February 25, 2021

พัฒนาและวิจัยนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และตรวจหาร่องรอยของโรคในเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อตอบโจทย์การรักษาในปัจจุบันและอนาคต

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ร่วมกับ มูลนิธิเอสซีจี และบริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด มอบอุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 และถุงยังชีพ

บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ iiG  ประเมินรายได้ปี 64 เติบโตถึง 650 - 700 ล้านบาท โดยธุรกิจปัจจุบันของบริษัทฯ มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และรุกผลักดันธุรกิจใหม่ iiG Data เพื่อเพิ่มยอด พร้อมพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ให้ครอบคลุมการบริการในยุคดิจิทัล

นายสมชาย เมฆะสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอแอนด์ไอ กรุ๊ป จำกัด ( มหาชน) หรือ iiG กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทฯ คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ คาดว่ารายได้ทั้งปีจะเติบโตประมาณ 650 - 700 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) และจำหน่ายซอฟต์แวร์จาก Salesforce ยังคงเป็นธุรกิจที่สร้างการเติบโตสูงให้แก่บริษัทฯ เนื่องจากระบบ CRM ยังคงเป็นที่ต้องการขององค์กรธุรกิจต่างๆ ในการช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยในปีนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายตลาดไปในกลุ่มธุรกิจ non-bank เช่น ผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล

ส่วนธุรกิจที่ปรึกษาด้านการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) และจำหน่ายซอฟต์แวร์จาก Oracle คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตเช่นกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการที่องค์กรธุรกิจต่างๆ มีการปรับเปลี่ยนระบบ ERP จากเดิมที่เป็น on premise มาเป็นแบบ on cloud หลังจากที่การระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องเร่งปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เช่น มีการ work from home มากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนระบบเป็นแบบ on cloud นี้ จะทำให้การดำเนินธุรกิจมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าธุรกิจใหม่ iiG Data ที่ให้บริการคำปรึกษาและบริการด้านการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลเพื่อธุรกิจ (Data Analytics & Management) ซึ่งมีการเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2563 ที่ผ่านมา จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีในปี 2564 นี้ และคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัทฯ ประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งธุรกิจดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ มีการบริการที่ครบวงจรและสามารถตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น โดยปีนี้ iiG Data มีแผนที่จะบุกตลาดในกลุ่มค้าปลีก (Retail)

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการรับพนักงานเพิ่มขึ้นและมีการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับโครงการใหม่ๆ ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ เทียบปีต่อปีจะปรับตัวสูงขึ้น

อย่างไรก็ดี ในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงดำเนินการพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพิ่มผลประกอบการให้กับบริษัทฯ สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พร้อมปรับหลักเกณฑ์ให้คนเคยกู้สินเชื่อฉุกเฉินกู้อีกได้ ดีเดย์ 23 ม.ค.64 เป็นต้นไป ผ่าน MyMo

เคทีซีรายงานผลประกอบการปี 2563 ตามมาตรฐาน TFRS9 กำไรสุทธิเท่ากับ 5,332 ล้านบาท

กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) เดินหน้ามอบอุปกรณ์ป้องกันที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัย

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยใด ส่งผลต่อกลไกต่างๆ บนโลกไม่ว่าจะเป็นทางด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงระบบการศึกษา ดังที่ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC) สรุปให้กับ MBA ฟังว่า

หลังจากโลกยุคสังคมเกษตรก็มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดการฝึกฝนทางด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น ลักษณะการเรียนการสอนจากยุคกรีกโรมันที่เป็นการสอนแบบ 1 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อไม่กี่คนเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบการมีสถาบันการศึกษาที่ชัดเจน เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดการเรียนการสอนในด้านต่างๆ และเมื่อมีเรื่องของอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น รูปแบบการเรียนการสอนก็เชื่อมโยงกับภาคธุรกิจ เพื่อผลิตบุคลากรที่สามารถปฏิบัติงานได้จริงในอุตสาหกรรมต่างๆ การศึกษาในยุโรปจะเน้นไปที่กระบวนการทำงานได้จริงเพิ่มขึ้น ขณะที่การศึกษาในสหรัฐอเมริกาจะเน้นการเรียนในห้องเรียน แต่มีระบบการทำวิจัย ส่งเสริมการตีพิมพ์ผลงานต่างๆ

ในโลกยุคปัจจุบันซึ่งเรียกได้ว่าเป็นโลกยุคดิจิทัล เทคโนโลยีการสื่อสารมีส่วนเปลี่ยนแปลงโลกอย่างชัดเจน จากยุค 2G สู่ยุค 5G ที่ความสามารถในการส่งและรับข้อมูลได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว รูปแบบการเรียนการสอนก็มีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วยเช่นกัน

ปัจจุบันเมื่อเราต้องการรู้เรื่องอะไร สิ่งแรกที่เราทำคือการสืบค้นข้อมูลจากเครื่องมือค้นหาในอินเทอร์เน็ต รูปแบบการเรียนการสอนของทั้งโลกก็ปรับไปสู่ระบบออนไลน์เพิ่มขึ้น พร้อมกับแนวคิดการศึกษาที่ผสมผสานกับการทำงานจริงในภาคธุรกิจ และแนวคิดทางด้านนวัตกรรมที่ต่อยอดเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพ

ในประเทศไทยระบบการศึกษาก็อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง คนไทยรุ่นใหม่ผู้เกิดมาในยุคดิจิทัล เรียนรู้ผ่านโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น เราเริ่มเห็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ผสมผสานระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนการต่อยอดใช้เทคโนโลยีเพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้ที่ทำงานแล้ว

ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามว่า ยังจำเป็นต้องมีปริญญาหรือไม่? ในเมื่อเขาสามารถหาข้อมูลที่สนใจได้จากทั่วโลกผ่านอินเทอร์เน็ต

อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ตอบคำถามนี้ว่าสถาบันอุดมศึกษาสามารถตอบสนองความต้องการคนรุ่นใหม่ด้วยแนวคิดการเรียนการสอนที่จะช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้เรียน ผ่านการสร้างนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ ช่วยให้ผู้เรียนสามารถทำงานได้จริง โดยสถาบันการศึกษาสามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลช่วยให้ความรู้กับผู้เรียนได้เรียนรู้ข้อมูลจริงที่เป็นปัจจุบัน โดยเราเริ่มเห็นมหาวิทยาลัยที่มีความโดดเด่นทางด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มวิชาทางด้านธุรกิจมากขึ้น เป็นการผสมผสานองค์ความรู้แบบสหวิทยาการ

“ระบบการเรียนการสอนเปลี่ยนจาก Teaching มาเป็น Coaching หรือ Mentoring ระบบ Coaching ก็คือแนะนำ ภายใต้ศักยภาพที่เขามี เหมือนกับต้องโค้ชผู้เรียน 1 ต่อ 1 หรือโค้ชแบบเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นทีม ซึ่งเราจะเริ่มเห็นกีฬาจะมีโค้ชทีมรุก โค้ชทีมรับ โค้ชทีมพิเศษ โค้ชตัวต่อตัว ดังนั้นระบบการเรียนการสอนจึงเป็นลักษณะ Coaching” ดร.ธนวรรธน์ กล่าวและอธิบายเพิ่มเติมว่า

การเรียนการสอนที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย นอกจากการโค้ชแล้วยังเน้นเรื่อง Mentoring คือใส่ใจกับชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้เรียน เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีระบบที่ช่วยบ่มเพาะในลักษณะธุรกิจพี่สอนน้อง โดยมีเป้าหมายคือการสร้างผู้ประกอบการ การส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

รูปแบบการเรียนการสอนจะเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในโลกธุรกิจ นักศึกษาจะได้เรียนรู้จากผู้ที่ทำงานตัวจริง และหากเป็นการเรียนแบบออนไลน์ก็จะต้องผสมผสานความบันเทิงเข้าไปในด้วย เป็นความท้าทายที่ระบบการเรียนการสอนจะต้องตอบสนองกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้เรียน และความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

“สิ่งที่เราถ่ายทอดไปคือ เด็กต้องมีความสุข ฝ่ายกิจการนักศึกษาก็เริ่มถ่ายทอดกิจกรรมที่เด็กมีความสุข แล้วเราก็ทบทวนตลอดเวลา โอกาสคืออะไรเราเปิดทั้งหมด เช่น เขาอยากเต้นโคฟเวอร์แดนซ์เราก็ติดกระจกมากขึ้น และปล่อยให้เขาแสดงอิสระของตัวเองมากขึ้น เขาจะสนับสนุน LGBT เราก็ไม่ได้ขัด อย่างที่บอก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คือ มหาวิทยาลัยแห่งโอกาส ทุกคนที่มีพลังบวกเราสามารถให้โอกาสได้ เราดำเนินการในหลายมิติเพื่อให้ใกล้ชิดกับคน Gen Z มากที่สุด เราไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ห่างกับเขา แต่เป็นมหาวิทยาลัยที่เข้าใจและอยู่กับเขา และพร้อมพัฒนาในมิติที่เหมาะสมกับสังคม” ดร.ธนวรรธน์ กล่าว

 

University of Practice

ดร.ธนวรรธน์ ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่มหาวิทยาลัยหอการค้าเตรียมปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นเพื่อรองรับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้เรียน เช่น ในการสอบต่อไปผู้เรียนอาจจะได้รู้ว่าทำผิดที่ใด ควรแก้ไขอย่างไร การเรียนและการประเมินผลจะต้องเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์

แต่โจทย์ใหญ่สำหรับผู้บริหารสถาบันการศึกษาคือการเปลี่ยนโครงสร้างที่มีมายาวนาน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ใช้วิธีค่อยๆ ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เริ่มนำ iPad มาใช้ในการเรียนการสอน ใช้ระบบการเรียนการสอนที่เรียกว่า Digital Hybrid Learning and iTunes U ซึ่งมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มีสถิติการใช้งานเป็นอันดับ 2 ของโลก และได้รับรางวัล Apple Distinguished School ติดต่อกัน 4 ปีแล้ว

และเพื่อต่อยอดการเรียนรู้ออนไลน์ของมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยได้จัดตั้งคณะวิทยพัฒน์ (Extension School) เพื่อเปิดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ และมีการทำหลักสูตรให้กับธุรกิจต่างๆ รวมถึงเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีออนไลน์ในหลากหลายสาขาเพิ่มขึ้น

อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่าเป้าหมายต่อไปคือการวางตัวเป็น AR VR Training Center โดยอยู่ระหว่างการวางรากฐาน เพิ่มเติมเทคโนโลยี AR (Augmented reality) เข้าไปในการเรียนการสอน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ได้อย่างสมจริงแม้จะอยู่ในห้องเรียนภายใน 3-5 ปี

นอกจากได้เรียนรู้เทคโนโลยีต่างๆ แล้ว การเรียนผสมผสานกับการปฏิบัติคือสิ่งที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มุ่งเน้น โดยจัดสภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยเพื่อรองรับการสร้างผู้ประกอบการ เช่น Innovation Driven Entrepreneurship Center (IDE Center) ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวในประเทศไทยที่ร่วมโครงการ MIT Regional Entrepreneurship Acceleration Program (MIT REAP) โครงการที่มุ่งเน้นการสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ผ่านนวัตกรรม โดยปัจจุบันมีการสร้างเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ การร่วมมือกับ Alibaba.com จัดตั้งศูนย์อบรมและดูแลธุรกิจอีคอมเมิร์ชที่จะช่วยผลักดันให้นักศึกษาได้ปฏิบัติการจริงในโลกอีคอมเมิร์ชมากขึ้น

ขณะเดียวกันวิชา IDE 101 ซึ่งเป็นวิชาเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจ ก็ได้รับการบรรจุให้นักศึกษาปีหนึ่งของมหาวิทยาลัยทุกคน เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้ประสบการณ์ทางด้านธุรกิจผ่านการปฏิบัติ มหาวิทยาลัยยังเปิดสอนวิชาใหม่ๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับผู้เรียนเช่น วิชา Design Your Life เป็นหลักสูตรที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดใช้สอนในระดับปริญญาตรี เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ว่าควรจะใช้และกำหนดทิศทางชีวิตอย่างไร

“เพราะเราจะเน้นเรื่องการปฏิบัติจริงมากขึ้น ระบบการเรียนการสอนจะเป็นระบบการเรียนการสอนที่ปฏิบัติจริง” ดร.ธนวรรธน์ กล่าวและเสริมต่อถึงสิ่งที่จะได้เห็นจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยต่อไปว่า

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะเป็นมหาวิทยาลัยที่มีวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยจะสนับสนุนให้คณาจารย์ทำวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และเพิ่มพูนประสบการณ์จริงของผู้สอนในโลกธุรกิจ การเรียนการสอนจะมุ่งเน้นที่การปฏิบัติจริง ช่วยให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์ในการประกอบอาชีพต่างๆ ตามสาขาที่เรียน เพื่อเตรียมตัวผู้เรียนให้พร้อมกับการออกไปทำงานในโลกธุรกิจจริง และที่สุดคือ ผู้เรียนจะต้องมีคุณธรรม สามารถดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ โดยรู้จักมารยาทและมีคุณธรรมในการทำงานซึ่งจะสอดแทรกไปในการเรียนการสอน

จากความสำเร็จในประเทศไทย อีกเป้าหมายหนึ่งในการบริหารงานของ ดร.ธนวรรธน์ คือ การทำให้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำทางด้านการค้าและบริการของอาเซียน โดยเริ่มจากการเปิดการเรียนการสอนระดับปริญญาโทในเมียนมา และปัจจุบันเพิ่มหลักสูตรระดับปริญญาตรีและปริญญาเอก ซึ่งมีผลตอบรับที่ดี จัดเป็นมหาวิทยาลัยต่างชาติลำดับต้นๆ ของเมียนมา

“ศิษย์เก่าของเราคือบรรดานักธุรกิจชั้นนำ 200 อันดับแรกของเมียนมา เราต้องการเปิดตลาดไปยังประเทศอาเซียนอื่นๆ เราต้องการเป็นมหาวิทยาลัยอินเตอร์ ซึ่งการเป็นอินเตอร์คือต้องการให้เข้ามาเรียนกับเราและเราออกไปที่ประเทศนั้นๆ” ดร.ธนวรรธน์อธิบาย

มหาวิทยาลัยมีแผนจะเพิ่มจำนวนประเทศที่เปิดการเรียนการสอนมากขึ้น โดยอยู่ระหว่างการศึกษาแผนงานที่จะนำเอาการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยไปสู่ประเทศกัมพูชา และเวียดนาม ต่อไป

สร้างเด็กหัวการค้า

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเตรียมความพร้อมทั้งบุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อรองรับการสร้างผู้ประกอบการ การมีหอการค้าไทยเป็นเจ้าของ ทำให้สามารถเชิญผู้ประกอบการตัวจริงมาร่วมให้ความรู้และสร้างบรรยากาศด้านธุรกิจภายในสถาบัน กระตุ้นให้นักศึกษาเกิดแนวคิดแบบธุรกิจเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเรียนในสาขาวิชาใด

ดร.ธนวรรธน์ ยกตัวอย่างว่า “เรียนนิเทศเขาเป็นนิเทศแต่เขามีความคิดความอ่านแบบธุรกิจมากขึ้น ทุกกระบวนวิชาจึงเป็นความคิดแบบธุรกิจทั้งหมด เศรษฐศาสตร์จะต้องต่อยอดไปธุรกิจ มนุษยศาสตร์ก็ใช้ในเชิงธุรกิจ เนื่องจากบรรยากาศเป็นธุรกิจ เราเป็นอธิการบดี เราพูดอะไรในเชิงธุรกิจ เศรษฐกิจ ลงไปที่คณะเราก็ส่งข้อมูลไปว่าเกี่ยวกับธุรกิจ พอไปที่นักศึกษาก็เป็นเศรษฐกิจธุรกิจ เราคงไม่สามารถหล่อหลอมให้ทุกคนเป็นนักธุรกิจได้ แต่โดยส่วนใหญ่เด็กจะใส่เสื้อเด็กหัวการค้าเวลามาทำกิจกรรม หล่อหลอมตัวตนของเขา เป็นสิ่งที่ถูกปลูกฝังไปโดยปริยาย”

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เต็มไปด้วยโอกาส เราเปิดโอกาสให้กับทุกๆ คน ส่วนนี้เป็นเรื่องของดีเอ็นเอ เรื่องระบบนิเวศ และวัฒนธรรมของการทำงานของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แต่เป็นวัฒนธรรมที่ต้องผสมผสานระหว่างคน Gen X กับ Gen Y

อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า การจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการและพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ มหาวิทยาลัยทำมาอย่างต่อเนื่อง ทีมผู้บริหารตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน และเป็นโชคดีของสถาบันที่อาจารย์ทุกคนพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง โดยเริ่มจากจุดเล็กๆ แล้วค่อยขยายต่อไปทั่วมหาวิทยาลัย

ประกอบกับสไตล์การบริหารงานของ ดร.ธนวรรธน์ ที่ตั้งอยู่บนฐานของการใช้ข้อมูล เน้นการใช้ Data Analytic โดยนำประสบการณ์จากการบริหารงานศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ที่ได้ทำงานใกล้ชิดกับภาครัฐและภาคธุรกิจ จนเป็นที่ยอมรับของสังคมมาปรับใช้ในการบริหารมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยตามเป้าหมายที่จะสร้าง เด็กหัวการค้า


เรื่อง / ภาพ : กองบรรณาธิการ

เครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ห่วงใยแรงงานต่างชาติในสถานการณ์โควิด-19

LINE ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทอันดับสองที่คนไทยอยากทำงานด้วยมากที่สุด จาก Workventure

Page 6 of 140
X

Right Click

No right click