×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 7637

บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกาศการแต่งตั้ง มร. ลูก้า เครปาโชลี่ (Mr. Luca Crepaccioli) เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย โดยจะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจาก มร. ฟินบาร์ โอคอนเนอร์ (Mr. Finbarr O’Connor) ที่เกษียณอายุ
 
มร. ลูก้า เครปาโชลี่ ร่วมงานกับกู๊ดเยียร์มาเป็นเวลากว่า 16 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2545 ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการเงินของกู๊ดเยียร์ ประเทศอิตาลี จากนั้น ในปี 2549 ได้มารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริหารงานของกู๊ดเยียร์ ประเทศเยอรมนี ก่อนจะไปรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของกู๊ดเยียร์ อิตาลีและกรีซ ใน ปี 2552 และดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคยุโรปตอนใต้ในปี 2558 หลังจากนั้น เขาได้ย้ายไปพำนักที่ประเทศดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ของกลุ่มธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถปิคอัพในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA)  ซึ่งประสบการณ์และผลงานของ มร. เครปาโชลี่ ได้รับการยอมรับทั้งในตลาดเกิดใหม่และตลาดที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญต่อการขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับกู๊ดเยียร์ ประเทศไทยในอนาคต

ลอรีอัล บริษัทความงามอันดับหนึ่งของโลกที่มีแบรนด์ในเครือกว่า 34 แบรนด์ ได้เปิดเผยผลประกอบการครึ่งแรกของปีพ.ศ. 2561 สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2561 โดยลอรีอัล มีรายได้รวม 13,390 ล้านยูโร หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 6.6%

แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางและแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงมีการเติบโตขึ้นในระดับเลขสองหลัก โดยแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางเติบโต 11.4% และแผนกเครื่องสำอางชั้นสูงเติบโต 13.5% ในขณะที่แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภคและแผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพมีการเติบโตได้เล็กน้อย ได้แก่ 1.6% และ 2.5% ตามลำดับ

ตลาดที่มีอัตราการเติบโตที่เข้มแข็งที่สุดคือกลุ่มตลาดใหม่ซึ่งประกอบด้วย ตลาดลาตินอเมริกา ยุโรปตะวันออก แอฟริกาและตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก โดยในแถบเอเชียแปซิฟิกเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 22% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มแบรนด์ในตลาดระดับพรีเมี่ยมในประเทศจีนและฮ่องกง ตลาดอเมริกาเหนือมีการปรับตัวที่ดีขึ้นโดยเติบโต 3% ในขณะที่ตลาดยุโรปตะวันตกลดลง 0.8%

มร. ฌอง-พอล แอกง ประธานและเจ้าหน้าที่บริหารของลอรีอัล กล่าวว่า “ตลาดความงามยังคงคึกคักต่อเนื่อง และมีการยกระดับเข้าสู่ตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น การเติบโตในระดับเลขสองหลักของแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางและแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง มีปัจจัยสำคัญมาจากนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม และความความเข้มแข็งของแบรนด์ นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้จากช่องทางอีคอมเมิร์ซยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมากถึง 36.4% โดยนับเป็น 9.5% ของรายได้รวม ในช่องทางค้าปลีกสินค้าปลอดภาษีนั้น ลอรีอัลเติบโตขึ้นถึง 27.3% ด้วยอัตราการเติบโตในครึ่งปีแรก ในปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถมีอัตราเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมได้สำเร็จ”

นอกจากนั้น ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ลอรีอัล ได้มีรุกการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วยการประกาศซื้อกิจการและบรรลุข้อตกลงลิขสิทธิ์หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ ซื้อกิจการบริษัทเครื่องสำอางเกาหลี สไตล์นันดะ แบรนด์ 3CE ซื้อกิจการแบรนด์พัลพ์ไรออท (Pulp Riot) ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมมืออาชีพจากอเมริกา และ บรรลุข้อตกลงลิขสิทธิ์กับวาเลนติโน ในส่วนผลิตภัณฑ์น้ำหอมและผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ลอรีอัล ยังได้ประกาศโครงการเข้าซื้อกิจการสถานีน้ำแร่โซไซเท เด เธิร์มส์ เดอ ลาโรช-โพเซย์ (Société des Thermes de La Roche-Posay) ซึ่งเป็นสถานีน้ำแร่แห่งแรกในยุโรปที่ก่อตั้งในปี 1921 เพื่อรักษาและบรรเทาอาการโรคผิวหนัง อาทิ โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ โรคสะเก็ดเงิน แผลไฟไหม้ อาการข้างเคียงของผิวหนังจากการรักษามะเร็ง ด้วยคุณสมบัติของน้ำแร่ลาโรช-โพเซย์ และ ได้ทำการซื้อกิจการบริษัทโลโกโคส นาทัวคอสเมติค เอจี (Logocos Naturkosmetik AG) ประเทศเยอรมนี ที่เป็นแนวหน้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติจากฟาร์มออแกนิก ซึ่งทุกแบรนด์เป็นวีแกน โดยมีแบรนด์อาทิโลโกนา (Logona) และ ซานเธ (Sante) ลอรีอัลมีแผนที่จะนำแบรนด์ดังกล่าวจัดจำหน่ายในต่างประเทศด้วย

ผศ. ดร. จันทร์จิรา วงษ์ขมทอง อธิการบดี และ น.ส. สรัญญา สุวรรณอัตถ์ หัวหน้ากลุ่มงานต่างประเทศ ได้รับเชิญให้เข้าร่วม 1st AUAP & IAUP Joint International Conference จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของ University of Surabaya เมืองซูราบายา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเร็วๆนี้  โดยอธิการได้รับเชิญให้เป็นผู้นำอภิปรายในหัวข้อ “Challenges in an Expert Organization” (Managing a University) ในโอกาสเดียวกันนี้ ได้มีการลงนามการตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยคริสเตียนกับ American International University-Bangladesh ประเทศบังคลาเทศ และ Hindustan Institute of Technology & Science ประเทศอินเดีย

นางสาวจงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล (กลาง) อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เป็นประธานมอบใบประกาศนียบัตรแก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ที่เข้าร่วมโครงการประเมินการใช้น้ำบาดาลตลอดวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Water Footprint) พร้อมกันนี้ นายธันยพัฒน์ มั่นณิชนันทน์ (ที่ 3 จากขวา) กรรมการสถาบันน้ำและสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน ได้มอบฉลากวอเตอร์ฟุตพรินต์ ให้แก่ โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ สระบุรี (ผลิตภัณฑ์ไก่สด) และโรงงานอาหารแปรรูป มีนบุรี 2 (ผลิตภัณฑ์อกไก่นุ่ม) โดยมีนายธงชัย สุขพัฒนนิกูล (ที่ 2 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายเจษฎา เลขจิตร (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เป็นตัวแทนบริษัทฯ รับมอบ ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพฯ

บริษัท ดีลอยท์ ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง ดร.นเรนทร์ ชุติจิรวงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ โดยจะรับผิดชอบงานด้านการพัฒนากลยุทธ์การตลาด รวมทั้งกิจกรรมสนับสนุนการตลาด และลูกค้าสัมพันธ์ของ ดีลอยท์ ประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ก่อนร่วมงานกับ ดีลอยท์ ประเทศไทย ดร.นเรนทร์ เคยร่วมงานกับสถาบันคีนันแห่งเอเชีย ดูแลลูกค้ารัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ยังเคยทำงานร่วมกับบริษัทข้ามชาติชั้นนำในธุรกิจด้านเทคโนโลยีกว่า 20 ปี มีประสบการณ์งานด้านที่ปรึกษาธุรกิจ  การขายและการตลาด โดยเชี่ยวชาญในสายงานไอที การบริหารจัดการและการตลาด วางแผนกลยุทธ์การตลาด และการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า  นอกจากนี้ ดร.นเรนทร์ ยังเคยเป็นวิทยากรพิเศษในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ ไอที ดิจิติอลมาร์เก็ตติ้ง การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า และการใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ ให้กับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน  

ดร.นเรนทร์ จบการศึกษาในระดับปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทบริหารธุรกิจ จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดร.นเรนทร์จะทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับกรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารของดีลอยท์ ประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ  รักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น  รวมทั้งจะสร้างผลกระทบในแง่บวกให้กับลูกค้าและสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

X

Right Click

No right click