February 02, 2026
×

Warning

JUser: :_load: Unable to load user with ID: 805

สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ร่วมกับ สถาบันอาหาร เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดทำ “Sugar Ecolabel” ในฐานะฉลากสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศ โดยเชื่อมโยงการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เข้ากับกลไกด้านเทคโนโลยี ตลาด และนโยบายภาครัฐ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กล่าวว่า “Sugar Ecolabel มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแนวทางการตรวจประเมินและรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาล ซึ่งแนวทางการรับรองดังกล่าวนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และยังสอดคล้องกับนโยบาย “MIND as One” ของดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยฉลากรับรองนี้จะทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงรูปธรรมที่เชื่อมโยงนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริงในระดับโรงงานและห่วงโซ่อุปทาน”

การพัฒนา Sugar Ecolabel อยู่ภายใต้กรอบแนวคิด การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลแบบบูรณาการ ผ่าน การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technological Integration) มาประยุกต์ใช้จัดการข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ ระบบติดตาม ตรวจวัด และรายงานผล (MRV) การพัฒนาแนวทางสอบกลับแหล่งที่มาของอ้อยและน้ำตาล (Traceability) การวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์อ้อย  ส่งเสริมการทำเกษตรยั่งยืน (Sustainable Farming) ที่เน้นการเพาะปลูกแบบหมุนเวียน การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มมูลค่าผลพลอยได้จากการปลูกอ้อย เช่น เศษซากใบอ้อยและยอดอ้อย รวมถึงกากอ้อย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและกลไกการผลิต (Infrastructure & Mechanization)  จัดหาแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับการจัดซื้อเครื่องจักร รถตัดอ้อย หัวเก็บเกี่ยว และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมี ยกระดับศักยภาพให้สอดคล้องกับกลไกราคาและตลาด (Market Mechanism) นำระบบ Green Premium หรือ Environment มาปรับใช้ พร้อมสร้างมาตรฐานการรับรองเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและคู่ค้าทางธุรกิจ พร้อมพัฒนา “กองทุนอ้อยสด” เพื่อสร้างแรงจูงใจเกษตรกร  สร้างความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน (Collaborative Supply Chain) เปิดโอกาสให้เกิดระบบการจัดซื้อจัดจ้างที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเชื่อมโยงตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มาจากกระบวนการผลิตอย่างรับผิดชอบ อาทิ ข้อตกลงห่วงโซ่อุปทานปลอดการเผา (No-Burn Supply Agreement) หรือการรวมกลุ่มผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่มุ่งจัดหาวัตถุดดิบที่ยั่งยืน สอดรับกับบทบาทของภาครัฐและนโยบายสนับสนุน (Government & Policy Support) ผ่านการกำหนดมาตรฐาน การกำกับดูแล และการสร้างแรงจูงใจเชิงนโยบาย อาทิ นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Public Procurement: GPP) เพื่อให้การลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่ และสามารถติดตามประเมินผลได้อย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ Sugar Ecolabel จึงเป็นแนวทางที่ช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ได้ตั้งแต่ต้นทางการผลิตจากเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยเชื่อมโยงมาตรการลดการเผาอ้อย เพิ่มปริมาณอ้อยตัดสด ช่วยควบคุมฝุ่นจาก กระบวนการผลิตในโรงงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ข้อมูลจากการดำเนินงานในโครงการฯ พบว่า การมีฉลากสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถสนับสนุนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม จากการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้าง กระบวนการผลิต การจัดการแรงงาน ความปลอดภัยในการทำงาน หรือการมีส่วนร่วมกับชุมชน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายให้ความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบัน

สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ผนึกกำลัง สถาบันอาหาร สถาบันรับรอง มาตรฐาน ISO เปิดมิติใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย ด้วยการเปิดตัวโครงการ "พัฒนา แนวทางการรับรองฉลากสิ่งแวดล้อมในระบบอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อลดปัญหาอ้อยไฟไหม้ และฝุ่น PM 2.5" ณ ห้องคริสตัล 1-2 ชั้น 3 โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2568 โดยมีเป้าหมายผลักดัน "น้ำตาลไร้ฝุ่น" ด้วยตราสัญลักษณ์ "Sugar Ecolabel" หวังตอบโจทย์เทรนด์โลกสีเขียว และสร้างความได้เปรียบทางการค้าในตลาดสากล

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ได้กล่าวเปิดโครงการ และ ฉายภาพความท้าทายของอุตสาหกรรมน้ำตาลโลกที่กำลังก้าวจากการเป็นเพียง "สินค้าโภคภัณฑ์" สู่ "สินค้ำ แห่งความยั่งยืน" พร้อมระบุว่า "หลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรปได้ใช้มาตรการ Green Trade Barriers ที่เข้มข้นขี้น โดยเฉพาะการเรียกร้องข้อมูล Carbon Footprint และการรับรอง Ecolabel รวมถึงการห้ามเผา อ้อย บราซิลเองก็ประสบความสำเร็จในการยุติการเผาอ้อยเกือบทั้งหมดตั้งแต่ปี 2560 จีนก็ตั้งเป้าลดการเผา อ้อย 50% ภายในปี 2573 โครงการ Sugar Ecolabel ของเราจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างกลไก Market Pull ที่ผู้บริโภคจะเป็นผู้ขับเคลื่อนให้เกิดการผลิตที่ยั่งยืน คล้ายกับความสำเร็จของฉลากเบอร์ 5 ที่ส่งเสริมการประหยัดพลังงาน"

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ได้กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมเน้นย้ำถึงพลังแห่ง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้

ภายในงานมีกิจกรรมเสวนาหัวข้อ "Zero Burn – Zero Barrier: เส้นทางอุตสาหกรรมอ้อยสู่โลกสีเขียว" ได้รับ ความสนใจอย่างมาก โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นายคมกริช นาคะลักษณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน จาก บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติ ในการลดการเผาอ้อย และการนำเทคโนโลยี Smart Farming มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ อ้อยและน้ำตาล ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร และนายธวัช หะหมาน ผู้อำนวยการกอง ยุทธศาสตร์และแผนงาน สอน. ได้ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อ้อยและน้ำตาลผ่าน มาตรฐาน Ecolabel และ Carbon Credit ในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อมุ่งสู่ Bio Economy ที่ยั่งยืน

โครงการ "Sugar Ecolabel" มุ่งมั่นที่จะสร้าง "น้ำตาลไร้ฝุ่น" พร้อม Sugar Ecolabel เพื่อให้อุตสาหกรรมไทย สามารถหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมและเข้าถึงตลาดสีเขียวที่มีมูลค่าสูงขึ้น มีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนากลไกขับเคลื่อนการผลิตอ้อยและน้ำตาลอย่างยั่งยืน จัดทำข้อเสนอแนวทาง รับรองพร้อมตราสัญลักษณ์ "Sugar Ecolabel - PM Free" และโรงงานต้นแบบ 5 แห่งที่เข้าร่วมกระบวนการ การประเมินความพร้อม รวมถึงแนวทำงจัดการอุตสาหกรรมน้ำตาลอย่างยั่งยืน และกิจกรรมสร้างการรับรู้แก่ ผู้บริโภคให้เป็นกลไกสนับสนุนการเลือกบริโภคน้ำตาลที่ผลิตภายใต้กระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาลต่อทั้งผู้บริโภค เกษตรกรชาวไร่อ้อย และผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล นำไปสู่ อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การผลิตในอุตสาหกรรมอาหารไทยมีสัดส่วนต่อจีดีพีของประเทศ 19.8 เปอร์เซ็นต์ ส่งออกรวมเป็นสัดส่วนประมาณ 23เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี มีผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในอุตสาหกรรมจำนวนมากตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกพืชผัก

X

Right Click

No right click