นายเคนอิจิ ยามาโตะ (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานกรรมการและเหรัญญิกมูลนิธิกรุงศรี มอบเงิน 2 ล้านบาท แก่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) 1669 โดยมี เรืออากาศเอก นายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา (ที่ 4 จากซ้าย) เลขาธิการ สพฉ. รับมอบเงินสนับสนุนปฏิบัติการด้านการแพทย์เพื่อให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ณ อาคารสำนักงาน สพฉ. เมื่อเร็วๆ นี้

นางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน พร้อมด้วยนายพูนสิทธิ์ ว่องธวัชชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลสู่ความยั่งยืน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) รับ 6 รางวัลจากงาน Asian Excellence Award 2023 ครั้งที่ 13  จัดโดยนิตยสาร Corporate Governance Asia เมื่อเร็วๆ นี้

ในงานดังกล่าวนางสาวดวงดาว ได้รับรางวัล Asia’s Best CFO (Investor Relations) ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 และ นายพูนสิทธิ์ ได้รับรางวัล Best Investor Relations Professional (Thailand) ติดต่อกันเป็นปีที่ 5 นอกจากนี้ กรุงศรียังโชว์ศักยภาพที่โดดเด่นด้วยการคว้ารางวัลอื่นๆ ประกอบด้วย รางวัล Asia’s Best CEO (Investor Relations) รางวัล Asia’s Best CSR รางวัล Best Investor Relations Company (Thailand) และรางวัล Best Environmental Responsibility (Thailand) สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของกรุงศรี ในฐานะธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของประเทศไทยที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมายในการเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ยั่งยืนที่สุดในไทย

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เดินหน้าต่อยอดธุรกิจสินเชื่อรถ และสินเชื่อบุคคลผ่านสองเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งในประเทศฟิลิปปินส์ ได้แก่ SB Finance, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างกรุงศรี และซีเคียวริตี้ แบงก์ คอร์ปอเรชั่น สถาบันการเงินชั้นนำในประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึง HC Consumer Finance Philippines, Inc. หรือ Home Credit ในประเทศฟิลิปปินส์ มุ่งตอบสนองความต้องการด้านสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคที่หลากหลายได้อย่างครบวงจร นับเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนตามแผนธุรกิจของกรุงศรีที่ต้องการขยายและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในอาเซียน

นายวันชัยระบิน จิตวัฒนาธรรม ผู้บริหารสายงานธุรกิจระดับภูมิภาค ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ด้วยศักยภาพทางธุรกิจของประเทศฟิลิปปินส์ อันประกอบไปด้วยจำนวนประชากรกว่า 113 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงาน อายุเฉลี่ยประมาณ 25-26 ปี รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต เรามีความเชื่อมั่นในการขยายธุรกิจที่นี่ จากเดิมที่กรุงศรีได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านสินเชื่อรายย่อยในประเทศฟิลิปปินส์ผ่าน SB Finance โดยส่งต่อความเชี่ยวชาญและนำผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง สินเชื่อคาร์ ฟอร์ แคช (Car4Cash) และสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปเปิดตัวในตลาด ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี พร้อมทั้งเร่งขยายการเติบโตของผลิตภัณฑ์สินเชื่อเงินเดือนล่วงหน้า (Salary Advance Loan) ซึ่งทำให้ SB Finance เป็นหนึ่งในผู้นำในตลาดนี้ และนับตั้งแต่กรุงศรีเข้าถือหุ้นในช่วงปลายปี 2563 SB Finance มีอัตราการเติบโตของยอดสินเชื่อกว่า 40% และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า”

“ปัจจุบันกรุงศรีขยายตลาดเพิ่มในฟิลิปปินส์ด้วยความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการครั้งล่าสุด ได้แก่ Home Credit ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่มาช่วยเติมเต็มการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคในประเทศฟิลิปปินส์ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยจุดแข็งจากการเป็นผู้นำตลาดสินเชื่อ ณ จุดขาย (Point-of-sale Loan) ที่มีเครือข่ายมากกว่า 15,400 จุด นอกจากนี้ Home Credit ยังให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคลดิจิทัล และบัตรเครดิต โดยมียอดสินเชื่อรวมอยู่ที่ 46.5 พันล้านเปโซฟิลิปปินส์ หรือคิดเป็น 29 พันล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566) และมีฐานลูกค้ากว่า 2.5 ล้านราย ทั้งยังครองตำแหน่งแบรนด์ที่เป็นที่จดจำสูงสุดในกลุ่มตลาดสินเชื่อ ณ จุดขายในประเทศฟิลิปปินส์ (จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคในประเทศฟิลิปปินส์ของ IPSOS ในเดือนตุลาคม 2565) ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันสูง กลยุทธ์สำคัญหลังจากนี้คือการมุ่งรักษาความเป็นผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ขณะเดียวกัน กรุงศรีมุ่งเน้นให้การสนับสนุน Home Credit ในการขยายการเติบโตในตลาดสินเชื่อรายย่อย รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในอนาคต”

ทั้งนี้ นายวันชัยระบิน กล่าวปิดท้ายว่า ทั้งสองธุรกิจของกรุงศรีต่างมีจุดแข็งและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ส่งเสริมกัน โดยกรุงศรีพร้อมใช้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจสินเชื่อรายย่อย เพื่อส่งมอบโซลูชันทางการเงินที่ครอบคลุมได้อย่างมีคุณภาพ ครบวงจร เข้าถึงได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยคาดหวังว่าธุรกิจทั้งสองจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้กรุงศรีรักษาความเป็นผู้นำ และพัฒนาตลาดสินเชื่อรายย่อยในฟิลิปปินส์อย่างยั่งยืนต่อไป 

 

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เดินหน้าสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จัดงาน Krungsri-MUFG Business Matching Fair 2023 งานเจรจาจับคู่ธุรกิจครั้งยิ่งใหญ่ ที่พร้อมมอบโอกาสเติบโตทางธุรกิจในการขยายตลาดสู่สากล พบปะเจรจาการค้าและหาพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศจากเครือข่ายของกรุงศรี และ MUFG กว่า 11 ประเทศ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม 2566 โดยการเจรจาจับคู่ธุรกิจจะจัดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 

สำหรับงานเจรจาจับคู่ธุรกิจ Krungsri-MUFG Business Matching Fair 2023 จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศผ่านทางเครือข่ายที่เชื่อถือได้ของกรุงศรี และ MUFG ใน 11 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น กัมพูชา เวียดนาม เมียนมา ลาว อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และจีน รวมถึงเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยกรุงศรีพร้อมอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ประกอบการด้วยการใช้ระบบคัดเลือกความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเลือกสินค้าที่ตรงกับความสนใจเพื่อเพิ่มโอกาสในการจับคู่เจรจาให้ประสบความสำเร็จ รวมทั้งมีการยืนยันตารางนัดหมาย และจัดการเจรจาแบบส่วนตัว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานแต่อย่างใด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานจะต้องเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจมาแล้วอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป เป็นผู้ผลิต ตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ให้บริการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ อาทิ อาหารสด อาหารแช่แข็ง อาหารแปรรูป ขนมขบเคี้ยว ของใช้ส่วนตัวหรือของใช้ในบ้าน อุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ ธุรกิจนำเที่ยว ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่แห่งอนาคต เป็นต้น 

ผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมเป็นผู้ขาย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และสามารถสมัครด้วยตนเองทาง www.krungsribusinesslink.com/signup พร้อมอัปโหลดข้อมูลสินค้าและบริการของท่านเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม 2566 โดยงานเจรจาจับคู่ธุรกิจจะจัดขึ้นวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566

 

X

Right Click

No right click