ยังกล่าวตอกย้ำว่า TLSC ยังยืนยันเจตนารมณ์เดิมที่จะลงทุนในประเทศไทย ทั้งในแง่เป็นฐานการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการขายและการทำตลาด  และโตชิบาจะยังคงเติบโต ยั่งยืน และก้าวไปด้วยกันกับคนไทย  เรามุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดี มีคุณภาพตามมาตรฐานญี่ปุ่น  และคำนึงถึงไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งนี้ เพื่อนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิตคนไทย ตามสโลแกนโตชิบา

นายไบรอัน จ้าว ประธาน บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า สำหรับตลาดในประเทศไทย  ภาพรวมเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มดีขึ้น โดยคาดว่าปีนี้จะเติบโตสูงถึง 4.1% ซึ่งถือว่าเติบโตสูงสุดตั้งแต่ปี 2555  ส่วนค่า GDP หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 4.8% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ถึงแนวโน้มในเชิงบวกว่าธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะดีขึ้น

สำหรับไตรมาสแรกของปี 2561 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านยังคงทรงตัวที่อัตราการเติบโต 0.2% เนื่องจากสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อยอดขายกลุ่มเครื่องปรับอากาศ มีผลติดลบ 9%  อย่างไรก็ตาม เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ยังมีการเติบโตสูงขึ้นถึง 7% ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าอนาคตจะเป็นไปในเชิงบวก  

สำหรับผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ภาพรวมยอดขายโตชิบา โตขึ้นถึงกว่า 20%  เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ในส่วนของการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก โตชิบาเผยโฉมสินค้าใหม่มากถึง 8 หมวดหมู่ รวม 32 รุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างโตชิบาและไมเดีย  และจากการลอนช์สินค้าดังกล่าว จึงเป็นที่มาของยอดขายที่เติบโตสูงขึ้น

สำหรับแผนการตลาดครึ่งปีหลัง โตชิบายังคงใช้ความได้เปรียบจากการรวมกันของ 3 ประเทศ ได้แก่สินค้าคุณภาพมาตรฐานญี่ปุ่น  ความรวดเร็วในการผลิตและการพัฒนาจากประเทศจีน  และประสบการณ์การทำตลาดอันยาวนานจากประเทศไทย เปิดตัวคอนเซปต์ A New Chapter Beyond All Limits เพื่อตอกย้ำ         โตชิบายุคใหม่ ที่จะก้าวทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ขีดจำกัด  โดยคาดหวังจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า Top 3 ในประเทศไทย ภายใน 3 ปี และต้องเติบโตอย่างน้อย 2 ดิจิตขึ้นไป  เราวางแผนที่จะขยายธุรกิจของเราให้เติบโตยิ่งขึ้น จากการที่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มมากมาย   โดยในครึ่งปีหลัง แผนเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มอีก 8 หมวดหมู่ 34 รุ่น

นายฮิโรยูกิ ทากาเสะ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและทีวี กล่าวเสริมว่าจากข้อมูลเดือนมกราคมถึงเมษายน 2561 ที่ผ่านมา มูลค่าการตลาดสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย เติบโตขึ้น 0.2% โดยสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นเยอะได้แก่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก (SDA – Small Domestic Appliances) ซึ่งมีสัดส่วนการตลาด 31% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ 32% ตู้เย็น 19% และเครื่องซักผ้า 18% ส่วนการเติบโตสินค้ากลุ่มความเย็นและกลุ่มซักผ้า เติบโต 4% ในขณะที่เครื่องปรับอากาศ ติดลบ 9% ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เติบโตสูงถึง 7.1% โดยเครื่องทำน้ำอุ่นโตถึง 31% และไมโครเวฟ 15%

ส่วนผลประกอบการของโตชิบาในครึ่งปีแรก ยอดขายโตชิบาโตถึงกว่า 20% โดยมาจากตู้เย็น เครื่องซักผ้า ไมโครเวฟ และเครื่องทำน้ำอุ่นที่เติบโตถึง 38%, 35%, 189% และ 146% ตามลำดับ  ส่วนเครื่องปรับอากาศ เติบโตเพียง 1%   

ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่อีก 34 รุ่น  ทั้งกลุ่มตู้เย็น เครื่องซักผ้า  หม้อหุงข้าว เครื่องปั่นน้ำผลไม้  และเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อมาเติมเต็มช่องว่างของสินค้าที่โตชิบาขาดหายไป และถือเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้หลากหลายและครบถ้วนยิ่งขึ้น 

นายบุนยรัตน์ ไตรสิริสมบัติ  ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน กล่าวเสริมว่า ในครึ่งปีหลังนี้  โตชิบาจะเปิดตัวสินค้ามากมาย โดยเฉพาะตู้เย็นและเครื่องซักผ้า ที่จะมาขยาย Market Share ของโตชิบาให้กว้างขึ้น ทั้งตลาดพรีเมียมและตลาดแมส สำหรับสินค้ากลุ่มตู้เย็น   โตชิบาเป็นที่ 1 ในเรื่องตู้เย็นประตูเดียวมาตลอดหลายปีต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีตู้เย็น 2 ประตู และตู้เย็นมินิบาร์  แต่ในปีนี้ เราจะมาครบไลน์อัพ เติมเต็มช่องว่างเค้กก้อนใหญ่ในส่วนของตู้เย็นมัลติดอร์ (Multi Doors) และตู้เย็นไซด์บายไซด์ (Side By Side) ที่มีมูลค่าการตลาดถึงหนึ่งพันล้านบาท โดยมีแผนออกสินค้าในไตรมาส 4 ส่วนในไตรมาส 3 เราส่งตู้เย็น 1 ประตูรุ่นใหม่ FIT ที่ปรับโฉมใหม่ เพื่อยังคงรักษาความเป็นผู้นำเบอร์ 1 ในตู้เย็น 1 ประตู ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเกือบ 30%

ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โตชิบาจะใส่ใจเรื่องความต้องการของลูกค้า รวมถึงดูเทรนด์ผู้บริโภคเป็นหลัก เฉกเช่นการพัฒนาตู้เย็น  ที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านมากขึ้น เวลามีจำกัด ดังนั้นการซื้อของกินของใช้ในแต่ละครั้งจึงมาก และเมื่อต้องเก็บมาก เราจึงออกแบบตู้เย็นให้ใหญ่ขึ้น รวมถึงต้องเก็บรักษาความสดได้ยาวนาน  และต้องออกแบบตู้เย็นให้จัดสรรของกินแต่ละประเภทให้อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม  จึงเป็นที่มาของการเกิดตู้เย็นไซด์บายไซด์ และมัลติดอร์

ตู้เย็นมัลติดอร์ โดดเด่นด้วย 3 Cycle Real Inverter มาพร้อมระบบทำความเย็น  3 Cooling กระจายความเย็นได้ทั่วถึง และระบบการกำจัดกลิ่นชั้นยอด  นอกจากนี้ยังแบ่งช่องต่างๆ ในตู้เย็นได้มากถึง 26 ช่อง เพื่อให้คุณเลือกแช่ได้ตามใจ

ส่วนตลาดเครื่องซักผ้า เราตั้งเป้าเติบโต 50% โดยขยายไลน์อัพเพิ่ม ด้วยการเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถังสำหรับจับตลาดกลางถึงล่าง และเพิ่มเครื่องซักผ้าฝาหน้า และ 2 in 1 เครื่องซักอบผ้าฝาหน้า เพื่อจับกลุ่มคอนโด และตลาดกลางถึงบน ซึ่งใน 2 ตลาดดังกล่าว มีมูลค่าการตลาดสูงถึง 6,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาช่วยเติมเต็มมาร์เก็ตแชร์ของกลุ่มเครื่องซักผ้าของโตชิบามากขึ้น

ในไตรมาส 3 นี้ โตชิบามีแผนเปิดตัวเครื่องซักผ้า 2 ถัง ซึ่งมาด้วยดีไซน์ที่สวยหรู ตัวถังกันสนิม พร้อมจุดเด่นท่อเติมน้ำแบบคู่ ที่ทำให้การซักและการปั่นสะดวก สะอาดยิ่งขึ้น  มีให้เลือกมากถึง 4 ความจุ คือ 7.5 กก.  8.5 กก. 11 กก. และ 13 กก. เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

สำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า หรือ Front Load จะมาด้วยเทคโนโลยี Great Wave ที่ช่วยให้ผ้าสะอาดโดยไม่ต้องใช้น้ำร้อน จึงทำให้ประหยัดไฟ ประหยัดเวลา รวมถึงช่วยปกป้องสีสันของเสื้อผ้าให้อยู่ยาวนานยิ่งขึ้น มาพร้อม 3 ความจุให้เลือก คือ 7.5 กก. 8.5 กก. และ 9.5 กก.

ส่วนตัวไฮไลท์ เป็นเครื่องซักอบฝาหน้า ที่มีความจุทั้งซักและอบที่เท่ากัน  เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น  ซึ่งมีให้เลือก 2 ความจุ คือ 10/10 กก. และ 8/8 กก. ซึ่งแพลนวางขายในไตรมาส 4

นายชาตรี พลสอนดา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาไม่สูงมาก มีความต้องการใช้ต่อเนื่อง และด้วยความที่สินค้ามีหลากหลาย จึงตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้แตกต่างกัน  สำหรับแบรนด์โตชิบา เราตั้งเป้าขึ้นเป็น Top 3 ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กภายใน 3 ปี  โดยในครึ่งปีแรก เห็นผลชัดเจนว่าเราเติบโตมากในกลุ่มสินค้ากลุ่มไมโครเวฟ ซึ่งโตขึ้นถึง 189% จากการที่เราเปิดตัวไมโครเวฟใหม่ 7 รุ่นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา  นอกจากนี้ยังมีเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งโตขึ้นถึง 146% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทำให้ใน  ไตรมาสที่ 3 นี้ เราแพลนออกเครื่องทำน้ำอุ่นใหม่อีก 8 รุ่น เพื่อเตรียมรับหน้าหนาวที่จะมาถึงในปลายปีนี้  สำหรับตลาดหม้อหุงข้าว  เราตั้งใจขยายตลาดระดับกลางถึงล่าง โดยส่งหม้อหุงข้าวประเภท Jar Type หรือหม้ออุ่นทิพย์ดีไซน์ใหม่ สดใส และทันสมัยกว่าเดิม มีให้เลือก 2 ความจุ 5 รุ่น 3 ดีไซน์  มากไปกว่านั้น โตชิบากำลังขยายไลน์สินค้ากลุ่มเครื่องปั่นน้ำผลไม้เพิ่ม ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงเช่นกัน เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน และคนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เครื่องปั่นน้ำผลไม้ของโตชิบา มาด้วยเทคโนโลยี Off Center ที่ช่วยให้น้ำผลไม้ปั่นละเอียดยิ่งขึ้น

นางสาวธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า นอกจากปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อตลาดแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยโดยตรงจากกลุ่มผู้บริโภคด้วย อย่างแนวโน้มหรือเทรนด์ เรื่องความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งแนวโน้มดังกล่าว จะส่งผลต่อการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย  คุณภาพและเทคโนโลยี  ดีไซน์ของสินค้า  ที่อาจนับได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน รวมถึงการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบ อย่างเรื่องการประหยัดเวลา นอกจากนี้ ปัจจัยอื่นๆ ยังรวมถึงการรักษ์โลก ประหยัดพลังงาน และการรักสุขภาพ  ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของโตชิบา จึงถูกออกแบบมา โดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นปัจจัยหลัก เพื่อให้แน่ใจว่า เราจะ      “นำสิ่งที่ดี มาสู่ชีวิต” ให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับกิจกรรมการตลาดในครึ่งปีแรก อัตราส่วนการลงทุน จะมุ่งเน้นที่ การสร้างแบรนด์ สร้างภาพลักษณ์ และการจดจำต่อสาธารณชน ซึ่งรวมไปถึง ณ จุดขาย การส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น และนอกจากการลงทุนข้างต้นแล้ว ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย  อีกด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคได้มากที่สุด นอกเหนือจากการจัดจำหน่าย สินค้า ที่มีคุณภาพ หลากหลาย และแข่งขันได้  

ส่วนแผนการตลาดครึ่งปีหลัง จะเน้นเรื่อง 4P ได้แก่ สินค้า อย่างเรื่องการเพิ่มไลน์สินค้า การอัพเกรดสินค้าให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น รวมไปถึง การขยายช่องทางการขาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น รวมถึงแพลนปรับโฉมร้านค้าให้ดูทันสมัย และสวยงามยิ่งขึ้น แผนการสื่อสารและการตลาดงบกว่า 12% เพื่อการลงทุนด้านโฆษณาและส่งเสริมการขาย ทั้ง Above the line และ Below the line เพื่อสร้างการรับรู้ และความเชื่อมั่นในตราสินค้า ทั้งนี้ ภาพรวมการตลาดจะผ่านการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ โดยเฉพาะ Online & Social Media เป็นหลัก โดยเน้นเรื่อง Digital Marketing,  Localized Marketing รวมไปถึงการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะกับกลุ่มสินค้า ฤดูกาล และพื้นที่การขาย โดยจะมีแคมเปญออกมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ แคมเปญรับหน้าฝน แคมเปญฉลองวันเกิด แคมเปญรับปีใหม่ หรือแม้แต่การทำ Road Show  และ Work Shop ไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้สินค้า และสุดท้าย เรายังคงให้ความสำคัญกับ พนักงานขาย ที่ไม่ได้ต้องการให้เป็นตัวแทนขายสินค้า แต่เขาคือที่ปรึกษาส่วนตัว (Personal Consultant)  เราจึงมีแผนพัฒนาบุคลากรให้ความรู้และฝึกอบรมทั้งในส่วนการขาย  การสร้างประสบการณ์การใช้งาน  การเป็นเลขาส่วนตัว  รวมถึงการให้คำแนะนำหลังการขายอีกด้วย

นางกนิษฐ เมืองกระจ่าง ประธานกรรมการบริหารบริษัท กล่าวเสริมว่า นอกจากบริษัทฯ จะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และแผนการตลาดต่างๆ ตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว   บริษัทฯ ยังได้มีแผนการพัฒนาระบบสารสนเทศ  ระบบงานบริการหลังการขาย  ระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล และระบบต่างๆ เพื่อเตรียมรองรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ขอให้เชื่อมั่นในโตชิบา เรายังคงเป็นแบรนด์ที่ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

นางกนิษฐกล่าวเสริมว่า ในฐานะผู้ถือหุ้นคนไทย  เรายังเชื่อมั่นในโตชิบา และในการรวมพลังของเรา 3 ประเทศ จะนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดี ที่รวดเร็ว และเติบโตอย่างยั่งยืน และที่สำคัญ เรายังคงมุ่งเน้นนโยบายด้านส่งเสริมกิจกรรมที่ดีเพื่อสังคม (CSR - Corporate Social Responsibility) เช่นที่ผ่านมา  โตชิบาจะต้องเป็นตัวอย่างของบริษัทที่มีธรรมาภิบาลของสังคมไทย เป็นบริษัทที่ไม่ได้เน้นเพียงเรื่องการขายและการบริการเท่านั้น แต่ต้องเป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อท่านผู้แทนจำหน่าย  ต่อสังคม ต่อคนรุ่นต่อไป ต่อประเทศชาติที่รักของพวกเราทุกคน และจะ “มุ่งมั่น …นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต”

ทีเอ็มบี ทัช (TMB TOUCH) โมบายแบงก์กิ้งแอปพลิเคชันจากทีเอ็มบีที่ให้ลูกค้าจัดการเรื่องเงินง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ชวนลูกค้า TMB เปิดบัญชีเพิ่มได้ง่ายๆ บนทีเอ็มบี ทัช ทั้งบัญชีเพื่อใช้ TMB All Free ฟรีค่าธรรมเนียม โอนเงิน กดเงิน จ่ายบิล ทั้งผ่านตู้เอทีเอ็มและที่สาขา บัญชีเพื่อออม TMB No Fixed รับดอกเบี้ยเพิ่มเป็น 1.6% เพียงทำธุรกรรมผ่าน TMB All Free อย่างน้อย 5 ครั้ง/เดือน และบัญชี TMB Savings Care ผ่านทางแอปพลิเคชัน พร้อมรับ 30 คะแนน WOW จากการเปิดบัญชีผ่าน TMB TOUCH เพื่อสะสมไว้แลกของรางวัลและสิทธิประโยชน์มากมาย ลูกค้าทีเอ็มบีสามารถดาวน์โหลด TMB TOUCH ได้ทั้งระบบ iOS และ Android

ทรูมูฟ เอช ผนึก ทรูมันนี่ ทรูไอดี และทรูยู ประกาศความร่วมมือกับ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล อุบลแท็กซี่มิเตอร์พัฒนา พัฒนาศักยภาพของจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งด้านการคมนาคม เศรษฐกิจ และสังคม ประเดิมเปิดบริการระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายเคลื่อนที่ “Car Wi-Fi” จาก ทรูมูฟ เอช เครือข่าย 4G ยอดเยี่ยมในเอเชียแปซิฟิก บนรถแท็กซี่ ทั้งหมด 150 คัน ที่ให้บริการในจังหวัดอุบลราชธานี และยังสามารถรับชำระค่าโดยสารผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท โดยคนขับสมัคร True Merchant 4.0 แอปพลิเคชันสำหรับร้านค้าและคนขับที่เปิดบริการให้ใช้ฟรี เพื่อรับชำระเงินผ่าน QR Code สร้างความสะดวกสบาย ปลอดภัยในสังคมไร้เงินสด ได้ประโยชน์ทั้งคนขับและผู้โดยสารทรูมูฟ เอช ผนึก ทรูมันนี่ ทรูไอดี และทรูยู ประกาศความร่วมมือกับ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล อุบลแท็กซี่มิเตอร์พัฒนา พัฒนาศักยภาพของจังหวัดอุบลราชธานี ทั้งด้านการคมนาคม เศรษฐกิจ และสังคม ประเดิมเปิดบริการระบบอินเทอร์เน็ตไร้สายเคลื่อนที่ “Car Wi-Fi” จาก ทรูมูฟ เอช เครือข่าย 4G ยอดเยี่ยมในเอเชียแปซิฟิก บนรถแท็กซี่ ทั้งหมด 150 คัน ที่ให้บริการในจังหวัดอุบลราชธานี และยังสามารถรับชำระค่าโดยสารผ่านทรูมันนี่ วอลเล็ท โดยคนขับสมัคร True Merchant 4.0 แอปพลิเคชันสำหรับร้านค้าและคนขับที่เปิดบริการให้ใช้ฟรี เพื่อรับชำระเงินผ่าน QR Code สร้างความสะดวกสบาย ปลอดภัยในสังคมไร้เงินสด ได้ประโยชน์ทั้งคนขับและผู้โดยสาร

X

Right Click

No right click