ถอดบทเรียนจาก 5 ชุมชนในทุกภาค เตรียมยกทีมเดินสายแบบ Mobile Unit ถึงประตูบ้าน เพื่อช่วยเหลือด้านประกันภัยอย่างครบวงจร พร้อมเปิดตัว “คู่มือประกันภัย ฉบับประชาชน” เป็นครั้งแรก

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ได้จัด “โครงการ คปภ. เพื่อชุมชน” ต่อเนื่องเป็นปี 3 โดยเป็นการนำภาคอุตสาหกรรมประกันภัยร่วมลงพื้นที่รณรงค์สร้างความรู้ ความเข้าใจด้านการประกันภัยเชิงรุกแก่ชุมชนต่างๆทั่วประเทศ ขณะเดียวกันได้ถ่ายทำเพื่อจัดทำเป็นรายการซีรีย์ “คปภ. เพื่อชุมชน” นำไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ทำให้เกิดการเรียนรู้ด้านประกันภัยในวงกว้าง ซึ่งปีนี้มีความแตกต่างไปจากปีที่ 1 และปีที่ 2 ด้วยการเรียนรู้ประโยชน์ของระบบประกันภัยจากการถอดบทเรียนประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงและความเสียหายในหลากหลายรูปแบบและสามารถใช้ระบบประกันภัยเข้าไปช่วยเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนทำให้ชาวชุมชนมีสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เป็นการต่อยอดความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนถ่ายทอดส่งต่อองค์ความรู้ด้านการประกันภัยให้เกิดขึ้นภายในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการในระดับพื้นที่ (Bottom-Up) และทิศทางในภาพรวมของระดับประเทศ (Top-Down) ที่ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศของทุกภาคส่วนต่อไป สำหรับชุมชนที่ได้รับคัดเลือกในปีนี้ มีจำนวน 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนลำไยมัดปุ๊ก บ้านร้องขุด อำเภอสันป่าตองจังหวัดเชียงใหม่ ชุมชนบ้านนาทับ-สะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ชุมชนตลาดน้ำบางคล้า อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ชุมชนบ้านโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร และชุมชนบ้านผาบ่อง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า โครงการ คปภ. เพื่อชุมชน ปี 3 ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ เมื่อเร็วๆ นี้ที่ผ่านมา ณ ชุมชนบางกระดี่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน  สมาคมการค้าผู้สำรวจภัยไทย บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย รวมถึงกองทุนประกันชีวิต และกองทุนประกันวินาศภัย ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ และจะร่วมลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประกันภัยแล้ว รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนด้านประกันภัยอย่างครบวงจร ถือเป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันด้านประกันภัยระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างแท้จริง

สำหรับในส่วนของสำนักงานคปภ. การลงพื้นที่ในโครงการนี้จะดำเนินการในรูปแบบ Mobile Insurance Unit หรือศูนย์บริการประชาชนด้านการประกันภัยเคลื่อนที่แบบครบวงจรควบคู่กันไป เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านประกันภัย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่จำเป็นสำหรับชุมชน ศึกษาสภาพปัญหาด้านประกันภัยในชุมชน ตลอดจนให้ความช่วยเหลือและรับเรื่องร้องเรียนเรื่องประกันภัยผ่าน “Mobile Complaint Unit” หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัยเคลื่อนที่ ซึ่งจะทำให้ประชาชนในชุมชนได้รับความรู้และบริการด้านประกันภัยแบบครบวงจรในคราวเดียวกัน

“ในการเปิดตัวโครงการ คปภ. เพื่อชุมชน ปี 3 ในวันนี้ ยังมีการเปิดตัว “คู่มือประกันภัย ฉบับประชาชน” ซึ่งถือเป็นคู่มือความรู้ด้านประกันภัยภาคประชาชน version ล่าสุดที่รวมข้อมูลที่จำเป็นในเรื่องประกันภัยที่คนไทยทุกคนควรทราบ อันเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านที่จะไขข้อข้องใจในเรื่องของประกันภัยในทุกมิติแบบเข้าใจง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก สามารถพกพาได้สะดวก โดยสำนักงาน คปภ.แจกฟรี เพื่อให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ ของประเทศ ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัยและสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย และสามารถใช้ระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

นายบรรณยง นราสวัสดิ์ (แถวล่าง คนที่ 4 จากขวา) ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำตัวแทนคุณภาพของบริษัทฯเข้ารับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ (TNQA) ครั้งที่ 36 ประจำปี 2562 จัดโดยสมาคมประกันชีวิตไทย เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติคุณให้กับตัวแทนประกันชีวิตที่มีผลงานการขายและการบริการที่ยอดเยี่ยม ณ จูบิลี่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

บมจ. กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ผู้นำธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ เปิดตัวพันธสัญญาใหม่ของแบรนด์ “Know You Can” เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันทุกช่วงชีวิต พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “Know You Can”  จำนวน 2 ชุด โดยชุดแรกได้เชิญนักเทนนิสหญิงฝีมือระดับโลก เซเรนา วิลเลียมส์ มาเป็นนักแสดงหลักในภาพยนตร์โฆษณา ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำภาพและสร้างแรงบันดาลใจแนวคิดความเชื่อมั่นในตนเอง Know You Can พร้อมทั้งสนับสนุนความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า  

นางแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวพันธสัญญาใหม่ของแบรนด์ Know You Can” - เรารู้ว่าคุณทำได้ ในวันนี้  ซึ่งเป็นพันธสัญญาเดียวกับกลุ่มแอกซ่า และทุกบริษัทของแอกซ่าทั่วโลก โดยถือเป็นสัญลักษณ์แทนคำสัญญาต่อลูกค้าคนสำคัญว่า เราจะอยู่เคียงข้างเป็นเพื่อนคู่คิด พร้อมสนับสนุนทุกความเชื่อมั่นว่าคุณก็ทำได้ – Know You Can ให้กับลูกค้าของเรา ซึ่งทุกความเชื่อมั่นต้องเริ่มต้นจากความคิดของตัวเราเอง  และเพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้มีชีวิตที่ดีขึ้นตามใจปรารถนา เรามุ่งหวังว่าจากพันธสัญญาใหม่ของแบรนด์ Know You Can พร้อมด้วยความมุ่งมั่นในการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางจะทำให้ บริษัท กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต เป็นผู้นำของธุรกิจประกันชีวิต และประกันสุขภาพในประเทศไทยอย่างยั่งยืนยาว อีกทั้งประเทศไทย นับเป็นหนึ่งใน 16 ประเทศของกลุ่มแอกซ่าทั่วโลก ที่ได้รับคัดเลือกให้มีแคมเปญโฆษณา Know You Can – เรารู้ว่าคุณทำได้ โดยแคมเปญนี้ได้มีการเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศเยอรมัน ฮ่องกง ฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นยุโรป เอเชีย และลาตินอเมริกา”

พันธสัญญาใหม่นี้ จะถูกนำไปใช้กับแคมเปญต่าง ๆ และภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของเรา ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้เป็นการแสดงออกถึงการประสบความสำเร็จ เพราะความเชื่อมั่นในตนเอง และส่งผลให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของค่านิยม และความมุ่งมั่นของกรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ จะเป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสารผ่านทุกช่องทาง นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีอีกหนึ่งโฆษณา “Know You Can” ต่อเนื่องเป็นชุดที่ 2  ที่สื่อสารให้เห็นภาพว่า กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต จะอยู่เคียงข้างลูกค้าและพร้อมสนับสนุนให้คุณมีความเชื่อมั่นในตนเองเพื่อก้าวเดินต่อในชีวิต สู่ความสำเร็จตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากแคมเปญโฆษณาดังกล่าวแล้ว  บริษัทฯ ยังได้มีการสื่อสารภายในกับพนักงาน และฝ่ายขาย ผ่านกิจกรรมที่ให้ทุกคนได้เล่าเรื่องราวที่แสดงถึงความเชื่อมั่นในตัวเองและสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การดูแลลูกค้า หรือการทำตามความมุ่งมั่นและความฝันของตนเอง  ผ่านกิจกรรม “Know You Can Story” โดยพนักงานและฝ่ายขายสามารถบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของตัวเองมาได้ และเรื่องราวที่ได้รับเลือกจะถูกนำใช้ในสื่อสารในกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป  

นางภควิภา เจริญตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายลูกค้า กล่าวว่า “ปีนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต จะได้นำเสนอภาพยนตร์โฆษณาที่เน้นภาพลักษณ์ความเป็นแบรนด์ของบริษัทฯ และพันธสัญญาใหม่ของแบรนด์อย่างชัดเจน โดยภาพยนตร์โฆษณาชุด Know You Can”  ทั้ง 2  ชุด จะมีการสื่อสารอย่างเต็มรูปแบบผ่านภาพยนตร์โฆษณาความยาว  30 วินาที  ซึ่งภาพยนตร์ชุดแรกที่มี เซเรนา วิลเลียมส์ แสดงในภาพยนตร์โฆษณานั้นจะเริ่มออกอากาศพร้อมกันในวันที่ 17 กรกฎาคม ศกนี้  ส่วนภาพยนตร์ชุดที่ 2 จะสื่อสารแนวคิด Know You Can”  และการเป็นเพื่อนคู่คิด เคียงข้างกับลูกค้าของเรา โดยจะเริ่มออกออกอากาศในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้  ซึ่งภาพยนตร์ทั้ง 2 ชุดดังกล่าวจะสื่อสารไปยังทุกกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อต่าง ๆ อาทิ สื่อโฆษณานอกบ้าน (Out of Home Media) สิ่งพิมพ์ และสื่อออนไลน์”

“นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมีกิจกรรม และแคมเปญมากมาย ทั้งสำหรับลูกค้า ฝ่ายขาย และพนักงานภายใต้พันธสัญญาของแบรนด์ใหม่ Know You Can อาทิ คอนเสิร์ต Know You Can”  ที่เราเพิ่งจัดให้ลูกค้ากว่า 10,000 คน ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ เช่น งานวิ่งครั้งแรกกับ ก้อย รัชวิน  “ATiRa Womens Run 2019, Unlock Your Limit ที่จะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม งานวิ่งลิเวอร์พูล The Kop Run 2019, presented by AXA”  ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม รวมทั้ง งานวิ่ง Step Life” (Half-Marathon) ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนศกนี้

นอกจากนี้ ด้านกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัทฯ ยังได้ผสานแนวคิด Know You Can” ผนวกเข้ากับกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะจัดขึ้นตลอดปี อาทิ  โครงการ “Know You Can Save Our Environment” โดยเป็นความร่วมมือร่วมใจของทั้งพนักงานและฝ่ายขายในการช่วยลดการใช้กระดาษ แล้วมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อนำไปซื้อต้นไม้มาปลูกร่วมกัน นับเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ว่าทุกคนทำได้”

สำหรับท่านใดที่สนใจแคมเปญดี ๆ และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ ของ กรุงไทย - แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดตามได้ที่ Line Official Account หรือ www.krungthai-axa.co.th และสอบถามได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1159 ตลอด 24 ชั่วโมง

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin Graduate Institute of Business Administration of Chulalongkorn University)  เปิดตัวหลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูงในหลักสูตร Senior Executive Program” หรือ SEP-33 โดย ผศ. ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์ ผู้ดูแลหลักสูตร รวมสุดยอดวิทยากรจากสถาบันชั้นนำทั่วโลก อาทิ ศาสตราจารย์ ราวี อรอน (Professor Ravi Aron) จากมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอปกินส์, แครี่ บิสสิเนส สคูล (Johns Hopkins University, Carey Business School) และ ศาสตราจารย์ สตีฟ มิรันดา (Professor Steve Miranda) อดีตอาจารย์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลที่ปัจจุบันเป็นรองผู้อำนวยการธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve USA) โดยผู้ที่เข้าเรียนจะได้ใบรับรอง 2 ใบ ของจากทั้งของศศินทร์ และสถาบัน เซ็นเตอร์ ออฟ ครีเอทีฟ ลีดเดอร์ชิพ (Center of Creative Leadership)

ผศ. ดร. ปิยะชาติ ภิรมย์สวัสดิ์

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมหลักสูตรอสังหาริมทรัพย์ (Residential program) สำหรับผู้บริหารระดับสูงในหลักสูตร “Senior Executive Program” ในระหว่างวันที่ 5 - 9 สิงหาคม 2562 ณ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระหว่างวันที่ 19 - 23 สิงหาคม 2562 ณ โรงแรมอนันตรา หัวหิน ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ http://info.sasin.edu/ee-lp1-sep/ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-218-4001-7 Ext.162-167 หรือ Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. พิเศษ! หากสมัครก่อนวันที่ 12 กรกฏาคม 2562 จะได้รับส่วนลด 5% สมัครด่วน! รับจำนวนจำกัด

 

ทีเอ็มบี เปิดตัว “TMB ABSOLUTE” Visa Signature บัตรเครดิตระดับบน ที่    มาพร้อมเอกสิทธิ์เหนือกว่าบัตรอื่น ได้พอยท์ไว 10 บาท = 1 คะแนน  ไม่เสียค่าธรรมเนียมรูดใช้ในต่างประเทศ พร้อมประกันอุบัติเหตุการเดินทาง นับเป็นบัตรเครดิตใบแรกของไทยที่สามารถใช้รูดต่างประเทศได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงสกุลเงิน (FX) 2.5%   และรับมากขึ้นโดยรับคะแนนสะสม ทีเอ็มบี รีวอร์ด พลัส 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายออนไลน์ทุกยอดใช้จ่าย 10 บาทเท่ากับ 2 คะแนนหรือ 12.5 บาทเท่ากับ 1 ROP ไมล์ ทำให้สามารถใช้คะแนนจากบัตรแลกไฟล์ทได้เร็วขึ้น   อีกทั้งยังได้รับสิทธิ์ในการคุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางสูงสุด 16 ล้านบาท และรับบริการห้องรับรองพิเศษที่สนามบินทั่วโลก 2 สิทธิ์ต่อปี พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

นายจเร เจียรธนะกานนท์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ทีเอ็มบี เปิดเผยว่า “บัตรเครดิต ทีเอ็มบี แอบโซลูท (TMB ABSOLUTE) เกิดขึ้นจากการศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งพบว่าปัจจุบัน รูปแบบพฤติกรรมการใช้จ่ายของคนไทยแบ่งออกเป็นประเภทอย่างชัดเจน ได้แก่ การจับจ่ายซื้อของ การท่องเที่ยว และ การกินดื่ม เป็นหลัก  ซึ่งการจับจ่ายซื้อของโดยเฉพาะผ่านช่องทางออนไลน์ ภาพรวมการใช้จ่ายในตลาดออนไลน์หรือ eCommerce ในประเทศไทยนี้คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 860,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14% จากปี 2560 และเมื่อจำแนกออกมาเราพบว่ายอดใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของกลุ่มลูกค้าระดับบนเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 49%  โดยมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดนี้คิดเป็นมูลค่ารวมแล้วสูงถึง 204,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17% สำหรับการท่องเที่ยวคนไทยเที่ยวต่างประเทศ เฉลี่ย 3.9 ทริปต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลกที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2.7 ทริปต่อปี   โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายรวมทุกช่องทางคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาท เติบโตขึ้น 4-6% ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าระดับบนมียอดใช้จ่ายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 24% ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในต่างประเทศคิดเป็นมูลค่ารวม ประมาณ 120,000 บาท ซึ่งเติบโตขึ้น 8% จากปี 2560 ในขณะที่การกิน ดื่ม ถือเป็น ไลฟ์สไตล์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน คนไทยทานอาหาร วันละ 7 มื้อ ได้แก่ เช้า สาย เที่ยง บ่าย บ่ายแก่ เย็น และ ดึก โดยมีมูลค่ารวมทางการตลาด 400,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3-5% มูลค่ารวมในการใช้จ่ายผ่านบัตรในหมวดนี้ ประมาณ 48,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 12%”

ลูกค้าของ TMB ABSOLUTE ถือเป็นกลุ่มที่มีรายได้ค่อนข้างสูง มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง  มีความสนใจสิ่งรอบตัว และมีความใส่ใจในตัวเอง มีวิสัยทัศน์ในการใช้ชีวิตเพื่อสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นกับตัวเองและผู้อื่น มีการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย และมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาชีวิตตนเองเพื่อไปสู่ความสำเร็จ

“ทีเอ็มบีตั้งเป้าที่จะขยายกลุ่มลูกค้าบัตรใหม่รวมทุกประเภท 200,000 ใบ โดยบัตร TMB ABSOLUTE จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าระดับบนซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ 40,000 ใบ ผ่านรูปแบบการตลาดที่ใช้สื่อออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่ไปกับการโปรโมทสิทธิพิเศษและเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าของบัตรเครดิต TMB ABSOLUTE ผ่านภาพยนตร์โฆษณาที่พร้อมเผยแพร่อย่างแพร่หลายแล้วในชื่อ Perfect Life กับความยาว 60 วินาที สะท้อนความเชื่อของทีเอ็มบีที่ว่า สิ่งที่บ่งบอกฐานะและความสำเร็จของคนยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ทรัพย์สินเท่านั้น หากแต่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีกว่า ที่พิเศษกว่าคนอื่นๆ โดยจะเล่าผ่านชีวิตของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ได้ครบสมบูรณ์แบบ ทั้งในและต่างประเทศ และสิ่งที่เติมเต็มชีวิตเขาได้ทุกด้านแบบนี้ก็คือเอกสิทธิ์มากมายจากบัตร TMB ABSOLUTE นั่นเอง”

TMB ABSOLUTE Visa Signature เป็นบัตรเครดิตใบแรกที่มาพร้อมกับเอกสิทธิ์สุดพิเศษ อาทิ

  • ฟรีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศ 2.5% สำหรับการใช้จ่ายด้วยสกุลเงินต่างประเทศ โดยไม่จำกัดช่องทางการใช้จ่าย และสกุลเงินต่างประเทศ สบายใจกับอัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกเทียบเท่าร้านรับแลกเงินและยังได้คะแนนสะสม ทีเอ็มบี รีวอร์ด พลัส (TMB Rewards Plus)
  • รับคะแนนสะสม 2 เท่า เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรทางออนไลน์ จากยอดใช้จ่ายทุกๆ 10 บาท (10 บาทเท่ากับ 2 คะแนน หรือ เทียบเท่า 12.5 บาท = 1 ROP) ยกเว้นการทำรายการใช้จ่ายหรือเติมเงินผ่านทาง e-wallet, Direct debit หรือ Bill payment และรายการซื้อประกันผ่านช่องทางออนไลน์
  • ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อซื้อของผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไปผ่านบัตรเครดิต TMB ABSOLUTE  หากว่าของหายหรือได้รับของไม่ตรงสเปค ยังได้รับเงินชดเชยตามมูลค่าของสินค้าสูงสุด 5,000 บาท/ครั้ง หรือ 10,000บาท/ปี

นอกจากนี้ ทีเอ็มบี รีวอร์ด พลัส ยังมีบริการพิเศษด้านการท่องเที่ยวกับสิทธิพิเศษอื่นๆ อาทิ บริการห้องรับรองพิเศษ (Airport Lounge) โดย LoungeKey ณ สนามบินทั่วโลกกว่า 1,000 แห่ง สำหรับผู้ถือบัตรและผู้ติดตามจำนวนรวม 2 สิทธิ์ต่อปี ประกันภัยการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ ให้ความคุ้มครองทั้งครอบครัวด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุด 16,000,000 บาท บริการ Visa Concierge บริการฉุกเฉินกรณีประสบปัญหาระหว่างการเดินทางในต่างประเทศ (Worldwide Emergency) ตลอด 24 ชั่วโมง

“สิ่งที่ทีเอ็มบีได้มุ่งเน้นมาโดยตลอด คือเรามุ่งมั่นที่จะสร้างความแตกต่าง Make THE Difference ด้วยการทำให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้รับมากกว่าในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะบัตรเครดิต TMB ABSOLUTE Visa Signature ที่นับเป็นประสบการณ์ใหม่ของการใช้บัตรเครดิตที่ไม่เพียงแค่การใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวสะดวกสบายเท่านั้น แต่พร้อมให้สิทธิประโยชน์ที่ยังไม่เคยมีบัตรใบไหนให้ได้ครบสมบูรณ์แบบเช่นนี้  สะท้อนถึงมาตรฐานการบริการของทีเอ็มบีที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) และคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นอันดับแรก รวมทั้งยังสอดรับกับแนวคิด Get MORE with TMB  ลูกค้าทีเอ็มบีต้องได้รับมากกว่าอีกด้วย ซึ่งเรามุ่งหวังว่าผลิตภัณฑ์ TMB ABSOLUTE นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะทำให้ทีเอ็มบีก้าวสู่เป้าหมายในการเป็นธนาคารที่ลูกค้ารักจนต้องบอกต่อได้ตามเป้าหมาย” นายจเร กล่าวทิ้งท้าย

ชาเม่ เฉลิมฉลองปีที่ 9 แห่งความสำเร็จ 9 ปีแห่งความภาคภูมิใจและ9 ปีที่จะก้าวต่อไปกับงาน “CHAME’ 9th Anniversary & Grand Opening 2019” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “ชาเม่คอลลาเจน พลัส” (CHAME’ Collagen Plus) คว้า ‘อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ’ เป็นพรีเซ็นเตอร์ภายใต้สโกแกนของ ชาเม่ คอลลาเจน พลัส ว่า “แก้วนี้ ที่อั้มดื่มทุกวัน” เคล็ดลับความงามผิวขาวใสเนียนเด้ง ของอั้มให้สาวๆได้ดูกันอย่างใกล้ชิด ที่มาพร้อมกับภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ชาเม่ คอลลาเจน พลัส : The Walking Undead เปลี่ยนโฉมโทรมบี้ เผยหลังปล่อยภาพยนตร์โฆษณาทางสื่อออนไลน์ปรากฏมีกระแสฮือฮาผู้ชมทะลุกว่าล้านวิวในเวลาไม่กี่วัน บริษัทฯมั่นใจจะสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายให้ได้ตามเป้าฯ ที่วางไว้ พร้อมเดินหน้ารุกตลาดอยากหนักเพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอันใกล้นี้

นางสาวนันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชาร์มมิ่ง เวิลด์ อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จและก้าวที่สำคัญของ “CHAME’ (ชาเม่) แบรนด์ธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงามซึ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2553 โดย  “คุณการ์ตูน –นันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชาร์มมิ่ง เวิลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยแรกเริ่มชาเม่ออกผลิตภัณฑ์ประเภทสกินแคร์ต่อมาในปีพ.ศ.2557 ชาเม่ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโดยมี “คุณเชียร์-ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์” เข้าร่วมเป็นกรรมการบริหารบริษัท ชาร์มมิ่ง เวิลด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และเป็นพรีเซนเตอร์สินค้าชาเม่ ซายเอส ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี CHAME’ (ชาเม่) ถือเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นเน้นประสิทธิภาพที่สำคัญในเรื่องการคัดสรรค้นคว้านวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อผลลัพธ์ด้านความงามและสุขภาพออกสู่ท้องตลาดภายใต้สโลแกนที่ว่า “CHAME’ Beautify Your Charm Shine”ค้นพบเสน่ห์ในตัวคุณ

โดยปีนี้ได้จัดงานเฉลิมฉลองปีที่ 9 แห่งความสำเร็จ 9 ปีแห่งความภาคภูมิใจและ9 ปี ที่จะก้าวต่อไปกับงาน “CHAME’ 9thAnniversary & Grand Opening 2019” และเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด CHAME’ Collagen Plus พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์สาวสวย “คุณอั้ม – พัชราภา ไชยเชื้อ” ที่มาเผยเคล็ดลับความงามผิวขาวใสเนียนเด้ง ให้สาวๆพร้อมภาพยนตร์โฆษณาชุด ชาเม่ คอลลาเจน พลัส : The Walking Undead เปลี่ยนโฉมโทรมบี้ซึ่งหลังจากที่ปล่อยภาพยนตร์โฆษณาในทางสื่อออนไลน์ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับ–ฮือฮาเป็นอย่างมากซึ่งมียอดผู้ชมหลายล้านวิวในเวลาเพียงไม่กี่วัน และขณะนี้ภาพยนตร์โฆษณากำลังออนแอร์ทางสื่อโทรทัศน์ให้ได้ชมกันอีกด้วย

สำหรับ CHAME’ Collagen Plus มีจุดเด่นประกอบไปด้วย คอลลาเจน สูตรใหม่มี 10,000 มก. เป็นคอลลาเจน ไตรเปปไทด์ กับ คอลลาเจน จากปลาหิมะ ประเทศนอร์เวย์ นอกจากนี้ยังมี ซีบัคธอร์น ผงพีช ซึ่งเด่นในเรื่องของการต้านอนุมูลอิสระโดยสูตรใหม่จะเป็นสูตรที่เน้นทุกปัญหาผิวผมและเล็บรวมไปถึงบำรุงกระดูกและข้อได้ดียิ่งขึ้นโดยมีสารสกัดรวม 24 ชนิด ราคาแบบซอง 49 บาท และกล่องกลาง 490 บาท และขนาดใหญ่ 1,450 บาท มีจำหน่ายแล้วที่7-Eleven/Watsons/Tops/Boots/[email protected]/Shopee/Lazada/ 24Shopping/Konvy ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายชาเม่ทั่วประเทศ

ส่วนทางด้าน พรีเซนเตอร์ “อั้ม–พัชราภา” เผยว่าเชื่อว่าหลายคนคงจะทราบกันดีว่า ‘อั้ม’ เป็นคนใส่ใจในการดูแลเรื่องสุขภาพผิวพรรณมากๆ จนมาวันหนึ่งเราก็ได้รู้จักผลิตภัณฑ์ CHAME’ Collagen Plus ที่มี‘การ์ตูน -นันท์ฐณิชา และ เชียร์ - ฑิฆัมพร’ เป็นผู้บริหารถึงแม้ว่าเรารู้จักกัน แต่ก่อนที่จะตัดสินใจรับเป็นพรีเซนเตอร์ อั้มต้องลองและศึกษาก่อนพอมั่นใจว่าดีก็ตัดสินใจรับทันที รวมทั้งประสบการณ์ที่ผ่านมา 9 ปีของCHAME’ (ชาเม่) เลยมีความเชื่อมั่นมากขึ้น อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรและผ่านการค้นคว้ามาอย่างดีและได้รับการรับรองต่างๆ มากมาย ซึ่งพอเราได้ลองใช้ก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงมีผิวขาวใสเนียนและเด้งเลยอยากจะบอกต่อแนะนำเคล็ดลับนี้ให้กับสาวๆด้วย  “ชาเม่ คอลลาเจน พลัส แก้วนี้ ที่อั้มดื่มทุกวัน”

พร้อมกันนี้ ภาพยนตร์โฆษณา CHAME’ Collagen Plus ที่มาในธีมเปลี่ยนโฉมโทรมบี้ โดยผู้บริหาร คุณการ์ตูน – นันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า "การได้พี่อั้มมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ครั้งนี้ ชาเม่ก็พยายามตีโจทย์ไม่ธรรมดาไม่เหมือนใครพี่อั้มถือว่าเป็นพรีเซนเตอร์ที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ชาเม่ คอลลาเจน พลัส อย่างมากซึ่งการเป็นคนสวยที่กาลเวลาทำอะไรพี่อั้มพัชราภาไม่ได้เคล็ดลับของการมีผิวสวยหน้าใสอ่อนวัยจากการดื่มชาเม่คอลาเจนทุกวันแบบพี่อั้ม นับเป็นความต่างที่โดดเด่นไม่เหมือนใครจริงๆ”

ทั้งนี้ตลาดอาหารเสริมความงามในเมืองไทยมีมูลค่าประมาณ 1.4 หมื่น ล้านบาท ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตของตลาดอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้เรายังมีแผนรุกตลาดสุขภาพและความงามอย่างเต็มรูปแบบเพื่อตอกย้ำและการก้าวสู่ความเป็นเบอร์หนึ่งของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมด้านสุขภาพความงามในตลาด นอกจากนั้นด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้แบรนด์ “ชาเม่” อีกมากมายปีนี้จึงทุ่มงบการตลาดการโฆษณาประชาสัมพันธ์ประมาณ 150 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยผลักดันยอดขายให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้มากขึ้นอย่างแน่นอน

ปัจจุบัน บริษัทมีผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ ชาเม่แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ

1.กลุ่มสกินแคร์ อาทิ ครีมกันแดด,เซรั่มบำรุงผิวหน้า,สบู่ซีน่า เป็นต้น

2.กลุ่มอาหารเสริม อาทิ ซายเอส พลัส,คอลลาเจน,วีคอล,วีฟิน,กาแฟ เป็นต้น

3.เครื่องสำอาง อาทิ แป้งพัฟ ชาเม่ ทูเวย์ พาวเดอร์ เป็นต้น

จะเห็นว่า “CHAME พยายามคิดค้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆที่มีความน่าสนใจ–โดนใจสาวๆ ตลอดเวลากับการคัดสรรและผ่านการค้นคว้ามาอย่างละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่ “CHAME” นำออกสู่ท้องตลาดรวมถึงการดีไซน์ด้านแพคเกจจิ้ง ที่มีการออกแบบอย่างสวยงาม จึงไม่น่าแปลกใจที่ “CHAME” จะอยู่ในใจของผู้หญิงมาตลอดจนถึงวันนี้และเชื่อว่าจะอยู่ในใจตลอดไป

Airbnb แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก เผยผลการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจระบุว่า เจ้าของที่พักและผู้เข้าพัก Airbnb ในไทยได้สร้างรายได้มากกว่า 3.38 หมื่นล้านบาทสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นในปี 2561** นอกจาก
นั้นยังพบว่า ชุมชนเจ้าของที่พักและผู้เข้าพัก Airbnb ก่อให้เกิดรายได้รวมกว่า 1 แสนล้านบาทในกว่า 30 ประเทศใน
ช่วงปีที่ผ่านมา 

มิสเตอร์ไมค์ ออร์กิล ผู้จัดการทั่วไปประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน เปิดเผยว่า “ชุมชนเจ้าของที่พักและผู้ที่เข้าพักของ Airbnb มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งชุมชนเจ้าของที่พักและผู้ประกอบการธุรกิจด้านการบริการมีการเติบโตที่ดีจึงเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับธุรกิจและชุมชนในท้องถิ่นทั่วประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น”

สิ่งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นคือ รูปแบบพื้นฐานชุมชนของ Airbnb ได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจชุมชนในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง
ก่อให้เกิดการแบ่งปันกันไม่ว่าจะเป็น ภายในครอบครัว ธุรกิจในท้องถิ่น และชุมชนต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึงสถานที่หลายแห่งที่อาจถูกมองข้าม อีกทั้งผลการสำรวจเจ้าของที่พักและผู้เข้าพักในประเทศไทย ยังพบว่า เจ้าของที่พักราว 80% ระบุว่าพวกเขาแนะนำร้านอาหารและร้านคาเฟ่ให้กับผู้ที่เข้าพัก ขณะที่แขกผู้เข้าพักเผยว่ามีการใช้จ่ายเงินไปกับร้านต่างๆ ในละแวกที่พักเฉลี่ยประมาณ 46% เลยทีเดียว 

สำหรับผลสำรวจสำรวจด้านอื่นๆ ที่ได้จากเจ้าของที่พัก Airbnb ในไทยพบว่า

  • 52% ระบุว่าพวกเขาแนะนำกิจกรรมทางวัฒนธรรม อาทิ พิพิธภัณฑ์ เทศกาลต่างๆ และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ให้กับผู้เข้าพัก
  • 46% ระบุว่า การเปิดให้เช่าที่พักทำให้พวกเขามีรายได้เพื่อจ่ายค่าบ้านของตัวเอง
  • 31% ระบุว่า Airbnb ทำให้พวกเขามีรายได้เสริมที่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย

ด้านข้อมูลสำคัญจากผู้เข้าพัก ระบุว่า

  • แพลตฟอร์ม Airbnb ส่งผลในการเข้าพักนานขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วผู้เข้าพักมีการเพิ่มวันเข้าพักอีก 1 วันต่อทริป
  • 62 % ระบุว่า เหตุผลทางด้านสิ่งแวดล้อมของการแบ่งปันที่พักคือส่วนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเลือกพักกับ Airbnb
  • 95% ระบุว่า ความปลอดภัยในการชำระเงินคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเลือกพักกับ Airbnb

อย่างไรก็ดีภารกิจของ Airbnb ก็คือการสร้างสรรให้ทุกคนสามารถเดินทางไปแห่งใดก็ได้บนโลกและเพื่อที่จะทำให้ภารกิจนี้พัฒนาไปข้างหน้า Airbnb จึงมุ่งมั่นในการเปลี่ยนภาพลักษณ์การท่องเที่ยวแบบเดิมด้วยการสร้างแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวให้เป็นแบบครบวงจร ซึ่งได้รวมเอาสถานที่ที่คุณจะพัก กิจกรรมสิ่งที่จะทำ และทำอย่างไรถึงจะไปที่นั่นได้เอาไว้ในที่เดียว ในขณะที่ชุมชนของ Airbnb ได้เติบโตเพิ่มมากขึ้นและกำลังสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญให้กับเจ้าของที่พักและคนในชุมชนต่างๆต่อเนื่อง



นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี (ที่ 4 ขวา) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับและร่วมประชุมกับ นายเผิง ฉุน ประธานกรรมการและประธานฝ่ายบริหาร บริษัท China Investment Corporation หรือ CIC (ที่ 3 ขวา) และคณะ ฯ ในโอกาสมาเยือนประเทศไทย เพื่อแนะนำการดำเนินกิจการของบริษัท รวมทั้งการหารือถึงแนวทางและโอกาสในการลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักงาน อีอีซี เมื่อเร็วๆนี้

บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย นายพุทธรักษ์ ทิพชัชวาลวงศ์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานคณิตศาสตร์ประกันภัย (แถวกลาง ลำดับที่4จากซ้าย) นำทีมผู้บริหาร และพนักงาน ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติครั้งที่ 20/2562  เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ สโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จัดการแข่งขันฟุตบอล “AIA Youth Cup 2019” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 พร้อมด้วยความร่วมมือจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่  โรงเรียนวชิราลัย และจากพันธมิตรอย่าง บริษัทสิงห์ คอร์ปอเรชั่น ในการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทยที่มีใจรักทางด้านกีฬาฟุตบอล รวมถึงมอบโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์การแข่งขันจริงในมาตรฐานระดับสากล โดยตัวแทนทีมฟุตบอลจาก โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ สามารถคว้าแชมป์การแข่งขันฟุตบอลเยาวชน “AIA Youth Cup 2019” ไปครองได้สำเร็จ จากทีมฟุตบอลโรงเรียนที่เข้าร่วมทั้งหมด 49 โรงเรียน รวมจำนวนเยาวชนมากกว่า 750 คน นอกจากนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษให้กับโค้ชผู้ฝึกสอนของแต่ละโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ได้เข้าร่วมรับฟังประสบการณ์ตรงจากโค้ชสเปอร์สในหัวข้อ "การพัฒนาศักยภาพนักกีฬาฟุตบอล ในรูปแบบฮ็อตเสปอรส์เวย์ (Hotspur Way) อีกด้วย เพื่อนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปถ่ายทอดต่อให้กับนักฟุตบอลเยาวชนของแต่ละโรงเรียน ให้สามารถก้าวไปเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพในอนาคต

 

ทั้งนี้ ในการแข่งขันดังกล่าวยังได้มีการมอบรางวัล Wonder Kids แก่นักกีฬาฟุตบอลเยาวชนที่แสดงศักยภาพได้โดดเด่นเข้าตาโค้ชแอนตัน แบล็ควู้ด จากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพื่อไปร่วมแคมป์เก็บตัวฝึกทักษะฟุตบอล แบบมืออาชีพ โดยโค้ชผู้ฝึกสอนจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในโครงการ “AIA-Spurs Elite Football Training Camp 2019” ณ ศูนย์กีฬาธัญญะปุระ สปอร์ต แอนด์ เลเชอร์ คลับ จ.ภูเก็ต เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์เต็มในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้  ทั้งนี้ เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกจำนวน 8 คน ประกอบด้วย

เยาวชนจากทีมแชมป์ โรงเรียนเทพศิรินทร์ เชียงใหม่ จำนวน 2 คน

ด.ช. ณภัทร ยิ่งสุข                ด.ช. กฤตนัย แก้วธรรม          

เยาวชนจากทีม โรงเรียนวชิราลัย จำนวน 4 คน

ด.ช. ตฤษนันท์ ตรีอนันต์         ด.ช. ภานุวัฒน์ เมทะโว         

ด.ช. ณัฐวุฒิ ทองคำมา          ด.ช. จักรรัตน์ เยาวเรศน์        

เยาวชนจากทีม โรงเรียนวารี อินเตอร์ เชียงใหม่ จำนวน 2 คน

ด.ช. สิรภพ ใจมั่น                 ด.ช. ภูมิใจ รางศรี               

โดยโครงการ “AIA-Spurs Elite Football Training Camp” เป็นโครงการสานต่อความฝันให้กับนักกีฬาฟุตบอลเยาวชนไทย รวมถึงการสร้างโอกาสในการเพิ่มพูนประสบการณ์และพัฒนาทักษะความสามารถเพื่อยกระดับไปสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพในอนาคต และปลูกฝังพื้นฐานการมีสุขภาพดีตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับครอบครัวและชุมชน สอดคล้องตามคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ในการสนับสนุนด้านกีฬาให้แก่เยาวชนไทย เพื่อให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

X

Right Click

No right click