December 14, 2019

MBA ABAC เปิดสอน AI for Business สร้างผู้บริหารรุ่นใหม่เท่าทันโลกธุรกิจยุค AI

November 14, 2019 1021

โลกทุกวันนี้ เรียกได้ว่ามีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial Intelligence) แทรกซึมอยู่ในทุกพื้นที่และแทบทุกกิจกรรมการใช้ชีวิต

ยิ่งการแข่งขันในโลกธุรกิจรุนแรง กระแสความตื่นตัวในการผลักดันเทคโนโลยี AI ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินธุรกิจและปรับปรุงองค์กรก็ดูจะยิ่งเข้มข้น ราวกับว่าองค์กรใดที่ยังไม่เริ่มลงทุนเทคโนโลยีนี้ จะต้องพ่ายแพ้ในสังเวียนธุรกิจอย่างแน่นอน

แต่ในโลกความเป็นจริงกลับพบว่า มีธุรกิจจำนวนมากที่ล้มเหลวและขาดทุนมหาศาลจากการลงทุนใน AI ... เป็นเพราะอะไร และทำยังไงจึงจะมั่นใจได้ว่าการนำ AI มาใช้จะนำพาความสำเร็จมาสู่ธุรกิจ? มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) เชื่อว่านี่น่าจะเป็นคำถามที่ผู้บริหารยุค “AI ครองโลกธุรกิจ” ต้องการคำตอบมากที่สุด! จึงกลายเป็นที่มาของการเปิดสอน AI Certification Course ที่จะสอดแทรกอยู่ในหลักสูตร MBA ของเอแบค เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษาที่จะถึงนี้ (ปี 2020)

มายาคติ (Myth) ที่จุดประกายให้เกิดหลักสูตร

ผศ.ดร.จิรพันธ์ แดงเดช ผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยปัญญาประดิษฐ์เพื่อธุรกิจ บัณฑิตวิทยาลัยบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) ถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี AI เพื่อธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย และเป็นที่ปรึกษาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงองค์กรด้วยเทคโนโลยี (Organization Transformation) ให้กับหลากหลายองค์กรชั้นนำของเมืองไทย ในฐานะผู้ดูแลเนื้อหาใน AI for Business Course ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจอันเป็นที่มาของคอร์สนี้

หลายปีมานี้ ทุกคนมอง AI เหมือนพระเจ้า เป็นความเพ้อฝันว่า AI จะตอบโจทย์ทุกอย่าง ในฐานะที่ผมเองก็จบปริญญาเอกด้าน AI นี้โดยตรง มองว่านี่เป็นความเชื่อผิดๆ ซึ่งความเชื่อนี้ก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมาย และถ้าค้นข้อมูลกันจริงๆ จะพบว่าทั่วโลก สถิติความล้มเหลวในการลงทุน AI เพื่อธุรกิจ สูงถึง 60-80% ผู้บริหารเอแบคเลยคุยกันว่าไหนๆ หลักสูตร MBA ของเราก็เน้นผลิตผู้บริหารคุณภาพ จบไปแล้วทำงานได้จริง ทำงานเก่ง มีความรู้และความคิดเท่าทันโลกธุรกิจปัจจุบัน เพื่อที่ไม่ว่าเขาจะตัดสินใจเรื่องใดก็ตาม สุดท้ายแล้วต้องทำเงินให้ธุรกิจ การตัดสินใจเรื่องเทคโนโลยี AI นี้ก็เช่นกัน

อ.จิรพันธ์ ยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี AI อย่าง Chatbot มาใช้ในหลายธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งกล่าวได้ว่ายังขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะใช้เงินลงทุนสูง แต่ยังไม่อาจใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพของเทคโนโลยี เนื่องจากปัญหาการประมวลผลภาษามนุษย์ (Natural Language Processing) ที่มีความสลับซับซับซ้อน ไม่ตายตัว ผู้ใช้งานสามารถที่อยากจะพิมพ์อะไรก็ได้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ จึงทำให้ลักษณะการใช้งาน AI Chatbot ทุกวันนี้ ไม่ต่างจากเมนูบนหน้าเว็บไซต์เพียงแค่เปลี่ยนช่องทางและรูปแบบการนำเสนอ ยังไม่สามารถสร้างการสนทนาเชิงลึกที่จะช่วยเพิ่มความผูกพันระหว่างธุรกิจกับลูกค้า (Engagement) กระตุ้นยอดขาย และแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้จริง

แต่จะโทษผู้บริหารอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเบื้องหลัง คนขายเทคโนโลยีก็อาจจะสร้างความคาดหวังว่าอย่างนั้นอย่างนี้ได้ ส่วนผู้บริหารก็อาจจะไม่รู้จักกับเทคโนโลยี AI มากพอ บวกกับการแข่งขันอยากจะเป็น “เจ้าแรก” ที่ใช้เทคโนโลยีนั้นนี้ ปรากฏว่าลงทุนเสร็จก็กลายเป็นว่าติดกับดักเทคโนโลยี เกิดต้นทุนจมที่ไม่ทำเงินกลับเข้ามา

Course Highlights: Right Mindset + Powerful Networks

อ.จิรพันธ์ ยอมรับว่าเอแบคคงไม่ใช่มหาวิทยาลัยแรกที่เปิดสอนหลักสูตรว่าด้วยเรื่องเทคโนโลยี AI แต่ยืนยันว่าเนื้อหาการสอนของที่นี่แตกต่างอย่าแน่นอน เพราะขณะที่มหาวิทยาลัยหลายแห่งในเมืองไทย หรือกลาวได้ว่าเกือบ 90% มุ่งเน้นไปในเรื่องศาสตร์เชิงเทคโนโลยี และการพัฒนารูปแบบต่างๆ ของ AI

สำหรับเอแบค ไม่เพียงสอนให้รู้จักว่าเทคโนโลยี AI คืออะไร AI ที่เกิดขึ้นในโลกนี้มีกี่ประเภท AI ด้านไหนหรือเจ้าไหนที่กำลังมาแรง แล้ว AI เหล่านั้นทำงานยังไง มีข้อดีข้อเสียและข้อจำกัดอะไร แต่หัวใจหลักของคอร์สนี้ยังอยู่ที่การสอนให้มองเทคโนโลยี AI ในมิติต่างๆ จากมุมผู้บริหาร และมองอย่างรู้แจ้งว่า AI เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา (Solution) โดยวิชาที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่ AI Fundamental for Management ซึ่งเป็นการย่อยศาสตร์ที่ควรรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ทั้งในเชิงพื้นฐานทางเทคนิค ข้อจำกัด และการประยุกต์ใช้งานจริงจากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผสมผสานกับกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ เพื่อเป็นกรอบในการวิเคราะห์และตัดสินใจเกี่ยวกับการนำ AI เพื่อธุรกิจมาใช้งาน

“ทั้งหมดที่จะพูดในคลาส เราจะไม่มีการยึดติดหรือปักธงว่า AI ต้องเป็น Solution เราต้องให้ Mindset ที่ถูกต้องก่อนว่า AI อาจจะใช่หรือไม่ใช่คำตอบก็ได้ ดังนั้น เราต้องเริ่มจากดูว่าอะไรคือปัญหาของธุรกิจ แล้วเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่ตอบปัญหานั้นและเหมาะกับองค์กรคืออะไร ซึ่งสุดท้ายถ้าปัญหานั้นเป็นปัญหาโลกแตกที่ยังไงก็ไม่มีทางแก้ได้ หรือมันอาจจะใช้ไม่ได้จริงกับปัญหาขององค์เรา หรือใช้ได้ก็จริง แต่คำนวณออกมาแล้วพบว่าผลตอบแทนการลงทุน (ROI) ไม่คุ้มค่า สุดท้าย AI อาจไม่ใช่คำตอบขององค์กร ก็เป็นได้เหมือนกัน”

นอกจากนี้ หลักสูตรของเอแบคยังมีอีกความโดดเด่นคือ เครือข่าย “กูรู” ทางด้านเทคโนโลยี AI ของ ผศ.ดร. จิรพันธ์ ที่มาจากทั้งองค์กรชั้นนำระดับประเทศและระดับโลก รวมถึงผู้ก่อตั้งบริษัท AI ชื่อดังของโลก ที่จะเวียนมาให้ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และรับฟังการนำเสนอไอเดียของนักศึกษา

“จริงๆ เด็กไทยที่เก่งทางด้านนี้ มีเยอะมาก แต่ที่ผ่านมา พอเป็นเรื่องเทคโนโลยี เรามักจะกลัวและเชื่อต่างชาติไว้ก่อน ฉะนั้น การนำ “ตัวจริงเสียงจริง” มาช่วยสอน ช่วยคอมเมนต์ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความเห็น หรือได้โต้แย้งถกเถียงกับคนที่เป็น “ต้นตอ” เทคโนโลยีเหล่านี้ มันก็จะช่วยเสริมความมั่นใจให้เขาไปได้ตลอดชีวิต”

เจตนารมณ์สำคัญคือ ปลูกฝังภูมิรู้และความเท่าทัน

ผศ.ดร.จิรพันธ์ สรุปคุณสมบัติสำคัญของผู้เรียนที่จบจากหลักสูตรนี้ ว่าต้องมีลักษณะเป็นผู้บริหารที่เข้าใจว่า AI คืออะไร ทำงานอย่างไร มีข้อจำกัดอะไรบ้าง โดยหัวใจสำคัญคือ มีความเท่าทันที่จะรู้ว่าเทคโนโลยีนั้นแก้ปัญหาของธุรกิจได้จริงไหม เหมาะสมกับสถานการณ์ขององค์กรหรือไม่ ตลอดจนสามารถวางโรดแมป (Roadmap) ในการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้ตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมกับเห็นถึงปัญหาที่จะตามมาและมีแนวทางรับมือ รวมถึงสามารถแปลงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นออกมาเป็นดัชนีชี้วัดความน่าลงทุน (ROI) ได้

“ผู้บริหารที่เรียนจบจากที่นี่จะได้รู้ถึงนวัตกรรม AI ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก รู้ว่าจะเอามาประยุกต์ใช้กับธุรกิจตนได้หรือไม่ได้ ถ้าใช้ได้ ก็ต้องรู้อีกว่าองค์กรยังขาดอะไร ต้องปรับตรงไหน คนต้องมีทักษะอะไรเพิ่ม องค์กรต้องพัฒนายังไงเพื่อเติมเต็มให้ AI ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะปัญหาการนำเทคโนโลยีไปใช้ในองค์กร ผมบอกเลยว่าปัญหาส่วนใหญ่ มันไม่ได้มาจากปัญหาทางเทคนิคของตัวเทคโนโลยี แต่มากกว่า 80% ของปัญหาเกิดจากวัฒนธรรมองค์กรบ้าง การเมืองและนโยบายภายในองค์กร รวมถึงคนไม่พร้อม ฯลฯ นอกจากนี้ยังต้องรู้ไปถึงว่า AI ที่จะใช้จะสร้างปัญหาอะไรตามมาและต้องแก้ไขยังไง เพราะโลกนี้ไม่มี Solution ใดที่ไม่สร้างปัญหา สุดท้ายเขาต้องรู้ไปถึงความคุ้มค่าของการลงทุน และต้องรู้ว่าเมื่อไรที่ต้องเลิกหรือถอย และถอยด้วยแผน (Escape Route) แบบไหน”

อ.จิรพันธ์ เชื่อว่า คอร์สนี้เหมาะมากสำหรับผู้บริหารในระดับกลาง (Middle Management) หรือแม้แต่ผู้บริหารระดับปฏิบัติการ (Operation Management) ที่ปรารถนาหรือมีภารกิจในการเปลี่ยนแปลงองค์กร (Transformation) หรือการทำธุรกิจด้วยเทคโนโลยี AI รวมถึงผู้ที่ได้รับมอบหมายให้พิจารณาแผนการลงทุนทางด้าน AI นอกจากนี้ ยังเหมาะกับที่ปรึกษามืออาชีพที่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการให้คำปรึกษาแก่ธุรกิจยุคใหม่

สุดท้ายนี้ ความคาดหวังสูงสุดของ ผศ.ดร.จิรพันธ์ ที่มีต่อผู้จบหลักสูตรนี้คือ เป็นผู้บริหารสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจในเรื่องการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล โดยไม่หลงเชื่อมายาคติหรือคำชวนเชื่อขายฝันที่เกินจริงอีกต่อไป แต่ตัดสินใจบนความเข้าใจในข้อดี ข้อเสีย และข้อจำกัดของเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับความเหมาะสมและความพร้อมขององค์กร ตลอดจนสามารถอธิบายให้ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรเข้าใจได้ว่าเหตุใดจึงควรลงทุน หรือถ้าพิจารณาแล้วพบว่าไม่ควรลงทุน ก็ต้องกล้าที่จะ “Say No!!” อย่างมีเหตุผลและความมั่นใจในการปฏิเสธ พร้อมกับบอกได้ด้วยว่าแล้วเมื่อไหร่ที่ควรลงทุน

สิ่งที่อยากฝากไว้คือ เทคโนโลยี เดี๋ยวมันก็มา แล้วเดี๋ยวก็ไป แล้วก็จะมีเทคโนโลยีใหม่เกิดมาทดแทน ฉะนั้น ต้องยอมรับความจริงว่า โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบที่สุด ทักษะที่สำคัญที่สุดที่ผู้บริหารต้องมีคือ วิเคราะห์ให้เป็น ไม่งมงาย ไม่เชื่อตามคำพูดใคร ต้องวิเคราะห์ให้เหมาะกับองค์กรตัวเอง เพราะปัญหาของหลายองค์กรในบ้านเราวันนี้ อาจจะเป็นแค่ต้องการข้ามถนน แต่พอมีคนมาขายเรือยอชต์หรือเครื่องบินเจ็ต ก็แห่ซื้อตามกระแสว่าต้องมี โลกธุรกิจวันนี้เลยต้องการคนที่กล้า “Say No” กับกระแสนวัตกรรม มากกว่า “Say Yes” แล้วใช้ไม่ได้จริง” ผศ.ดร.จิรพันธ์ ทิ้งท้าย


เรื่อง / ภาพ : กองบรรณาธิการ

 

Last modified on Sunday, 24 November 2019 18:16
X

Right Click

No right click