January 30, 2026

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยผลการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (บริษัท) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา กรณีตัวแทนประกันชีวิตรายนางสาวจันเกตุ ทับบุญ กระทำการฉ้อฉลการประกันภัย ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก โดยเรียกบริษัทเข้าชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินการ ทั้งในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่สุจริต รวมถึงการติดตามในประเด็นที่สั่งให้บริษัทปรับปรุงแก้ไขกระบวนการบริหารความเสี่ยง ระบบการควบคุมภายใน การปฏิบัติตามกฎหมายของระบบงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดมาตรการเชิงป้องกันที่มีประสิทธิภาพเพิ่มเติม ตามที่สำนักงาน คปภ. ได้สั่งการให้บริษัทเร่งดำเนินการ เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในอนาคต

นายอดิศร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการของบริษัท ในประเด็นการเยียวยาความเสียหายผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบพบว่า บริษัทได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมทั้งนัดหมายผู้เอาประกันภัยและผู้ได้รับผลกระทบทุกรายมาเจรจาและกำหนดแนวทางในการเยียวยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการชดใช้เงิน การคืนเบี้ยประกันภัย รวมถึงเสนอทางเลือกที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เอาประกันภัย โดยได้ข้อสรุปและดำเนินการเยียวยาเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 70 รายจาก 81 ราย สำหรับผู้เอาประกันภัยหรือผู้ได้รับผลกระทบซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาหรือเจรจาไม่เป็นที่ยุติอีกจำนวน 11 ราย สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทเร่งดำเนินการเยียวยาและหาข้อสรุปโดยให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ผู้เอาประกันภัยหรือผู้ได้รับผลกระทบที่สุจริตเป็นสำคัญ นอกจากนี้ สำหรับตัวแทนประกันชีวิตรายใดที่บริษัทพบว่า มีพฤติการณ์ที่ไม่สุจริต ให้บริษัทเร่งดำเนินการตามกระบวนการและระเบียบภายในของบริษัท รวมถึงการดำเนินการทางกฎหมายกับตัวแทนเหล่านั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวซ้ำอีกในอนาคต ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ให้บริษัทรายงานความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

สำหรับในส่วนของการปรับปรุงแก้ไขระบบงานต่าง ๆ ของบริษัท ให้มีความเพียงพอ เพิ่มประสิทธิภาพ และให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่า บริษัทได้รายงานการทบทวนและปรับปรุงแนวทางปฏิบัติงาน มีการประกาศยกเลิกการรับชำระเบี้ยประกันภัยเป็นเงินสดผ่านตัวแทนสำหรับกรมธรรม์ใหม่ ยกเลิกการใช้ใบเสร็จรับเงินชั่วคราว มีการส่งเสริมการตระหนักรู้และการใช้กระบวนการที่เหมาะสมผ่านการส่งเสริมให้ผู้เอาประกันภัยใช้แอปพลิเคชันของบริษัทเพื่อตรวจสอบสถานะกรมธรรม์และรายการชำระเงิน มีมาตรการตรวจสอบและเฝ้าระวังรายการเสี่ยง รวมทั้งได้บรรจุความเสี่ยงเรื่องการฉ้อฉลของตัวแทน เป็นความเสี่ยงที่มีนัยยะสำคัญของ บริษัทแล้ว ซึ่งสำนักงาน คปภ. จะยังคงตรวจสอบ ติดตาม และประเมินการปรับปรุงแก้ไขในประเด็นดังกล่าวของบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าระบบงานต่าง ๆ ของบริษัทมีความเพียงพอ และสามารถป้องกันเหตุลักษณะดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอดิศร กล่าวย้ำว่า “สำนักงาน คปภ. จะกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทประกันภัยอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อให้มีการควบคุมและกำกับพฤติกรรมของตัวแทนประกันชีวิตให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด โดยการติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติตามข้อสั่งการในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ผู้เอาประกันภัยและผู้ได้รับผลกระทบที่สุจริตทุกรายได้รับการเยียวยาอย่างครบถ้วน เป็นธรรม และทันท่วงที ให้เป็นที่ยุติโดยเร็ว ควบคู่กับการยกระดับความเพียงพอของระบบ ควบคุมภายใน ระบบการกำกับดูแล และกลไกการบริหารตัวแทนของบริษัทให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัย และสนับสนุนให้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในบริหารความเสี่ยงของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ”

เดินหน้ามาตรการคุ้มครองผู้บริโภค เร่งเยียวยาผู้ประสบภัย พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงของคนพิการ

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย และนางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) นำโดย นายไพทูรย์ เที่ยงละไม หัวหน้ากรมคุ้มครองวิสาหกิจการเงิน นายพอนวิไล เทพวิไล หัวหน้าแผนกคุ้มครองการประกันภัย และนายสุลิยาคม อุ่นแก้ว รองหัวหน้าแผนกคุ้มครองการประกันภัย กระทรวงการเงิน ในโอกาสเข้าพบหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน

ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวทางด้านการกำกับดูแลและการพัฒนาระบบประกันภัยในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเสริมสร้างระบบนิเวศของการประกันภัยสุขภาพที่ยั่งยืนและเข้าถึงง่าย แนวทางการกำกับดูแลการประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตลอดจนการส่งเสริมการใช้กรมธรรม์ประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ประชาชนและยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานของภาคธุรกิจประกันภัยไทย ซึ่งมีการขยายการลงทุนไปยัง สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง อันสะท้อนถึงโอกาสในการยกระดับความร่วมมือด้านการกำกับดูแล การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาระบบประกันภัยร่วมกันในระดับภูมิภาค เพื่อสร้างความมั่นคงและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัยของทั้งสองประเทศในระยะยาว

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) กำชับให้บริษัทประกันชีวิต บริษัทประกันวินาศภัย และสมาคมที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีระบบรองรับการรับชำระเบี้ยประกันภัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด ดังนี้

1. ดำเนินการจัดทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนและนายหน้าประกันภัย สำนักงาน คปภ. เน้นย้ำให้บริษัทประกันภัยทุกแห่ง ต้องดำเนินการจัดทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ให้ถูกต้องและเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันความเสี่ยงและช่วยคัดกรองตัวแทน/นายหน้าประกันภัยอย่างมีประสิทธิภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมได้

2. จัดให้มีช่องทางการรับชำระเบี้ยประกันภัย โดยการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ บริษัทประกันภัยทุกแห่ง ต้องจัดให้มีช่องทางรับชำระเบี้ยประกันภัยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันภัย ลดความเสี่ยงจากการใช้เงินสด และสร้างมาตรฐานธุรกรรมที่ปลอดภัย สามารถติดตามตรวจสอบได้ทันที ทั้งนี้ บริษัทต้องประชาสัมพันธ์ให้ผู้เอาประกันภัยทราบถึง ช่องทางการชำระเบี้ยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้อง และให้ชำระเบี้ยประกันภัยตามจำนวนที่ระบุในใบแจ้งหนี้ (Invoice) ที่ออกโดยบริษัทประกันภัยเท่านั้น

3. ปรับปรุงกระบวนการคัดเลือกตัวแทน/นายหน้าประกันภัย สำนักงาน คปภ.ให้บริษัทประกันภัยโดยเฉพาะในกระบวนการ คัดเลือกตัวแทน/นายหน้าประกันภัยต้องกำหนดคุณสมบัติ เพื่อให้ได้ตัวแทน/นายหน้าประกันภัยที่มีความรู้ ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ประกันภัย การให้บริการลูกค้าและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบประกันภัย

4. ยกระดับระบบควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง บริษัทประกันภัยทุกแห่ง ต้องจัดให้มีระบบควบคุมภายในที่รัดกุม รอบคอบ รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวดอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการทุจริต หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งต่อบริษัทและผู้บริโภค พร้อมทั้งสามารถติดตามตรวจสอบย้อนกลับได้ในทุกกระบวนการ

5. กรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ทำสัญญาประกันภัยอย่างถูกต้อง และมีหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยจากบริษัท บริษัทไม่มีสิทธิปฏิเสธการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือผลประโยชน์ตามกรมธรรม์

ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ขอแนะนำประชาชน ก่อนการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัย ควรดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบสถานะใบอนุญาตของผู้เสนอขายผ่านช่องทางเว็บไซต์ https://smart.oic.or.th/EService/Menu1 หรือApplication Line เพิ่มเพื่อนด้วย @oicconnect ทุกครั้งก่อนทำสัญญาประกันภัย
  • ชำระเบี้ยประกันภัยผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทประกันภัยโดยตรงเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการทำธุรกรรมและให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน
  • ให้ผู้เอาประกันภัยเก็บใบคำขอเอาประกันภัย เอกสารประกอบการเสนอขาย กรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารการ  ชำระเบี้ยประกันภัย จากบริษัทประกันภัยไว้เพื่อเป็นหลักฐานในการเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

 

หารือเชิงนโยบายขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยสู่ความมั่นคง ยั่งยืน และเท่าทันบริบทความเสี่ยง

Page 1 of 39
X

Right Click

No right click