มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ LPN (Labour Protection Network) ร่วมกับ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนตามหลักสากลให้กับแรงงาน สานต่อโครงการ “ช่องทางรับฟังเสียงพนักงาน และอบรมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน” ให้กับพนักงานของซีพีเอฟ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

นายสมพงค์  สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิ LPN  กล่าวว่า การดำเนินงานของศูนย์รับฟังเสียงพนักงาน หรือ Labour Voices Hotline by LPN จากความร่วมมือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้ทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวได้รับรู้สิทธิของตน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานและมาตรฐานสากล รวมทั้งได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ในเรื่องค่าจ้างค่าตอบแทน สุขภาพอนามัย และความปลอดภัยในการทำงาน การเข้าถึงสิทธิแรงงานต่างๆ เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี และจัดการอบรมพนักงาน (Worker Training) ของซีพีเอฟ  จำนวนมากกว่า 1,800 คน ในจำนวนนี้ ร้อยละ 75 เป็นพนักงานต่างด้าว ซึ่งจะทำให้สามารถทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน  เป็นต้น

ในปี 2562 ซีพีเอฟได้รับรายงานจากศูนย์รับฟังเสียงพนักงาน จำนวน 4 สาย จากพนักงานคนไทยและต่างด้าว เป็นเรื่องการสอบถามข้อมูลและการร้องเรียน โดยสอบถามข้อมูลในเรื่องเกี่ยวกับเงื่อนไขตามกระบวนการจ้างแรงงานต่างด้าวผ่านบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding : MoU) และในส่วนของการร้องเรียนจากการตรวจสอบพบว่ามีสาเหตุมาจากความกังวลและความเข้าใจผิดของแรงงานเรื่องกฎระเบียบ และขั้นตอนการปฏิบัติงาน  

 

“ปัจจัยที่ทำให้มีข้อร้องเรียนจากแรงงานซีพีเอฟ ผ่านช่องทาง Labour Voices Hotline by LPN ค่อนข้างน้อย เป็นผลจากบริษัทฯ มีล่ามประจำสถานประกอบการฯของบริษัทฯ คอยเป็นผู้ให้คำแนะนำและปรึกษาพนักงานต่างชาติเบื้องต้น รวมถึง การจัดการแก้ไขปัญหาโดยฝ่ายบุคคลและหัวหน้างานอย่างเป็นระบบและทันท่วงที ประกอบกับการจัดอบรมช่วยให้พนักงานมีความเข้าใจเรื่องสิทธิแรงงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้องมากขึ้น” นายสมพงค์ กล่าว

นายปริโสทัต ปุณณภุม รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านทรัพยากรบุคคล ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนในองค์กรอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน แรงงานต่างชาติทุกคนเป็นพนักงานของบริษัทฯ ได้รับค่าจ้างและสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกับพนักงานคนไทย การดำเนินงานร่วมกับ LPN ช่วยสนับสนุนบริษัทฯ ให้เข้าใจความต้องการ ของแรงงานทุกคนและสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างรวดเร็ว สร้างความพึงพอใจและความเข้าใจอันดีระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง

“ซีพีเอฟ มีการทำแบบสำรวจการรับรู้ช่องทางการร้องเรียนผ่านศูนย์รับฟังเสียงพนักงาน ในพื้นที่ 6 โรงงาน ครอบคลุมทั้งพนักงานไทยและต่างด้าว  ผลสำรวจพบว่า 75% ของแรงงานมีการรับรู้และทราบช่องทางการร้องเรียนผ่านศูนย์นี้ ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงานและลดผลกระทบที่อาจมีต่อธุรกิจ” นายปริโสทัต กล่าว

 

นอกจากนี้  ในปี 2562 บริษัทฯ ได้ทบทวนและดำเนินกระบวนการตรวจประเมินสถานะด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence) ทุกสายธุรกิจในกิจการประเทศไทย ครอบคลุมทุกกลุ่ม ร่วมถึงกลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Group) เช่น ชนกลุ่มน้อยทางเชื้อชาติและศาสนา ผู้บกพร่องทางร่างกาย เป็นต้น โดยให้ความสำคัญ อาทิ เรื่อง สภาพการจ้างงาน สุขภาพและความปลอดภัยในสถานประกอบการ ข้อมูลส่วนบุคคล มาตรฐานการครองชีพและความปลอดภัยของคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน ฯลฯ

ซีพีเอฟ ยังยกระดับความปลอดภัยอย่างเข้มข้นสำหรับแรงงานทุกคนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 พร้อมทั้งจัดการอบรมให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาด และการป้องกันแก่พนักงานต่างด้าว รวมทั้ง ทำแผ่นป้ายแนะนำในภาษาต่างๆ การจัดเพิ่มจำนวนรถตามแนวทาง social distancing เพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าใจและทำงานด้วยความมั่นใจในมาตรการความปลอดภัย จนถึงปัจจุบันไม่มีพนักงานในสายการผลิตติดเชื้อโควิด-19

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ

นายสุขวัฒน์  ด่านเสริมสุข รองประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มอบอาหารสุนัข “เจอร์ไฮ” และอาหารแมว “จินนี่” ให้แก่ นางสุภานันท์ วิภารัตนาพร เจ้าของบ้านกัญญาภัทร คลอง 10 จ.ปทุมธานี เพื่อช่วยเหลือเหล่าสุนัขจรจัดและแมวจรจัดที่ถูกทอดทิ้ง โดยการส่งมอบอาหารครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “ห่างไกล ใจถึงกัน” ที่เชิญชวนคนรักสัตว์ให้ร่วมแปลงภาพโปรไฟล์เฟซบุ๊กเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง รวมมูลค่า  2 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิและสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง 7 แห่ง

เจอร์ไฮ (Jerhigh) แบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารสุนัข และจินนี่ (Jinny) แบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารแมว ภายใต้การบริหารของ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนลเพ็ทฟู้ด จำกัด ตระหนักถึงความเดือดร้อนของสถานสงเคราะห์สัตว์ที่ขาดแคลนอาหารเลี้ยงสัตว์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 จึงส่งมอบอาหารให้น้องสุนัขจรและน้องแมวจรในมูลค่ารวม 2 ล้านบาทให้แก่มูลนิธิและสถานสงเคราะห์สัตว์ถึง 7 แห่งทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  

 

นายสุขวัฒน์  ด่านเสริมสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง และในสถานการณ์วิกฤตโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก ไม่เพียงสร้างความเดือดร้อนให้แก่มนุษย์ แต่ยังรวมถึงบรรดาสัตว์เลี้ยงที่ถูกเจ้าของทอดทิ้ง และต้องการความช่วยเหลือ ทางเจอร์ไฮ (อาหารสุนัข) และจินนี่ (อาหารแมว) จึงขอเป็นตัวแทนในการส่งมอบอาหารให้น้องหมาและน้องแมว

 

กิจกรรม “ห่างไกล ใจถึงกัน” มีแนวคิดในการช่วยเหลือสุนัขและแมวจร โดยเฉพาะในวิกฤตโรคโควิด-19 ที่ส่งผลถึงบรรดาสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้ง ผ่านมูลนิธิและสถานสงเคราะห์ที่ขาดแคลนอาหาร โดยส่งมอบอาหารสุนัขและแมว มูลค่ารวม 2 ล้านบาท และกิจกรรมนี้ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยขอเชิญคนรักสัตว์ร่วมเปลี่ยนภาพ profile Facebook และใส่ hashtag #ห่างไกลใจถึงกัน ทั้งนี้ 1 Profile Facebook จะแปลงเป็นอาหารสุนัขและแมวมูลค่า 10 บาท (14 กรัม) โดยสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 มิถุนายน 2563  (ข้อมูลเพิ่มเติม Facebook : jerhigh official และ Facebook : jinny backhomeforfood) อาหารสุนัขและแมวจากกิจกรรมนี้ จะส่งมอบให้แก่สถานสงเคราะห์สัตว์ 7 แห่ง ประกอบด้วย ป้าจุ๊ บ้านพักสี่ขาเพื่อหมาจร, บ้านนางฟ้าของสัตว์จร, บ้านกัญญาภัทร-เพื่อหมาแมวที่ถูกทอดทิ้ง, WVS Care for Dogs (มูลนิธิพิทักษ์รักษ์สัตว์เพื่อสังคม บ้านเวียงด้ง), วัดเวฬุวนาราม จ.ลำปาง, Saved Souls Foundation และมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog)  

 

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการ “หมอหมาใจหล่อ ส่งต่อความรักให้หมาจร ซีซั่น 3” ร่วมกับสัตวแพทย์ 11 สถาบัน ส่งมอบอาหารสุนัขให้กับสถานสงเคราะห์ต่างๆ ไปแล้วกว่า 5,450,000 บาท และกิจกรรม “ห่างไกล ใจถึงกัน” นี้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ “เจอร์ไฮและจินนี่ ห่วงใย ใส่ใจคุณ ห่างไกลโควิด-19” ที่ได้ทำความสะอาดจุดขาย ร้านค้าเพ็ทช็อป รวมถึงส่งมอบหน้ากากอนามัยและเจลแอลกอฮอล์รวมกว่า 300 จุดขาย ตลอดจนการแจกหน้ากากอนามัยให้กับกลุ่มชมรมคนรักสุนัข และการร่วมสนุกทางโซเชียลมีเดียด้วยกิจกรรม “เจอร์ไฮและจินนี่ ขอเคียงข้างในวันที่คุณเหนื่อย” ที่มอบผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขและแมวให้กับบุคลากรทางการแพทย์ มูลค่ารวม 500,000 บาท เป็นต้น

 

กองทัพภาคที่ 1 และ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก โดย พลเอกกิตติเชษฐ์ ศรดิษฐพันธ์

นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ รองประธานคณะกรรมการบริหาร พร้อมด้วย นางสาวอนรรฆวี ชูรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาดกลาง บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ มอบอาหารสำเร็จรูป CP ในโครงการ "CPF ส่งอาหารจากใจ ร่วมต้านภัย COVID-19” แก่บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเป็นกำลังใจแก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ที่ดูแลคัดกรองผู้ป่วย และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและประเทศไทยให้รอดพ้นวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน โดยมี พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ เป็นผู้รับมอบ ณ ชั้น 19 ตึก มภร. โรงพยาบาลตำรวจ

นายสุขสันต์ ได้กล่าวขอบคุณโรงพยาบาลตำรวจ ที่ให้ ซีพีเอฟ มีส่วนร่วมสนับสนุนอาหารปลอดภัย และขอบคุณทีมแพทย์ที่เสียสละทั้งเวลา กำลังกาย กำลังใจในการช่วยคนไทยในครั้งนี้

X

Right Click

No right click