November 14, 2019

Dewatering Screw Press by Kawaguchiseiki Co.,Ltd

June 11, 2019 947

ปัญหามลภาวะทางสิ่งแวดล้อมที่ประเทศไทยและอีกหลายประเทศกำลังเผชิญหน้าและเร่งระดมสรรพวิธีเพื่อหาทางแก้ไข หนึ่งในนั้นคือปัญหาเรื่องขยะมูลฝอยจำนวนมากจากครัวเรือนและภาคโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลให้มีการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมไปถึงการเผาเพื่อทำลายขยะจนทำให้เกิดมลพิษขึ้น

ประเทศไทยมิใช่ประเทศแรกและประเทศเดียวที่ต้องประสบปัญหาเช่นนี้ ในอดีตประเทศญี่ปุ่นมีการทิ้งของเสียและขยะมูลฝอยลงสู่ผืนดินบริเวณแทบภูเขาและทะเล ทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงมาก่อน ทางออกในการกำจัดของเสียเหล่านั้นในอดีตที่ผ่านมาของประเทศญี่ปุ่น คือการเผาทำลาย ซึ่งโดยปกติแล้วในขยะมูลฝอยไม่ว่าจะเป็นผักหรือผลไม้ต่างก็มีน้ำเป็นส่วนผสมอยู่มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ทำให้การเผาในแต่ละครั้งต้องใช้เชื้อเพลิงปริมาณมาก มีค่าใช้จ่ายสูง และที่สำคัญคือการเผายังก่อให้เกิดมลพิษของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองสะสมรวมตัวกันจนเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า PM2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เล็กกว่าเส้นผมถึง 20 เท่า สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านระบบหายใจไปจนถึงปอด ถุงลม หรือแม้แต่เส้นเลือดฝอยได้ ในประเทศไทยเองมีองค์กรที่เรียกว่า กรมควบคุมมลพิษ ได้จัดทำดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) เพื่อเป็นค่าเตือนให้เห็นคุณภาพอากาศในบริเวณนั้นๆ แบ่งออกเป็น 5 ระดับด้วยกัน ที่ผ่านมาในกรุงเทพฯ บางจุดค่า AQI พุ่งสูงขึ้นไปถึงระดับที่ 4 คือ มีฝุ่นละออง 101 - 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นระดับคุณภาพอากาศที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ หรือในจังหวัดเชียงใหม่ที่ประสบวิกฤตอย่างหนักค่า AQI ไต่ไปถึงระดับที่ 5 คือ มีฝุ่นละอองสูงกว่า 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นระดับคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพขั้นอันตราย โดยบางพื้นที่มีค่า AQI สูงเกือบ 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานระดับอันตรายของกรมควบคุมมลพิษไปกว่า 10 เท่า สาเหตุของปัญหาเหล่านี้เกิดจากการเผาไหม้ทั้งจากควันรถยนต์ ควันจากการหุงต้มอาหารที่ใช้ฟืน และโดยเฉพาะการเผาหญ้าจากการเกษตรหรือการเผาขยะเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม

เพื่อขจัดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอันมีต้นเหตุมาจากขยะและกระบวนการลดขยะแบบเก่า ญี่ปุ่นได้พัฒนานวัตกรรมและนำมาสู่เทคโนโลยีที่จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ ด้วยแนวคิดในการคัดกรองน้ำออกจากขยะมูลฝอยก่อนที่จะนำไปทำลาย ทำให้สามารถลดอัตราการเกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ และยังลดมลพิษทางอากาศได้ในอีกทาง

บริษัท คาวากูจิ เซกิ จำกัด (Kawaguchi Seiki) คือหนึ่งในองค์กรที่มุ่งมั่นคิดค้นนำเอาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยนี้มาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จนในที่สุดสามารถสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเองสำเร็จ ภายใต้ชื่อ “Screw Press Dehydrator DM Series” และเปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 2008 ซึ่งเป็นเครื่องคัดกรองน้ำออกจากขยะ ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยจากอาหารไม่ว่าจะเป็นเศษพืชผักหรือผลไม้ การทำงานที่โดดเด่นของเครื่องคือการนำเอาน้ำและกากแยกออกจากกัน ทำให้ปริมาณของเหลือสุดท้ายลดปริมาณลง และง่ายต่อการจัดการ ทั้งปริมาณที่ลดลงและอยู่ในสภาพแห้ง สำหรับนำไปเป็นอาหารสัตว์ หรือเป็นอาหารพืชในรูปปุ๋ยอินทรีย์ได้เป็นอย่างดี ทำให้เพิ่มมูลค่าจากเศษขยะเหลือใช้ เกิดเป็นกระบวนการ Eco Feed System ที่ช่วยประหยัดต้นทุนในการขนไปทิ้ง และลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่ง เครื่องแยกกากน้ำและกากขยะ หรือ Screw Press Dehydrator ได้รับการยอมรับอย่างสูงในแวดวงโรงงานอุตสาหกรรมด้านอาหารในประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี ด้วยคุณสมบัติที่สามารถจัดการเศษวัตถุดิบเหลือทิ้งทางการเกษตรจากกระบวนการผลิตภายในโรงงานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม

 

โคสุเกะ โอซาวา ประธาน บริษัท คาวากูจิ เซกิ (Kawaguchi Seiki) ได้กล่าวถึงปัญหา PM2.5 ที่กำลังเป็นประเด็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยใน ณ ขณะนี้ ว่าเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจและจับตามองโดยเหล่าประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย เพราะไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายของการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่ในขณะเดียวกันไทยเองก็ต้องการเร่งขยายการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมด้วย คือโครงการ EEC

“เราคิดว่าหากนำเทคโนโลยีที่เรามีอยู่ คือ Screw Press Dehydrator มาประยุกต์ใช้กับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยจะช่วยทำให้ปัญหาเรื่องขยะมูลฝอยได้รับการจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้ลดน้อยลง ทั้งดิน น้ำ และอากาศ และที่สำคัญยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มเพราะกากของเหลือสามารถไปขายหรือใช้เป็นอาหารสัตว์หรือนำไปขายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในภาคเกษตรได้ในอีกทางหนึ่ง” คือคำกล่าวของ โคสุเกะ โอซาวา

นอกจากนั้น โคสุเกะ ยังกล่าวถึงความคิดเห็นที่ว่า อยากเห็นการส่งเสริมให้โรงงานต่างๆ ในประเทศไทยนำเอาเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการเรื่องขยะและของเหลือจากกระบวนการผลิตและการบริหารจัดการกับปัญหาด้านมลภาวะที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และเข้มงวด โดยอยากให้ภาครัฐกำหนดเป็นนโยบายที่เข้มงวด เพราะถือเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมากเพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเชื่อมต่อกันเป็นวงจรส่งผลเป็นวงกว้าง หากไม่มีการดูแลหรือป้องกันอาจกลายเป็นภัยพิบัติที่ยากต่อการรับมือต่อไปในอนาคต ทางบริษัทเห็นว่า เทคโนโลยีที่ทาง คาวากูจิ เซกิ ใช้อยู่นั้นจะสามารถช่วยรองรับและสนับสนุนการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพด้วยต้นทุนราคาที่เหมาะสม อีกทั้งเรายังมีความยินดีและพร้อมที่จะมีความร่วมมือในการส่งเสริมการวิจัย ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้กับภาคส่วนอุตสาหกรรมให้สามารถเดินทางและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานไปพร้อมๆ กัน บนเป้าหมายทั้งช่วยลดต้นทุน เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ ในขณะที่ก็ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในพร้อมๆ กัน

"เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกับสังคมไทย" คือคำกล่าวและเป้าหมายของ โคสุเกะ โอซาวา


เรื่อง : กองบรรณาธิการ

แปล : อัฏฐญาณ เรืองมาลัย

X

Right Click

No right click