Airbnb แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก สำหรับจองที่พักและประสบการณ์ชุมชนอันโดดเด่นให้นักเดินทางได้ร่วมสัมผัสโดยปัจจุบันมีที่พักให้บริการกว่า 7,000,000 แห่ง

ไม่ถึง 3 ปีหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ mai บริษัท โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มี “ก้าว” สำคัญๆ อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยบริษัทฯ เดินหน้าขยายบริการด้านซอฟต์แวร์จนครอบคลุมหลากธุรกิจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จนก้าวขึ้นมาเป็น “Leader of Tourism Technology” สมเจตนารมณ์ของ สมบูรณ์ ศุขีวิริยะ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโคแมนชี่ฯ 

มาวันนี้ เป้าหมายของคุณสมบูรณ์เหมือนจะไม่ได้หยุดยั้งเพียงแค่นั้น การเปิดตัวบริการจองด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) เป็นประจักษ์สำคัญ เพราะเป็นการก้าวสู่พรมแดนใหม่ของโคแมนชี่ฯ จากเดิมที่โฟกัสโมเดลธุรกิจแบบ B2B (Business-to-Business) แต่รูปแบบธุรกิจ OTA ที่เป็น B2C (Business-to-Consumer) กำลังจะเปิดประตูสู่ตลาดใหม่ที่มีฐานลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวหลักสิบล้านให้กับบริษัทฯ นี่ถือเป็นอีกหลักไมล์​ (Milestone) สำคัญของโคแมนชี่ฯ ซึ่งนัยของก้าวนี้จะพลิกธุรกิจไปอย่างไร และก้าวสำคัญนี้จะมุ่งไปสู่เป้าหมายใด ... นับว่าเป็น “สตอรี่ (Story)” ที่น่าจับตา

ย้อนเส้นทาง “ทรานสฟอร์ม (Transform)” สู่ความเป็น “ผู้นำ”

ด้วยความเชื่อของคุณสมบูรณ์ที่ว่า​ “คนไทยก็สามารถผลิตซอฟต์แวร์ได้ดีไม่แพ้ต่างชาติ หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะเขาเชื่อว่าคนไทยย่อมเข้าใจโรงแรมไทยและบริการสไตล์ไทยได้ดีกว่า

บริษัท โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงถือกำเนิดในปี 2546 เพื่อให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจโรงแรม โดยลูกค้ากลุ่มแรกเป็นกลุ่มเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ที่ผันตัวเป็นโรงแรม ก่อนจะค่อยๆ ขยายวงไปสู่กลุ่มโรงแรม 3 ดาว และขยับไปสู่ระดับ 5 ดาว รวมถึงกลุ่มโรงแรมเชนใหญ่ๆ จากต่างชาติ ต่อมาในปี 2556 บริษัทฯ มีการขยายบริการออกไปในตลาดต่างประเทศ ก่อนก้าวมาสู่ “Milestone” แรก คือการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ mai ในปี 2559

เราเขียนไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าตลาดฯ ว่าเราอยากเป็น Leader of Tourism Technology การไปสู่ตรงนั้นได้ มันมีหลายอย่างต้องทำ นอกเหนือจากความสำเร็จในธุรกิจซอฟต์แวร์ด้านโรงแรม ก็ยังมีอีกหลายธุรกิจที่เราต้องรุกเข้าไป เช่น ร้านอาหาร สปา สนามกอล์ฟ รถเช่า การจองตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ ซึ่งถ้าจะสร้างซอฟต์แวร์แต่ละตัว มันต้องใช้เวลา เงิน และทรัพยากรหลายๆ อย่าง แล้วก็ยังต้องไปแข่งกับคู่แข่งที่มีอยู่แล้วในตลาด ดังนั้น จุดประสงค์การระดมทุนของเราจึงระบุไว้ชัดเจนว่าจะนำเงินส่วนใหญ่ไปใช้ควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ของคนไทยที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรม 

เมื่อได้เงินจากการระดมทุนมา โคแมนชี่ฯ ก็เดินหน้าตามแผนทันที โดยกลางปี 2560 ได้เข้าซื้อหุ้นใน บริษัท ซินเนเจอร์ เทคโนโลยี จำกัด (Synature) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับร้านอาหาร-ร้านกาแฟ-สปา-ความงาม-ค้าปลีก ในปี 2561 ก็ได้เข้าถือหุ้นใหญ่ใน บริษัท วินสตาร์เทค จำกัด (Winstartech) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จองและบริหารสนามกอล์ฟ​ ต้นปี 2562 เข้าซื้อหุ้น บริษัท เอไอ ซอฟต์ จำกัด (AI Soft) ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการจองซื้อออนไลน์ในธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อตอบโจทย์เอเจนซี่ทัวร์ที่ไม่มีระบบจองเป็นของตัวเอง และยังสามารถในการออกแบบระบบตามความต้องการของลูกค้าได้ด้วย

การเข้าซื้อกิจการอย่างต่อเนื่องทำให้โคแมนชี่ฯ ย่างเข้าสู่การเป็นผู้นำทางด้านซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบในเวลาอันรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้น บริษัทก็ยังมีเงินเหลือมากพอที่จะซื้อกิจการเพื่อการขยายสู่ธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวอื่นๆ แต่ติดอยู่ที่ว่า “ยังไม่มีบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์การท่องเที่ยวไทยรายไหนมีศักยภาพตรงตามความต้องการในการขยายธุรกิจของบริษัทฯ”

จึงเป็นที่มาของการขยายธุรกิจในรูปแบบการร่วมทุน (Joint Venture) เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยโคแมนชี่ฯ ได้จับมือกับกลุ่มอดีตผู้บริหารมืออาชีพจากโรงแรมระดับ 5 ดาวและเชนต่างชาติ ร่วมกันจัดตั้งบริษัท “รูมซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Roomz)” ให้บริการคำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการรายได้ให้กับโรงแรมขนาดเล็กหรือระดับ 2-3 ดาว

​มันมีความต้องการในตลาดแต่ไม่เคยถูกตอบสนอง โรงแรมเล็กๆ ก็อยากจ้างผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญมาเป็น Revenue Manager ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของโรงแรมและบริหารห้องว่างในแต่ละช่วงเวลา เพื่อให้ขายห้องได้ในราคาที่ดีที่สุด แต่​ก็ทำไม่ได้เพราะต้องจ่ายค่าจ้างที่สูงมาก ขณะที่ “มืออาชีพ” เก่งๆ เหล่านั้นก็มักไม่อยากทำงานกับโรงแรมเล็กๆ เราเลยนำเสนอบริการนี้มาเป็นทางออก

Coman Travel จิ๊กซอว์ตัวใหม่เชื่อมต่อ “Supply Side” กับ “Demand”

“รูมซ์ฯ​ เป็นการต่อยอดบนธุรกิจที่มีอยู่ ถึงแม้ว่ารูมซ์ฯ จะให้บริการโรงแรมทั้งที่เป็นลูกค้าของโคแมนชี่และที่ไม่ใช่ลูกค้า​ แต่ถ้าเป็นลูกค้าโคแมนชี่ ระบบจะทำการเชื่อมต่อข้อมูลรายงานเข้าไปให้รูมซ์ฯ​ เพื่อที่จะสามารถวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวและการลื่นไหลของการจองห้องพักได้แบบเรียลไทม์ ช่วยให้ตั้งราคาตอบสนองต่อสถานการณ์ขณะนั้นได้ดีกว่า (Right time, Right price) จากจุดเด่นนี้ รูมซ์ฯ จึงสามารถช่วยขายบริการของโคแมนชี่ให้กับลูกค้า​ได้ ส่วนโคแมนชี่เอง ปัจจุบันมีลูกค้าที่เป็นโรงแรมระดับ 2-3 ดาวมากกว่า 50% ซึ่งสามารถเสนอขายบริการของรูมซ์ฯ ได้”​

การมองหาโอกาสและขยายไปสู่ธุรกิจต่างๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตลอดช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้โคแมนชี่ฯ ก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้นำ” ในธุรกิจให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจการท่องเที่ยวอย่างครบวงจรที่สุดในประเทศไทย ก็ว่าได้ โดยบริษัทในเครือประกอบด้วย

1) “โคแมนชี่” ให้บริการซอฟต์แวร์จองและบริหารโรงแรม ปัจจุบันมีลูกค้าทั้งในประเทศและในต่างประเทศเกือบ 1,000 ราย หรือเป็นจำนวนห้องกว่า 1.3 แสนห้องต่อคืน โดยมีตั้งแต่ระดับ 2-3 ดาว ไปจนถึงระดับ 5 ดาว และเชนต่างชาติ

2) “ซินเนเจอร์ฯ” ให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับร้านอาหาร ร้านกาแฟ และสปา ปัจจุบัน มีร้านอาหารและร้านกาแฟเป็นลูกค้ากว่า 5,000 ราย หลายร้านเป็นแบรนด์ที่รู้จักกันดี เช่น Amazon, Greyhound ฯลฯ ขณะที่ลูกค้าร้านสปามีกว่า 30 แห่ง

3) “วินสตาร์เทค” ให้บริการซอฟต์แวร์จองและบริหารสนามกอล์ฟ มีสนามกอล์ฟชั้นนำเป็นลูกค้ากว่า 20 แห่ง ล่าสุดคือสนามกอล์ฟชื่อดัง Green Valley Bangna

4) “เอไอ ซอฟต์” ให้บริการซอฟต์แวร์บริหารจัดการจองซื้อออนไลน์สำหรับเอเจนซี่ทัวร์​ และบริษัทยังมีแผนจะพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจรถเช่าด้วย​

5) “รูมซ์ฯ” ให้บริการที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการรายได้ให้กับโรงแรมขนาดเล็ก เพิ่งเปิดตัวเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีลูกค้าอย่างน้อย 20 ราย

ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นธุรกิจแบบ B2B หมายความว่า วันนี้เรามีทั้งเทคโนโลยีและเครือข่ายลูกค้าที่ครอบคลุมแทบทุกธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และเกี่ยวโยงกันเป็นใยแมงมุมทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สปา สนามกอล์ฟ ฯลฯ ด้วย Supply Side ขนาดใหญ่ในมือ ถ้าต้องการต่อยอดธุรกิจจากเครือข่ายเหล่านี้ ก็ต้องหา Demand มารองรับ

จึงเป็นที่มาของการจัดตั้ง “โคแมน ทราเวล (Coman Travel)” บริษัทน้องใหม่ล่าสุด ทำหน้าที่ให้บริการด้านการจองห้องพักโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน และบริการท่องเที่ยวต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยว หรือที่รู้จักกันในนามธุรกิจ OTA (Online Travel Agency) ซึ่งโคแมนฯ มีทุนจดทะเบียนถึง 30 ล้านบาท โดยคุณสมบูรณ์ชี้แจงว่า เป็นเพราะนี่เป็นการขยายสู่ธุรกิจแบบ B2B2C เป็นครั้งแรกของโคแมนชี่ฯ และคู่แข่งยักษ์ใหญ่ในตลาดมีเยอะ

โดยหลังจากซุ่มพัฒนาแบรนด์ถึง 3 เดือน ในที่สุดก็ได้ชื่อแพลตฟอร์มการจองบริการด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ที่แสนกิ๊บเก๋ว่า “Gogojii” พ้องกับ “ไปจิ” “ไปเที่ยวสิ” “ไปเที่ยวกัน” ซึ่งล้วนแฝงนัยของการชวนเพื่อนไปเที่ยว​

Gogojii แพลตฟอร์ม OTA ของคนไทย “ไทยทำ-ไทยใช้-ไทยเจริญ”

ตลาด OTA ถือเป็นเซ็กเมนต์ที่มีทั้งโอกาสและความท้าทาย ในมุมโอกาสมาจากการที่โคแมนชี่ฯ มีเทคโนโลยีและ Supply Side ขนาดใหญ่อยู่ในมือ ส่วนความท้าทาย คือจำนวนผู้เล่นที่เยอะ โดยเฉพาะ OTA ยักษ์ใหญ่ต่างชาติที่มาพร้อมเงินทุนและแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ​

นอกจากนี้ คุณสมบูรณ์มองว่า ธุรกิจ OTA ในประเทศไทย ยังเต็มไปด้วย “ความน่ากลัว” โดยเฉพาะกับแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ที่ในช่วงแรกมักคิดค่าคอมมิชชั่น (Commission) ในเรทค่อนข้างต่ำ แต่เมื่อแบรนด์ OTA เหล่านั้นติดตลาด และโรงแรมต่างๆ เริ่มผูกติดกับบริการ ค่าคอมมิชชั่นกลับเพิ่มขึ้น โดยสูงถึง 15-20% ของราคาปกติ ยิ่งถ้าอยากให้ชื่อโรงแรมตัวเองถูกค้นเจอเป็นอันดับต้น อาจต้องจ่ายถึง 25% 

“ได้เงินน้อยลงไม่พอ ยังได้เงินช้าอีก เพราะกว่า OTA ต่างชาติจะจ่ายเงิน ต้องรอแขกเช็กเอาท์ (Check-out) ก่อน แต่แย่ที่สุดคือ สมมติว่าแขกโอนค่าห้อง 1,000 บาท เงินโอนถูกไปเก็บที่ต่างประเทศ พอแขกเช็กเอาท์ โรงแรมส่งใบแจ้งหนี้ไป OTA เหล่านื้จะโอนเงินกลับมาให้โรงแรมเพียง 800 บาท ทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้จากยอดแค่ 800 บาท แทนที่จะจัดเก็บจากยอด 1,000 บาท  

“ลองคิดดูว่า ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเมืองไทยราว 38 ล้านคน ส่วนคนไทยเที่ยวไทยอีกราว 10 ล้านคน แล้วถ้าทุกคนจองห้องพักและบริการต่างๆ ผ่าน OTA ต่างชาติ ประเทศไทยจะเสียโอกาสในการเก็บ VAT กี่หมื่นกี่พันล้านบาท นี่เป็น Pain Point ในนิเวศทางธุรกิจของการท่องเที่ยวไทย (Tourism Business Ecosystem) ตอนนี้ นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เราต้องตั้ง Gogojii ขึ้นมา เราไม่แข่งกับ OTA ต่างชาติ เราแค่โฟกัสที่กลุ่มไทยเที่ยวไทย 10 ล้านคน ถ้าคนไทยจองผ่าน OTA ไทย เงินทองก็ไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ”​

เพื่อแก้ Pain Point ของโรงแรมไทย Gogojii จึงจะพยายามขายห้องพักในราคาเดียวกับ OTA ต่างชาติ แต่หักค่าคอมมิชชั่นต่ำกว่า และจ่ายเงินค่าห้องให้กับโรงแรมเร็วกว่า เพราะไม่รอให้แขกเช็กเอาท์จึงค่อยโอน ทันทีที่ผู้จองโอนเงินค่าห้องพัก บริษัทฯ จะเร่งดำเนินการส่งเงินให้โรงแรมเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

การเปิดตัว Gogojii ในฐานะ OTA ไทยที่เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวเมืองไทย ทำให้แบรนด์มีข้อได้เปรียบในแง่ของโอกาสในการประชาสัมพันธ์ฟรีจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หน่วยงานภาครัฐและชุมชนในแต่ละแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็น “กระบอกเสียง” ที่น่าเชื่อถือที่สุด ทำให้จุดอ่อนของ OTA ไทยน้องใหม่ลดลง โดยเฉพาะในเรื่องงบประชาสัมพันธ์ที่ห่างชั้นกับ OTA ยักษ์ใหญ่ต่างชาติหลายขุม

ทั้งนี้ “เที่ยวเมืองรอง” จะเป็นแคมเปญปล่อยตัว Gogojii เพราะนอกจากสอดคล้องกับโฟกัสของ รัฐบาล และ ททท. ในช่วงนี้ ยังเป็นเพราะ OTA ต่างชาติยังไม่ให้ความสำคัญกับหัวเมืองรอง และถ้าโรงแรมในเมืองรองไปใช้บริการก็เสี่ยงที่จะขาดทุนได้ง่ายๆ เพราะค่าคอมมิชชั่นสูงมากเมื่อเทียบกับอัตราค่าห้องในเมืองรองที่ค่อนข้างต่ำ คุณสมบูรณ์จึงหวังจะใช้ Gogojii เป็นกำลังสำคัญในการโปรโมตและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรมไปยังผู้ประกอบการตามเมืองรอง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายรับผิดชอบต่อสังคม (Corporate Social Responsibility) ของบริษัทฯ

“Gogojii” สปริงบอร์ดสู่ขุมทรัพย์ทางธุรกิจจาก Big Data

ซีอีโอโคแมนชี่ฯ เล่าถึงพัฒนาการของ Gogojii ว่า จากนี้ไป 8 เดือน อยู่ในช่วงการพัฒนา Front-end หรือระบบหน้าบ้าน ส่วน Back-end หรือระบบหลังบ้าน ไม่มีปัญหาเพราะแค่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ของบริษัทในเครือ ขณะที่ระบบ CRM (Customer Relationship Management) เป็นอีกระบบสำคัญที่ต้องลงทุนสูง คาดว่าจะเสร็จช่วงสิ้นปีนี้ จากนั้นช่วงต้นปีหน้า Gogojii ก็น่าจะเปิดให้บริการจริงจัง

กลยุทธ์ที่ใช้ดึงดูดใจผู้บริโภค คุณสมบูรณ์เล่าว่า Gogojii ที่สมบูรณ์แบบจะเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการด้านการท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งมีทั้งที่เป็นลูกค้าของกลุ่มโคแมนชี่และไม่ได้เป็น เข้ามาอยู่บนระบบ แล้วจะมีการจัดทำโปรโมชั่นคู่กันหรือจัดเป็นแพ็คเกจ (Cross Selling) พิเศษแบบครบวงจรการท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีการใช้ Customer Service คอยโทรสอบถาม ดูแล และแนะนำโปรโมชั่นที่ลูกค้าน่าจะสนใจ ทั้งก่อนเดินทางและหลังจากกลับจากทริปแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าจะได้รับความพึงพอใจ ​เป็นการสร้าง “Human Touch” สไตล์ไทยที่ OTA ที่มีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ทำได้ยาก แต่ OTA น้องใหม่สามารถทำได้ อย่างน้อยก็ในช่วงแรกที่ผู้ใช้บริการยังไม่มาก

“การที่เราจะจับคู่โปรโมชั่นเพื่อนำมาแนะนำให้ตรงกับความชอบ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละคน ต้องอาศัยฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ของลูกค้า เช่น ถ้าลูกค้าจองโรงแรมที่น่าน และลูกค้าชอบนวด เราก็สามารถเสนอดีลผ่านระบบไปให้ร้านสปาที่น่านที่ใช้บริการของซินเนเจอร์ฯ พิจารณา ​ถ้าเขาตกลง เราก็ส่งดีลนั้นไปให้ลูกค้า นี่คือตัวอย่างการนำ Supply Side ที่มีในมือมาต่อยอดด้วย Big Data วิเคราะห์หาดีลที่โดนใจลูกค้า ซึ่งนี่เป็นจุดที่จะทำให้ Gogojii ได้เปรียบ OTA รายอื่น”

ขณะที่หลายคนมองว่า โคแมน ทราเวล และ Gogojii จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้และการเติบโต (Growth Driver) ตัวใหม่ของโคแมนชี่ฯ แต่คุณสมบูรณ์มองว่า ....

“เราไม่ได้สร้าง Gogojii เพื่อหวังมารวย เพราะธุรกิจหลักเราคือบริการซอฟต์แวร์ ซึ่งมีฐานรายได้ที่มั่นคงอยู่แล้ว ดังนั้น ถึงจะไม่มีใครจอง Gogojii เลย ผมก็ไม่ได้กดดันมาก ไม่ได้เดือดร้อนมาก ผมแค่สร้างประโยชน์จากสิ่งที่เรามี และทำเพื่อชาติ เพราะผมเชื่อว่านี่เป็น Solution ที่จะช่วยให้ระบบนิเวศในธุรกิจท่องเที่ยวไทยดีขึ้นได้”

Gogojii น่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ต้นปีหน้า และเมื่อไหร่ที่ธุรกิจของ Gogojii ดำเนินธุรกิจไปได้ดี คุณสมบูรณ์มองเห็นว่า แพลตฟอร์ม OTA นี้มีศักยภาพจะพัฒนาเป็นสินค้า “ดาวรุ่ง” ที่สามารถส่งไปขายในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะในประเทศที่ธุรกิจการท่องเที่ยวเพิ่งเติบโต

กับคำถามที่ว่าถัดจาก Gogojii โคแมนชี่ฯ ยังมี “ไม้เด็ด” (Innovative Solution) อะไรที่จะเอามาสร้างประโยชน์และความตื่นใจให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอีก ​และหลังจาก Leader of Tourism Technology เป้าหมายถัดไปของคุณสมบูรณ์ คือการก้าวไปเป็นอะไร... ดูเหมือนว่า สองคำถามนี้เมื่อบวกกับเทรนด์ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ก็ยิ่งทำให้สตอรี่ของ “โคแมนชี่ฯ” ยิ่งน่าติดตาม


เรื่อง / ภาพ : กองบรรณาธิการ

คนเราไม่ว่าจะเป็นวัยไหนต่างล้วนมีความฝัน ความมุ่งมั่นต่ออะไรบางสิ่งบางอย่างด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นไปอย่างแน่วแน่ชัดเจนหรืออาจจะกำลังอยู่ในกระบวนการค้นหาก็ตาม วันหนึ่งเราจะพบว่าจิ๊กซอว์ในชีวิตแต่ละชิ้นนั้นเรียงร้อยกันไปเพื่อต่อเป็นภาพอะไรสักอย่าง

พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค โชว์ผลงานคอนโดโครงการแรกในประเทศญี่ปุ่น “ยู คิโรโระ” ทํายอดขายได้แล้ว 1,800 ล้าน หรือกว่า 50% ของยูนิตขาย ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ โดยเฉพาะนักลงทุนชาวเอเชียและไทยเกินคาด กําหนดก่อสร้างแล้วเสร็จธันวาคมนี้ คาดปิดการขายได้ในปีหน้าโครงการอยู่ใจกลางฮอกไกโด บริเวณเดียวกับ “คิโรโระ” สกีรีสอร์ทที่สงบเงียบ   พร้อมศูนย์กลางกิจกรรมและที่พักชั้นนําระดับโลก

 

นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จํากัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศญี่ปุ่นว่า นอกเหนือจาก “ยู คิโรโระ” สกีรีสอร์ทที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในกลุ่มนักท่องเที่ยวแล้ว บริษัทฯ ยังได้มีการพัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการแรก คือ “ยู คิโรโระ” เป็นคอนโดมิเนียมสูง 7 ชั้น บนพื้นที่ 3.88 ไร่ มูลค่าโครงการ 3,880 ล้านบาท ความคืบหน้าโครงการขณะนี้มี ยอดขายแล้วกว่า 50% เป็นมูลค่า 1,800 ล้านบาท ถือเป็นยอดขายที่สูงเกินความคาดหมายสําหรับการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศโครงการแรกของบริษัท โดยกําหนดก่อสร้างแล้วเสร็จและจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนธันวาคม 2562 คาดว่าจะสามารถปิดการขายโครงการได้ภายในปีหน้า

 

“โครงการตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับ “คิโรโระ”  สกีรีสอร์ทใจกลางฮอกไกโด จึงได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์อย่างมาก โดยห้องชุดขนาด 1-2 ห้องนอน ช่วงราคา 24-40 ล้านบาท เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นอกจากเพื่อพักอาศัย ยังเป็นการซื้อเพื่อลงทุน ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีเนื่องจากขณะนี้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นกําลังอยู่ในช่วงอ่อนตัว จึงมีกลุ่มนักลงทุนที่มองการณ์ไกลเข้ามาจับจองตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของการก่อสร้าง โดยเฉพาะนักลงทุนจากเอเชียซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของ ยู คิโรโระ ทั้งจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน เนื่องจากฮอกไกโดเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมสําหรับลูกค้ากลุ่มนี้ เดินทางสะดวกด้วยเที่ยวบินตรงมากกว่า 30 เที่ยวบินจากหลากหลายประเทศในเอเชียที่ตรงมายังท่าอากาศยานนิวชิโตเสะ นอกจากนี้ยังมีกระแสตอบรับที่ดีมากจากลูกค้าชาวไทย ซึ่งเป็นจํานวนครึ่งหนึ่งของลูกค้าทั้งหมด ถือว่าได้รับการตอบรับจากคนไทยเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้”

 

“ยู คิโรโระ” ยังได้รับรางวัลการพัฒนาคอนโดมิเนียมที่ดีที่สุดแห่งปี 2561 ของญี่ปุ่น ประกอบด้วยห้องพักหรูขนาด 1-3 ห้องนอนและเพนท์เฮ้าส์ รวม 108 ห้อง สําหรับแบบ 1 ห้องนอน 62 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 24 ล้านบาท, ขนาด 2 ห้องนอน 84-127 ตร.ม. เริ่ม 35 ล้านบาท และ           ขนาด 3 ห้องนอน 127-140 ตร.ม. เริ่ม 50 ล้านบาท ทุกห้องตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที พร้อมบริการชั้นเลิศ อาทิ บริการรับฝากอุปกรณ์เล่นสกี, ออนเซนทั้งภายในอาคารและกลางแจ้ง, บริการคอนเซียร์จตลอด 24 ชม, ฟิตเนสและเลาจน์ และห้องอาหารที่ให้บริการตลอดทั้งวัน

 

“ยู คิโรโระ” มีจุดเด่นด้วยการเป็นที่พักอาศัยที่สามารถสกีเข้า-ออกได้จากด้านหน้าของอาคาร มีความเงียบสงบเป็นส่วนตัว สามารถมาพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี ตั้งอยู่ภายใน “คิโรโระ” สกีรีสอร์ทบนภูเขาใจกลางของฮอกไกโด เงียบสงบ มีทิวทัศน์ที่คงความงดงามตามธรรมชาติ มีชั้นหิมะที่หนานุ่มและตกสะสมหนาถึง 20 เมตรต่อปีในช่วงฤดูหนาว พร้อมกิจกรรมสันทนาการที่ครบครันสําหรับช่วงฤดูร้อน คิโรโระจึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กําลังเป็นที่นิยมในกลุ่มนักเดินทางทุกประเภทจากทวีปเอเชียอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ยังได้วางโรดแมปในการพัฒนา คิโรโระ รีสอร์ต อย่างเต็มศักยภาพ ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยมีมาสเตอร์  แพลนในการสร้างแหล่งท่องเที่ยวและที่พักอาศัยที่ครบวงจร โดยจะประกอบไปด้วย วิลล่าหรู ทาวน์โฮม และอพาร์ตเมนต์ ที่รายล้อมบริเวณทางเข้า และใกล้กับศูนย์สกีและคลับสกีชั้นนําแห่งแรกของฮอกไกโด ที่สามารถเดินทางจากที่พัก ไปร้านค้า ร้านอาหาร หน่วยบริการอื่น ๆ ด้วยการใช้สกี ในบริเวณรีสอร์ตยังมีร้านอาหารที่หลากหลาย ร้านค้าต่าง ๆ ศูนย์อุปกรณ์สําหรับกิจกรรมบนเขา และสามารถออกไปทํากิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ หรือเดินทางไปสถานที่ท่องเทียวใกล้เคียงได้อย่างสะดวก

ฮอกไกโด, ประเทศญี่ปุ่น, คิโรโระ เพชรเม็ดงามใจกลางเกาะฮอกไกโด ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งสกีในหุบเขาอันเป็นที่เลื่องลือในเรื่องคุณภาพหิมะขาวสะอาด หนาและนุ่มละเอียดดุจแป้ง จนได้รับความนิยมในหมู่นักสกีและสโนว์บอร์ดแล้ว คิโรโระ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี สะดวกสบายในการเดินทาง มีที่พักระดับพรีเมียม ร้านอาหารระดับโลก แหล่งช้อปปิ้ง และกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย ผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อน จะได้พบกับทิวทัศน์ที่งดงามและกิจกรรมบนภูเขาที่หลากหลาย ที่เหมาะสำหรับครอบครัว คู่รัก และหมู่คณะ

ในช่วงฤดูร้อน บนเทือกเขาโยอิชิของฮอกไกโดนั้น จะมีอากาศอุ่นสบายในเวลากลางวัน และอากาศเย็นในเวลากลางคืน ป่าที่เขียวชอุ่ม ทุ่งดอกไม้ ทะเลสาบและธารน้ำที่สดชื่น สบายตา คิโรโระ เมาน์เทน เซ็นเตอร์ จะเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมบนภูเขาและบนพื้นราบ ไม่ว่าจะเป็นขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขาอาซาริ ตกปลาในทะเลสาบยาชิโอะ หรือนั่งรถ ATV บักกี้เพื่อเที่ยวชมทิวทัศน์บนภูเขา

คิโรโระ เนเจอร์ เซ็นเตอร์ (Kiroro’s Nature Center) มีกิจกรรมอภินันทนาการมากมายสำหรับแขกของรีสอร์ต อาทิ เทนนิส, ว่ายน้ำ, กอล์ฟ และกิจกรรมในร่มที่ Grandship นอกจากนั้น เนเจอร์ เซ็นเตอร์ ยังให้บริการจองทัวร์ชมน้ำตก และกิจกรรมทางน้ำต่าง ๆ รวมทั้ง พายเรือคายัค และสแตนด์อัพ แพดเดิ้ลบอร์ด ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม-1 กันยายน ผู้เข้าพักจะสามารถสนุกสนานกับกิจกรรมที่เป็นอภินันทนาการจากรีสอร์ตและรับส่วนลดสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ด้วยพาสปอร์ตกิจกรรมสำหรับ 1 วัน ในราคา 4,000 เยน สำหรับผู้ใหญ่, 3,500 เยน สำหรับเด็ก และ 10,000 เยน สำหรับครอบครัว (สูงสุด 4 คน) กิจกรรมที่น่าสนใจในช่วงหน้าร้อนมีดังนี้

นั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาอาซาริ (Mt. Asari Gondola) – ขึ้นกระเช้าไปยังความสูงที่ 1,180 เมตรบนยอดเขาอาซาริ เพื่อชมทิวทัศน์อันงดงามของอ่าวอิชิคาริ (Ishikari Bay), ชาโคตัน เพนนินซูลา (Shakotan Penisula) และเทือกเขาของเมืองนิเซโกะ จากจุดนี้ ยังสามารถปีนไปสู่ยอดเขาโยอิชิที่อยู่ใกล้เคียงได้อีกด้วย และกิจกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับปีนี้ คือ การวิ่งแข่งสุนัข ที่จัดขึ้นบริเวณยอดเขา กระเช้าสู่ยอดเขาอาซาริ เปิดให้บริการระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม-14 ตุลาคม ติดตามตารางเวลาการให้บริการได้ที่ www.kiroro.com/summeractivities

ขี่จักรยานภูเขา (Mountain Biking) - คิโรโระ รีสอร์ต มีกิจกรรมจักรยานภูเขาให้เลือกหลากหลายรูปแบบสำหรับนักปั่นตั้งแต่ระดับเริ่มต้น จนถึงระดับที่เชี่ยวชาญ ซึ่งจะได้ชื่นชมธรรมชาติที่สวยงามบนภูเขาตลอดเส้นทาง กิจกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับปีนี้ คือ นำจักรยานขึ้นกระเช้าสู่ยอดเขา และปั่นลงเขาเพื่อเพลิดเพลินกับเส้นทางลงเขาที่น่าตื่นตาตื่นใจ กิจกรรมขึ้นกระเช้าเพื่อปั่นจักรยานลงเขา ให้บริการตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม และกิจกรรมจักรยานภูเขา ให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม และยังมีบริการให้เช่าจักรยานภูเขาอีกด้วย

จักรยานไฟฟ้าระบบเทอร์โบ (Turbo E-Bike) – สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยานภูเขา แต่ต้องการตัวช่วยเพื่อความสนุกสนานที่เพิ่มขึ้น ขอแนะนำ ลีโว (Levo) จักรยานไฟฟ้าระบบเทอร์โบ ที่จะทำให้การปั่นขึ้นสู่ยอดเขาง่ายดายขึ้น ด้วยมอเตอร์ช่วยทุ่นแรงในการปั่น ที่มีกำลังถึง 530 วัตต์

บักกี้ทัวร์ (Buggy Tour) – กิจกรรมที่เหมาะกับทั้งผู้ที่มาเป็นคู่ และเป็นกลุ่ม สำรวจเส้นทางบนภูเขาในช่วงเวลาบ่ายด้วยรถ ATV บักกี้ โดยนั่งรถผ่านทุ่งหญ้าและพื้นที่ลาดชัน ให้บริการระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม-14 ตุลาคม กรุณาจองล่วงหน้า

เซกเวย์ทัวร์ (Segway Tour) – เซกเวย์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย แม้แต่กับผู้ที่ไม่เคยใช้มาก่อน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มาเป็นคู่ ที่จะเคลื่อนที่ไปพร้อมกันโดยไม่มีเสียงเครื่องยนต์รบกวน บนทางเรียบที่ลัดเลาะไปในป่าของคิโรโระ ให้บริการระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม-14 ตุลาคม กรุณาจองล่วงหน้า

ทัวร์ชมน้ำตก (Waterfall Adventure Tour) – สัมผัสประสบการณ์ประทับใจ 90 นาที ที่น้ำตกซึ่งซ่อนตัวกลมกลืนอยู่ในป่า และธารน้ำตามธรรมชาติที่สวยงาม เหมาะสำหรับผู้ที่มาเป็นหมู่คณะ และมากับครอบครัว ให้บริการระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม-1 กันยายน กรุณาจองล่วงหน้า

สแตนด์อัพ แพดเดิ้ลบอร์ด และคายัค (SUP and Kayak) – พายแพดเดิ้ลบอร์ด หรือคายัค รอบทะเลสาบของเขื่อนโอชิเออิ (Ochiai Dam Lake) กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อแขกของคิโรโระ รีสอร์ต เท่านั้น ให้บริการระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม-1 กันยายน

บาร์บีคิวระดับพรีเมียมของคิโรโระ (Kiroro Premium BBQ) – บาร์บีคิวกลางแจ้งที่ให้บริการอาหารทะเลและเนื้อย่างคุณภาพเยี่ยมที่สุดของฮอกไกโด เสิร์ฟพร้อมกับผลิตผลอื่น ๆ ตามฤดูกาล ปิดท้ายด้วยการชมดอกไม้ไฟและกิจกรรมรอบกองไฟ

บ่อน้ำพุร้อน (Onsen) – คิโรโระ ออนเซ็น บ่อน้ำพุร้อนจากภูเขาไฟตามธรรมชาติ ซึ่งไหลผ่านหมู่บ้านอาคาอิกาวะ แช่กายในน้ำร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติ ในขณะที่เพลิดเพลินกับความงามของป่าด้านหน้า หรือจะเลือกพักผ่อนด้วยการขับพิษ หรือดีท็อกซ์ ที่ กังบังโยคุ (Ganbanyoku) ซึ่งเป็นการทำซาวน่าด้วยหินร้อน

แพ็คเกจเพื่อสุขภาพ (Wellness Package) – คิโรโระ สร้างสรรค์แพ็คเกจเพื่อสุขภาพในช่วงฤดูร้อน 2 แพ็คเกจ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลายและกระปรี้กระเปร่า และได้ชื่นชมทิวทัศน์ของภูเขาที่สวยงามในขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการปีนเขาพร้อมผู้นำทาง, เดินป่า, ขี่จักรยาน, แช่กายในบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ, นวดผ่อนคลาย, โยคะ และการฝึกสมาธิ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.kiroro.co.jp

กิจกรรมสนุกสนานอื่น ๆ ได้แก่ เล่นยูโร-บับเบิ้ลบอล, กระโดดบันจี้แทรมโปลีน, เช่าจักรยาน และเล่นเกมล่าสมบัติ ณ ลานกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนในวันฝนตก ก็มีกิจกรรมมากมายที่ Grandship Game Park ซึ่งเป็นสวนสนุกในร่ม และยังสามารถเดินชมงานศิลปะและงานฝีมือที่ เนเจอร์ เซ็นเตอร์

ขับรถชมเที่ยวในคิโรโระ (Kiroro Original Driving Guide) – ขับรถชมเส้นทางที่สวยงามมีเอกลักษณ์ในบริเวณ คิตะ-ชาริ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ใกล้กับเมืองซัปโปโร ที่ผู้มาเยือนจะได้ชมทั้งวิวทะเลที่สวยงาม เมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว หมู่บ้านต่าง ๆ ชิมสาเก, วิสกี้ และไวน์ และลิ้มลองอาหารทะเลสดใหม่และผลิตผลในท้องถิ่น ดาวน์โหลดแผนที่เส้นทางขับรถได้ที่นี่

คิโรโระ มีตัวเลือกของที่พักระดับ 5 ดาวถึง 2 แห่ง ที่เหมาะกับผู้เข้าพักหลากหลายประเภท เชอราตัน ฮอกไกโด คิโรโระ รีสอร์ต (Sheraton Hokkaido Kiroro Resort) ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสกีระดับโลก ปี 2560 (2017 World Ski Awards) ในหัวข้อ โรงแรมที่เหมาะสำหรับการเล่นสกีที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น (Japan’s best ski hotel) ตั้งอยู่บนเนินเขาด้านล่าง ใกล้กับเมาน์เทน เซ็นเตอร์, สกีและสโนว์บอร์ด อคาเดมี และสถานที่เช่าและรับฝากอุปกรณ์สกี มีห้องพักทั้งหมด 140 ห้องและ 3 ห้องอาหาร

เดอะ คิโรโระ, อะ ทรีบิวต์ พอร์ตโฟลิโอ โฮเต็ล (The Kiroro, a Tribute Portfolio Hotel) ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของยอดเขา 2 แห่ง คือ อาซาริ (Asari) และ นากามิเนะ (Nagamine) จากห้องพักทั้ง 282 ห้อง อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนือระดับ และ 5 ห้องอาหาร ที่นำเสนออาหารจากนานาชาติ รวมทั้งอาหารญี่ปุ่น และอิตาเลียน

ราคาที่พักทั้ง 2 โรงแรม เริ่มต้นที่ 10,400 เยน หรือประมาณ 3,000 บาท (เฉพาะห้องพัก สำหรับการจองและชำระเงินล่วงหน้า) เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน จนถึง 30 กันยายน 2562

คิโรโระมีร้านอาหารและบาร์อื่น ๆ อีกถึง 9 แห่ง นำเสนออาหารชั้นเยี่ยมจากนานาชาติ ทั้งซูชิสไตล์ฮอกไกโดแท้ ๆ ที่ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ในท้องถิ่น อาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด และอาหารประเภทอื่นให้เลือกรับประทาน ผู้มาเยือนมีทางเลือกร้านอาหารมากมาย ทั้งที่ตั้งอยู่บนเนินเขา คาเฟ่ที่มีที่นั่งกลางแจ้ง หรือนั่งบนระเบียงที่เห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาที่งดงาม

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kiroro.co.jp

Page 1 of 2
X

Right Click

No right click