February 02, 2026
  • ภาคธุรกิจชี้ “ภัยไซเบอร์” เป็นความเสี่ยงสูงสุดในปีนี้ ด้วยสัดส่วน 37% ขณะที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ 33% และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 26% ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา
  • ภาคธุรกิจยังแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) การหยุดชะงักทางธุรกิจ และอัคคีภัย ซึ่งมีสัดส่วนความกังวลอยู่ที่ 22%
  • ในระดับโลกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ยังคงประกอบด้วยภัยไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการหยุดชะงักทางธุรกิจ

ภาคธุรกิจไทยเห็นตรงกันว่า “ภัยไซเบอร์” ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูล การโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ และการหยุดชะงักของระบบบริการ เป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งของปีนี้ จากผลสำรวจ Allianz Risk Barometer โดยขยับขึ้นจากอันดับ 5 ในปีก่อนหน้า ขณะที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ และความเสี่ยงที่เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อยู่ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ สะท้อนบริบทของประเทศไทยที่ยังคงเผชิญผลกระทบจากฤดูมรสุมประจำปี ซึ่งนำมาซึ่งฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันอย่างต่อเนื่อง

ในระดับโลกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ยังคงประกอบด้วยเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการหยุดชะงักทางธุรกิจ (Business Interruption: BI) โดย AI เป็นความเสี่ยงที่ขยับอันดับขึ้นมากที่สุดจากการสำรวจครั้งนี้ สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีดังกล่าวต่อทั้งโอกาสและความท้าทายของภาคธุรกิจในปัจจุบัน

ลาร์ส ไฮบุทสกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของการโจมตีทางไซเบอร์ในประเทศไทยสะท้อนถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงมีช่องว่างทั้งในด้านความพร้อม การตอบสนอง และการฟื้นฟูจากเหตุการณ์ไซเบอร์ โดยตลาดประกันภัยไซเบอร์ในประเทศไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ประกันภัยไซเบอร์จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้องค์กรสามารถฟื้นตัวจากการโจมตี รวมถึงลดผลกระทบจากการหยุดชะงักทางธุรกิจ ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของภาคธุรกิจ”

ภัยไซเบอร์ในประเทศไทยขยับขึ้นสี่อันดับมาอยู่ที่อันดับ 1 โดยระดับความกังวลเพิ่มขึ้นเป็น 37% จาก 21% ในปีก่อนหน้า ข้อมูลชี้ว่า องค์กรในประเทศไทยเผชิญการโจมตีทางไซเบอร์เฉลี่ยสูงถึง 3,201 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 164% โดยอาชญากรไซเบอร์มีแนวโน้มมุ่งเป้าไปยังหน่วยงานภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมากขึ้น ตามรายงานของ Check Point Software Technologies ขณะที่การโจมตีแบบฟิชชิงยังคงเป็นหนึ่งในรูปแบบหลักในประเทศไทย โดยอาศัยเทคนิควิศวกรรมสังคมและการปลอมแปลงตัวตนเพื่อหลอกลวงทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (NCSA) ยังรายงานว่า จำนวนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่รั่วไหลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 6,250% จาก 80,000 กรณีในปี 2567 เป็นมากกว่า 5 ล้านกรณีในปีที่ผ่านมา

ในระดับโลก ภัยไซเบอร์ยังคงเป็นความเสี่ยงอันดับหนึ่งติดต่อกันเป็นปีที่ห้า ด้วยคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 42% และมีช่องว่างจากความเสี่ยงอันดับถัดไปมากที่สุด (+10%) โดยเป็นความกังวลหลักของภาคธุรกิจในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นทวีปอเมริกา เอเชียแปซิฟิก ยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง การที่ภัยไซเบอร์ยังคงอยู่ในอันดับสูงสุดของ Allianz Risk Barometer สะท้อนถึงการพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางภูมิทัศน์ภัยไซเบอร์ รวมถึงบริบททางภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงตอกย้ำความจำเป็นในการเตรียมพร้อมและการคุ้มครองที่มากขึ้น

ในประเทศไทย ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังคงอยู่ในอันดับ 2 ของ Allianz Risk Barometer ขณะที่ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขยับขึ้นหนึ่งอันดับมาอยู่ที่อันดับ 3 โดยในปี 2568 ระบบภูมิอากาศสำคัญสองระบบ ได้แก่ ลานีญา และปรากฏการณ์อินเดียนโอเชียนไดโพลเชิงลบ ซึ่งมีลักษณะอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ย ได้เกิดขึ้นพร้อมกันอย่างผิดปกติ ส่งผลให้ปริมาณฝนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนพฤศจิกายน ภูมิภาคนี้เผชิญกับฤดูฝนที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่งในความทรงจำ ทั้งน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ไต้ฝุ่นต่อเนื่อง และการอพยพประชาชนจำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นบททดสอบสำคัญต่อขีดความสามารถในการปรับตัวของประเทศต่าง ๆ

อุทกภัยในภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นผลจากฝนตกหนักอย่างรุนแรง ซึ่งมีความน่าจะเป็นในการเกิดเพียงหนึ่งครั้งในรอบ 300 ปี โดยอำเภอหาดใหญ่มีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 630 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 72 ชั่วโมง ความเสียหายและการสูญเสียรวมประเมินว่าสูงกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ รวมถึงจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งของอำเภอหาดใหญ่ และส่งผลกระทบต่อประชาชนราว 2.1 ล้านคน

ขณะเดียวกัน แผ่นดินไหวในเดือนมีนาคม 2568 แม้จะมีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา แต่แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ถึงกรุงเทพมหานคร สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของประเทศไทย และชี้ให้เห็นถึงช่องว่างด้านความพร้อมรับมือและความยืดหยุ่นต่อภัยแผ่นดินไหว สมาคมประกันวินาศภัยไทยประเมินว่ามูลค่าค่าสินไหมทดแทนรวมจากเหตุการณ์ดังกล่าวอาจสูงถึง 50,000 ล้านบาท (ประมาณ 1.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

AI ก่อให้เกิดทั้งความเสี่ยงใหม่และโอกาสทางธุรกิจ

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเป็นความเสี่ยงใหม่ของประเทศไทยในอันดับ 4 ด้วยสัดส่วน 22% โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) คาดการณ์ว่าบริการดิจิทัลของประเทศจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 10–14% ในช่วงปี 2568–2570 ซึ่ง AI ถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตดังกล่าว

ในระดับโลก AI พุ่งขึ้นมาอยู่ในกลุ่มความกังวลอันดับต้น ๆ ของภาคธุรกิจ โดยขยับขึ้นสู่อันดับ 2 ที่ระดับ 32% ในปี 2569 จากอันดับ 10 ในปี 2568 นับเป็นการขยับอันดับมากที่สุดในการจัดอันดับปีนี้ AI เป็นความเสี่ยงที่ขยับอันดับขึ้นอย่างโดดเด่นในทุกภูมิภาค โดยอยู่ในอันดับ 2 ในทวีปอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และแอฟริกา–ตะวันออกกลาง และอันดับ 3 ในยุโรป อีกทั้งยังกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญขององค์กรทุกขนาด ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก

เมื่อการนำ AI มาใช้เร่งตัวและฝังตัวลึกยิ่งขึ้นในกระบวนการดำเนินธุรกิจหลัก ผู้ตอบแบบสำรวจคาดว่าความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI จะทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นความรับผิด (liability) ขณะที่การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของ generative AI และ agentic AI ควบคู่กับการนำไปใช้งานจริงในวงกว้าง ได้เพิ่มระดับการตระหนักรู้ถึงความเสี่ยงที่องค์กรกำลังเผชิญ

แม้ว่าความเสี่ยงจากการหยุดชะงักทางธุรกิจจะลดลงหนึ่งอันดับมาอยู่ที่อันดับ 4 แต่ยังคงเป็นความกังวลสำคัญ เนื่องจากมักเป็นผลกระทบที่ตามมาจากความเสี่ยงอื่น ๆ ใน 10 อันดับแรก

  • มูลค่าแบรนด์เติบโตสูงสุดเพิ่มขึ้น 22% มูลค่าแบรนด์รวม 60.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8ล้านล้านบาท)
  • รั้งตำแหน่งแบรนด์อันดับ 1 ของโลกในกลุ่มธุรกิจประกันและบริหารสินทรัพย์ ต่อเนื่อง
  • อันดับแบรนด์โลกขยับขึ้น 4 อันดับ สู่อันดับที่ 21 (จากอันดับที่ 25 ในปีที่ผ่านมา)

กลุ่มอลิอันซ์ บริษัทผู้ถือหุ้นหลักของ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และ บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัยตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับโลกที่มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 70 ประเทศ ผลการจัดอันดับจากรายงาน Brand Finance Global 500 ประจำปี 2026 ระบุว่า อลิอันซ์มีอัตราการเติบโตของมูลค่าแบรนด์สูงที่สุดเมื่อเทียบปีต่อปี เพิ่มขึ้นถึง 22% คิดเป็นมูลค่าแบรนด์รวม 60.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 1.8 ล้านล้านบาท) ถือเป็นการเติบโตสูงสุดในประวัติศาสตร์

ความสำเร็จในครั้งนี้ตอกย้ำให้อัลลิอันซ์ยังคงครองตำแหน่ง อันดับ 1 ของโลกในกลุ่มธุรกิจประกันและบริหารสินทรัพย์ และขยับอันดับขึ้นสู่ อันดับที่ 21 ของการจัดอันดับแบรนด์ระดับโลกโดยรวม ความแข็งแกร่งของแบรนด์อลิอันซ์ขับเคลื่อนจากผลประกอบการทางการเงินที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่มีพลังและมีประสิทธิภาพ โดยยึดจุดแข็งหลักด้าน ความน่าเชื่อถือ (Trust) ความเชี่ยวชาญ (Competence) และการปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผู้คน เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความผูกพันกับลูกค้า สร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ และมีส่วนร่วมในการสร้างคุณค่าทางสังคมในทุกประเทศที่ดำเนินธุรกิจ

ผลการจัดอันดับในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความสำเร็จต่อเนื่องของกลุ่มอลิอันซ์  ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จในเชิงตัวเลขหรือรางวัลเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในทุกมิติของกลุ่มอลิอันซ์

*อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 26 มกราคม 2569

อลิอันซ์ อยุธยา เดินหน้าร่วมฟื้นฟูชุมชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ ผ่านการสนับสนุนสถานพยาบาล และการระดมพลังจิตอาสาเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะของชุมชน โดยการดำเนินงานครั้งนี้เป็นการสานต่อความช่วยเหลือจากกลุ่มอลิอันซ์ ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการบรรเทาทุกข์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งสร้างการฟื้นฟูที่เข้าถึงชุมชนอย่างแท้จริงและเสริมสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนในระยะยาว

กลุ่มอลิอันซ์ (Allianz SE) ได้มอบเงินช่วยเหลือรวมสูงสุด 600,000 ยูโร หรือประมาณ 24 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบรรเทาทุกข์จากภัยพิบัติในประเทศอินโดนีเซีย ประเทศไทย และศรีลังกา การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนถึงความผูกพันอย่างลึกซึ้งของอลิอันซ์กับภูมิภาคเอเชีย ผ่านการดำเนินธุรกิจและเครือข่ายในประเทศต่าง ๆ รวมถึงการดูแลลูกค้านับล้านราย โดยยึดพันธกิจในการอยู่เคียงข้างและสร้างความมั่นคงให้แก่ผู้คนในยามวิกฤต

สานต่อความช่วยเหลือในประเทศไทย มุ่งฟื้นฟูอย่างยั่งยืน

นายลาร์ส ไฮบุทสกี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย กล่าวว่า “สำหรับประเทศไทย กลุ่มอลิอันซ์ได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประมาณ 200,000 ยูโร หรือราว 8 ล้านบาท โดยอลิอันซ์ อยุธยา นำเงินสนับสนุนดังกล่าวมาวางแนวทางการใช้ประโยชน์อย่างรอบด้าน เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงชุมชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง ครอบคลุมทั้งการซ่อมแซมและบูรณะบ้านเรือนที่เสียหาย การจัดหาของใช้จำเป็นในครัวเรือน การสนับสนุนสถานพยาบาลในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงพยาบาลในภาคใต้ ตลอดจนการดูแลด้านสุขภาพจิตของประชาชน”

ลงมือช่วยเหลือหาดใหญ่ ผ่านความร่วมมือและพลังจิตอาสา

ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อลิอันซ์ อยุธยา ได้ทำงานร่วมกับ มูลนิธิกระจกเงา เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุด ทั้งการซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย และการจัดหาอุปกรณ์และของใช้จำเป็นให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย นอกจากนี้ อลิอันซ์ อยุธยา ยังได้มอบเงินจำนวน 500,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูอุปกรณ์และโครงสร้างทางการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม อันเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้างความพร้อมด้านสาธารณสุขในระยะยาว

เปิดแคมเปญ “ซ่อมสร้าง...ฟื้นฟู สงขลา” รวมพลังเพื่ออนาคตชุมชน

ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเร่งด่วน อลิอันซ์ อยุธยา ได้เปิดแคมเปญ “ซ่อมสร้าง...ฟื้นฟูสงขลา” เพื่อระดมทุนจากสาธารณชน และเชิญชวนจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรม CSR โดยกิจกรรมล่าสุดได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–17 มกราคมที่ผ่านมา โดยมีพนักงาน พันธมิตร และอาสาสมัครกว่า 50 คน จากกรุงเทพฯ และพื้นที่หาดใหญ่ ร่วมกันฟื้นฟูห้องสมุดโรงเรียนบ้านใต้ ตำบลคูเต่า ซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม เพื่อให้นักเรียนกว่า 300 คนได้กลับมามีพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัยและสร้างแรงบันดาลใจอีกครั้ง ภายในกิจกรรม อาสาสมัครได้ร่วมกันคัดแยกหนังสือที่ยังอยู่ในสภาพดี ปรับปรุงและตกแต่งห้องสมุดใหม่ เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟู เพราะการสร้างสิ่งที่สูญเสียไปต้องใช้เวลา อลิอันซ์ อยุธยา ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการช่วยเหลือครั้งนี้ และจะยังคงยืนเคียงข้างชุมชนหาดใหญ่และสงขลา ไม่เฉพาะในช่วงวิกฤต แต่ตลอดเส้นทางของการฟื้นฟูและการสร้างอนาคตที่แข็งแรงยิ่งขึ้น สำหรับอลิอันซ์ อยุธยา การคุ้มครองไม่ได้หมายถึงเพียงกรมธรรม์ แต่คือการอยู่ตรงนั้นในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของลูกค้าของเรา” นายลาร์ส กล่าวทิ้งท้าย

สามารถรับชมวิดีโอบรรยากาศกิจกรรม “ซ่อมสร้าง...ฟื้นฟูสงขลา”

 

มร.อามัน คาพัว รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารตัวแทน ประกันชีวิตและสุขภาพ บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต นำทัพเปิดสำนักงานฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพตัวแทนแห่งใหม่ อาคารพหลโยธินเพลส จัดงานทำบุญ เนื่องในโอกาสเปิดสำนักงานเพื่อเสริมสิริมงคล โดยสถานที่ได้รับการออกแบบด้วยดีไซน์ทันสมัย โปร่งสบาย โทนสีสดใส เพิ่มความสะดวกสบายทั้งด้านสถานที่และการเดินทาง เอื้อต่อการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ รองรับการพัฒนาทักษะที่หลากหลาย ทั้งความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ การขาย และการบริการลูกค้า ช่วยยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและเสริมความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน ณ อาคารพหลโยธินเพลส เมื่อเร็ว ๆ นี้

 

บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต นำทีมโดย โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อามัน คาพัว รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารตัวแทน ประกันชีวิตและสุขภาพ และพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้าและความยั่งยืน พร้อมด้วยผู้บริหารฝ่ายขายระดับสูง เปิดปีด้วยงานสุดยิ่งใหญ่! รวมพลังผู้นำตัวแทนและผู้บริหารกว่า 1,500 คน สร้างแรงบันดาลใจ เติมกลยุทธ์ และพลังแห่งการเติบโต กับงาน Agency Kick off 2026 ภายใต้ธีม Double Up ปลดล็อกทุกศักยภาพ ให้ทะยานไปไกลเกินขีดจำกัด พร้อมจัดเต็มความรู้ด้าน AI จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing ชั้นนำของไทย โดยคุณสิทธินันท์ พลวิสุทธิ์ศักดิ์ เจ้าของเว็บไซต์ Content Shifu ที่มาจุดประกายความสำเร็จในการใช้ AI เสริมศักยภาพตัวแทน ขยายฐานธุรกิจ และเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในปี 2026 โดยงานจัดขึ้น ณ ห้องภิรัชฮอลล์ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เมื่อเร็วๆนี้

Page 1 of 33
X

Right Click

No right click