February 01, 2026

การเดินทางเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคลมาโดยตลอด แต่ในปี 2569 แนวโน้มดังกล่าวจะชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อรูปแบบการเดินทางเปลี่ยนจากแผนเดียวที่พยายามตอบโจทย์ผู้ร่วมทริปทุกคน ไปสู่การออกแบบการเดินทางที่คำนึงถึงความต้องการและความสนใจเฉพาะตัวมากกว่าเดิม ผู้เดินทางจำนวนมากเริ่มละทิ้งกรอบหรือขนบธรรมเนียมแบบเดิม ๆ และหันมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่สะท้อนตัวตนของตนเองอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อทดสอบความเข้ากันได้ของผู้ร่วมทริป การออกสำรวจโลกแห่งจินตนาการ หรือการเลือกเข้าพักในที่พักซึ่งผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับการพักผ่อน

Booking.com ได้จัดทำแบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 10 เพื่อสะท้อนมุมมองและความต้องการของผู้เดินทางทั่วโลก โดยผลการคาดการณ์สำหรับปี 2569 ชี้ให้เห็นว่า ผู้เดินทางมีความเปิดกว้างในการแสดงออกถึงตัวตนและเอกลักษณ์ของตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การวางแผนการเดินทางเป็นไปอย่างตรงใจ มีความเป็นส่วนตัว และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น จากความคิดเห็นของผู้เดินทางกว่า 29,000 คน จาก 33 ประเทศและดินแดน ผลสำรวจยังสะท้อนว่า การท่องเที่ยวในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการพักผ่อนเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ของการทดลอง การค้นหา และการยอมรับความเป็นตัวเองอย่างเปิดเผย โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับทางเลือกของตนเองอีกต่อไป

ทั้ง 10 เทรนด์การเดินทางในปีนี้ครอบคลุมตั้งแต่การหลบหนีสู่โลกแห่งจินตนาการ การเข้าพักในบ้านพักอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี การใช้การเดินทางเป็นบททดสอบความสัมพันธ์ การเลือกซื้อของที่ระลึกที่มีเรื่องราวและคุณค่าทางวัฒนธรรม ไปจนถึงโร้ดทริปรูปแบบใหม่ที่เปิดรับความไม่คาดคิดระหว่างทาง นอกจากนี้ ยังมีเทรนด์การเดินทางที่ได้รับอิทธิพลจากโหราศาสตร์ การดูแลสุขภาพและผิวพรรณอย่างลึกซึ้ง การแสวงหาความเงียบสงบใกล้ชิดธรรมชาติ การย้อนกลับไปทบทวนความทรงจำในอดีต และการเดินทางเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จส่วนบุคคลในรูปแบบที่ไม่จำกัดอยู่ในกรอบเดิม

เทรนด์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเดินทางในปี 2569 ไม่ได้มีสูตรสำเร็จเพียงแบบเดียว แต่เปิดกว้างให้ผู้เดินทางได้ออกแบบประสบการณ์ที่สอดคล้องกับความต้องการ ความเชื่อ และจังหวะชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง ก่อนจะพาไปทำความรู้จักกับแต่ละเทรนด์อย่างละเอียด เริ่มต้นจากเทรนด์แรกที่พาผู้เดินทางก้าวเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการและเรื่องเล่าเหนือจริง

Romantasy Retreats ทริปท่องโลกโรแมนตาซี: การเดินทางสู่ดินแดนแห่งจินตนาการ

หนังสือและเรื่องเล่าเคยเป็นเพื่อนร่วมทางของผู้คนมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะอยู่ในกระเป๋าเดินทาง บนรถไฟ เครื่องบิน หรือระหว่างการพักผ่อนริมชายหาด แต่ในปี 2569 ความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องเล่ากับการเดินทางกำลังก้าวเข้าสู่มิติใหม่ เมื่อกระแสนิยายและภาพยนตร์แนวโรแมนตาซีได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ผู้เดินทางจำนวนมากไม่ได้ต้องการเพียงอ่านหรือรับชมเรื่องราวเหล่านั้นอีกต่อไป หากแต่ต้องการก้าวเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของโลกแฟนตาซีด้วยตนเอง

การท่องเที่ยวพักผ่อนจึงมีแนวโน้มเปลี่ยนไปสู่การสร้างประสบการณ์แบบมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าพักในสถานที่ที่ให้บรรยากาศราวกับปราสาทในเทพนิยาย การเดินทางท่ามกลางธรรมชาติที่ชวนให้จินตนาการถึงโลกเหนือจริง หรือการเข้าร่วมกิจกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวในหนังสือ เกม หรือภาพยนตร์ที่ชื่นชอบ โดยมีฉากหลังเป็นงานเลี้ยงแบบยุคกลาง ป่าลึกลับ หรือกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่ช่วยเติมเต็มอรรถรสของการเดินทาง

ผลสำรวจพบว่า ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากแสดงความสนใจต่อจุดหมายปลายทางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโลกโรแมนตาซี และเปิดรับประสบการณ์ที่มากกว่าการท่องเที่ยวเชิงชมสถานที่เพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเดินทางรูปแบบนี้ โดยเฉพาะการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยแนะนำที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับบรรยากาศแฟนตาซี รวมถึงการค้นหาสถานที่จริงที่เคยใช้เป็นฉากในภาพยนตร์หรือเรื่องเล่าในจินตนาการ

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ในปี 2569 ความแฟนตาซีจะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงในหน้าหนังสือหรือจอภาพยนตร์อีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดินทาง ที่เปิดโอกาสให้ผู้เดินทางได้หลบหนีจากชีวิตประจำวัน และออกไปสำรวจโลกในแบบที่เต็มไปด้วยจินตนาการและการผจญภัย

Humanoid Homes บ้านพักตากอากาศอัจฉริยะ: อนาคตแห่งการพักผ่อน

บ้านพักตากอากาศเป็นที่พักที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นด้านพื้นที่กว้างขวางและความเป็นส่วนตัว แต่ในปี 2569 รูปแบบของบ้านพักตากอากาศกำลังพัฒนาไปสู่ความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบอัตโนมัติกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การเข้าพัก

บ้านพักตากอากาศในอนาคตจะไม่ได้เป็นเพียงสถานที่พักผ่อนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของผู้เข้าพัก ตั้งแต่หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยภายในที่พัก หุ่นยนต์ที่ช่วยเตรียมอาหาร ไปจนถึงระบบจัดการน้ำ พลังงาน และของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากแสดงความพร้อมในการเปิดรับรูปแบบการเข้าพักลักษณะนี้ ซึ่งผสานความสะดวกสบายเข้ากับความแปลกใหม่และความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยี

ผลสำรวจยังสะท้อนว่า ประโยชน์ใช้สอยของเทคโนโลยีและหุ่นยนต์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกที่พักอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะระบบที่ช่วยลดภาระงานระหว่างการพักผ่อน รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสนับสนุนแนวคิดด้านความยั่งยืน อย่างการจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม บ้านพักตากอากาศอัจฉริยะไม่ได้ตอบโจทย์เพียงด้านความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากที่พักทั่วไป หลายคนมองว่าการได้เข้าพักในที่พักซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงเป็นทั้งความแปลกใหม่และความภาคภูมิใจ ราวกับได้สัมผัสบรรยากาศที่หลุดออกมาจากโลกแห่งจินตนาการหรือภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า เส้นแบ่งระหว่างการใช้งานจริงกับความสนุกสนานกำลังเลือนหายไป และบ้านพักตากอากาศอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนช่วงเวลาวันหยุดให้กลายเป็นประสบการณ์การพักผ่อนที่ทั้งสะดวกสบาย ทันสมัย และน่าจดจำ

Turbulence Test ทริปทดสอบความสัมพันธ์: แผนตรวจสอบความเข้ากันได้ฉบับทดลอง สำหรับคนรัก เพื่อนสนิท และเพื่อนร่วมงาน

การเดินทางในยุคปัจจุบันไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อการพักผ่อนเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่ทดสอบความสัมพันธ์ในหลากหลายรูปแบบ โดยในปีนี้ ผู้เดินทางจำนวนมากเลือกใช้ช่วงเวลาวันหยุดเพื่อเรียนรู้และประเมินความเข้ากันได้ของผู้ร่วมทริป ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก เพื่อนสนิท หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน

ผู้เดินทางชาวไทยส่วนใหญ่เปิดรับแนวคิดของการเดินทางเพื่อทดสอบความสัมพันธ์ โดยมองว่าการออกเดินทางร่วมกันสามารถสะท้อนตัวตน ทัศนคติ และวิธีรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน หลายคนสนใจเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ท้าทายหรือห่างไกล เพื่อดูว่าผู้ร่วมทางจะสามารถปรับตัวกับความไม่สะดวก ความกดดัน หรือสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยได้มากน้อยเพียงใด

นอกจากนี้ รูปแบบการเดินทางที่สลับบทบาทกันภายในกลุ่มก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เช่น การให้สมาชิกที่ไม่เคยเป็นผู้นำทริปมาก่อนรับหน้าที่วางแผน หรือการลดบทบาทของตนเองเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงศักยภาพ ขณะเดียวกัน ผู้เดินทางจำนวนไม่น้อยยังเปิดรับทริปที่มีข้อจำกัดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่จำกัด อุปสรรคด้านภาษา หรือการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่น้อยลง เพื่อจำลองสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง

แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองต่อการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จากการเดินทางเพื่อพักผ่อนเพียงอย่างเดียว สู่การเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ฝึกการปรับตัว และพัฒนาการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เดินทางเจเนอเรชันซี (Gen Z) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการใช้ประสบการณ์จริงในการทดสอบและทำความเข้าใจความสัมพันธ์มากกว่าวัยอื่น ๆ

Shelf-ie Souvenirs ปรุงรสความทรงจำผ่านชั้นวางของที่ระลึก: จากชั้นวางเครื่องครัวอันอบอุ่น สู่พื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรม

ในปี 2569 ของที่ระลึกจากการเดินทางกำลังเปลี่ยนบทบาท จากของตกแต่งชิ้นเล็ก ๆ ที่เก็บไว้ในตู้หรือมุมบ้าน ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ครัว ซึ่งกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงเรื่องราว ความทรงจำ และวัฒนธรรมจากหลากหลายจุดหมายปลายทางทั่วโลก

ผู้เดินทางจำนวนมากเริ่มมองหาของที่ระลึกที่มีทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย เช่น เครื่องครัว วัตถุดิบ หรือเครื่องปรุงที่มีดีไซน์โดดเด่นและสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นขวดเครื่องเทศที่วาดลวดลายด้วยมือ หรือภาชนะใส่น้ำมันมะกอกทำมือ ซึ่งสามารถใช้งานจริงควบคู่ไปกับการเป็นของตกแต่งบนชั้นวางได้อย่างลงตัว ด้วยเหตุนี้ จุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องครัว งานหัตถกรรม หรือผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะถิ่นจึงได้รับความสนใจมากขึ้น

เทรนด์นี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับคุณค่าทางจิตใจของผู้เดินทางด้วย สำหรับหลายคน เครื่องปรุงหรือของรับประทานได้ที่ซื้อมาจากการเดินทางช่วยปลุกความทรงจำของสถานที่นั้นขึ้นมาอีกครั้งในทุกครั้งที่ลงมือทำอาหาร ขณะที่เครื่องครัวจากท้องถิ่นต่าง ๆ ยังสะท้อนถึงงานฝีมือ ความยั่งยืน และวิถีการผลิตแบบดั้งเดิมของชุมชนผู้สร้างสรรค์

ขณะเดียวกัน ผู้เดินทางบางกลุ่มยังให้ความสำคัญกับความพิเศษและความหายากของของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องครัวรุ่นลิมิเต็ด บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม หรือสินค้าที่ดูโดดเด่นทั้งเมื่อจัดวางบนชั้นและเมื่อถ่ายทอดเรื่องราวผ่านโซเชียลมีเดีย ส่งผลให้ “ชั้นวางของที่ระลึก” ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เก็บของอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางผ่านรสนิยมและประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละคนอย่างมีความหมาย

Roadtrip Rewired โร้ดทริปเวอร์ชันใหม่: หมุนล้อต้อนรับทุกประสบการณ์แปลกใหม่ระหว่างทาง

การเดินทางแบบโร้ดทริปในปี 2569 กำลังเปลี่ยนจากภาพจำเดิมของการขับรถท่องเที่ยวกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ไปสู่ประสบการณ์ที่เปิดรับความไม่คาดคิด การค้นพบสิ่งใหม่ ๆ และการเชื่อมโยงกับผู้คนที่พบเจอระหว่างทางมากยิ่งขึ้น โร้ดทริปจึงไม่ใช่เพียงการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่กลายเป็นพื้นที่แห่งการแบ่งปันเรื่องราวและสร้างความทรงจำร่วมกับเพื่อนนักเดินทาง

ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากเปิดรับรูปแบบการเดินทางที่ยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้รถร่วมกัน (Carpooling) การใช้แอปพลิเคชันเพื่อค้นหาเพื่อนร่วมเส้นทาง หรือการสลับกันทำหน้าที่ขับรถ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความสนุก ความประหยัด และโอกาสในการพบปะผู้คนใหม่ ๆ สำหรับผู้ที่ไม่ขับรถ การใช้บริการรถร่วมเดินทางหรือพาหนะไร้คนขับยังช่วยเปลี่ยนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยให้กลายเป็นการผจญภัยที่เข้าถึงได้ง่ายและให้อิสระมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์โร้ดทริปยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เปิดกว้างต่อการใช้ระบบอัจฉริยะและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการกำหนดเส้นทาง วางแผนการเดินทาง และค้นหาเส้นทางที่สวยงามหรือยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก การผสานเทคโนโลยีเข้ากับการเดินทางบนท้องถนนจึงช่วยให้โร้ดทริปในปี 2569 เต็มไปด้วยความยืดหยุ่น ความแปลกใหม่ และประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของผู้เดินทางแต่ละคนอย่างแท้จริง

Destined-ations จุดหมายแห่งโชคชะตา: เมื่อพลังแห่งดวงดาวลิขิตการเดินทาง

ในปี 2569 ดวงดาวไม่ได้มีบทบาทเพียงในการทำนายดวงชะตาหรือราศีอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้ามามีอิทธิพลต่อการวางแผนการเดินทางของผู้คนอย่างชัดเจน ตั้งแต่ข้างขึ้นข้างแรม ไปจนถึงหลักโหราศาสตร์และความเชื่อทางจิตวิญญาณ ศาสตร์เหล่านี้กำลังกลายเป็น “เข็มทิศใหม่” ที่ช่วยชี้นำการตัดสินใจของผู้เดินทาง โดยเปลี่ยนวันหยุดธรรมดาให้กลายเป็นการเดินทางที่รู้สึกสอดคล้องกับพลังของจักรวาลและตัวตนภายใน

ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนไม่น้อยให้ความสำคัญกับคำแนะนำด้านจิตวิญญาณในการตัดสินใจเกี่ยวกับทริปของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนวันเดินทาง การทบทวนแผนใหม่ หรือแม้แต่การชะลอการเดินทาง หากได้รับสัญญาณเตือนว่าอาจยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์ทางโหราศาสตร์อย่างดาวพุธโคจรถอยหลัง ซึ่งหลายคนเชื่อว่าอาจส่งผลต่อการสื่อสารและการเดินทาง

นอกจากการปรับแผนตามจังหวะของจักรวาลแล้ว ผู้เดินทางยังมองหาประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับความลึกลับและพลังงานพิเศษมากขึ้น ตั้งแต่การเลือกวันออกเดินทางที่ตรงกับปรากฏการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ ไปจนถึงการเยือนสถานที่ซึ่งเชื่อว่ามีพลังงานสูงหรือมีความหมายทางจิตวิญญาณเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และกลุ่มมิลเลนเนียล ที่ให้ความสนใจกับการค้นหาตัวตนและการเดินทางภายในควบคู่ไปกับการเดินทางจริง

เทรนด์ Destined-ations สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับผู้เดินทางจำนวนมาก การท่องเที่ยวในปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนสถานที่ แต่เป็นการเดินทางที่ผสานความเชื่อ ความหมาย และการค้นพบตัวเองเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง ราวกับว่าเส้นทางของการเดินทางนั้นถูกลิขิตไว้แล้วตั้งแต่แรกเริ่ม

Glow-cations ทริปเดินทางสู่ผิวเปล่งประกาย: การดูแลผิวที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

ในปี 2569 การเดินทางเพื่อสุขภาพก้าวไปอีกขั้น จากการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกายทั่วไป สู่การดูแลสุขภาพผิวอย่างจริงจังและเฉพาะบุคคลมากขึ้น ตั้งแต่การบำบัดแบบดั้งเดิมด้วยความร้อน ไปจนถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างการตรวจดีเอ็นเอและไมโครไบโอม (Microbiome) ทริป “Glow-cations” จึงกลายเป็นรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการพักผ่อน แต่ยังมุ่งหวังให้ผู้เดินทางกลับบ้านพร้อมผิวที่สดใสและเปล่งประกายอย่างเห็นได้ชัด

ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากให้ความสนใจกับการเดินทางที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผิวโดยเฉพาะ โดยเปิดรับทรีตเมนต์ที่ปรับให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การดูแลผิวในทริปวันหยุดก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สปาแบบเดิม แต่ขยับเข้าสู่โลกของเทคโนโลยี เมื่อปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในการช่วยแนะนำจุดหมายปลายทางและโปรแกรมดูแลผิวที่สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะตัวอย่างละเอียด

ความใส่ใจในรายละเอียดของทริปดูแลผิวยังลึกซึ้งกว่าที่เคย ตั้งแต่บริการเติมความชุ่มชื้นที่ออกแบบให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่ ไปจนถึงการใช้กระจกอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์สภาพผิว เช่น รูขุมขนและระดับความชุ่มชื้น เพื่อให้คำแนะนำในการดูแลผิวอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ คุณภาพการนอนหลับก็กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยที่พักหลายแห่งถูกออกแบบให้สอดคล้องกับนาฬิการ่างกาย ทั้งในด้านแสงและเสียง เพื่อช่วยเสริมกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวอย่างเป็นธรรมชาติ

Glow-cations จึงสะท้อนให้เห็นว่า การเดินทางในยุคใหม่นี้ไม่ใช่เพียงการหลีกหนีความวุ่นวาย แต่เป็นการลงทุนกับสุขภาพผิวและความเป็นอยู่ที่ดีในระยะยาว ผ่านการผสานเทคโนโลยี นวัตกรรม และการดูแลแบบเฉพาะบุคคลเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

Hushed Hobbies กิจกรรมพักผ่อนแสนสงบ: ความเงียบที่ทำให้ความสงบดังขึ้น

ในปี 2569 ความเงียบกำลังกลายเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับผู้เดินทางจำนวนมาก ท่ามกลางชีวิตประจำวันอันเร่งรีบและเต็มไปด้วยสิ่งรบกวน การเดินทางจึงถูกนิยามใหม่ให้เป็นช่วงเวลาแห่งการลดความวุ่นวาย และเปิดโอกาสให้ได้กลับมาเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างสงบและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาจุดหมายปลายทางที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ และเลือกกิจกรรมพักผ่อนที่เน้นความเงียบสงบ ไม่ว่าจะเป็นการดูนก ส่องแมลง ตกปลา หรือการเก็บหาของป่าในพื้นที่ชุมชนเพื่อนำมาปรุงอาหารด้วยตนเอง กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ แต่ยังส่งเสริมการฝึกความอดทน การทบทวนตัวเอง และการคลายความตึงเครียดจากชีวิตประจำวัน

แม้การพักผ่อนในรูปแบบนี้จะให้ความสำคัญกับความเงียบและความเรียบง่าย แต่เทคโนโลยีก็ยังมีบทบาทในการช่วยเสริมประสบการณ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตั้งแต่แอปพลิเคชันที่สามารถระบุชนิดของนกหรือแมลงแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยแนะนำเส้นทางการเดินทาง ช่วงเวลาที่เหมาะสม หรือข้อมูลเกี่ยวกับถิ่นที่อยู่อาศัยและฤดูกาลของสัตว์แต่ละชนิด

การชะลอจังหวะชีวิตและปล่อยให้ธรรมชาติเป็นผู้นำ ทำให้ผู้เดินทางได้ค้นพบความหมายใหม่ของการเติมพลัง ซึ่งไม่ได้เกิดจากการทำกิจกรรมให้มากขึ้น แต่เกิดจากการเปิดรับความวุ่นวายให้น้อยลง และเปิดพื้นที่ให้ความสงบได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่

PastPorts พาสปอร์ตสู่การเดินทางย้อนอดีต: จากความทรงจำสู่จุดหมายปลายทาง

ในปี 2569 การนึกถึงวันวานไม่ได้เป็นเพียงการเก็บความทรงจำไว้ในใจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออกเดินทาง ผู้เดินทางจำนวนมากเลือกกลับไปยังสถานที่ที่เคยมีความหมายในอดีต โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเชื่อมโยงความทรงจำเหล่านั้นให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสามารถนำภาพถ่ายเก่า เรื่องเล่า หรือข้อมูลในความทรงจำ มาแปลงเป็นแผนที่และแผนการเดินทางในปัจจุบัน

เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ผู้เดินทางสามารถระบุช่วงเวลาและสถานที่ที่เคยมีความหมายในชีวิต และเดินทางกลับไปเยือนจุดหมายปลายทางเหล่านั้นอีกครั้ง สำหรับผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมาก ทริปย้อนอดีตไม่เพียงเป็นการรำลึกถึงช่วงเวลาที่งดงาม แต่ยังเป็นโอกาสในการกลับไปสัมผัสความรู้สึกเดิม ๆ พร้อมแบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้นกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท

การเดินทางในรูปแบบ PastPorts ยังสะท้อนความต้องการที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของผู้เดินทาง บางคนเลือกกลับไปยังสถานที่ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนวัย เชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต หรือกลับไป “บ้าน” ในความหมายทางอารมณ์ ขณะที่บางคนมองการเดินทางเช่นนี้เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนเส้นทางการเติบโต การเชื่อมโยงกับรากเหง้า หรือการกลับไปยังสถานที่ที่เคยผ่านช่วงเวลายากลำบาก เพื่อทำความเข้าใจและปล่อยวางความรู้สึกในอดีต

สิ่งที่ทำให้เทรนด์ PastPorts แตกต่างจากเทรนด์การเดินทางอื่น ๆ คือบทบาทของเทคโนโลยีในการหล่อเลี้ยงสัญชาตญาณของมนุษย์ในการจดจำอดีต ผู้เดินทางไม่ได้เพียงย้อนรำลึกถึงวันวาน แต่ยังใช้เทคโนโลยีเพื่อตามรอยรากเหง้าของบรรพบุรุษ เชื่อมโยงเรื่องราวข้ามรุ่น หรือแม้แต่ถ่ายภาพซ้ำในสถานที่เดิม เพื่อสร้างความทรงจำที่ทั้งคลาสสิกและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน

Modern Milestone Missions ทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่: เมื่อยุคทองของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ในปี 2569 ผู้เดินทางจำนวนมากเริ่มเขียนกฎเกณฑ์ของการเดินทางขึ้นมาใหม่ว่า “ควรเดินทางเมื่อไร” และ “เพื่ออะไร” โดยไม่ยึดติดกับเหตุการณ์สำคัญแบบดั้งเดิมอย่างการแต่งงาน ฮันนีมูน วันครบรอบ หรือการมีบุตรอีกต่อไป ท่ามกลางบรรทัดฐานทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป การเดินทางจึงกลายเป็นวิธีการเฉลิมฉลองความสำเร็จส่วนตัวในรูปแบบที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น

ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากมองว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลรองรับที่ยิ่งใหญ่เสมอไป หลายคนเลือกออกเดินทางเพื่อเติมเต็มความฝันของตัวเอง โดยไม่ต้องรอให้เหตุการณ์สำคัญแบบเดิม ๆ มาเป็นตัวกำหนดคุณค่าของทริปนั้น กระแสนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับความพึงพอใจและความสำเร็จในแบบที่แต่ละคนให้ความหมายกับมันเอง

ทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่นี้ยังแสดงให้เห็นว่าผู้เดินทางใช้การออกเดินทางเป็นรางวัลให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก หรือการเฉลิมฉลองเหตุการณ์ในชีวิตที่อาจดูเล็กน้อยแต่มีความหมาย เช่น การได้งานใหม่ การเลื่อนตำแหน่ง การได้รับเงินคืนภาษีแบบไม่คาดคิด การปิดฉากความสัมพันธ์ หรือแม้แต่การให้รางวัลตัวเองจากความสำเร็จด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี

ท้ายที่สุดแล้ว Modern Milestone Missions คือการเดินทางที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ฉลองความเป็นตัวเอง ค้นหาสิ่งที่นำมาซึ่งความสุข และยอมรับว่าความสำเร็จของแต่ละคนมีจังหวะและนิยามที่แตกต่างกัน การออกเดินทางจึงไม่ใช่เรื่องของ “ควรทำตามใคร” แต่เป็นการเลือกทำเพื่อตัวเองอย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดกับเหตุผลนั้นอีกต่อไป

คุณบรานาวัน อรุลโจธี (Branavan Aruljothi) ผู้ดำรงตำแหน่ง Area Manager ของ Booking.com กล่าวว่า "ในปี 2569 นี้ การเดินทางจะกลายเป็นสิ่งสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของผู้เดินทาง โดยแผนการเดินทางจะถูกสร้างขึ้นด้วยความสนใจที่ในอดีตอาจดูเฉพาะกลุ่มหรือเป็นเรื่องท้าทาย ผู้เดินทางกำลังทดสอบความสัมพันธ์ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งแฟนตาซี และเปลี่ยนห้องครัวของพวกเขาให้กลายเป็นพื้นที่แสดงการเดินทางที่ผ่านมา และกำลังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ เพื่อสัมผัสประสบการณ์โร้ดทริป รวมถึงการเข้าพักบ้านตากอากาศซึ่งเต็มไปด้วยความล้ำสมัยของเทคโนโลยี ที่ Booking.com เรายังคงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ทุกคนได้ออกไปสัมผัสโลกกว้างในแบบของตัวเองได้อย่างง่ายดายและเต็มเติมทริปในฝันของพวกเขาได้อย่างเต็มที่ด้วยการนำเสนอตัวเลือกการเดินทางที่หลากหลาย มีความยืดหยุ่น และสะดวกสบายมากกว่าที่เคยเป็น "

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับทริปเดินทางเพื่อฉลอง “ยุคทองของทุกคน” รวมถึงเคล็ดลับด้านการเดินทางและไอเดียด้านการเดินทางรูปแบบใหม่ สามารถค้นหาได้ที่ศูนย์ข่าวสารทั่วโลกของ Booking.com

 

กรุงเทพฯ – รายงานฉบับใหม่จาก SiteMinder แพลตฟอร์มระดับโลกด้านการจัดจำหน่ายห้องพักและจัดการรายได้ของธุรกิจโรงแรม เผยว่า ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในปีหน้า โดยติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของตลาดสำคัญในภูมิภาคทั้งหมด โดยประเทศไทยติดอันดับ 5 ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ (16%) อันดับ 8 ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย (12%) นักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซีย (12%) และนักท่องเที่ยวชาวจีน (6%) รวมถึงติดอันดับ 9 ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียอีกด้วย (7%) นอกจากนี้ ในหมวดเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม กรุงเทพฯ ติดอันดับ 6 ของนักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ (13%) และอันดับ 7 ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย (10%)

รายงาน SiteMinder’s Changing Traveller Report 2026 เป็นการสำรวจด้านที่พักที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้ทำการสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกว่า 12,000 คนจาก 14 ตลาดนักท่องเที่ยว อาทิประเทศไทย จีน ฝรั่งเศส อินเดีย สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมในปี 2569 โดย 56% มีแผนเดินทางไปญี่ปุ่น ในขณะที่ 33% วางแผนไปเกาหลีใต้ 27% วางแผนไปจีน และอีก 13% วางแผนไปสิงคโปร์และไต้หวัน นอกจากนี้ 4 ใน 5 เมืองปลายทางยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวชาวไทยอยากไปมากที่สุดที่ญี่ปุ่น ได้แก่ โตเกียวที่ 42% โอซาก้าที่ 23% เกียวโตที่ 17% และภูเขาฟูจิที่ 16% โดยโซลเป็นเมืองเดียวที่อยู่นอกญี่ปุ่นและติด 5 อันดับแรกเมืองปลายทางยอดนิยมที่ 27%

ผลสำรวจนี้เกิดขึ้นในช่วงที่นักเดินทางทั่วโลก 49% ระบุว่า มีความต้องการที่จะเดินทางมากขึ้นในปี 2569 แม้จะมีความผันผวนด้านเศรษฐกิจ เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาสภาพภูมิอากาศก็ตาม สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย ความต้องการนี้สูงถึง 64% โดยมีเพียง 15% เท่านั้นที่บอกว่าความต้องการที่จะเดินทางลดลง

คุณสุภกฤษฎิ์ แผนสมบูรณ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท SiteMinder กล่าวว่า “รายงานล่าสุดของ SiteMinder นี้เป็นสัญญาณที่ดีมากเมื่อเรากำลังก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง การเห็นความต้องการที่จะเดินทางเพิ่มขึ้นและการที่ประเทศไทยยังคงเป็นที่จดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เป็นแรงผลักดันให้โรงแรมต้องเตรียมพร้อมเพื่อตอบสนองความคาดหวังที่สูงขึ้นของนักท่องเที่ยวยุคใหม่”

พฤติกรรมการเดินทางใหม่ ๆ จากแรงขับเคลื่อนในการเดินทางที่สูงขึ้น

ความต้องการเดินทางที่มากขึ้นส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวไทยปรับเปลี่ยนรูปแบบการวางแผนในปีหน้า โดย 38% ระบุว่าจะจองที่พักล่วงหน้ามากขึ้น และ 31% เลือกพักใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศในการสำรวจ รวมถึงอีก 32% ที่จะใช้จ่ายน้อยลงเพื่อยืดหยุ่นงบการท่องเที่ยวให้มากขึ้น

ในขั้นตอนการค้นหาและจองที่พัก กว่า 27% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเริ่มจาก OTA ขณะที่ 13% เริ่มต้นจากบล็อกท่องเที่ยวออนไลน์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในโลก สำหรับช่องทางการจองที่พัก OTA ยังคงครองอันดับหนึ่งที่ 47% ตามด้วยเครื่องมือค้นหาที่ 22% และการจองตรงผ่านเว็บไซต์ โทรศัพท์ หรืออีเมลของโรงแรมที่ 20%

ในด้านประเภทห้องพัก Standard Room (ห้องพักมาตรฐาน) ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ 58% สูงที่สุดในนักท่องเที่ยวทุกประเทศ ตามด้วยห้อง Superior 24% และ Deluxe 12% ในส่วนของประเภทที่พัก คนไทยมีแนวโน้มเลือก Bed & Breakfast สูงที่สุดในโลกที่ 21%

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวชาวไทย:

  • นักท่องเที่ยวเกือบ 80% เห็นด้วยหรือเห็นด้วยอย่างมากว่า ราคาโรงแรมควรปรับราคาตามช่วงความต้องการ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 65% รองจากนักท่องเทียวอินโดนีเซีย (88%) และอินเดีย (85%)
  • นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 51% พร้อมใช้จ่ายกับประสบการณ์ด้านอาหารระดับกูร์เมต์ หรือไวน์เทสติ้งมากกว่าทุกประเทศ ตามด้วยบริการสปา (40%) และการแสดงดนตรีสด (33%) ขณะเดียวกันกว่า 48% พร้อมจ่ายค่าอาหารหรือเครื่องดื่มในโรงแรมแบบ walk-in ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 40%
  • นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกว่า 86% ยินดีให้โรงแรมใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปรับประสบการณ์ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ถือว่าเปิดรับมากที่สุดในบรรดาทุกประเทศ โดยมีค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 63%
  • ในด้านการประยุกต์ใช้ AI นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 60% ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ติดตามและแจ้งเตือนราคาสูงที่สุดในโลก รองลงมาคือการสรุปรีวิวโรงแรม (56%) และการแนะนำจุดท่องเที่ยวที่ตรงกับสไตล์ความชอบ (48%)
  • และหากนักท่องเที่ยวสามารถเลือก “พลังวิเศษด้านการท่องเที่ยว” ได้ นักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเลือกความสามารถในการพูดได้ทุกภาษาเป็นอันดับสองของโลกที่ 36% รองจากเยอรมนีเพียงเล็กน้อยที่ 37% ซึ่งตามด้วยความสามารถในการค้นหาแหล่งท่องเที่ยวที่ดีที่สุดอยู่เสมอที่ 13% และความสามารถในการควบคุมสภาพอากาศที่ 12%

คุณสุภกฤษฎิ์กล่าวเสริมว่า “ไม่ว่าจะเป็นการเห็นด้วยกับการปรับราคาตามดีมานด์ หรือการลงทุนกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ นักท่องเที่ยวชาวไทยกำลังเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับการวางแผนที่พักและประสบการณ์ในโรงแรม เพื่อใช้เวลาในปี 2569 ให้คุ้มค่าที่สุด และเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่ AI ไปจนถึงการปรับแต่งประสบการณ์ด้วยข้อมูล โรงแรมที่สามารถคาดการณ์และตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ จะเป็นผู้ที่ดึงดูดและสร้างความประทับใจให้ผู้เข้าพักในปีหน้าได้ดีที่สุด”

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับรายงาน Changing Traveller Report 2025 ของ SiteMinder ได้ที่นี่

เกี่ยวกับ SiteMinder

SiteMinder Limited (ASX:SDR) เป็นบริษัทภายใต้ SiteMinder ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาช่วยขยายฐานลูกค้า รวมถึงปลดล็อกศักยภาพในการสร้างรายได้เต็มรูปแบบให้กับโรงแรม และ Little Hotelier ซึ่งเป็นระบบการจัดการที่พักแบบครบวงจรที่จะช่วยให้การทำงานของผู้ให้บริการที่พักรายย่อยง่ายขึ้น โดยบริษัทระดับโลกมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ซิดนีย์ และยังมีสำนักงานในกรุงเทพฯ บาร์เซโลนา เบอร์ลิน ดัลลาส กัลเวย์ ลอนดอน มะนิลา เม็กซิโกซิตี และปูเณ และด้วยเทคโนโลยี รวมถึงระบบเครือข่ายพาร์ทเนอร์และพันธมิตรที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรมโรงแรมระดับโลก ทำให้ SiteMinder สามารถสร้างรายได้จากการจองมากกว่า 130 ล้านครั้ง มูลค่ากว่า 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับลูกค้าโรงแรมในแต่ละปี สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ siteminder.com  

 

ทราเวลโลก้า (Traveloka) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกาศการเป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายบัตรล่องเรือสำราญ Disney Cruise Line ในประเทศไทย

หลังจากการเปิดตัวเส้นทางการล่องเรือสำราญสุดหรูนี้ในเอเชียที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เรือ Disney Adventure ประกาศกำหนดการเตรียมมาเทียบท่าที่สิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้าน และเริ่มออกเดินทางในปี 2568 มอบโอกาสให้ผู้โดยสารจากประเทศไทยได้สัมผัสกับมนต์เสน่ห์และความมหัศจรรย์ของโลกดิสนีย์กลางมหาสมุทร พร้อมนำเสนอเมนูอาหารในธีมดิสนีย์อันเป็นเอกลักษณ์และกิจกรรมหลากหลายที่น่าสนใจ นับเป็นการเดินทางสุดแสนพิเศษที่น่าจดจำและเหมาะสำหรับผู้โดยสารทุกช่วงวัย

ซีซาร์ อินทรา (Caesar Indra) ประธานบริษัททราเวลโลก้า กล่าวว่า “การเปิดตัวเรือสำราญดิสนีย์ลำแรกในเอเชีย ถือเป็นโอกาสใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้ชื่นชอบการเดินทางที่จะได้สัมผัสโลกแห่งการผจญภัย โดยผู้ใช้งานจากประเทศไทยสามารถเริ่มลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของทราเวลโลก้า และรอดื่มด่ำไปกับประสบการณ์อันน่าหลงใหลของการล่องเรือดิสนีย์กับเราได้ก่อนใคร ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนแบบครอบครัว แบบคู่รัก หรือแนวผจญภัย ทราเวลโลก้ามุ่งมั่นที่จะมอบสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายและเติมเต็มความฝันให้ลูกค้าของเราในช่วงวันหยุด การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญต่อภารกิจของเราในการยกระดับการเดินทางให้แก่ลูกค้า เมื่อไหร่ที่ Disney Adventure เปิดให้จองตั๋วในประเทศไทย ทราเวลโลก้าพร้อมมอบแพ็กเกจหลากหลายที่ไม่ควรพลาดทันที รวมถึงแพ็กเกจ Fly-Cruise สุดพิเศษสำหรับวันหยุดพักผ่อนในสิงคโปร์ที่มาคู่กับการล่องเรือ Disney Adventure และตัวเลือกอีกมากมาย ที่จะทำให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครและตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างเต็มที่”

 

อโกด้า แพลตฟอร์มการเดินทางออนไลน์ นำฐานข้อมูลการค้นหาของลูกค้ามาต่อยอดทางการตลาดเพื่อเปิดช่องทางใหม่ให้โรงแรมและพาร์ทเนอร์ที่พักเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ด้วยการสร้างหน้าเพจพิเศษ (Landing Page) ที่ตอบโจทย์การค้นหาที่พักในธีมที่ได้รับความนิมยมในหมู่นักเดินทาง

อโกด้าใช้ฐานข้อมูลเชิงลึกที่มีสร้างหน้าเพจ “ที่พักที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ” ตอบโจทย์นักเดินทางในประเทศไทย ด้วย 16 ธีมที่จัดมาให้ตรงใจนักเดินทาง โดยธีมเหล่านี้มีตัวเลือกหลากหลายตามงบท่องเที่ยวและความสนใจของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเกาะส่วนตัว วิลลาติดทะเล บังกะโลริมชายหาด ที่พักสำหรับครอบครัวและเป็นมิตรต่อสัตว์เลี้ยง โดยแต่ละหน้าเพจจะมีรายชื่อที่พักที่ทางผู้เชี่ยวชาญของอโกด้าคัดสรรมาอย่างดี ตัวเลือกที่คัดมาให้ตรงกับความสนใจเหล่านี้จะช่วยให้นักเดินทางวางแผนท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ได้รับประสบการณ์ท่องเที่ยวตรงใจ และพร้อมออกเดินทางเสมอ นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับโรงแรมและผู้ให้บริการที่พักในการเข้าถึงลูกค้าที่พร้อมจองได้มากขึ้นด้วย

คุณ Pierre Honne, ผู้อำนวยการอาวุโสของอโกด้าประจำประเทศไทย เผยว่า “นักท่องเที่ยวหลายคนมีเป้าหมายชัดอยู่แล้วว่าวันหยุดอยากไปเที่ยวแบบไหน เราจึงจัดทำหน้าเพจพิเศษนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยให้นักเดินทางเหล่านี้หาโรงแรมดีๆ โดนใจได้อย่างง่ายดาย โดยเราแบ่งหมวดหมูให้เสร็จสรรพ เช่น ที่พักที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยง หรือโรงแรมมีดาดฟ้าในกรุงเทพฯ สำหรับพาร์ทเนอร์ที่พัก การใช้หน้าเพจพิเศษยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่อโกด้าช่วยสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจและขยายฐานลูกค้าให้ที่พัก”

การปล่อยหน้าเพจใหม่ในครั้งนี้ตอกย้ำว่าอโกด้าเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและใช้สิ่งนี้สนับสนุนพาร์ทเนอร์ที่พักเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ โดยรวบรวมข้อมูลเชิงลึกซึ่งอ้างอิงจากรูปแบบการค้นหาที่พักของลูกค้าในปัจจุบัน

หน้าเพจใหม่นี้ไม่ใช่แค่ตัวช่วยในการค้นหาที่พักแบบเจาะจงตรงใจสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ยังเปิดช่องทางใหม่ให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้มองเห็นและเข้าถึงโรงแรมและผู้ให้บริการที่พักเพิ่มขึ้นด้วย หน้าเพจที่จัดทำขึ้นพิเศษตามธีมนี้ ทำหน้าที่เหมือนสะพานเชื่อมที่พักกับผู้บริโภคที่มีเป้าหมายแน่ชัดว่าต้องการอะไรให้มาเจอกัน” คุณ Pierre กล่าวแถมท้ายว่า “ด้วยการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือวิเคราะห์และเก็บข้อมูลเชิงสถิติของผู้เข้าเว็บไซต์ซึ่งเป็นงานถนัดของอโกด้า โรงแรมและที่พักจึงมีโอกาสที่จะตามเทรนด์การท่องเที่ยวล่าสุดได้สูงและมีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”

โรงแรมและที่พักสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับหน้าเพจพิเศษนี้ได้กับเจ้าหน้าที่ Account Manager ของอโกด้าที่ดูแลที่พักของตน

อโกด้าจะเปิดตัวหน้าเพจที่นำเสนอที่พักตามธีมทางลิงก์เหล่านี้

1. เกาะส่วนตัว - agoda.com/privateislandth

2. วิลลาติดทะเล - agoda.com/seasidevillas

3. บังกะโลริมชายหาด - agoda.com/beachcabanas

4. วิลลาติดทะเลสำหรับครอบครัว - agoda.com/familybeachvillas

5. ที่พักริมทะเลราคาประหยัด - agoda.com/budgetfriendlybeach

6. หมู่บ้านชาวเขา - agoda.com/hilltribevillageth

7. เกสต์เฮาส์แบบดั้งเดิม - agoda.com/traditionalguesthouseth

8. ที่พักในย่านประวัติศาสตร์เชียงใหม่ - agoda.com/historicchiangmai

9. โรงแรมบูติกในกรุงเทพ - agoda.com/boutiquehotelsbangkok

10. เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพ - agoda.com/servicedapartmentsbangkok

11. โรงแรมมีดาดฟ้าในกรุงเทพ - agoda.com/bangkokrooftophotels

12. ที่พักบรรยากาศโรแมนติก - agoda.com/romanticgetawayth

13. ที่พักต้อนที่ยินดีต้อนรับสัตว์เลี้ยง - agoda.com/petfriendlyth

14. ที่พักเหมาะกับครอบครัว - agoda.com/familyfriendlyth

15. รีสอร์ตวิวภูเขา - agoda.com/mountainviewretreatsth

16. ที่พักมีสไลต์นอกเมืองใหญ่ - agoda.com/uniquethaicountryside

โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ขอมอบประสบการณ์ใหม่ การเข้าพักแบบไลฟ์สไตล์ชิล ๆ  ด้วยห้องพักสุดเก๋ในราคาสุดคุ้ม เข้าเช็กอินที่บาร์สุดชิค รับโบนัสพอยต์ Marriott Bonvoy สูงสุดถึง 5,000 พอยต์ต่อคืน! เริ่มต้นเพียง 3,400++ บาทต่อคืนเท่านั้น 

  • รับ 1,000 Marriott Bonvoy โบนัสพอยต์ ต่อคืนสำหรับห้อง Moxy Queen หรือ Moxy Twin
  • รับ 3,000 Marriott Bonvoy โบนัสพอยต์ ต่อคืนสำหรับห้อง Moxy Corner หรือ Moxy Loft
  • รับ 5,000 Marriott Bonvoy โบนัสพอยต์ ต่อคืนสำหรับห้อง Moxy Deluxe

พิเศษยิ่งกว่า! พักผ่อนสบายกว่าเดิมถึง 24 ชั่วโมง แบบเอาใจชาว fun-hunters ที่ไม่ว่าจะปาร์ตี้ดึก หรือเที่ยวหนักแค่ไหน ก็ชิลได้แบบไม่ต้องรีบเช็กเอาต์! มาปลดล็อกความสนุก รับดีลสุดคุ้ม Get Your Moxy On! ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 พฤษภาคม 2567 โดยสามารถสมัครเป็นสมาชิก Marriott Bonvoy วันนี้ เพื่อรับสิทธิพิเศษก่อนใคร และสามารถจองห้องพักได้ที่ moxybangkokratchaprasong.com และอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. 

ชิลคูณสอง เอาใจสายกิน ดื่ม ชิล ในโรงแรม กับโปรโมชันอิ่มท้อง Munch & Match ชวนจับคู่เมนูเครื่องดื่มซ่าส์ ๆ จากเมนู Never Go Out of Style กับกองทัพอาหารจานเด็ดจาก Moxy All-Day Selection ที่สามารถอิ่มอร่อยได้ทั้งวัน สนุกกับการลิ้มลองรสชาติอาหารฟิวชั่นแบบใหม่ในสไตล์ม็อกซี่ กับการดึงวัตถุดิบและกลิ่นอายความเป็นอาหารไทย 4  ภาค มายกระดับให้อาหารที่ม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ไม่เหมือนใคร ทั้งรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และงานศิลปะบนจานอาหารที่จะมาสร้างความประทับใจแบบไม่รู้ลืม อาทิ เมนู CAT OR FISH การนำปลาดุกสายพันธุ์ไทยมาผ่านกรรมวิธี Dry Aged ก่อนจะนำมาย่างไฟหอม ๆ พร้อมทาซอสสูตรพิเศษ เสิร์ฟคู่กับสลัดผักสะเดา น้ำสลัดน้ำปลาหวาน ออนท็อปด้วยหอมเจียวกรอบ ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูอาหารไทยอย่างปลาดุกย่างสะเดาน้ำปลาหวาน และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย ด้วยโปรโมชัน Munch & Match เพียง 399++ บาทเท่านั้น! ตั้งแต่วันนี้ - 30 เมษายน 2567 ที่ Moxy Bar & Restaurant ชั้น 9 โรงแรมม็อกซี่ แบงคอก ราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 10:30 - 1:00 (เปิดทุกวัน) หรือติดต่อโรงแรมเพื่อจองโต๊ะล่วงหน้าโทร 02 209 5999 


*ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงแรมกำหนด

Page 1 of 2
X

Right Click

No right click