December 01, 2020

อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตและสุขภาพ สร้างปรากฏการณ์ใหม่เขย่าวงการอีกครั้ง เปิดตัวสปอตโฆษณาแนะนำ 2 บริการใหม่โดนใจ ตอกย้ำจุดยืนที่แตกต่าง ด้วยแนวคิดประกันไม่ใช่เรื่องของการเคลมค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น ชูบริการด้านสุขภาพที่นอกเหนือจากประกันทั่วไป คือ บริการดูแลยามพักฟื้น และ บริการขอความคิดเห็นที่สองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นบริการสุขภาพที่ให้มากกว่าความคุ้มครองโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อการดูแลสุขภาพลูกค้าอย่างครบวงจร เดินหน้าสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนพร้อมสู้กับอาการป่วยและโรคร้าย โดยมีอลิอันซ์ อยุธยา คอยให้ความคุ้มครองตลอดทาง มั่นใจตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย 

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารองค์กร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมาเราปล่อยหนังโฆษณาที่เน้นจุดแข็งของ อลิอันซ์ อยุธยาในฐานะปริษัทประกันที่กล้าบอกเงื่อนไขการประกันอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก สามารถกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อประกันกับบริษัทมากขึ้น มาปีนี้ เรายังคงเน้นแนวคิดเรื่องความ “กล้า” โดยต่อยอดไปที่ความกล้าให้ที่มากกว่าประกันทั่วไป ซึ่ง อลิอันซ์ อยุธยา มีหลากหลายบริการพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ของเราโดยเฉพาะ แต่เนื่องจากเป็นบริการที่ใหม่มากๆ ลูกค้าอีกจำนวนมากยังไม่ทราบข้อมูลและเงื่อนไขการใช้บริการ จึงเลือกหยิบ 2 บริการที่โดดเด่นโดนใจมานำเสนอผ่านสปอตโฆษณาชุดใหม่ คือ 1.บริการดูแลคุณยามพักฟื้น (Nursing Care Service) 2. บริการขอความเห็นที่สองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Expert 2nd Medical Opinion)

“ผลการวิจัยตลาดของเราพบว่า ผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องผ่านช่วงเวลาแห่งการรักษานั้น ต้องการความช่วยเหลือระหว่างทาง การประกันจึงไม่ใช่เรื่องของการเคลมค่ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเป็นที่ปรึกษาในการวินิจฉัยโรคและการดูแลพักฟื้นหลังการรักษาด้วย เพราะอลิอันซ์ อยุธยา เข้าใจว่าผู้ป่วยต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทั้งทางกายและใจ เราจึงนำเสนอบริการเหล่านี้แบบไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพียงแค่เป็นลูกค้าที่มีประกันสุขภาพตามเงื่อนไขของบริษัทฯ เท่านั้น และนี่ก็คือที่มาของการสร้างสรรค์สปอตโฆษณาชุดนี้ขึ้นมา เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าทราบเกี่ยวกับบริการเหล่านี้และเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกคน เพราะถ้าทุกคนเลือกที่จะสู้ อลิอันซ์ อยุธยา ก็พร้อมจะสู้เคียงข้างไปกับคุณ” พัชรากล่าวเสริม

สำหรับบริการที่บริษัทฯ ต้องการนำเสนอผ่านโฆษณาชุดนี้ ได้แก่ บริการดูแลคุณยามพักฟื้น  (Nursing Care Service) เป็นบริการดูแลหลังออกจากโรงพยาบาล โดยบุคลากรพยาบาลที่ผ่านมาตรฐานวิชาชีพ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขามาดูแลคุณที่บ้าน ประกอบด้วย พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล นักกายภาพบำบัด และผู้ให้การดูแลสุขภาพทั่วไป เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและหมดความกังวลเรื่องการหาคนดูแลยามพักฟื้น บริการครอบคลุมตั้งแต่การทำความสะอาดแผลผ่าตัดไปจนถึงการทำกายภาพบำบัด โดยลูกค้าจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาลสูงสุด 7 วัน ที่สำคัญ คือ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และบริการขอความเห็นที่สองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Expert 2nd Medical Opinion) เป็นบริการที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะเผชิญ เพื่อหาทางเลือกวิธีการในการรักษา และได้คำตอบที่ดีที่สุดในเรื่องที่กังวล โดยลูกค้าอลิอันซ์ อยุธยา สามารถใช้บริการขอความเห็นที่สองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และไม่จำกัดจำนวนครั้ง จนกว่าลูกค้าจะได้ทางออกสำหรับตัวเอง โดยบริการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างอลิอันซ์ อยุธยา และบริษัท แอดวานส์ เมดิคอล  ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เป็นผู้นำในการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ที่มีเครือข่ายทางการแพทย์อยู่ทั่วโลก มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญครอบคลุมทุกสาขาที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากลจำนวนกว่า 50,000 คนทั่วโลก มีชื่อเสียงด้านการให้บริการทางการแพทย์มาตั้งแต่ปี 2542 จนเป็นที่ยอมรับใน 190 ประเทศทั่วโลก พร้อมให้คำแนะนำที่เป็นอิสระจากแพทย์ผู้ทำการรักษา  

สปอตโฆษณาชุดนี้มี 2 เรื่อง จุดเด่นอยู่ที่การนำเสนอที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนกับหนังโฆษณาเดิมๆ ที่บอกเล่าเรื่องราวของบุคคลในสถานการณ์สมมติ แต่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอที่มาของบริการให้ลูกค้าได้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทที่มุ่งมั่นที่จะมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยเรื่องแรก  คือ  บริการดูแลคุณยามพักฟื้น (Nursing Care) บอกเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งซึ่งป่วยและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และสิ่งที่เขากังวลมากที่สุด คือ การช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในช่วงพักฟื้น และจะเป็นภาระให้คนในครอบครัว โดยเฉพาะคุณแม่ แต่ในที่สุดก็มีพยาบาลใจดีมาช่วยดูแลเขาในยามพักฟื้น ซึ่งเป็นบริการดีๆ จากอลิอันซ์ อยุธยา ที่ช่วยให้ลูกค้าผ่านพ้นช่วงเวลาแย่ๆ ไปได้ ที่สำคัญคือ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่วนเรื่องที่สอง คือ บริการขอความเห็นที่ 2 จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Expert Second Medical Opinion) ฉายภาพผู้ชายคนหนึ่งที่ได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับสุขภาพของตน และความกังวลในโรคที่เป็นและวิธีการรักษาทำให้เขามีความทุกข์ใจอย่างที่สุด บริการขอความเห็นที่สองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากอลิอันซ์ อยุธยา จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยให้ความทุกข์ของเขาคลายลง อย่างไรก็ตาม หนังโฆษณาเรื่องนี้ไม่ได้มุ่งสื่อสารแค่เรื่องบริการเด่นของบริษัทเท่านั้น แต่ต้องการสร้างกำลังใจให้ทุกคนที่ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากให้มีใจสู้ และอลิอันซ์ อยุธยา พร้อมที่จะสู้ไปพร้อมๆ กับคุณ

“เราตั้งใจที่จะให้แคมเปญโฆษณานี้เข้าถึงผู้บริโภคอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ยังไม่มีประกันสุขภาพแต่อาจเคยประสบปัญหาในแง่ความต้องการบริการทางการแพทย์และเห็นประโยชน์ของบริการเหล่านี้ และตอกย้ำภาพลักษณ์ในฐานะผู้นำผลิตภัณฑ์คุ้มครองชีวิตและสุขภาพที่วันนี้ให้มากกว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ให้มากกว่าการ     เคลม เพราะที่ อลิอันซ์ อยุธยา เราเข้าใจและพร้อมยืนหยัดเคียงข้างคุณ เพราะถ้าคุณเลือกที่จะสู้ อลิอันซ์ อยุธยา ก็พร้อมจะสู้เคียงข้างไปกับคุณ” นางสาวพัชรา กล่าวทิ้งท้าย 

ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘TMB WAVE’ นวัตกรรมชิปอัจฉริยะเพื่อใช้จ่ายแทนเงินสด  ส่งมอบให้ลูกค้าทีเอ็มบีเป็นกลุ่มแรกในไทย ตอกย้ำ “ลูกค้าทีเอ็มบีต้องได้มากกว่า” (Get MORE with TMB)  ช่วยให้การใช้จ่ายคล่องตัวขึ้นไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป ใช้เวลาทำธุรกรรมน้อยลงไม่ถึง 5 วินาที มั่นใจปลอดภัยสูงด้วยเทคโนโลยี Chip ตามมาตรฐาน EMV หรือ Europay, Mastercard, และ Visa ซึ่งจะป้องกันฐานข้อมูลและความปลอดภัยในการชำระเงินผ่านเทคโนโลยีเอ็นคริปชั่น (encryption technology) หรือการเข้ารหัสลับข้อมูลทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรมเกิดขึ้น (transaction) ด้วยการสร้างพาสเวิร์ดแบบใช้ครั้งเดียว (one-time code) สำหรับการทำธุรกรรมในแต่ละครั้งเท่านั้น เดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสด ด้วยบริการที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง  เสริมภาพธนาคารผู้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ธุรกิจการธนาคารอยู่เสมอ   มุ่งขึ้นชั้นเป็นธนาคารที่ลูกค้าชื่นชอบและบอกต่อมากที่สุดในประเทศไทยภายในปี 2565

นางสาวมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคารเพื่อมอบความสะดวก ง่าย และรวดเร็ว ตลอดจนมอบประสบการณ์ที่ดีและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าอยู่เสมอ ภายใต้ปรัชญา Make THE Difference และบัญชีทีเอ็มบีเท่านั้นที่ให้คุณได้มากกว่า (Everyday Everyone Get MORE with TMB) ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด TMB WAVE นี้ ออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้ชีวิตของลูกค้าในภาพรวมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มี active lifestyle ต่างชอบความคล่องตัว  การตอบสนองที่รวดเร็วและว่องไวในกิจกรรมต่างๆ รวมถึงชอบการใช้ประโยชน์แบบ multifunction สอดคล้องกับข้อมูลฐานลูกค้าทีเอ็มบีที่เกินกว่าร้อยละ 50 คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกันนี้ คือ ชอบใช้ชีวิต ไม่หยุดนิ่ง  ชอบแสวงหา ชอบประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับตัวเอง เราจึงนำเสนอ TMB WAVE หรือ ชิปใช้จ่ายแทนเงินสดให้ลูกค้าทีเอ็มบีได้ใช้เป็นกลุ่มแรก โดยลูกค้าสามารถพกพาด้วยการติดไว้กับ Gadget ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ นาฬิกาข้อมือ เป็นต้น ไม่ต้องพกเงินสด ทำให้คล่องตัว ปลอดภัย มั่นใจ สะดวกกว่า”

นายชวมนต์  วินิจตรงจิตร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร ทีเอ็มบี กล่าวเสริมว่า TMB WAVE เป็นนวัตกรรมใหม่ของการชำระเงิน ตอกย้ำกระแสสังคมไร้เงินสด ที่มาพร้อมคุณสมบัติเฉพาะตัว อาทิ รวดเร็ว เพียงนำชิปติดกับแกดเจ็ทชิ้นโปรด แตะชิปที่เครื่องรูดบัตร (EDC) ทุกร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Visa PayWave ก็จ่ายเงินได้ ใช้เวลาไม่เกิน 5 วินาที สมัครง่าย เพียงมีบัญชีทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี (TMB All Free) ก็สามารถขอออกชิป TMB WAVE ได้ทันที ที่สาขา TMB ใกล้บ้าน สะดวก เปิดการใช้งาน TMB WAVE ผ่าน TMB TOUCH หรือ TMB Internet Banking ได้เลย  การใช้งานไม่ต้องผูกติดอยู่กับอุปกรณ์ราคาแพง ลดขั้นตอนการทำธุรกรรมให้น้อยลงกว่าเดิม สามารถนำติดตัวไปใช้งานได้ทั่วโลกและปลอดภัย ด้วยการกำหนดวงเงินใช้จ่ายไม่เกิน 1,500 บาท/รายการ รวมสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท/วัน และสามารถกำหนดวงเงินใช้จ่ายด้วยตนเองผ่าน TMB TOUCH   พร้อมมีSMS Alert แจ้งทุกรายการที่ชำระ กรณีชิป TMB WAVE สูญหายสามารถแจ้งยกเลิกชิปได้ทันทีผ่าน TMB TOUCH หรือ TMB Contact Center 1558 และที่สาขา TMB นอกจากนี้ TMB WAVE  ยังให้ลูกค้าวางใจได้ในเรื่องความปลอดภัย เพราะใช้เทคโนโลยีความปลอดภัย EMV Chip คือ ป้องกันทั้งฐานข้อมูลและความปลอดภัยในการชำระเงินด้วยการใช้รหัสและเทคโนโลยีเอ็นคริป (Encryption Technology) หรือเทคโนโลยีการเข้ารหัสลับซึ่งเป็นระบบเดียวกับการจ่ายเงินผ่านระบบ EMV Chip”

นางสาวมิ่งขวัญกล่าวเพิ่มเติมว่า  “เราเริ่มกระจายชิป TMB WAVE ให้แก่ลูกค้าทีเอ็มบีได้ใช้จ่ายก่อนใครไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา และจะเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยในเฟสแรกจะเริ่มจากกรุงเทพและปริมณฑลก่อน และจะกระจายไปทั่วประเทศภายในต้นปีหน้า

สำหรับลูกค้าที่สนใจหากมีบัญชีทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี (All Free) อยู่แล้ว สามารถนำสมุดบัญชีพร้อมบัตรประจำตัวประชาชนมาติดต่อขอรับ TMB WAVE ได้ที่สาขาของทีเอ็มบีใกล้บ้าน  และสำหรับลูกค้าใหม่เพียงเปิดบัญชีทีเอ็มบี ออลล์ ฟรี (All Free) ก็จะได้รับ TMB WAVE ได้ทันที และเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ “ลูกค้าทีเอ็มบีย่อมได้มากกว่า” อย่างแท้จริง เราจึงได้จัดโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าผู้ที่ใช้ TMB WAVE ให้นำไปใช้จ่ายกันได้ง่ายขึ้น โดยทุกค่าใช้จ่ายการใช้ TMB WAVE จะรับคะแนน WOW 2 เท่าทันที ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์ เมื่อใช้ TMB WAVE ซื้อตั๋วภาพยนตร์ 1 ใบ คุณจะได้รับตั๋วหนังฟรีอีก 1 ใบทันที พร้อมชุดคอมโบเซ็ท (ปอร์บคอร์นและเครื่องดื่ม) ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคมนี้ ที่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ทุกสาขา” 

ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัว TMB WAVE อย่างเป็นทางการ ทีเอ็มบีได้เชิญตัวแทนลูกค้าบัญชีทีเอ็มบี ออกแบบ-ชุติมณฑน์  จึงเจริญสุขยิ่ง นักแสดงหญิงดาวรุ่งผู้มีบุคลิกเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์และทันสมัย มีไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ต้องอาศัยความคล่องตัวสูง และเป็นลูกค้าที่ได้ทดลองใช้ TMB WAVE ด้วยตัวเอง มาร่วมพูดคุย  ถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างลงตัว

เอสซีจี จัดการแข่งขัน “HACKATHON” เวทีสร้างสรรค์นวัตกรรมภายใน 3 วัน 2 คืน ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “Passion for Open Innovation” ชวนผู้สนใจไม่จำกัดอายุ สายงาน  และความเชี่ยวชาญ ทั้งผู้พัฒนาโปรแกรม (Developer) ผู้ออกแบบการใช้งาน (Designer) และผู้เชี่ยวชาญการวางแผนธุรกิจ (Business planner) พกความมุ่งมั่นและทักษะความสามารถที่ตัวเองมี มาค้นหาทีมที่มีแรงบันดาลใจเดียวกันภายในงาน แล้วร่วมกันสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ อย่างไม่สิ้นสุด เพื่อให้เกิดโซลูชั่นที่ช่วยสร้างอนาคตประเทศและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นในยุคดิจิทัล ผ่านโจทย์สุดท้าทาย 3 หัวข้อ ได้แก่ 1) การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพให้คู่ธุรกิจขององค์กร 2) การเสริมศักยภาพและความยั่งยืนให้อุตสาหกรรม และ 3) การยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้บริโภค

นอกจากทุกคนที่เข้าร่วมงานจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จากเอสซีจีและวงการสตาร์ทอัพ พร้อมพบปะเพื่อนใหม่ที่อาจกลายเป็นผู้สร้างธุรกิจร่วมกันต่อไปแล้ว ยังมีสิทธิ์ชิงรางวัลชนะเลิศในแต่ละโจทย์ รางวัลละ 200,000 บาท รวม 3 รางวัล และรางวัลการตอบโจทย์กลุ่มธุรกิจของเอสซีจีอีก รางวัลละ 100,000 บาท สูงสุด 3 รางวัล รวมสูงสุด 900,000 บาท ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่มีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นยังมีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากเอสซีจีเพื่อต่อยอดความคิดสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตด้วย

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วม “HACKATHON” กับเอสซีจี ได้ตั้งแต่วันนี้ – 7 ต.ค. 61 ทาง www.scg.com/hackathon โดยการแข่งขัน “HACKATHON” จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 - 28 ต.ค. 61 ณ BIG Co-Working Space (พระราม 9)

เอไอเอสมุ่งสนับสนุนการเรียนรู้ให้คนไทยผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เดินหน้าเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้คนไทยได้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ภาษาจีนได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้ว ตอบรับเทรนด์การขยายตัวด้านเศรษฐกิจจีนที่เติบโตขึ้นทุกปี รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวและทำธุรกิจในประเทศไทยจำนวนมากโดยเอไอเอส ร่วมกับ โรงเรียนสอนภาษาจีน Follow me เปิดตัวรายการ “Chinese is all around” สอนภาษาจีนออนไลน์รูปแบบใหม่ บนแอป AIS PLAY และ กล่อง AIS PLAY BOX ในรูปแบบของวีดิโอออนดีมานด์ ชมฟรีไม่คิดค่าคอนเทนต์ โดยจะอัพเดทตอนใหม่ ทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. เริ่มตอนแรก ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2561 เป็นต้นไป             

เพื่อให้คนไทยสามารถเรียนรู้คำศัพท์ภาษาจีนในชีวิตประจำวันได้ง่ายๆ ผ่านคลิปวีดิโอ ความยาวประมาณ 2 นาที รวมกว่า 100 ตอน โดยเหล่าซือเจ้าของภาษาตัวจริง และหนุ่ม  AIS SMART GEN มากความสามารถ โดยแต่ละตอน จะนำคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมซับไตเติ้ลไทยควบคู่ด้วย เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจคำศัพท์ และสำเนียงได้ง่ายขึ้น พร้อมสอดแทรกความสนุกและมุขตลก ทำให้ผู้ชมเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน

SENA กางผลงานครึ่งปีแรก 2561 กำไรสะพรั่ง 389.8 ล้านบาท โต 146.6 %ฟั่นยอดขาย 6 เดือน 4,296 ล้านบาท มั่นใจดีมานด์ตลาดอสังหาฯระดับกลางถึงไฮเอนด์ตอบรับดี เผยครึ่งปีหลังจ่อเปิดโครงการใหม่สินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียมพรีเมี่ยมและบ้านเดี่ยว ปั้นยอดขายและยอดรับรู้รายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้แน่นอน

นางสาวอธิกา บุญรอดชู ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานจัดสรรเงินทุนและการลงทุน บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยทั้งแนวราบและแนวสูง เปิดเผยถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มการเติบโตดีขึ้นจากปัจจัยบวก อาทิ กำลังซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีอยู่มากโดยเฉพาะตลาดระดับกลางบนถึงไฮเอนด์ ซึ่งยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียมจะเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ของสินค้าระดับกลางบนได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 2/2561 บริษัทมีรายได้รวม 1,734 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 551.3 ล้านบาท คิดเป็น 46.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,182.7 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 225.2 ล้านบาท คิดเป็น 13% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 137.8 ล้านบาท หรือคิดเป็น 157.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560  สำหรับรายได้จากการขายที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2/2561 อยู่ที่ 1,596.9 ล้านบาท โตเพิ่ม 524.6 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 48.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2560 ที่มีรายได้ 1,072.3  ล้านบาท อันเนื่องมาจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น ทำให้ทั้งรายได้และกำไรของบริษัทในครึ่งปีแรกนี้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

โดยผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2561 นั้น ทางเสนามีอัตราการเติบโตก้าวกระโดดได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ โดยสร้างรายได้รวมจากสินค้าแนวราบ แนวสูง และธุรกิจอื่นๆ ได้สูงถึง 2,822.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่ากับ 1,151.9 ล้านบาท คิดเป็น 69% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2560 ที่มีรายได้รวม 1,670.5 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิโตขึ้น 146.6%  หรือ 389.8 ล้านบาท คิดเป็น 13.8% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 231.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2560 ซึ่งมีกำไรสุทธิ158.1 ล้านบาท ส่วนยอดขายในช่วง 6 เดือนแรก (ณ. วันที่ 30 มิถุนายน 2561) บริษัทฯ สร้างยอดขายรวมได้แล้วถึง 4,296 ล้านบาท ซึ่งถ้าหากบริษัทฯ ยังคงรักษาระดับการขายในปัจจุบันได้เชื่อมั่นว่าจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ทั้งนี้ ในส่วนของผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ รวมทั้งสิ้น 2,493.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,051.7 ล้านบาท คิดเป็น 72.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,441.7 ล้านบาท ซึ่งมาจากการรับรู้รายได้จากการโอนกรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมและโครงการบ้านที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย โครงการ นิช ไอดี บางแค เฟส 2  ,โครงการ นิช ไอดี พระราม 2 เฟส 2 ,โครงการ นิช ไอดี สุขุมวิท 113 ,โครงการ นิช ไพรด์ ทองหล่อ-เพชรบุรี ,โครงการ นิช โมโน สุขุมวิท 50 ,โครงการ เดอะ คิทท์ ไลท์ บางกะดี และ โครงการ เดอะ คิทท์ พลัส สุขุมวิท 113 เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการโอนกรรมสิทธิ์โครงการแนวราบมาอย่างต่อเนื่องจากปีก่อน ได้แก่ โครงการเสนา พาร์ค แกรนด์ รามอินทรา ,โครงการ เสนา พาร์ค วิลล์ วงแหวนฯ – รามอินทรา ,โครงการ เสนา วิลล์ บรมราชชนนี สาย 5 และโครงการ เสนา ทาวน์ รามอินทรา เป็นต้น ขณะเดียวกันบริษัทยังมีรายได้จากธุรกิจการให้เช่าและบริการในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 278.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.1 ล้านบาท หรือคิดเป็น 80.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปี 2560 ซึ่งมีรายได้จากค่าเช่าและบริการ 154.7 ล้านบาท ส่วนธุรกิจบริการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 8.4 ล้านบาท ลดลง 31.9 ล้านบาท หรือคิดเป็น 79.2%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันจากปีก่อนที่มีรายได้ อยู่ที่ 40.3 ล้านบาท 

ทั้งนี้ บริษัทยังมียอดขายที่รอรับรู้รายได้จากการโอน(Backlog) ณ. สิ้นเดือนมิถุนายน 2561 มูลค่า 7,133.89 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน 2 โครงการประกอบด้วย นิช ไพรด์ เตาปูน – อินเตอร์เชนจ์ และ นิช โมโน สุขุมวิท– แบริ่ง)

อย่างไรก็ตามจากผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2561 คณะกรรมการบริษัทฯจึงมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.109757 บาท และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่12 กันยายน 2561

ทั้งนี้ สรุปแผนธุรกิจในปี 2561 ทางบริษัทเสนาฯ พร้อมเดินหน้ามุ่งมั่นสู่“Growth Hormone2018” โดยตั้งเป้ายอดขาย  10,300 ล้านบาท และเป้ารายได้ 6,200 ล้านบาท เติบโต 20 % จากปีก่อน ซึ่งจะมาจากการเปิดตัวโครงใหม่ทั้งสิ้น 17 โครงการ รวมเป็นมูลค่า 23,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกเปิด 5 โครงการ มูลค่ารวม 6,527 ล้านบาท และช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 12 โครงการทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงบททำเลศักยภาพ รวมมูลค่า 16,000 – 17,000 ล้านบาท

นายแจ็ค มินทร์ อิงค์ธเนศ (ซ้าย) กรรมการบริหาร บริษัทเอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานมูลนิธิสร้างเสริมไทย รับมอบเงินจากนายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการ บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 1 แสนบาท เพื่อร่วมสนับสนุนกิจกรรมการประกวดวาดภาพในโครงการการ์ดนี้เพื่อน้อง ครั้งที่ 16 ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่ทางเอปสันให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เป็นการประกวดภายใต้หัวข้อ “เสน่ห์เมืองไทย : The Elegance of Thailand” ถือเป็นการเปิดเวทีให้กับน้องๆ ที่มีความบกพร่องทางร่างกายและด้อยโอกาสจากมูลนิธิและสถานสงเคราะห์ต่างๆ ได้มีโอกาสถ่ายทอดจินตนาการและบอกเล่าความภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านการแสดงความสามารถทางด้านศิลปะ นอกจากนี้ภายในงานเอปสันยังเปิดบูธขนม และกิจกรรมถ่ายภาพพร้อมพิมพ์ภาพถ่ายให้น้องๆ และเหล่าจิตอาสาที่มาร่วมงานครั้งนี้เป็นที่ระลึกอีกด้วย

นางกิติยา ฤกษ์ภูริทัต และนายอมร สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับ 4 รางวัลยอดเยี่ยม จากงานประกาศผลรางวัล Asian Banking & Finance Awards 2018 จัดโดย วารสารเอเชียน แบงกิ้ง แอนด์ ไฟแนนซ์ ได้แก่ รางวัลธนาคารผู้ให้บริการจัดการด้านการเงินสำหรับธุรกิจบรรษัทยอดเยี่ยมในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 รางวัลธนาคารพาณิชย์เพื่อลูกค้ารายย่อยยอดเยี่ยมในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 รางวัลการริเริ่มสร้างสรรค์ด้านบัตรเครดิตยอดเยี่ยมในประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากแคมเปญ เดอะ แพสชั่น และรางวัลผู้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรมการเงินที่ทุกคนเข้าถึงได้ยอดเยี่ยมในประเทศไทย จากแอปพลิเคชั่น K PLUS Beacon ณ โรงแรมแชงกรีล่า ประเทศสิงคโปร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ลอรีอัล กรุ๊ป ล่าสุดประกาศแต่งตั้ง อินเนส คาลไดรา ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ลอรีอัล ประเทศไทย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้ โดยภายใต้การดำรงตำแหน่งใหม่นี้ อินเนสจะนำประสบการณ์การทำงานกับลอรีอัล ในภูมิภาคยุโรปกว่า 17 ปี มาขับเคลื่อนเป้าหมายของลอรีอัล กรุ๊ปในการส่งมอบ “ความงามสำหรับทุกคน” (Beauty For All) เพื่อมุ่งตอบสนองทุกความต้องการและทุกความแตกต่างด้านความงามแก่ผู้บริโภคชาวไทย

ก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับ ลอรีอัล ประเทศไทย อินเนส ประจำอยู่ที่ลอรีอัล โปรตุเกส เป็นระยะเวลา 4 ปี ในตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศโปรตุเกส ซึ่งนับเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกและมีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ลอรีอัล โปรตุเกส โดยตลอดเส้นทางการทำงานกับลอรีอัล กรุ๊ปนั้น อินเนส ได้ดำเนินงานรับผิดชอบใน 3 ประเทศ ซึ่งรวมถึงบทบาทด้านการพัฒนาธุรกิจที่ลอรีอัล สำนักงานใหญ่ที่ประเทศฝรั่งเศส และการนำการบริหารธุรกิจในประเทศสเปนเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความท้าทายทางด้านเศรษฐกิจมากที่สุดประเทศหนึ่ง อินเนสเริ่มงานกับลอรีอัล กรุ๊ปในตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาดฝึกหัดให้แก่ผลิตภัณฑ์กลุ่มดูแลเส้นผม แบรนด์ลอรีอัล ปารีสในประเทศโปรตุเกส ก่อนจะย้ายไปยังกรุงปารีส เพื่อดำรงตำแหน่งผู้จัดการโครงการให้แก่ฝ่ายพัฒนาการตลาดระหว่างประเทศ สำหรับแบรนด์การ์นิเย่ในตลาดเอเชีย จากนั้นได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดภูมิภาคยุโรปในประเทศโปรตุเกส และตำแหน่งต่อมาในฐานะผู้จัดการทั่วไปแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคในประเทศสเปน ซึ่งที่นี่ อินเนสได้ใช้ทักษะความเชี่ยวชาญด้านการจัดการงบกำไรขาดทุน จนสามารถเพิ่มผลประกอบการและผลกำไร รวมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และพัฒนาแบรนด์ให้เป็นที่น่าจดจำ

นายปิแอร์ อีฟ อาร์เซล รองประธานกรรมการลอรีอัล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคใต้ กล่าวถึงการเข้ารับตำแหน่งของอินเนสในครั้งนี้ว่า “ผลงานของอินเนสในยุโรปได้พิสูจน์ถึงความสามารถของเธอได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในด้านการจัดการบุคลากร อินเนสได้ดำเนินงานตามแนวทางจิตวิญญาณของลอรีอัลอย่างครบถ้วนด้วยการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง พร้อมช่วยสนับสนุนให้ทีมของเธอสามารถพัฒนาศักยภาพได้อย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าอินเนสจะสามารถปรับตัวกับเข้าประเทศไทยได้อย่างราบรื่นและเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ต่างๆ ได้อย่างประสบความสำเร็จ”

นางอินเนส คาลไดรา กล่าวว่า “ดิฉันรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่งใหม่ในภูมิภาคเอเชียที่ลอรีอัล ประเทศไทย ดิฉันจะเดินหน้ามุ่งพัฒนาความเป็นเลิศใน 4 ด้าน ได้แก่ การมุ่งเน้นผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง การขับเคลื่อนด้านดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนาและดูแลบุคลากร และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม เพื่อผลักดันการเติบโตของลอรีอัล ประเทศไทย และมีส่วนร่วมสนับสนุนพัฒนาชุมชน พร้อมไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรขององค์กร”

เอไอเอ ประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จของปีแห่ง ‘การสร้างตัวแทน AIA FA’ ที่มุ่งเน้นสรรหาคนรุ่นใหม่ พร้อมทำงานเต็มเวลา ให้เข้ามาร่วมโปรแกรม AIA Financial Advisor (AIA FA) ด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา AIA FA ชุดใหม่ ที่มุ่งเจาะกลุ่มคนทำงานด้านการเงิน พร้อมพัฒนาหลักสูตร FA 2.0 ซึ่งเป็นหลักสูตรการฝึกอบรมเฉพาะสำหรับ AIA FA และผลักดันเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนการทำงานของตัวแทน AIA FA

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “เราได้เริ่มโปรแกรม AIA Financial Advisor (AIA FA) ในปี 2552 และ ณ ปัจจุบันนี้ เอไอเอ ประเทศไทย มีตัวแทน AIA FA รวมกว่า 7,800 คน โดยใน 7 เดือนแรกของปี 2561 มีผู้สมัครเข้าร่วมโปรแกรม AIA FA ถึงกว่า 2,800 คน ซึ่งคิดเป็นอัตราเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก นอกจากนี้ เรายังมีศูนย์ที่ปรึกษาการเงิน (AIA FA Center) รวม 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการจัดฝึกอบรมตัวแทนภายใต้โปรแกรม AIA Financial Advisor อย่างมีมาตรฐานและเข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยยกระดับตัวแทนประกันชีวิตไปสู่การเป็น ‘ที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน’ หรือ ‘AIA Financial Advisor’ ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า สำหรับผลงานของตัวแทน AIA FA โดยเฉลี่ยแล้วจะทำผลงานได้สูงกว่าตัวแทนปกติ โดยมีจำนวนรายของลูกค้าต่อตัวแทน AIA FA สูงกว่าตัวแทนทั่วไป 10% เบี้ยเฉลี่ยต่อรายสูงกว่าตัวแทนทั่วไป 13% และอัตราการทำงานสูงกว่าตัวแทนทั่วไป 74% ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดีของการพัฒนาด้านผลประกอบการและการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลลูกค้าสำหรับ เอไอเอ ประเทศไทย”

นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย อธิบายเกี่ยวกับแผนการฝึกอบรมและ Roadmap ของตัวแทน AIA FA ว่า “เราได้พัฒนาหลักสูตร ‘FA 2.0’ ที่มีความเข้มข้นและได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นหลักสูตรฝึกอบรมต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 12 เดือน ที่ผู้สมัครเข้าโปรแกรม AIA FA ทุกคนต้องเข้าร่วม โดยหลักสูตรนี้จะพัฒนาทักษะและความรู้ของตัวแทนแบบรอบด้าน ทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์ การวางแผนด้านการเงิน การวิเคราะห์ตลาด การพัฒนาทักษะการขาย การขยายตลาดตลอดจนการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงินมืออาชีพ นอกจากการฝึกอบรมภาคทฤษฎีแล้ว ผู้เข้าโปรแกรม AIA FA ทุกคน จะได้รับการดูแลและการโค้ชอย่างใกล้ชิดจากผู้บริหารหน่วยที่มีประสบการณ์ ผ่านการทำกิจกรรมภาคสนาม (Joint Fieldwork) ร่วมกันอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเรายังได้เตรียม Roadmap สำหรับตัวแทน AIA FA ให้เดินทางไปสู่ความสำเร็จสูงสุดของอาชีพตัวแทนประกันชีวิต คือ การเป็นสมาชิก MDRT (สโมสรล้านเหรียญโต๊ะกลม) ซึ่งเราจะเน้นไปที่การฝึกอบรมผ่านหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานสากล และการให้องค์ความรู้ผ่านรุ่นพี่ MDRT ที่จะคอยให้คำปรึกษาแก่รุ่นน้อง”

ในส่วนของการสนับสนุนด้านการตลาด นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทย เผยว่า “ตลอดทั้งปีนี้ เรามีแผนการตลาดที่เข้มข้นในการช่วยสนับสนุนโปรแกรม AIA FA โดยเมื่อต้นปีนี้เราได้มีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา AIA FA ในชื่อเรื่อง “The Perfect Boss” ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก อีกทั้งช่วยให้คนได้รู้จักและสนใจในโปรแกรม AIA FA มากขึ้น ทำให้เรามีการต่อยอดความสำเร็จจากภาพยนตร์โฆษณาชุดแรก มาเป็นภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ล่าสุด ในชื่อ “Lost” ซึ่งเราเน้นเจาะไปที่กลุ่มคนทำงานด้านการเงิน เพราะเอไอเอมองเห็นถึงศักยภาพและความสามารถของบุคลากรกลุ่มนี้ และต้องการที่จะช่วยผลักดันและพัฒนาคนกลุ่มนี้ให้ก้าวขึ้นไปเป็น “ที่ปรึกษาด้านการประกันชีวิตและการเงิน” มืออาชีพ โดยคอนเซ็ปต์ของโฆษณาชุดนี้มาจากแนวโน้มปัจจุบันของอุตสาหกรรมการเงินที่ปรับรูปแบบการให้บริการไปสู่การเป็น ‘ดิจิทัล แบงค์กิง’ มากขึ้น ในขณะที่ในธุรกิจประกันชีวิตลูกค้าส่วนใหญ่ยังต้องการได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยในการวางแผนด้านการประกันชีวิตและการเงิน โดยโฆษณาชุดนี้จะเน้นเผยแพร่ผ่านทางสื่อออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานและเป็นคนรุ่นใหม่ที่นิยมเสพสื่ออินเทอร์เน็ต โดยมุ่งสร้าง Call-to-Action ให้ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเข้ามาหาเราได้ทันที”

“นอกจากนี้ เอไอเอยังมีการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการติดต่อสื่อสารระหว่างตัวแทนกับลูกค้าให้เหมาะสมกับยุค 4.0 ช่วยให้ตัวแทนทำงานได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันลูกค้าก็จะได้รับบริการที่รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์
และตรงตามความต้องการ อาทิ แอปพลิเคชัน iMO และ iPOS+ รวมทั้งในปีนี้เราได้มีการพัฒนาต่อยอด AIA Line Agent ซึ่งเป็น Line-based Application ให้กลายเป็นระบบ iMO Smart ที่มีการแจ้งเตือนข้อมูลเจาะจงรายบุคคล (Individualized Notification)
ผ่านไลน์ ซึ่งจะปฏิวัติการทำงานของตัวแทนให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น และทำให้ตัวแทนบริการลูกค้าได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งเอไอเอยังคงไม่หยุดที่จะพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลต่อไป” นายเอกรัตน์ กล่าวเสริม

สามารถติดตามภาพยนตร์โฆษณา AIA FA ชุดใหม่ได้ทางสื่อ YouTube และ AIA Official Facebook สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อผ่านเว็บไซต์ www.aia.co.th/FA หรือโทร 1581

บมจ. ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณปูชิตา เจริญพงศ์ Senior Marketing Manager เอาใจคนเมืองรุ่นใหญ่ย้อนอดีตสู่ยุค 90s ออกมาโชว์สเต็ปแดนซ์ ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนงานคอนเสิร์ต 90’s Nonstop เต้นไม่หยุด สุดทุกค่าย จัดเต็มด้วยการมอบบัตรคอนเสิร์ตฟรี! ให้แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมกับแคมเปญออนไลน์ผ่าน LINE : @oceanlife และ FACEBOOK : Oceanlifepage พร้อมมอบสิทธิพิเศษ Pre-Sale ให้กับลูกค้าที่เป็นสมาชิก OCEAN CLUB พร้อมเปิดบูธ OCEAN LIFE - LOVE to DANCE ให้ร่วมอุ่นเครื่องโชว์สเต็ปแดนซ์กระจายกับเกมส์เต้นสุดมันส์ลุ้นของรางวัลมากมาย ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

X

Right Click

No right click