October 01, 2020

บมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) กางผลงานไตรมาส 2 ปี 2563 กำไรนิวไฮพุ่ง 224.90 ล้านบาท หนุนครึ่งปีแรกกำไรสุทธิที่ 284.79 ล้านบาท หลังประสิทธิภาพการผลิตดีขึ้น ต้นทุนลดต่ำลง พร้อมรับอานิสงค์เศรษฐกิจจีนฟื้นหลังคลายล็อกดาวน์เมืองจาก COVID-19 ดันคำสั่งซื้อระยะยาวพุ่ง ผู้บริหารมั่นใจแนวโน้มครึ่งปีหลังโตโดดเด่นทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง หลังได้ลูกค้าใหม่เพิ่ม 2 ราย จ่อออเดอร์ยาวสิ้นปี พร้อมเตรียมขยายฐานรุกตลาดอินเดีย หนุนทั้งปีโตตามเป้า ยอดขาย 365,000 ตัน - รายได้แตะ 17,000 ล้านบาท

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางผสม เพื่อจำหน่ายไปยังผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มผู้ค้าคนกลาง ทั้งในและต่างประเทศ เปิดเผยภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/63 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,692.40 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปี 63 บริษัทมีกำไรรวม 5,646,76 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ (Net Profit Margin) 224.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.61 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 166.29 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35.25% ซึ่งเป็นการทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ (นิวไฮ) ส่งผลให้ครึ่งปีแรกบริษัทมีกำไรสุทธิที่ 284.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.56 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 267.23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.57%

โดยปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่น มาจากการที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการประสิทธิภาพการผลิตได้ดีขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับลดลงจาก 91.6% ในช่วงเดียวกันปีก่อนเหลือ 87% ประกอบกับบริษัทฯ ได้มีการบันทึกกำไรอัตราแลกเปลี่ยนจากไตรมาส 1/63 กลับเข้ามาเพิ่มอีกราว 126.42 ล้านบาท รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการอัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  ขณะเดียวกันคำสั่งซื้อ (Order) จากลูกค้าจีนก็ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รับอานิสงค์กิจกรรมทางเศรษฐกิจจีนที่เริ่มกลับมาคึกคัก โดยเฉพาะยอดจำหน่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่พลิกกลับมาเติบโตอีกครั้ง ภายหลังจากได้มีการคลายล็อกดาวน์เมือง หลังปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

นายชูวิทย์ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลังมั่นใจผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่น หลังจากล่าสุดบริษัทฯ ได้สัญญาระยะยาวจากลูกค้าใหม่ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรถยนต์และรถบรรทุกรายใหญ่ของประเทศจีนเพิ่มเข้ามาอีก จำนวน 2 ราย ได้แก่ LLIT (หลิงหลง) ซึ่งมีคำสั่งซื้อราว 48,000 ตัน/ปี และ Triangle Tyre ซึ่งมีคำสั่งซื้อราว 24,000 ตัน/ปี โดยจะเริ่มทยอยส่งมอบในไตรมาส 3/63 นี้ และนอกจากนี้บริษัทฯ ยังเตรียมขยายฐานรุกตลาดอินเดียเพิ่มเติมอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

สำหรับโรงงานแห่งใหม่กำลังการผลิตรวม 172,800 ตัน/ปีนั้น เริ่มเดินเครื่องการผลิตเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวม 465,600 ตัน/ปี จากก่อนหน้านี้มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 292,800 ตัน/ปี อย่างไรก็ตามปีนี้บริษัทฯจะมีการเดินเครื่องจักรโรงงานแห่งใหม่เพียงแค่ 70% ตามปริมาณออเดอร์ในปัจจุบัน ส่วนปีหน้าคาดจะเดินเครื่องจักร 100% เบื้องต้นจากแผนงานที่วางไว้บริษัทมั่นใจว่า ผลการดำเนินงานปี 2563 จะเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ที่รายได้ 17,000 ล้านบาท เติบโตราว 30% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 13,107.15 ล้านบาท

 

“เราได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องราคา ตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ โดยเฉพาะลูกค้าจากจีนมีออเดอร์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งจากแผนงานที่วางไว้ จึงมั่นใจว่า ครึ่งปีหลังกำไรจะนิวไฮต่อเนื่องทุกไตรมาส” นายชูวิทย์กล่าว

เมื่อทุกคนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตปกติหลังจากการ Work From Home นานหลายเดือน และก้าวเข้าสู่ความปกติใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

พานาโซนิค คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยถึงความร่วมมือและความก้าวหน้าด้านการยับยั้งไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-CoV-2)

ปรับมุมมองความคิด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พุ่งเป้าสู่ความสำเร็จร่วมกัน

มุ่งเพิ่มศักยภาพเอสเอ็มอีไทยก้าวสู่ธุรกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ ธนาคารตั้งเป้าหมายเปลี่ยนผ่าน เอสเอ็มอีไทย เป็นองค์กรดิจิทัลได้มากยิ่งขึ้นในสิ้นปี 2563

บิ๊กซี ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ลุยเปิด “มินิบิ๊กซี” สาขามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ เขตสาทร

กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ รวมทีมตัวแทนมืออาชีพ ร่วมงาน ‘GENERALI ASIA MDRT RECOGNITION 2020’  ผ่านไลฟ์สตรีม (live stream) พร้อมตัวแทนเจนเนอราลี่ทั่วเอเชีย

โดยนายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ CEO ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country Manager & CEO) กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ให้เกียรติกล่าวเปิดงาน พร้อมนำคณะผู้บริหาร นายกรสยาม นนทรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทน มร.ลีออน ฮอลซาเซ่น (Mr. Leon Holtzhausen) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตัวแทน ร่วมมอบรางวัล “ROAD TO MDRT” ให้กับตัวแทนที่มีผลงานยอดเยี่ยมประจำไตรมาส 1 และไตรมาส 2 พร้อมสัมมนาสร้างแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จกับเส้นทางที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อพิชิตคุณวุฒิ MDRT มาตรฐานระดับโลก จาก ตัวแทน MDRT ทั่วเอเชีย และการเข้าร่วมแคมเปญพิเศษสุด ‘GENERALI MDRT 3ปี 3 ล้าน’ กับการสร้างผลงาน 3ปี  ซึ่งปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่ตัวแทนจะมีสิทธิ์ร่วมแคมเปญ ณ เจนเนอราลี่ เซ็นเตอร์ อาคารสาทรธานี 1 เมื่อเร็วๆ นี้

  • เอไอเอส ผนึก นาดาว บางกอก ผู้พัฒนาบริหารและดูแลศิลปิน ประสานความร่วมมือในลักษณะ Co-Creation ผลิต VR Originals Content เป็นรายแรกของไทย ประเดิมด้วยคอนเทนต์โมเม้นต์สุดสวีทของคู่จิ้นซีรีส์วาย “บิวกิ้น-พีพี” และหนุ่มหน้าใส “สกาย วงศ์รวี” ที่จะมาเปิดโลกการท่องเที่ยวใบใหม่ให้ผู้ชม โดยผู้ชมสามารถ Action โต้ตอบกับคอนเทนต์ที่รับชมอยู่ได้อย่างสนุกกว่า และอินกว่าที่เคย ผ่านนวัตกรรมแว่น AIS VR 4K
  • พร้อมจัดงาน AIS VR Originals The 1st Virtual Fan Meetingครั้งแรกของไทยกับการจัดกิจกรรมแฟนมีทในรูปแบบ VR Live Streaming ให้ความรู้สึกใกล้ชิดศิลปิน เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในสถานที่เดียวกันแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน สร้างปรากฏการณ์การรับชมความบันเทิงมิติใหม่ให้กับคนไทย ยกเป็นโชว์เคสต้นแบบของการต่อยอดนวัตกรรมเครือข่าย 5G และเทคโนโลยี VR ที่สามารถจับต้องได้จริง เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย สนับสนุน VR Content Creator รุ่นใหม่ และเปิดมิติใหม่ของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้กับประเทศ

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า “เอไอเอส ในฐานะผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลอันดับ 1 ของประเทศ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาในทุกๆ ด้าน เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาเครือข่ายที่ดีที่สุด นับตั้งแต่การเปิดให้บริการ 5G อย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ปัจจุบัน เอไอเอสถือเป็นผู้นำเครือข่ายที่มีคลื่นความถี่มากที่สุด และให้บริการ 5G ครบ 77 จังหวัด อีกทั้งยังได้นำเครือข่าย 5G อันเป็นเทคโนโลยีใหม่ของชาติ มาสร้างประโยชน์ให้คนไทยมากมาย โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่ 5G มีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพการแพทย์และสาธารณสุขไทย ตลอดจนนำ 5G มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนภารกิจฟื้นฟูประเทศในทุกๆ แกนจากวิกฤตโควิด-19 ด้วย

วันนี้ ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพและขยายประโยชน์ของ 5G ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการนำความแข็งแกร่งของเครือข่าย 5G  ที่เร็ว แรง และมีความหน่วงต่ำ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต Virtual Reality หรือ VR และคอนเทนต์ที่ถูกผลิตมาเพื่อรับชมในรูปแบบ VR โดยเฉพาะ เมื่อเปิดคอนเทนต์ผ่านแว่น AIS VR 4K บนเครือข่าย AIS 5G จะทำให้ได้รับประสบการณ์การรับชมคอนเทนต์บนโลกเสมือนจริงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ให้ความคมชัด ทั้งสนุกกว่า สมจริงกว่า และอินกับคอนเทนต์ได้มากกว่า นับเป็นการบุกเบิกและสร้างโอกาสการเติบโตไปอีกขั้นให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย และเปิดมิติใหม่ของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ให้กับประเทศ”

“นอกจากนี้ เอไอเอส ยังได้เข้ามาผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงไทยตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ด้วยการผลิตคอนเทนต์ในลักษณะ Co-Creation ภายใต้ชื่อ AIS VR Originals โดยเปิดกว้างที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในวงการ ทั้งค่ายผลิตคอนเทนต์ชื่อดัง พันธมิตรชั้นนำระดับโลก และ Content Creator อิสระรุ่นใหม่ทุกคน เพื่อผลิต VR Content ร่วมกัน พร้อมมีแพลตฟอร์มรองรับการนำไปเผยแพร่ให้คนไทยได้รับชม นั่นคือ แอปพลิเคชัน AIS PLAY VR ฮับแห่งคอนเทนต์ VR ที่แรกและที่เดียวในไทย ซึ่งถูกติดตั้งบนแว่น AIS VR 4K ที่สามารถรับชมได้ทุกที่ ทุกเวลา ตอบรับไลฟ์สไตล์ความบันเทิงและกิจกรรมแห่งยุค New Normal

  • จับมือ นาดาว บางกอก นำศิลปินมาร่วมสร้างสรรค์ VR Content นำโดย บิวกิ้น-พีพี กับคอนเทนต์ชุด #BilkinPP Closer Than Ever สัมผัสโมเมนต์ชวนฟินของคู่จิ้นซีรีส์วายแห่งยุคที่มีให้รับชมถึง 6 ตอน นอกจากนี้ ยังมีหนุ่มหน้าใส สกาย วงศ์รวี ที่มาในคอนเทนต์ชุด Touch of Sky พาทุกคนออกไปท่องเที่ยวด้วยกันในมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จำนวน 3 ตอน ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของ VR Content ชุด Star Dating หลังได้รับการตอบรับอย่างดีจากคอนเทนต์ Palit’s Moment ที่ได้พรีเซ็นเตอร์เอไอเอส เป๊ก ผลิตโชค มาร่วมสร้างสรรค์คอนเทนต์เขย่าใจแฟนคลับทั่วประเทศ นับเป็นรูปแบบใหม่ของการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ให้แฟนคลับสามารถ engage และเข้าถึงศิลปินที่ชื่นชอบได้ใกล้ชิดมากขึ้น
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยจับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดมุมมองใหม่ด้านการท่องเที่ยวแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นำร่องชมความงามของประเทศไทยใน 5 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ พัทลุง ลำปาง ราชบุรี และตราด ในรูปแบบ VR 360 องศา เพื่อร่วมกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของไทยไปด้วยกัน
  • ร่วมดูแลสุขภาพคนไทย โดยจับมือ Absolute You ผู้นำเทรนด์ไลฟ์สไตล์การออกกำลังกายชั้นนำของไทย สร้างประสบการณ์การออกกำลังกายที่บ้านในรูปแบบ VR 360 องศา ให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้าคลาสร่วมกับ Instructor มืออาชีพ โดยมีคลาสออกกำลังกายสนุกๆ มากมาย ทั้งคลาสพิลาทีส, โยคะ, และ Body Weight
  • ที่เดียวในไทย! สนุกอย่างไร้ขีดจำกัดไปกับเกม VR กว่า 175 เกม และไลฟ์สไตล์ คอนเทนต์ กว่า 5,000 คอนเทนต์ จาก Pico ผู้นำ VR โซลูชั่นส์แบบครบวงจรอันดับ 1 ในเอเชีย ทั้งในด้านคอนเทนต์​ แพลตฟอร์ม และอุปกรณ์ VR

“ในอนาคตอันใกล้ เอไอเอสเตรียมที่จะขยายไปสู่คอนเทนต์ในรูป Music Performance เช่น การแสดงโชว์จากศิลปิน และด้าน Education เช่น ร่วมกับ สสวท. ทำคอนเทนต์ VR ในวิชาวิทยาศาสตร์ สำหรับหลักสูตรชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษา, ร่วมกับ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ในรูปแบบ VR โชว์เครื่องบินในแต่ละรุ่น เสมือนจริง และการเที่ยวชมพระราชวังพญาไทอย่างใกล้ชิดในรูปแบบ VR เพื่อเปิดโลกแห่งการเรียนรู้ใหม่ๆ ที่ให้ผู้เรียนสามารถสนุกได้มากกว่าที่เคย”

ความสนุกเหล่านี้ พร้อมให้คนไทยทุกคนได้สัมผัส ด้วยอุปกรณ์แว่น AIS VR 4K ให้ภาพคมชัดสูงระดับ 4K ด้วยมุมมองกว้าง 101 องศา และรองรับการแสดงผลแบบ 360 องศา ขับเคลื่อนความแรงด้วย CPU Snapdragon 835 มาพร้อมลำโพงเสียง 3 มิติ วางจำหน่ายแล้วที่เอไอเอส ช็อป และ AIS Online Store โดยสามารถซื้อแว่น AIS VR 4K ในราคา 14,500 บาท พร้อมรับฟรีแพ็กเกจ VR Service นาน 1เดือน (เดือนละ 199 บาท ไม่รวม VAT) เพื่อรับชม VR Content บน AIS PLAY VR พิเศษ! รับส่วนลดพิเศษสูงสุด 30% พร้อมรับฟรีแพ็กเกจ VR Service นาน 6 เดือน สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน หรือเปิดเบอร์ใหม่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.ais.co.th/aisvr4k/

“ด้วยความแข็งแกร่งของเครือข่าย AIS 5G และเทคโนโลยี VR จะช่วยให้คนไทยสนุกไปกับรูปแบบการรับชมคอนเทนต์ที่แตกต่างและสมจริงยิ่งกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นการเปิดตลาดการรับชมคอนเทนต์ VR ให้กับเมืองไทย และส่งเสริมการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงของประเทศ เหนือสิ่งอื่นใด ยังเป็นการสร้างโอกาสให้คนไทยก้าวสู่การเป็น VR Content Creator โดยเอไอเอส เตรียมเผยโฉม AIS 5G Next Reality Studio โปรดักชั่น ฮับการผลิตคอนเทนต์ AR และ VR ที่แรกและที่เดียวในไทย ที่จะมาพลิกโฉมการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในรูปแบบใหม่ๆ ให้กับประเทศ เร็วๆ นี้” นายปรัธนา กล่าวสรุป

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมพร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์

“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรร้านค้าความงามทั่วประเทศจัดโปรโมชัน

X

Right Click

No right click