

บัตรเครดิตกสิกรไทย เดินหน้าต่อยอดประสบการณ์การใช้จ่ายออนไลน์ ตอกย้ำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าที่นิยมช้อปผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะในช่วงมหกรรม Double Day ที่ผู้บริโภคมักรอจังหวะซื้อสินค้า พร้อมกดรับโค้ดส่วนลดจากหลายแอปฯ เพื่อเปรียบเทียบราคาและความคุ้มค่าในแต่ละแพลตฟอร์ม
จากอินไซต์ดังกล่าว บัตรเครดิตกสิกรไทยจึงเปิดตัวแคมเปญ “Double Day, Double Deal”* พลิกประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ด้วยการมอบเครดิตเงินคืนสูงสุดเดือนละ 1,200 บาท สำหรับยอดรวมการใช้จ่ายสะสมจาก 3 แพลตฟอร์มยอดนิยม ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok Shop ช่วยให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าแบบ Double ทั้งจากส่วนลดของแพลตฟอร์ม และเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตกสิกรไทยในเวลาเดียวกัน
โดยลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทยสามารถรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 1,200 บาทต่อเดือน ในช่วงมหกรรม Double Day ที่กำหนด ได้แก่ วันที่ 1–3 กุมภาพันธ์, วันที่ 2–4 มีนาคม และวันที่ 3–5 เมษายน 2569 รวมรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,600 บาท ตลอดระยะเวลาแคมเปญ
เงื่อนไขการรับเครดิตเงินคืน (ยอดใช้จ่ายสะสมรวมทุกแพลตฟอร์ม)
ซึ่งแคมเปญดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการออกแบบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ประสบการณ์จริงของผู้ใช้งานออนไลน์ในปัจจุบัน ที่ไม่ได้ยึดติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แต่เลือกสลับใช้งานหลายแอปฯ เพื่อให้ได้ดีลที่ดีที่สุด โดยบัตรเครดิตกสิกรไทยเข้ามาช่วย “เติมความคุ้มค่า on-top” จากการรวบยอดใช้จ่ายทุกแพลตฟอร์มให้กลายเป็นสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
ลูกค้าสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ง่าย ๆ เพียงครั้งเดียวตลอดระยะเวลาแคมเปญ ผ่าน SMS โดยพิมพ์ DD เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4545888 เพื่อรับสิทธิ์ร่วมแคมเปญตามเงื่อนไขที่กำหนด
*ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ www.kasikornbank.com/k_doubleday
**ใช้เท่าที่จำเป็น และชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
ธนาคารกสิกรไทยขับเคลื่อน Q Wallet by KBank สู่การใช้งานจริง ด้วยการประกาศความร่วมมือกับ คิง เพาเวอร์ มหานคร สถานที่ท่องเที่ยวระดับแลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทยให้สะดวก ปลอดภัย และไร้เงินสด ผ่านการชำระเงินด้วย THBS (Programmable Payment) บนเทคโนโลยีบล็อกเชนของ Quarix ที่พัฒนาโดย บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด (Orbix Technology) ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย โดยความร่วมมือนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น Cashless Destination ตามวิสัยทัศน์ของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลไทย
ดร. กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารกสิกรไทยได้มีการทดสอบ Q-money ซึ่งเป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์บนบล็อกเชน (E-money on Blockchain) ใน Regulatory Sandbox เมื่อปีที่ผ่านมาโดยใช้ Quarix เป็นโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีบล็อกเชนซึ่งพัฒนาโดย บจก.ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น (Orbix Technology) ล่าสุดได้พัฒนาต่อยอดเป็น Q Wallet by KBank โดย คิง เพาเวอร์ มหานคร ถือเป็นพันธมิตรรายแรกซึ่งเป็นผู้นำด้านสถานที่ท่องเที่ยวที่มอบประสบการณ์เหนือระดับ ทั้งการชมวิวและไลฟสไตล์ ที่เข้าร่วม ecosystem ของ Q Wallet โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้ THBS (Programmable Payment) ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีกลไกการรักษามูลค่าในรูปแบบเงินฝากสกุลบาทที่สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า และบริการในประเทศไทยได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอป Q Wallet และสแกนจ่ายผ่าน Thai QR Payment ได้ที่ คิง เพาเวอร์ มหานคร โดยไม่ต้องใช้เงินสด ไม่ต้องแลกเงิน และไม่ต้องเปิดบัญชีธนาคารในไทย
ความร่วมมือดังกล่าว สะท้อนบทบาทของธนาคารกสิกรไทยในการสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่เข้าใจพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ ใช้งานง่าย ปลอดภัย รวมถึงช่วยยกระดับประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านดิจิทัลอย่างแท้จริง โดยการรองรับการชำระเงินผ่าน Q Wallet ช่วยให้การท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง และไลฟ์สไตล์ในจุดหมายเดียวเป็นไปได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสประสบการณ์ใช้งานจริง โดยมีการจำกัดจำนวนผู้ใช้งานและจำนวนธุรกรรม ภายในระยะเวลาการทดสอบของ Enhanced Regulatory Sandbox และ Digital Asset Regulatory Sandbox ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันนี้ - 23 มีนาคม 2569
นางสาวอรุณรุ่ง ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารหน้าที่ด้านการลงทุน กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า คิง เพาเวอร์ มหานคร คือ สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่ผสานไลฟ์สไตล์และนวัตกรรมดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกัน มุ่งยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวให้สอดรับกับพฤติกรรมยุคดิจิทัล โดยครอบคลุมการใช้จ่ายภายในโรงแรม เดอะ สแตนดาร์ด กรุงเทพมหานคร ทั้งร้านอาหาร และบริการต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึง มหานคร สกายวอล์ค แลนด์มาร์กสำคัญระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดชมวิวสูงที่สุดของประเทศไทย และหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทในการยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งและท่องเที่ยวระดับโลก ณ คิง เพาเวอร์ มหานคร ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยในการใช้จ่ายผ่านดิจิทัลวอลเล็ท
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่อนาคตการท่องเที่ยวแบบไร้เงินสด ช่วยเชื่อมโยงร้านค้าไทยกับนักท่องเที่ยวทั่วโลกอย่างปลอดภัย รวดเร็ว และมีมาตรฐาน พร้อมวางรากฐานต่อยอดสู่ระบบนิเวศการเงินดิจิทัลที่แข็งแกร่งของประเทศในระยะยาว
ดร.กรินทร์ กล่าวในตอนท้ายว่า จากความสำเร็จของการมีร้านค้ามากกว่า 100 รายเข้าร่วมโครงการ จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานอย่างเป็นรูปธรรม และสะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งของทั้งสององค์กรในการร่วมกันขับเคลื่อน ecosystem ด้านการชำระเงินดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ธนาคารกสิกรไทย มีมติแต่งตั้ง นายกิตติพงศ์ คุ้มมั่น (ซ้าย) ดำรงตำแหน่ง รองผู้จัดการใหญ่ ทำหน้าที่ผู้บริหารสายงานร่วมสายงาน Wealth Management and Bancassurance Division และมอบหมายให้นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล (ขวา) ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสายงานวาณิชธนกิจ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
นายกิตติพงศ์ คุ้มมั่น สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท MBA สาขาการเงินและการลงทุน จาก Drexel University ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มเข้าทำงานที่ธนาคารกสิกรไทย เมื่อปี พ.ศ.2537 ที่ฝ่ายวาณิชธนกิจ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์องค์การ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดลูกค้าผู้ประกอบการขนาดย่อม ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายบริหารช่องทางการบริการและการขาย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโสฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาลูกค้าบุคคล (K-Expert) และ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้จัดการใหญ่ ทำหน้าที่ผู้บริหารสายงานร่วมสายงาน Wealth Management and Bancassurance Division
นายพงศ์ศักดิ์ พฤกษ์ไพศาล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาบัญชี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท สาขาวิชาการเงิน หลักสูตรนานาชาติ (MIF) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์การทำงานในแวดวงการเงินและการลงทุนมากกว่า 20 ปี จากการทำงานกับบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่ง อาทิ จากบริษัท สำนักงานเอินสท์ แอนด์ ยัง จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ สยามซิตี้ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ก่อนเข้าร่วมงานกับบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ.2553 และดำรงตำแหน่งล่าสุดเป็นกรรมการผู้จัดการ ก่อนที่จะได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสายงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย
นายศาสตรา มังกรอัศวกุล (ที่ 3 จากขวา) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย พร้อมด้วยผู้บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล เป็นตัวแทนธนาคารรับมอบรางวัล 1 ใน 50 บริษัทชั้นนำที่น่าทำงานที่สุด ในงาน TOP50 Companies in Thailand 2026 จากผลสำรวจความคิดเห็นคนทำงานรุ่นใหม่กว่า 12,000 คน โดยธนาคารกสิกรไทยอยู่ในลำดับที่ 12 ของบริษัทที่น่าร่วมงานด้วยมากที่สุด และได้รับรางวัลมาอย่างต่อเนื่อง 8 ปีซ้อน สะท้อนมาตรฐานการบริหารคนและวัฒนธรรมองค์กรชั้นนำที่เติบโตไปพร้อมโลกการทำงาน

โดยธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนให้คนทำงานได้เป็นตัวเองอย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านวิธีการทำงานที่ให้พนักงานได้ ‘ลอง ลุย เติบโต’ พร้อมผสานการทำงานด้วย AI และ Innovation เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทั้งลูกค้าและสังคม รางวัลดังกล่าวจัดโดย WorkVenture ที่ปรึกษาและผู้ให้บริการแพลตฟอร์มค้นหางาน เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติแก่นายจ้างองค์กรชั้นนำในการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ห้อง ฟูจิ แกรนด์บอลรูม โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้